
เครดิตภาพจาก https://www.peakpx.com
“ กร็อบๆ ”อากิเนะเริ่มหักนิ้วของตัวเอง ดวงตาฉายแววโกรธเคืองอย่างรุนแรง เพราะถูกอมนุษย์จอมเจ้าเล่ห์หลอกครั้งแล้วครั้งเล่า
มารร้ายผมขาวพยายามฝืนตัว เพื่อตั้งท่าต่อสู้ทั้งที่รู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจ
“ แล้วเราจะสู้ท่านผู้นี้ได้ยังไงเพราะไม่อาจเทียบได้ในทุกๆทาง ” ยิ่งคิด มารร้ายยิ่งท้อแต่แล้วก็ต้องแปรเปลี่ยนมาสนเหตุเบื้องหน้า ด้วยอากิเนะกำลังก้าวเข้ามา
“ นางเดินมาแล้วถึงฝีมือจะเทียบกันไม่ได้ แต่เราก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ”ทันทีที่มารร้ายตัดสินใจเด็ดขาด มันก็ฝืนร่างกาย เพื่อเปล่งออร่าสีอำพันออกมา
“ หึ…..” อากิเนะยิ้มมุมปากนิดนึงเหมือนเธอจะดีใจที่เห็นมารผมขาวคิดต่อสู้อย่างจริงจังแต่เหตุเซอร์ไพรส์ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะเป็นฝ่ายอมนุษย์ที่พุ่งเข้ามาโจมตีก่อน
“ ตูม….” เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ด้วยมารร้ายได้ปล่อยหมัดขวาเต็มเหนี่ยวทว่าอากิเนะก็ยกแขนขึ้นมาป้องกัน กระนั้นคลื่นกระแทกจากแรงโจมตีก็บันดาลให้เกิดลมพายุพัดกระจายไปทั่วบริเวณ
“ ฮึ่ม….ไม่ยอมแพ้หรอก ”แม้กำปั้นที่ทุ่มแรงทั้งหมดจะถูกบล็อก แต่มารร้ายก็ไม่ยอมเลิกล้มมันจึงปล่อยหมัดซ้ายขวาสลับเตะ ถีบ ทว่าอากิเนะก็หลบเลี่ยงได้หมดปากก็กล่าววาจายั่วเย้า ดวงตาเป็นประกาย
“ ทำได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีพอปล่อยฝีมือออกมาให้มากกว่านี้ ”
………………..
เทพศาสตราเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดสองหูก็สดับทุกถ้อยวาจา อันทำให้เฒ่าชรานึกแปลกใจ
“ แปลกมากหลังจากอากิเนะปล่อยพลังนั่นออกมา ก็ดูเปลี่ยนไป เธอมั่นใจและดุดันยิ่งขึ้นแถมยังมีทีท่ากระหายการต่อสู้ ทั้งที่ยามปกติ เจ้าตัวเกลียดการใช้กำลังเป็นที่สุด”
แม้เทพศาสตราจะรู้สึกว่าอากิเนะเปลี่ยนไป แต่ใจลึกๆก็เชื่อว่าหลานสาวยังคงเป็นตัวเองเพราะยังมีความห่วงใยในญาติเพียงหนึ่งเดียว หลักฐานก็คือ......บาเรียเวทสีดำอมม่วงที่ห่อหุ้มกายของเขา
“ หลานน่าจะยังเป็นคนเดิม และปู่ขออวยพรให้เจ้ากลับมาพร้อมชัยชนะ”
…………………..
การประมือเป็นไปอย่างดุเดือดแต่ทุกกระบวนท่าที่มารร้ายปล่อย ล้วนไม่อาจสัมผัสกาย เพราะติดแขน ขาของเด็กสาว มิหนำซ้ำยังจั่วลมอยู่หลายวาระด้วยเจอการหลบหลีกที่พริ้วไหวดุจสายน้ำ
“ บัดซบที่สุด นางหลบได้ยังไงด้วยเจ้าของร่างเดิมเป็นเพียงนักเวทสายแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยฝึกการต่อสู้มาก่อน” มารร้ายเริ่มเครียด เพราะประสบกับเรื่องที่เหลือเชื่อ
อากิเนะเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกันสิ่งที่เธอทำลงไปก็แค่ปล่อยใจให้ล่องลอย พร้อมเคลื่อนไหวไปตามสถานการณ์มันเหมือนกับว่าทุกกระบวนท่าที่ใช้ ล้วนถูกจารึกอยู่ในสมอง
“ ไม่น่าเชื่อว่าเราทำแบบนี้ได้ราวกับว่าเราคืออดีตยอดยุทธ์ที่ฝีมือสูงส่งจนหาตัวจับยาก ”
การประลองหมัด เท้า เข่าศอกดำเนินมาได้3 นาที ทุกครั้งที่มีการปะทะ จะเกิดคลื่นลมจากแรงกระแทกและเสียงดังสนั่นราวฟ้าผ่า ในที่สุด อากิเนะก็สวนกลับเป็นครั้งแรกด้วยฮุคซ้าย
“ เปรี้ยง…” มารร้ายถึงกับหน้าสะบัดพร้อมทรุดตัวลงไปนั่งชันเข่า โลกหมุนไปมา เพราะเกิดอาการมึนงงแต่อากิเนะไม่ยอมยั้งมือ เธองัดคางของอีกฝ่ายด้วยปลายเท้า ส่งผลให้ร่างบางลอยขึ้นมาแวบนึง
“ รับนี่ไป ย่า ย่า ย่า…..”อากิเนะตะโกนดัง พร้อมรัวหมัดใส่แบบไม่นับ ปิดท้ายด้วยการกระโดดถีบไปที่ลำตัว
“ โครม…..”มารร้ายลอยละลิ่วไปชนต้นไม้ใหญ่ แรงปะทะทำให้โคตรพฤกษาโค่นลงมาทับกายบาง
“ ฟู่….” อากิเนะเป่าปากระบายลมพร้อมตั้งท่าต่อสู้ที่ดูรัดกุม ส่วนชุดกิโมโนที่สวมใส่ก็ขาดวิ่นบางจุดโดยเฉพาะรอยผ่าด้านข้างถึงกับฉีกขาดถึงโคนขาอ่อนเพราะเจ้าหล่อนปล่อยลูกเตะและถีบไปหลายดอก
…………………
“ เอ๊ะ!......”โอคุยาสุลุกพรวดขึ้นมานั่ง เขารู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างเนื่องจากเพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ แต่ก็นับว่าดีกว่าเก่ามากคงเป็นเพราะได้หลับพักผ่อนไปชั่วขณะ และสิ่งแรกที่อยู่ในความคิดคำนึงก็คือ….
“ ผลการต่อสู้เป็นเช่นไรท่านอาจารย์จะปราบมารร้ายตนนั้นได้มั้ย ที่สำคัญ น้องหญิงล่ะ นางไปไหน ”
ด้วยเหตุแห่งความกังวลที่มีมากมายหนุ่มหล่อจึงยันกายลุกขึ้นยืน สร้างความตกตะลึงแก่เหล่าศิษย์น้อยใหญ่ที่รุมล้อม
“ โอ้….อาจารย์น้อยฟื้นแล้ว มาดูเร็ว”
โอคุยาสุหันมองเหล่าศิษย์ร่วมสำนักทุกคนล้วนมีร่องรอยของความบอบช้ำ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะใครๆก็ได้ลิ้มลองกำปั้นและฝ่าเท้าของมารร้ายมาทั้งนั้น แต่ไม่ทันได้พูดคำใดก็บังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นจนพื้นดินสั่นสะเทือน
“ ตูม…..”
“กรี๊ด….ว้าย….น่ากลัวที่สุด….ฮือ….พวกเราจะรอดมั้ย ”เสียงกรีดร้องและร้องไห้จากหลายเพศหลากวัยฟังไม่ได้ศัพท์ทำให้โอคุยาสุหันไปมองรอบกาย จึงพบกับเหล่าชาวบ้านในดินแดนลี้ลับ พวกเขาล้วนหวาดกลัวแต่ไม่ทันได้ทำสิ่งใด ริวจิก็ตรงเข้ามารายงาน
“ ท่านอาจารย์น้อยฟื้นแล้วหรือครับขณะนี้พวกเราได้นั่งรอคอยโชคชะตา พร้อมฝากความหวังไปที่เทพศาสตราและท่านอากิเนะเพื่อสู้ศึกกับมารร้าย ” แม้นักสู้ผู้นี้จะมีบุคลิกที่เงียบขรึมในยามปกติแต่เวลานี้ กลับดูลุกลี้ลุกลนอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งก็สมควรเพราะชาวประชากำลังตกอยู่ในภาวะที่วิกฤติสุดๆ
โอคุยาสินิ่งตรึกตรองอยู่อึดใจเลยเข้าใจเรื่องราวได้ทั้งหมด เวลาต่อมา เขาก็หลับตาลง แล้วสำรวมจิตเพื่อจับสัมผัสแห่งพลัง ไม่นาน หนุ่มเจ้าสำอางก็ได้คำตอบ
“ สัมผัสพลังได้สามจุดคนแรกมีพลังกล้าแข็งและแฝงกลิ่นอายแห่งความชั่วร้าย คาดว่าน่าจะเป็นมารตนนั้น ส่วนคนที่สองนั้นสงบนิ่งเยือกเย็น ทว่าก็อ่อนประกายลงจนเหลือเพียงกระแสที่แผ่วเบาคงจะเป็นท่านอาจารย์แน่ๆ(เทพศาสตรา) แต่คนสุดท้ายนี่สิ ” นึกทบทวนถึงตรงนี้คิ้วของโอคุยาสุก็เริ่มขมวดนิ่วเพราะกระแสพลังของบุคคลสุดท้ายนั้นล้ำลึกและมหาศาลกว่าทุกคนที่เขาเคยเจอแม้กระทั่งเทพศาสตราก็ยังเทียบไม่ติด แต่บางครั้งหนุ่มหล่อก็สัมผัสถึงความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาจางๆ อันคล้ายกับใครบางคน
“ จะว่าไปกระแสพลังของคนสุดท้ายก็ดูคล้าย….อากิเนะ แต่จะเป็นไปได้ไง น้องหญิงไม่น่ามีพลังขนาดนี้”
หลังจากโอคุยาสุตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิดได้ไม่นาน ริวจิก็เอ่ยถามเสียงดัง
“ อาจารย์น้อย พวกเราควรจะทำยังไงท่านช่วยบอกที ”
โอคุยาสุหันกลับมามองศิษย์รุ่นน้องผู้รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ อนุสติแรกของเขาก็คือระดมพลเพื่อเตรียมไปช่วยเทพศาสตราและอากิเนะ แต่ไม่นาน หนุ่มหล่อก็พลันได้คิด
“ ไม่เราเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนัก ดังนั้นจะวู่วาม ทำตามอารมณ์ไม่ได้และเมื่อดูจากระดับฝีมือที่ห่างไกลกัน แม้เราจะฟื้นพลังจนสมบูรณ์ก็ไม่อาจเป็นคู่ต่อกร ” โอคุยาสุกัดฟันกรอดใหญ่ เขารู้สึกเจ็บใจเป็นที่สุดแต่สุดท้าย ก็ตัดสินใจ ทำหน้าที่ผู้นำที่ดี
“ ให้ทุกคนรออยู่ที่นี่และฝากความหวังไว้ที่ท่านอาจารย์กับน้องหญิง เพราะพวกเราทำอะไรไม่ได้ระดับฝีมือห่างกันเกินไป ”
ทันทีที่ริวจิได้ยินคำสั่งของโอคุยาสุ ก็ถึงกับหน้าซีด แม้เขาจะจับสัมผัสพลังไม่ได้แต่ก็รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของมารร้ายเป็นอย่างดี เพราะเคยปะทะมากับตัว เลยเหม่อมองไปยังทิศทางที่เกิดการต่อสู้แล้วส่งแรงใจไปช่วย
“ พยายามเข้านะ อาจารย์และน้องหญิง พวกท่านคือความหวังสุดท้ายของดินแดนลี้ลับ”
………………….
อากิเนะยืนนิ่งอยู่นานพอดูดวงตาจับจ้องซากไม้ใหญ่ที่ล้มทับกันเกลื่อนกลาด ครู่หนึ่งท่อนซุงขนาดใหญ่ประมาณสามคนโอบก็กระเด็นกระดอนไปคนละทางเพราะมีมารตนนึงผุดลุกขึ้นมา มันดูบอบช้ำและเจ็บปวด สังเกตได้จากเสียงหอบและรอยแผลทั่วร่าง
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก……”
อากิเนะยิ้มเล็กน้อยที่เห็นอริร้ายยังยืนอยู่ได้ แต่เธอก็ไม่ได้รุกเข้าไปต่อยตีในแบบที่เคยกลับเอ่ยถามเสียงเย็น
“ เป็นยังไง รสชาติของการโดนคนที่แข็งแกร่งกว่าเหยียบย่ำมันสะใจมั้ย ”
มารร้ายหันขวับไปทางอากิเนะดวงตาเรียวเล็กที่แดงก่ำดูโกรธจัด แต่ไม่ทันได้โต้ตอบ สาวเจ้าก็หยามอีก
“ ข้ากำลังคิดว่าจะทำยังไงกับแกดีระหว่างซ้อมไปเรื่อยๆให้ตายช้าๆหรือสังหารให้สิ้นชีวิตในทีเดียว ”
ถ้ามารร้ายเลือกได้คงไม่เอาทั้งสองทาง แต่เมื่อไม่มี มันก็ต้องยอมสู้ตาย
“ กร็อด…..ข้าไม่วันยอมแพ้แกหรอก ”
มารผมขาวพุ่งเข้าไปโจมตีอีกคำรบแต่ความเร็วตกลงไปมาก ทำให้อากิเนะฉากหลบอย่างง่ายดาย แถมยังฉวยโอกาสต่อยสวนไปหลายหมัดจนเรียกเลือดสีดำออกมาจากปากและจมูก
“ อึก…อัก….”
และเมื่ออากิเนะเห็นว่ามารผมขาวบอบช้ำจนได้ที่ เธอก็กระโดดสูงเหนือหัวเพื่อใช้เท้าขวาหวดเข้าไปที่ต้นคอ
“ เปรี้ยง…….”
ร่างบางของอมนุษย์กระเด็นไกล คราวนี้มันลอยไปปะทะกำแพงโรงฝึกจนพังลงมาเป็นแถบๆ
“โครม…..”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
