หลี่เฉิงเฟิงเดินไปยังที่นั่งฟังประชุมหารือ
จากนั้นเขาได้ทำการเปิดระบบ และเลือกซื้อสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน
ขณะนี้ระบบเด็กซนขั้นเทพแห่งราชวงศ์ถังของหลี่เฉิงเฟิง มีค่าความซุกซนสะสมที่ 8580 แต้มแล้ว
เนื่องจากหลี่เฉิงเฟิงไม่รู้ว่าตนเองควรจะซื้อของชิ้นไหนจากระบบ เขาจึงปล่อยให้ค่าความซุกซนสะสมอยู่เช่นนั้น
แต่หลังจากได้ประชันฝีปากกับเว่ยเจิงเมื่อครู่ หลี่เฉิงเฟิงตัดสินใจได้ทันทีว่า เขาควรจะซื้ออะไรออกมา!
หลี่เฉิงเฟิงเลือกซื้อหนังสือเล่มหนึ่งจากระบบ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็คือ ‘หนังสือชีวประวัติบุคคลในราชวงศ์ถัง!’
หนังสือเล่มนี้คือบันทึกเื่ราวชีวิตของบุคคลที่มีชื่อเสียงแห่งราชวงศ์ถังในรัชสมัยเจิ้งกวน
แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีแค่ข้อมูลของยี่สิบสี่ขุนนางหอหลิงเยียนแห่งยุคราชวงศ์ถัง แต่มันรวมไปถึงข้อมูลของหลี่ซื่อหมิน จ่างซุนฮองเฮา หลี่ยวนและคนอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากชีวประวัติแล้ว สิ่งที่บันทึกในหนังสือเล่มนี้ยังประกอบไปด้วยเื่ดี และเื่ไม่ดีที่พวกเขาทั้งหมดเคยทำในชีวิต
.....
เมื่อได้เห็นหลี่เฉิงเฟิงนั่งพร้อมฟังการประชุมหารือ ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินทรงผงกศีรษะด้วยความพอพระทัย
วันนี้องค์ชายแปดไม่ได้มาสาย และดูเหมือนว่าเขากำลังอารมณ์ดี ท่าทีที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ย่อมทำให้หลี่ซื่อหมินพอใจเป็ธรรมดา
“ขุนนางทุกท่าน วันนี้มีเื่สำคัญอะไรจะรายงานแก่เราหรือไม่?”
สิ้นคำถามของหลี่ซื่อหมิน ขุนนางทั้งท้องพระโรงได้ให้คำตอบอย่างพร้อมเพรียงเป็ความเงียบ
พระพักตร์ของหลี่ซื่อหมินดูแจ่มใส มุมปากปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ
ไม่มีฎีกาจะรายงาน นั่นเท่ากับว่าราษฎรในแผ่นดินอยู่เย็นเป็สุข ไม่มีเื่ทุกข์ร้อน หรือเกิดปัญหา นี่เป็เื่ที่ดีจริง ๆ
“เอาล่ะขุนนางทุกท่าน เมื่อวันนี้ไม่มีเื่ที่เราควรจะต้องทราบ เช่นนั้นวันนี้ก็เลิกประชุมได้...”
ในขณะที่หลี่ซื่อหมินโบกมือกำลังจะสั่งเลิกประชุม
ทันใดนั้นเอง องค์ชายน้อยหลี่เฉิงเฟิง ได้ยกมือเล็ก ๆ ของเขาขึ้นมาและกล่าวว่า “ทูลเสด็จพ่อ! ลูกมีเื่จะรายงานพ่ะย่ะค่ะ!”
“หืม? เฟิงเอ๋อร์มีเื่จะรายงานพ่ออย่างนั้นรึ?”
หลี่ซื่อหมินมองบุตรชายของตนด้วยความสนใจ
เป็เมื่อก่อนหลี่ซื่อหมินคงคิดว่าหลี่เฉิงเฟิงกำลังจะป่วนการประชุมราชสำนัก
แต่เมื่อได้เห็นการแสดงความคิดเห็นอันไร้ที่ติของบุตรชายเมื่อวันก่อนในที่ประชุม หลี่ซื่อหมินจึงเปลี่ยนความคิด ให้หลี่เฉิงเฟิงมีสิทธิ์ออกความเห็นเกี่ยวกับกิจของพลเรือน
ดังนั้นหลี่ซื่อหมินจึงโบกมืออนุญาตให้หลี่เฉิงเฟิงพูด “เฟิงเอ๋อร์พูดมาได้เลย พ่อจะตั้งใจฟังไม่ให้พลาดแม้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย!”
“พ่ะย่ะค่ะ! อย่างนั้นลูกขอเริ่มเลย เื่ที่ลูกจะรายงานในวันนี้คือ... เื่ของเจิ้งกว๋อกง!”
“หา?” ได้ยินเช่นนั้นเว่ยเจิงถึงกับขนลุกขนชัน
องค์ชายแปดตั้งใจจะรายงานเื่เขา? คงเป็เพราะเขาไปดุองค์ชายแปดก่อนเริ่มการหารือประจำวันแน่ ๆ องค์ชายแปดจึงได้ทำเช่นนี้?
อย่างไรก็ตามเว่ยเจิงมั่นใจว่าตนเองทำสิ่งที่ถูกต้อง มิหนำซ้ำเขายังไม่เคยทำความผิดใดที่จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ราชวงศ์ถัง ด้วยเหตุนี้เว่ยเจิงจึงไม่กลัว เขาเชิดหน้ารอฟังเื่จากปากหลี่เฉิงเฟิงเต็มที่
เว่ยเจิงกล่าว “องค์ชายแปด กระหม่อมภักดีต่อราชวงศ์ถังมาโดยตลอด เช่นนั้นองค์ชายมีเหตุอันใดจึงจะรายงานเื่ของกระหม่อม?”
“หึ! เรามีเื่จะรายงานเกี่ยวกับเ้าอย่างแน่นอน! ตาเฒ่าหน้าหนาไร้ยางอาย! ภายนอกทำเป็ดี ที่ไหนได้ภายในกลับมีแต่เื่ชั่วช้า อย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้ ว่าในอดีตเ้าเคยทำเื่ไม่ดีอะไรบ้าง!? เราจดทุกอย่างไว้ที่นี่หมดแล้ว!”
“อะไรนะ!? ฮึ่ม! เช่นนั้นก็แสดงให้กระหม่อมดู องค์ชายแปดตั้งใจจะรายงานเื่อะไรกัน หากวันนี้องค์ชายใส่ร้ายกระหม่อม กระหม่อมไม่มีทางยอม กระหม่อมจะทูลขอความยุติธรรมกับฝ่าา!”
ตาเฒ่าเว่ยเจิงแสดงความดื้อรั้น เขาไม่ใช่คนประจบสอพลอ ที่จะยอมใครง่าย ๆ อยู่แล้ว!
ขุนนางท่านอื่น ๆ ในท้องพระโรงจับตามองหลี่เฉิงเฟิงและเว่ยเจิงด้วยความสนใจ
พวกเขารู้ดีว่าองค์ชายแปดกับอัครมหาเสนาบดีผู้นี้มีเื่ผิดใจกัน แต่องค์ชายแปดเป็เพียงเด็กอายุ 6 ขวบ เขาจะทำอย่างไรจึงจะเอาชนะท่านเว่ยเจิงผู้ที่เป็ถึงอัครมหาเสนาบดีได้?
หลี่ซื่อหมินไม่ได้คาดหวังว่าเื่จะเป็เช่นนี้ พระองค์ห้ามปรามบุตรชายในทันที “เฟิงเอ๋อร์ หยาบคายที่สุด! เสนาบดีเว่ยเจิงเป็ผู้ใหญ่ เหตุใดเ้าจึงพูดไร้สาระ ทำลายชื่อเสียงของเขาเช่นนั้น!”
หลี่ซื่อหมินตรัสเช่นนี้ก็เพื่อประโยชน์ของหลี่เฉิงเฟิงเอง
ในมุมมองของหลี่ซื่อหมิน แม้เสนาบดีเว่ยเจิงจะชอบขัดแข้งขัดขาพระองค์อยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็ขุนนางที่จงรักภักดีต่อราชวงศ์ถัง แม้จะมีบางครั้งที่ทำให้พระองค์รู้สึกขัดใจ แต่มันก็เป็ประโยชน์ต่อแผ่นดินต้าถัง
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงส่ายหัวปฏิเสธ เขาใช้มือน้อย ๆ หยิบบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“ช้าก่อนเสด็จพ่อ ลูกบันทึกทุกอย่างไว้หมดแล้ว เสด็จพ่อจะได้ฟังเื่ทั้งหมดเดี๋ยวนี้!”
ภายใต้สายตาของขุนนางนับสิบในท้องพระโรง หลี่เฉิงเฟิงตัวน้อยหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
ในบันทึกเล็ก ๆ เล่มนี้ มีอักษรขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ว่า: เื่ผิดศีลธรรมของเว่ยเจิงในปีนั้น!
ดวงตาของเว่ยเจิงแทบถลนออกจากเบ้า
บัดซบ! กลายเป็ว่าองค์ชายแปดเตรียมตัวมาอย่างดี? เขาเตรียมสมุดหนา ๆ เล่มนั้นมาเข้าประชุม เพื่อตั้งใจจะรายงานเื่ของเขางั้นเรอะ!?
หลังจากนั้น หลี่เฉิงเฟิงเปิดบันทึกขึ้นมาและกล่าวว่า “เสด็จพ่อ ลูกขอรายงานเื่อัครมหาเสนาบดีเว่ยเจิง จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม เมื่อสิบแปดปีที่แล้ว เว่ยเจิงยืมวัวจากผู้ตรวจการณ์หวูซานมาหนึ่งตัว จนถึงบัดเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่คืน... นี่เพิ่งความผิดแรกนะพ่ะย่ะค่ะ”
“ความผิดที่สอง ลูก้ารายงานว่าอัครมหาเสนาบดีเว่ยเจิงมิใช่คนมีคุณธรรม ครั้งหนึ่งเขาสัญญากับแม่ทัพฉินเถี่ยซานว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เมื่อถึงคราวแม่ทัพฉินเถี่ยซานไปออกรบ เขาก็ให้สัญญาว่าจะดูแลครอบครัวของท่านแม่ทัพฉินเป็อย่างดี! แต่เมื่อฉินเถี่ยซานตายในสนามรบ เว่ยเจิงก็เหมือนจะลืมสัญญานี้ไปเสียสนิท!?”
“ความผิดที่สาม …”
เมื่อหลี่เฉิงเฟิงไล่ความผิดเขาออกมาเป็ข้อ ๆ ใบหน้าของเว่ยเจิงที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลายเป็สีซีด ปากเหี่ยว ๆ ของเขาก็เริ่มสั่นเพราะความตระหนก
ทั้งที่เดือนที่หกเป็ฤดูร้อนแท้ ๆ แต่ร่างกายของเว่ยเจิงกลับเย็นเฉียบ
องค์ชายแปดรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อก่อนเขาเคยก่อความผิดอะไรมาบ้าง?
ไม่... นี่มันไม่มีทาง!
ความผิดที่องค์ชายน้อยกล่าวมาทั้งหมดเป็เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบแปดปีที่แล้ว องค์ชายอายุเพิ่งได้ 6 ขวบ เขาจะรู้เื่ในอดีตเหล่านี้ได้อย่างไร!?
หรือมีศัตรูบางคนที่พยายามจะกำจัดเขา จึงได้เอาความผิดในอดีตที่เขาเคยก่อมาเล่าให้องค์ชายแปดฟัง จากนั้นก็ขอร้องให้องค์ชายแปดนำเื่เหล่านี้มารายงานต่อหน้าฝ่าา และขุนนางทุกคนในวังหลวง?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ แข้งขาของเว่ยเจิงยิ่งอ่อนแรง
เมื่อหันไปมองหลี่ซื่อหมิน ใบหน้าของพระองค์กำลังมืดมนลงเรื่อย ๆ เพราะความกริ้ว
จู่ ๆ เว่ยเจิงก็รู้สึกว่าเื่นี้มีบางอย่างผิดปกติ หรือว่าองค์ชายแปดจะทำเพื่อฝ่าา?
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สิ่งที่องค์ชายแปดทำในครั้งนี้ คือแผนการลับระหว่างองค์ชายและฝ่าาเอง?
เว่ยเจิงใเสียจนเข่าทรุด เขาไม่กล้าจะหายใจต่อหน้าฝ่าาแล้วด้วยซ้ำ
ถ้าเื่นี้เป็ความตั้งใจขององค์ชายแปดมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าเป็ความตั้งใจของฝ่าา หัวของเขาต้องหลุดออกจากบ่าอย่างแน่นอน!
เวลานี้เว่ยเจิงกำลังคิดมากเกินไป เพราะความจริงนี่เป็หนทางเอาคืนเว่ยเจิงของหลี่เฉิงเฟิงเพียงเท่านั้น
เว่ยเจิงไม่ชอบถกเถียงกับคนอื่นอย่างนั้นเหรอ! วันนี้องค์ชายแปดหลี่เฉิงเฟิงจะแสดงให้ดู ว่าาาปากแจ๋วแห่งราชวงศ์ถังนั้นเป็อย่างไร!
“และความผิดที่ 18 แค่ก ๆ ๆ... คอแห้งจัง ขอดื่มชาก่อนนะเดี๋ยวเราจะพูดต่อ...”
…..
หยุดเถอะ ได้โปรดหยุดเถอะองค์ชายแปด หุบปากเล็ก ๆ ของท่านเสียที!
ขณะนี้หัวใจของเว่ยเจิงกำลังแตกสลายเป็ล้าน ๆ ชิ้น
ความผิดที่องค์ชายแปดขุดขึ้นมาเกิดั้แ่ปีมะโว้ แม้กระทั่งตัวเว่ยเจิงยังจำไม่ได้ แล้วองค์ชายแปดไปทราบมาจากที่ไหน จึงได้นำเื่เหล่านี้มาจดลงสมุดบันทึก!?
เมื่อเห็นหลี่เฉิงเฟิงกำลังดื่มน้ำ เว่ยเจิงใช้โอกาสนี้ในทันที เขาคุกเข่าต่อหน้าหลี่ซื่อหมินและร้องขอความเมตตา “ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมสำนึกผิดแล้ว กระหม่อมขอรับโทษโบยหนึ่งร้อยไม้ และขอร้ององค์ชายแปด ไว้หน้ากระหม่อมด้วยเถอะ อย่าได้พูดความผิดของกระหม่อมอีกเลย!”
“สำนึกผิดแล้วเรอะ?” หลี่เฉิงเฟิงย่นคิ้วมองหน้าเว่ยเจิง
เว่ยเจิงพยักหน้า และตอบหลี่เฉิงเฟิงอย่างจริงจัง “พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด! กระหม่อมสำนึกผิดแล้ว สิ่งที่องค์ชายกล่าวเป็จริงทั้งหมด แม้ในอดีตกระหม่อมจะเคยทำผิดหลายอย่าง แต่ไม่มีความผิดใดเลยที่เกี่ยวข้องกับการทรยศราชวงศ์ถัง กระหม่อมซื่อสัตย์และภักดีต่อฝ่าา ต่อองค์ชายแปด และต่อราชวงศ์ถังมาโดยตลอด ดังนั้นองค์ชายแปดโปรดเมตตากระหม่อมด้วยเถิด กระหม่อมยินดีรับโทษโบยหนึ่งร้อยไม้ เพื่อชดใช้ความผิดที่ก่อในอดีต!”