กลับมาเริ่มใหม่เป็นสามีขั้นเทพของภรรยายุค 90

    บทที่ 21 คำสามคำ

    ณ ที่บ้าน


    หลี่ซีเหวินพยุงโจวเหวินจิ้งนั่งลงบนโซฟา รินน้ำให้หนึ่งแก้วแล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า “คุณกลัวมากไหมครับ”


    “ฉันไม่เป็นไรค่ะ คุณไม่ได้รับบาดเจ็บจากคมมีดใช่ไหม” โจวเหวินจิ้งดึงหลี่ซีเหวินมาตรวจดูอย่างละเอียด


    “ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ แค่มีดเท่านั้นเอง ทำอะไรผมไม่ได้หรอก” หลี่ซีเหวินยกแขนเบ่งกล้ามของตัวเองให้ดู “ผมฝึกฝนมาก่อนที่จะพบคุณน่ะครับ”


    “เหลวไหล ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินคุณพูดเกี่ยวเรื่องนี้มาก่อนเลยล่ะคะ” โจวเหวินจิ้งกลอกตาและบ่น “ในอนาคตพวกเราไม่สามารถหุนหันพลันแล่นแบบนั้นได้นะคะ เพราะสือเป่าเป็นคนที่เราไปยั่วยุไม่ได้ แม้ว่าจะสามารถเอาชนะเขาได้ในวันนี้ แล้วในอนาคตล่ะคะ”


    “วางใจเถอะครับ เขาไม่กล้าแล้วล่ะ ผมเตือนเขาไปแล้ว” หลี่ซีเหวินพูดเบา ๆ 


    โจวเหวินจิ้งคิดถึงความตื่นตระหนกของสือเป่าก่อนที่จะจากไป ดูเหมือนเขาจะหวาดกลัวมากจริง ๆ เธอจึงถามหลี่ซีเหวินด้วยความสงสัยว่า “คุณพูดอะไรกับเขาหรือคะ”


    “ก็แค่คำพูดหยาบคายน่ะครับ อันธพาลอย่างเขาคงกลัวจนถูกทำให้ตกใจ” หลี่ซีเหวินพูดเบา ๆ 


    โจวเหวินจิ้งดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ เธอเพียงกระซิบว่า “ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณเปลี่ยนไปแล้ว แต่การสร้างปัญหาก็ไม่ดีหรอกนะคะ หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา มันจะไม่เกิดประโยชน์เลย” 


    หลี่ซีเหวินรู้ว่าโจวเหวินจิ้งห่วงใยเขา ดังนั้นจึงจับมืออีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนและพูดเบา ๆ ว่า “เหวินจิ้ง ผมบอกคุณไปแล้วว่าต่อจากนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องทนทุกข์ทรมานอีกเพราะคุณคือคนสำคัญที่สุดของผม” 


    เมื่อเห็นท่าทางของหลี่ซีเหวินที่เป็นเช่นนี้ โจวเหวินจิ้งก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างอธิบายไม่ถูก แต่สีหน้าของเธอยังคงดูเศร้าหมอง


    “เหวินจิ้ง คุณมีอะไรในใจหรือเปล่าครับ” หลี่ซีเหวินเห็นอย่างนั้นจึงถามขึ้น


    “ฉันอยากรู้ว่า...คุณได้ขายบ้านไปหรือเปล่าคะ” โจวเหวินจิ้งสอบถามแล้วเสริมว่า “คนข้างล่างเขาก็พูดแบบนั้นน่ะค่ะ” 


    หลี่ซีเหวินตกตะลึง ไม่น่าแปลกใจเลย สือเป่าต้องได้ยินอะไรบ้างอย่างมาแน่ เขาถึงได้พูดว่าจะพาโจวเหวินจิ้งกลับบ้าน


    “จ้าวเจี้ยนคนนี้ปากมากจริง ๆ” หลี่ซีเหวินรู้ว่าจ้าวเจี้ยนจะต้องเป็นคนพูดเรื่องนี้แน่ เขาพยักหน้าและพูดว่า “บ้านหลังนี้ถูกขายไปแล้วจริง ๆ ครับ”


    “มันถูกขายไปแล้วจริง ๆ หรือคะ ทำไมล่ะ” โจวเหวินจิ้งน้ำตาไหล เมื่อเธอได้ยินหลี่ซีเหวินยอมรับออกมา


    “เหวินจิ้ง อย่าร้องไห้สิครับ มันก็เป็นแค่การขายบ้านเท่านั้นไม่ใช่เหรอ ไม่นานหลังจากนี้พวกเราค่อยไปซื้อบ้านที่หลังใหญ่กว่านี้ดีไหมครับ” หลี่ซีเหวินรีบปลอบโยน


    “ซื้อใหม่หรือคะ คุณมีเงินงั้นเหรอ คุณรู้ไหมคะว่าบ้านหลังนี้สำคัญกับฉันแค่ไหน” น้ำเสียงของโจวเหวินจิ้งสั่นเครือ จากนั้นเธอก็น้ำตาไหลไม่หยุด


    หลี่ซีเหวินตกใจเล็กน้อย เขาไม่ได้จริงจังกับเรื่องการขายบ้านหลังนี้เลย ในสายตาของเขามันก็แค่การขายบ้านเท่านั้น แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของโจวเหวินจิ้งแล้ว จึงได้เข้าใจทันทีว่าตัวเองนั้นไร้เดียงสาเกินไป


    บ้านคือธุรกิจสำหรับเขา แต่มันไม่ใช่สำหรับโจวเหวินจิ้ง คำตอบนั้นชัดเจนแล้ว


    เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลี่ซีเหวินก็กอดโจวเหวินจิ้งไว้ในอ้อมแขนและอธิบายอย่างจริงจังว่า “เหวินจิ้ง คุณฟังผมนะครับ ตอนนี้เสี่ยวหนี่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและพวกเราไม่สามารถจ่ายค่าผ่าตัดให้เธอได้ การขายบ้านเป็นวิธีที่เร็วที่สุดแล้วนะครับ”


    “คุณหมายความว่าคุณขายบ้านเพื่อจะนำไปจ่ายค่าผ่าตัดให้เสี่ยวหนี่หรือคะ” โจวเหวินจิ้งตกใจ


    “เป็นการทำเพื่อการผ่าตัดจริง ๆ ครับ แต่บ้านหลังนี้ค่อนข้างเก่าและหาผู้ซื้อไม่ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น คุณเคยคิดไหม แม้ว่าคุณจะขายบ้านไป แต่ก็คงได้แค่เงินสำหรับค่าผ่าตัดและค่าพักฟื้นหลังการผ่าตัดเท่านั้น แต่เสี่ยวหนี่อายุเพียงสามขวบเท่านั้น หากลูกได้รับการผ่าตัดใหญ่แบบนี้ พวกเราไม่สามารถคิดแค่เรื่องค่าผ่าตัดเพียงอย่างเดียวได้นะครับ” หลี่ซีเหวินอธิบายอย่างจริงจัง


    โจวเหวินจิ้งพยักหน้าหลังจากได้ยินสิ่งนี้ “ถ้าการขายบ้านยังไม่พอ แล้วทำไมคุณยังขายมันอีกล่ะคะ”


    “พูดให้ถูกคือ มันคือการแลกเปลี่ยนครับ” หลี่ซีเหวินกล่าว


    “แลกเปลี่ยนหรือคะ” โจวเหวินจิ้งไม่เข้าใจมากขึ้น


    “ใช่ครับ ผมแลกบ้านหลังนี้กับโรงงานแปรรูปไส้กรอกแฮม” หลี่ซีเหวินอธิบาย


    “อะไรนะคะ แค่บ้านพัง ๆ ของเราสามารถแลกโรงงานแปรรูปไส้กรอกแฮมมาแทนได้ด้วยเหรอ” โจวเหวินจิ้งไม่อยากจะเชื่อ


    “มันเป็นโรงงานแปรรูปที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวเลยน่ะสิ แต่ผมยอมใช้หนี้ให้ทั้งหมด ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มใจที่จะแลกเปลี่ยนโรงงานกับผม” 


    เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ซีเหวิน โจวเหวินจิ้งก็ตกตะลึงไปสองสามวินาทีและถามอย่างกระวนกระวายใจว่า “หนี้ทั้งหมดเท่าไหร่คะ”


    เธอรู้ว่าครอบครัวนี้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้


    “คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก เพราะผมจะได้เงินคืนทั้งหมดภายในหนึ่งเดือนรวมทั้งค่าผ่าตัดของเสี่ยวหนี่ก็จะถูกจัดการอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน เชื่อผมนะครับ แค่ครั้งนี้ ตกลงไหม” 


    หลี่ซีเหวินยกแขนขึ้นพร้อมกับมอบความหวังสุดท้ายให้กับผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา


    โจวเหวินจิ้งไม่ได้ตอบกลับไปในทันที หลังจากเงียบไปนาน เธอค่อย ๆ พูดออกมาสามคำ “ฉันเชื่อคุณ”


    สามคำนี้มันหนักอึ้ง อย่างน้อยก็หนักอึ้งในหัวใจของหลี่ซีเหวิน




    ********* *****




    วันรุ่งขึ้น หลี่ซีเหวินมาถึงโรงงานแปรรูปในตอนเช้า จากนั้นก็ให้หลินชูและฉางไห่ไปยืมรถสามล้อถีบมา 2 คันเพื่อนำไส้กรอกแฮมเกือบร้อยกล่องออกมาและรีบขี่ไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต


    “ขอบอกเลยนะครับบอส ว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่รับซื้อไส้กรอกแฮมของเราหรอก แล้วอย่างนี้พวกเราจะส่งไปที่นั่นอีกทำไม มันขายไม่ได้หรอก” หลินชูบ่น ขณะถีบรถสามล้อ


    “อย่าประเมินไส้กรอกแฮมเหล่านี้ต่ำจนเกินไปสิ มันมีค่ามากนะ” หลี่ซีเหวินพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันจะเอาไส้กรอกแฮมไปแลกกับวัตถุดิบในการปรับปรุงโรงงานใหม่น่ะ”


    “ไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม แต่ผมชื่นชมคุณมากจริง ๆ ผมไม่เคยเห็นคุณจ่ายเงินเลยสักหยวน แต่ก็ยังสามารถทำโรงงานนี้ให้ดีได้ ทุกคนทำงานราวกับไก่หัวขาด แต่ผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าคุณต้องการจะทำอะไรกันแน่” หลินชูพูดอย่างสงสัย 


    “ไม่ช้าก็เร็ว นายก็จะได้รู้” หลี่ซีเหวินยิ้มอย่างมีเลศนัยและถามว่า “มีซุปเปอร์มาร์เก็ตกี่แห่งในเมืองเฉาโจว”


    “ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ กวนหยู แม้ว่าจะเล็ก แต่ก็มีถึงสามสาขา ส่วนที่เหลือเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีขนาดเล็กและก็มีร้านขายของชำที่พวกเราเคยติดต่ออีกประมาณ 80 แห่งครับ” หลินชูกล่าว


    “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ใหญ่นัก ดังนั้นจึงมีซุปเปอร์มาร์เก็ตค่อนข้างน้อยสินะ” หลี่ซีเหวินยิ้ม 


    “ตอนนี้อยู่ช่วงการปฏิรูปและการเปิดใหม่ ดังนั้นทุกคนจึงพยายามอย่างยิ่งเพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น การเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตจึงกลายเป็นกระแสไปแล้วล่ะครับ” หลินชูกล่าวพร้อมหัวเราะออกมาเบา ๆ “แทนที่คุณสร้างโรงงานแปรรูปไส้กรอกแฮมแห่งนี้ เปลี่ยนเป็นไปเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตยังจะทำเงินได้ดีกว่าอีก” 


    “มีซุปเปอร์มาร์เก็ต 30 แห่งในหนึ่งเมืองและมีมากกว่า 600 เมืองในประเทศ ถ้าเปิดหนึ่งเมืองละแห่ง ซุปเปอร์มาร์เก็ตจะสามารถทำเงินได้เท่าไรกันนะ” หลี่ซีเหวินพูดอย่างสบาย ๆ 


    “บอส คุณนี่ช่างมีความทะเยอทะยานมากจริง ๆ! ผมไม่เคยแม้แต่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เลย” หลินชูส่ายศีรษะเบา ๆ เขารู้สึกว่าหลี่ซีเหวินกำลังคุยโม้อีกแล้ว


    “นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทุกคนเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานทั้งนั้น” หลี่ซีเหวินกระแอมในลำคอ “หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว รีบขี่รถไปซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใกล้ที่สุด วันนี้ฉันจะขายไส้กรอกแฮมทั้งหมดในโกดังให้ได้”


    “คุณฝันหรือไปเปล่า!”


    หลินชูไม่กลัวที่จะโจมตีหลี่ซีเหวินเลย เพราะเขารู้ดีว่าชื่อเสียงเสีย ๆ ของไส้กรอกแฮมนี้เป็นอย่างไร ไม่กี่นาทีต่อมาที่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กที่มีขนาดไม่ถึง 100 ตารางเมตร เถ้าแก่ของซุปเปอร์มาร์เก็ตชำเลืองมองฉลากบนไส้กรอกแฮมแล้วพูดว่า


    “ไส้กรอกแฮมเฟิงซูวางั้นเหรอ ไม่ล่ะ มันขายไม่ง่ายเลย ลองไปขายที่อื่นดูเถอะ” เถ้าแก่ร้านไม่ได้ซ่อนความรังเกียจของตัวเองเลยแม้แต่น้อย


    “มาเถอะครับ พวกเราลองมาคุยเรื่องราคากันก่อน” หลี่ซีเหวินรีบคว้าตัวเถ้าแก่ร้านเอาไว้แล้วยื่นบุหรี่ให้อีกฝ่าย


    บุหรี่ถูกซื้อโดยฉางไห่และฉางไห่ยังต้องเป็นคนจ่ายเงินอีกด้วย


    “น้องชาย ไม่มีอะไรต้องคุยแล้ว ไส้กรอกแฮมเฟิงซูฮวาเป็นสิ่งที่รับซื้อไม่ได้จริง ๆ ฉันได้ยินมาว่าโรงงานแห่งนี้กำลังจะปิดตัวลงด้วยนี่น่า” เถ้าแก่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตพูดหลังจากหยิบบุหรี่ไป


    “อะไรกันครับ โรงงานนี้เพิ่งถูกขายไปเองนะ ก่อนหน้านี้เฟิงซูฮวาขายไส้กรอกแฮมให้เถ้าแก่ราคาเท่าไหร่ครับ” หลี่ซีเหวินพูดขึ้น


    “หนึ่งหยวนสองชิ้น แต่พวกเราขายหนึ่งหยวนสี่ชิ้นซึ่งถูกกว่าไส้กรอกแฮมยี่ห้ออื่นตั้ง 10 เหมาก็ยังไม่มีใครซื้อเลย” เถ้าแก่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตพูด


    “ถ้าอย่างนั้นผมจะไม่พูดเรื่องไร้สาระกับแล้วกัน ราคา 8 เหมา เถ้าแก่ต้องการไส้กรอกแฮมจำนวนเท่าไรครับ” หลี่ซีเหวินทำการเปรียบเทียบโดยตรง


    “8 เหมาเหรอ” เห็นได้ชัดว่าเถ้าแก่ร้านตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ทางด้านหลินชูกับฉางไห่ก็ตกตะลึงไปเช่นกัน เพราะราคานี้มันถูกเกินไปแล้ว


    “ใช่ครับ ราคา 8 เหมา”


    “ลืมมันไปเถอะ ถึงจะราคาถูก แต่ฉันก็ทำเงินไม่ได้อยู่ดี!”


    “ผมให้ 7 เหมา”


    “นี่...”


    “6 เหมา”


    “6 เหมา ให้ฉันลองคิดดูก่อน”


    “5 เหมา ไม่ต้องคิดมากแล้วครับ เถ้าแก่ทำเงินได้แน่นอน คำขอเดียวของผมคือแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดเท่านั้น”


    ********* *****v***** *********




    เชิงอรรถ


    1 หยวน(元)เท่ากับ 10 เจียว/เหมา(角/毛)


    1 เจียว/เหมา (角/毛) เท่ากับ 10 เฟิน (分)


    *เงินในรูปแบบของเหรียญ จะมี 1 หยวน, 1, 2, 5 เจียว/เหมา, 1, 2, 5 เฟิน


    *เงินในรูปแบบของธนบัตร จะมี 1, 2, 5 เจียว/เหมา และหยวน 10, 20, 50 และ100 หยวน


    คล้ายกับเรื่องกลับมาเริ่มใหม่เป็นสามีขั้นเทพของภรรยายุค 90 ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508