ผู้ชายคนนี้มีชื่อว่าแรมเขาเป็พนักงานเงินเดือนคนหนึ่งที่พึ่งจะอายุครบ 25ปีมาได้ไม่กี่วันและวันนี้เขาก็วางแผนไว้ว่าวันพรุ่งนี้จะไปกินเลี้ยงกับเหล่าแก๊งค์เพื่อนสนิทที่เคยเรียนมาด้วยกันั้แ่สมัยเรียนวิทยาลัยแต่ก็ต้องถูกดับฝัน เพราะดันมีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามา
[พี่ขอโทษด้วยนะที่ให้เราไปกระทันหันแบบนี้น่ะ]
“ไม่เป็ไรครับผมเข้าใจ”
[งั้นพี่ฝากด้วยนะขอบใจมากน้าแรม]
นั่นแหละจากที่กะจะไปกินเลี้ยงกลายเป็ว่าเขาต้องเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปประชุมงานที่ต่างจังหวัดซะงั้น
“เฮ้อ~ แย่จริงๆเลย” แรมได้แต่ถอนหายใจและจำใจเก็บของอย่างช่วยไม่ได้
วันต่อมาวันที่แรมจะต้องเดินทางไปประชุมที่ต่างจังหวัดเขาเปิดซิบเช็คข้าวของที่ในกระเป๋าในระหว่างที่รอเวลาที่จะออกจากบ้าน
“โฮ่ง!!!”เสียงสุนัขเรียกความสนใจก่อนจะมีอะไรบางอย่างะโใส่อย่างเต็มแรง “ริชชี่อย่าโดดใส่อย่างนี้สิ”
ริชชี่คือชื่อของสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์อายุได้ 2 ปีกว่าแล้ว เขาเป็เด็กดี เชื่อฟังและน่าเอ็นดูแรมรับเ้าริชชี่มาเลี้ยงเมื่อปีก่อน เขาได้มันมาในวันเกิดตอนอายุ 24 ปีตอนแรกก็กะจะไม่เลี้ยงหรอกเพราะอพาร์ตเมนต์ของเขาที่อยู่ค่อนข้างเล็กและไม่มีที่ที่ให้มันวิ่งเล่นแต่เพราะมันน่ารักมากเลยทำให้แรมอดใจไม่ไหวสุดท้ายก็เลยต้องรับมาเลี้ยง
แรมเหลือบมองนาฬิกาแขวนที่ติดอยู่ฝาผนังพบว่าตอนนี้ใกล้จะ7 โมงแล้ว
“ตายล่ะ สายแล้วไปก่อนนะริชชี่ ไว้จะซื้อของฝากมาให้”เขายกมือลูบหัวมันเบาๆก่อนจะรีบหยิบของเดินออกไปโดยไม่ลืมที่จะเปิดกล้องดูสัตว์เลี้ยงเอาไว้เพื่อสังเกตการณ์ระหว่างที่เขาไม่อยู่
แรมเดินมาขึ้นรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์เพื่อเดินทางไปขึ้นรถที่ขนส่งที่อยู่ใกล้ๆจากขนส่งเดินทางไปที่จังหวัดปลายทางใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมงตอนที่อยู่บนรถแรมก็เอาแต่นอนอย่างเดียวเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาไปตี 4 แล้วก็เพราะวันที่ไปประชุมวันนี้ดันมีงานที่จะต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้เขาเลยต้องนั่งทำงานนั้นทั้งคืนจนเกือบเช้า
พอมาถึงแรมก็ลงจากรถบัสก่อนจะเดินตรงไปยังทางออกพร้อมกับกวาดสายตามองหารถของโรงแรมที่จะไปพักจนในที่สุดก็พบ
เขาเดินตรงไปขึ้นรถบัสเพื่อรอรถออกระหว่างนั้นแรมก็เปิดมือถือเล่นรอฆ่าเวลา แล้วจู่ๆก็นึกอะไรออกแรมกดเปิดแอปพลิเคชั่นกล้องดูสัตว์เลี้ยงเพื่อส่องดูเ้าริชชี่
พอเข้ามาดูก็พบเ้าริชชี่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่หน้าพัดลมเหมือนจะหลับอยู่สินะพอดูอย่างพอใจเขาก็กดปิดแอปลงไม่นานรถบัสที่นั่งอยู่ก็เคลื่อนตัวออก
ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงโรงแรมพอรถบัสเทียบจอดแรมก็เดินลงมาจากรถบัสทันทีก่อนจะเดินเข้าไปเช็คอิน
“อันนี้คือคีย์การ์ดของคุณภัควัตรนะคะ”แรมรับคีย์การ์ดมาก่อนจะพาตัวเองไปตามทางที่พนักงานบอกจนมาถึงห้องของตัวเองในชั้น 8 เขาใช้คีย์การ์ดทำการเปิดห้องพร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆเพื่อสำรวจห้องที่แรมพักเป็ห้องสวีทรูมที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาน้ำเงินแซมทองเล็กๆเหมือนกับสีของป้ายหน้าโรงแรมเตียงนอนคิงไซส์สีเทาน้ำเงินที่ปลายเตียงมีโต๊ะทำงานสีเทาอ่อนวางไว้
ดูๆไปก็หรูดีนะ
แรมวางของลงที่ข้างเตียงพร้อมกับทิ้งตัวลงบนเตียงก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดเข้าแอปพลิเคชั่นกล้องดูสัตว์เลี้ยงเพื่อส่องดูเ้าริชชี่อีกรอบพอเข้ามาดูก็พบว่าเ้าริชชี่กำลังเล่นของเล่นอย่างสนุกที่หน้ากล้อง
แรมกดเปิดสปีกเกอร์เพื่อพูดคุยกับริชชี่ที่อยู่อีกฝั่ง“ริชชี่ เป็ไงเหงามั้ย”
ริชชี่ที่ได้ยินเสียงผู้เป็เ้าของมันก็กระดิกหางพร้อมกับรีบวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหากล้องทันที“โฮ่งๆ!!”
“ฮ่าๆๆ ดีใจใหญ่เลยทนหน่อยนะ เดี๋ยวป๊าจะรีบกลับ” พูดจบก็กดออกจากแอปทันทีไม่นานก็มีสายโทรเข้าแรมดูชื่อเบอร์แล้วเขาจำได้ว่าเป็เบอร์ของเลขาเ้าของงานประชุมนี้
เขากดรับก่อนจะมีเสียงจากอีกฝ่ายของโทรศัพท์ดังขึ้นมา[สวัสดีครับ คุณภัควัตรรึเปล่าครับ]
“ใช่ครับ”
[ผมสมชายเลขาคุณณภัทรเ้าของงานนะครับผมจะโทรมายืนยันการประชุมของพรุ่งนี้น่ะครับ คุณภัควัตรตกลงมางานประชุมมั้ยครับ]
“ยืนยันครับ”
[งั้นพรุ่งนี้เวลาแปดโมงเช้าที่ศูนย์ประชุมณริภัตน์ที่ตึก A ห้องสามศูนย์สี่หนึ่งนะครับ]
“รับทราบครับงั้นเจอกันพรุ่งนี้นะครับ”
[ครับ]พอวางสายสายตาของแรมก็เหลือบมองที่เวลาที่อยู่บนมุมซ้ายพบว่าตอนนี้ 5 โมงกว่าแล้ว จะว่าไปั้แ่มานี่ก็ยังไม่ได้กินข้าวเลยแฮะงั้นไปหาอะไรกินสักหน่อยดีกว่า
แรมหันไปหยิบกระเป๋าคาดอกเดินตรงออกจากโรงแรมที่พักพลางใช้มือถือหาร้านอาหารที่อยู่แถวๆนี้ใช้เวลาไม่นานก็เจอร้านๆหนึ่งที่น่าทาน แล้วอีกอย่างร้านก็ดูเหมือนจะอยู่ใกล้ๆด้วยจากที่นี่เดินทางไปเพียงสิบนาทีเท่านั้นเองด้วย
แรมเดินเท้าไปตามทางเดินพร้อมกับเปิดจีพีเอสไปด้วยเพื่อดูที่อยู่ของร้านเขาเดินอยู่สักพักในที่สุดก็ถึงแรมหยุดยืนมองอ่านป้ายหน้าร้านก่อนจะสลับไปเช็คชื่อร้านในมือถือพอเห็นว่าตรงกันเขาก็เข้าไปในร้านพอกวาดสายตามองก็พบว่าด้านในมีคนแน่นร้านอยู่พอสมควร
“ลูกค้ามากี่ท่านคะ”พนักงานสาวคนนี่เดินเข้ามาทัก “เอ่อ…ท่านเดียวครับ”
“งั้นเชิญทางนี้คะ”พนักงานสาวเดินนำทางไปยังโต๊ะว่างที่อยู่ด้านในสุดเขานั่งลงหยิบสมุดเมนูขึ้นมาดูก่อนจะสั่งอาหารระหว่างรอแรมก็เล่นมือถือไปพลางพร้อมกับเข้าแอปพลิเคชั่นกล้องดูสัตว์เลี้ยงเพื่อดูริชชี่ไปพลาง
พอกดเข้ากล้องก็กลับพบว่าเ้าริชชี่ไม่อยู่เขากดเปลี่ยนกล้องไปเรื่อยๆก็ไปพบจนต้องเปลี่ยนไปดูกล้องวงจรปิดแทนจนพบว่าเ้าริชชี่อยู่ที่ทางเดินเหมือนว่ามันกำลังนั่งมองประตูห้องเก็บของอยู่อย่างไงอย่างงั้นเลย
แรมที่เห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วก่อนจะสลับเข้าแอปพลิเคชั่นกล้องดูสัตว์เลี้ยงก่อนจะกดเปิดสปีกเกอร์เพื่อส่งเสียงเรียกมัน
“ริชชี่!!”ทันทีที่เรียกเ้าริชชี่ก็ลุกแล้วกระดิกหางวิ่งมาทางกล้องทันที “โฮ่ง!”
“เมื่อกี้แกมองอะไรอยู่ห๊ะ?ริชชี่”
“โฮ่ง!” ริชชี่เห่าทีนึงก่อนจะหันกลับไปยังห้องเก็บของที่อยู่ตรงทางเดินก่อนจะวิ่งตรงไปแล้วหยุดที่หน้าห้องเก็บของก่อนจะเห่าขึ้นมาดื้อมันมองมาทางกล้องสลับกับห้องเก็บของนั่น
“โฮ่ง!”แรมที่เห็นก็ถึงกับขมวดคิ้วอีกรอบ จะว่าไปในห้องนั่นมันก็ไม่มีอะไรนี่
“อาหารที่สั่งได้แล้วค่ะ”ระหว่างที่คิดอะไรบางอย่างอยู่อาหารที่สั่งไปก็มาพอดีเขาสลับมองริชชี่ที่อยู่ในจอเหมือนว่าตอนนี้มันจะเลิกเฝ้าประตูห้องนั้นไปแล้ว
คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง
แรมปิดจอมือถือจัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้าเขาใช้เวลาอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงในการทานอาหารพอเสร็จแรมก็เดินตรงกลับโรงแรมมีแวะตามร้านขายของข้างทางบ้าน
มาถึงโรงแรมแรมก็จัดการตัวเองเพื่อที่จะเตรียมตัวนอนทิ้งตัวลงบนเตียงหันไปหยิบมือถือขึ้นมาเข้าดูแอปพลิเคชั่นเพื่อเช็คดูเ้าริชชี่อีกครั้งพอกดดูก็พบว่าเ้าริชชี่มันยังคงอยู่ที่ประตูหน้าห้องเก็บเหมือนเดิมแต่ที่แปลกกว่าคือมันกำลังตะกุยประตูห้องเก็บของนั่นอยู่เหมือนกำลังจะบอกว่ามีบางอย่างอยู่ในห้องนั้นอย่างไงอย่างงั้น
แรมตัดสินใจเปิดไมค์เรียกเ้าริชชี่“ริชชี่!! ทำอะไรน่ะ!!” เรียกออกไปแล้วแต่ริชชี่กลับไม่สนใจตอบเหมือนอย่างเคย“ริชชี่!!!”
“โฮ่ง!! โฮ่ง!!”มันเห่าอยู่สองสามทีก่อนจะเลิกตะกุยประตูและเอาแต่วิ่งพร้อมกับเห่าไปตามทางเดินแถมมันยังเอาแต่วิ่งวนอยู่ที่เดิมด้วย
อี๊ด~~~
เสียงอี๊ดอ๊าดแสบแก้วหูดังออกมาจากทางโทรศัพท์แรมพยายามเพ่งมองพร้อมกับกดซูมดูทั้งในแอปพลิเคชั่นกล้องดูสัตว์แล้วก็แอปพลิเคชั่นกล้องดูวงจรปิดเพื่อจะหาดูต้นตอของเสียงแต่กลับไม่พบอะไรเลย
อี๊ด~~~
เสียงของมันเหมือนกับเสียงของไวโอลินที่ถูกสีช้าจนแสบหูไปหมด
“บรู๊ว~” เ้าริชชี่หยุดวิ่งก่อนจะหอนขึ้นมาเสียงดังผมที่มองผ่านกล้องดูสัตว์เลี้ยงในห้องที่มืดมีแค่แสงไฟจากนอกห้องเพียงน้อยนิด
เขาที่เห็นดังนั้นจู่ๆก็เกิดขนลุกเกรียวขึ้นมาทันทีความรู้สึกมันเหมือนกับอยู่ในหนังสยองขวัญอย่างไงอย่างนั้นเลย
ไม่นาเสียงอี๊ดอ๊าดนั่นก็หายไปดื้อๆเ้าริชชี่ก็หยุดหอนแล้วก็เดินมานอนหลับที่ที่นอนของตัวเองที่บริเวณห้องนั่งเล่นที่เดิมของมันเมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ด้วยความสงสัยแรมเลยไล่ดูกล้องวงจรปิดทั้งหมดแต่ก็ยังเหมือนเดิมไม่เจออะไรเลยแม้แต่น้อยเขาเค้นความคิดและนั่งเฝ้าดูกว่าครึ่งชั่วโมงแต่ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติเลยแรมเหลือบมองเวลาที่มุมซ้ายบนพบว่าตอนนี้ 4 ทุ่มกว่าแล้ว
จู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ต้องไปประชุมงั้นเขาก็คงต้องเข้านอนก่อนไม่อย่างนั้นได้ตื่นสายแน่
แรมวางมือถือที่โต๊ะข้างเตียงโดยไม่ลืมที่จะเสียบสายชาร์จก่อนจะล้มตัวนอนระหว่างนั้นก็พลางนอนคิดถึงเื่เมื่อกี้เพราะมันยังคาใจอยู่ แต่ก็ได้แต่คิด
คงจะคิดมากไปเองก็ได้มั้งบางทีอาจจะเป็เสียงจากด้านนอกก็ได้
วันต่อมาแรมไปร่วมประชุมตามนัดที่ศูนย์ประชุมณริภัตน์ตามที่นัดไว้แรมเข้ามานั่งรอที่ล็อบบี้เพื่อรอเวลาเข้าประชุม
“นั่นใช่คุณภัควัตรหรือเปล่าครับ”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมาทักทายเขาแรมลุกขึ้นก่อนจะทักทายเขากลับ
“อ่อใช่ครับ”แรมจำหน้าของชายคนนี้ได้เพราะว่ารุ่นพี่ที่วานให้เขามาส่งรูปมาให้เขาดูแล้วชายคนนี้คือคุณณภัทรผู้จัดงานประชุมอิเล็คทรอนิกส์ในวันนี้
คุยกันไปครู่หนึ่งคุณณภัทรก็ขอแยกตัวไปก่อนส่วนแรมก็เดินเข้าไปในห้องประชุมที่ทางงานจัดเตรียมเพื่อเข้าไปรอ
ไม่นานในที่สุดก็ถึงเวลาเริ่มประชุมสักทีเวลาดำเนินไปเรื่อยๆแรมก็มี่ที่หาวบ้างก็เพราะเมื่อคืนนั่นแหละมัวแต่นอนคิดเื่เสียงนั่นกว่าจะได้นอนก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนเลย
เวลาผ่านไปจนเข้า่ตอนเย็นในที่สุดก็ประชุมเสร็จสักทีแรมเก็บของเตรียมที่จะกลับโรงแรมระหว่างที่กำลังเดินออกจากศูนย์ประชุมเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาเข้าแอปพลิเคชั่นกล้องดูสัตว์เลี้ยงเพื่อเช็คเ้าริชชี่อีกครั้ง
พอกดเข้าดูสิ่งที่พบว่าเ้าริชชี่กำลังเล่นอะไรบางอย่างอยู่แต่ด้วยจุดที่เ้าริชชี่อยู่มันเป็มุมอับของกล้องเลยต้องเปลี่ยนไปดูกล้องวงจรปิดแทน
พบว่ามันกำลังเล่นอะไรบางอย่างที่เป็สีดำที่คล้ายๆเหมือนลูกบอลอยู่อยู่ที่มุมห้องครัวแรมพยายามกดซูมดูว่าที่เ้าริชชี่เล่นอยู่คืออะไรแต่ด้วยแสงไฟที่เข้าไปในห้องครัวมันน้อยมากและจุดที่มันอยู่มันมุมอับเลยทำให้มองไม่เห็น
แต่ขณะที่กำลังยืนดูอยู่รถแท็กซี่ที่เรียกเอาไว้ก็มาพอดีทำให้เขาต้องเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะขึ้นรถ
ใช้เวลาไม่นานเขาก็มาถึงที่โรงแรมพอมาถึงแรมที่กำลังจะเดินขึ้นห้องก็ต้องชะงักเมื่อเจอกับคนๆนึง
“คุณภัควัตรนี่ครับคุณพักที่นี่หรอครับ” ชายคนหนึ่งในชุดสูธเดินมาทักทายแรมเขาจำได้ว่าชายคนนี้เป็อีกคนหนึ่งเข้าประชุมด้วย เขาชื่อว่าปฏิภาณรู้สึกว่าจะมาจากบริษัทเอกชนจากจังหวัดอยุธยา
“ครับ”
“แล้วนี่คุณทานข้าวรึยังครับ”
“ยังเลยครับ”
“งั้นเราไปทานข้าวด้วยกันมั้ยครับ”แรมตอบตกลงก่อนจะพากันไปที่โรงอาหารของโรงแรมทั้งสองคนนั่งทานไปอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะแยกย้ายเข้าห้องไป
แรมขึ้นห้องมาก็จัดการอาบน้ำอาบท่าก่อนจะนั่งลงที่เตียงแล้วหยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาเปิดเพื่อเข้าดูกล้องสัตว์เลี้ยงพลางเหลือบตามองเวลาที่มุมขวาล่างของจอพบว่าตอนนี้2 ทุ่มกว่าแล้ว
ทันทีที่เข้าดูก็พบว่าเ้าริชชี่กำลังวิ่งเล่นอยู่แรมกดเปลี่ยนมุมกล้องตรงที่อยู่ข้างทีวีพอดูจากกล้องนี้ก็พบว่าเ้าริชชี่กำลังวิ่งเล่นอยู่กับใครบางคนอยู่
แรมกดเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อเปิดดูแต่กลับพบว่าเ้าริชชี่วิ่งเล่นอยู่แค่ตัวเดียวเท่านั้นแต่พอกลับมาดูที่กล้องดูสัตว์เลี้ยงกลับมีเงาใครบางคนที่กำลังวิ่งอยู่กับเ้าริชชี่จริงๆ!!
เขาตัดสินใจกดเปิดไมค์เพื่อส่งเสียงเรียกริชชี่“ริชชี่! ริชชี่! ทำอะไรน่ะ”แรมส่งเสียงเรียกเ้าริชชี่แต่ไม่ว่าจะเรียกเท่าไหร่มันก็ไม่ตอบเลยสักนิดเดียว
ขณะที่แรมกำลังส่งเสียงเรียกริชชี่จู่ๆเงาดำนั่นก็เดินมาที่หน้ากล้องแรมที่เห็นก็ขนลุกเกรียวทันทีเพราะท่าทางของเงาดำนั่นมันเหมือนท่าทางคนที่กำลังเต้นรำเลยไม่สิท่าทางเต้นรำนั่นเดี๋ยวเอนไปทางซ้ายทีไปทางขวาทีเหมือนไม่ใช่มนุษย์เลยด้วยซ้ำ
อี๊ด~~~
เสียงหวีดร้องดังขึ้นเสียงเหมือนกับเสียงเมื่อวานนี้เลย แต่เสียงของมันเหมือนจะดังกว่าเดิมด้วย
“ริชชี่!!ริชชี่!!” แรมพยายามส่งเสียงเรียกอีกครั้งแต่ไม่ว่าจะเรียกยังไงมันก็ไม่ตอบสนองเลยสักนิดเหมือนกับว่าระบบไมค์ของกล้องดูสัตว์เลี้ยงมันพังซะอย่างนั้น
ในเมื่อไม่มีทางเลือกแรมเลยตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโทรหาคนดูแลอพาร์ตเมนต์เพื่อให้เขามาตรวจสอบที่ห้องให้
“ฮัลโหล พี่แอมครับพี่ว่างรึเปล่าครับ ผมรบกวนบางอย่างหน่อย”
“อะไรหรอ”
“เหมือนมีใครก็ไม่รู้อยู่ในห้องผมรบกวนช่วยไปดูให้หน่อยได้มั้ยครับ”
“จริงหรอ ได้สิเดี๋ยวพี่ไปดูให้”
“ขอบคุณมากครับ”ระหว่างรอแอมขึ้นมาเช็คแรมก็นั่งเฝ้าเขาก็เ้าริชชี่ก็ยังคงวิ่งเล่นกับคนเงาปริศนาเหมือนเดิม
อี๊ด~~~ อี๊ด~~~
เสียงหวีดยังคงดังอยู่เรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแถมมันยังวิ่งวนอยู่ที่เดิมด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมด้วย
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นแสดงว่าแอมคนดูแลอพาร์ตเมนต์มาแล้วแรมกดเปลี่ยนโปรแกรมเข้าดูกล้องวงจรปิดเห็นว่าแอมกำลังเดินสำรวจทุกห้องอย่างช้าๆแต่ในกล้องที่เขาเห็นและทีท่าของแอมก็ดูไม่มีอะไรที่ผิดปกติส่วนริชชี่ก็ะโทักทายแอมเหมือนปกติ
แอมหยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาเขาแรมกดรับสายทันทีโดยสายตายังไม่ได้ละจากจอโน๊ตบุ๊ค
“ครับพี่”
[พี่เช็คดูแล้วนะแต่ก็ไม่เห็นมีใครเลยนะ]
“จริงหรอครับพี่”
[ใช่สิ]แต่เมื่อกี้เห็นจริงๆนะ เงาดำนั่นน่ะ
[เราทำงานหนักไปป่าว่นี้ก็เห็นนอนดึกด้วยนี่ อาจจะเบลอๆแล้วตาฝาดก็ได้มั้ง]
“คงงั้นมั้งครับ”
[งั้น…ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ขอตัวก่อนนะ]
“ครับขอบคุณมากครับ” แอมวางสายก่อนจะเดินออกจากห้องไป แรมก็หันกลับมามองที่กล้องทั้ง 2 ตัวอีกครั้ง ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะกลับเป็ปกติแล้วนะ
แต่เพื่อความแน่ใจเขาก็เปิดกล้องไล่เช็คดูอีกรอบก็ไม่พบสิ่งผิดปกติในเมื่อเห็นเช่นนั้นเขาจึงกดปิดกล้องวงจรปิดไป
แรมเข้าที่กล้องดูสัตว์เลี้ยงก่อนจะกดเปิดไมค์เพื่อจะบอกลาริชชี่
“ริชชี่ป๊าไปก่อนนะ ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้าบ้านก็ทำตามที่ป๊าเคยสอนนะ”
“โฮ่ง!”ริชชี่ที่นั่งอยู่ตางหน้ากล้องเห่าตอบรับแต่ยังไม่ทันที่จะพูดต่อจู่ๆก็มีเสียงบางอย่างเล็ดลอดเข้ามาเบาๆแรมกดเพิ่มเสียงพร้อมๆกับสอดส่องรอบๆเ้าริชชี่
“ฮิๆๆๆๆ”เสียงหัวเราะที่ดูแหลมเหมือนแม่มด เขาที่ได้ยินก็ขนลุกเกรียวทันทีแรมกดเปิดไมค์ก่อนจะะโเข้าไปในไมค์
“ใครนะ!!!”เ้าริชชี่ที่เห็นเ้านายแปลกไปก็เอียงหัวทำหน้าสงสัยขึ้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่าขนลุกในเวลาเดียวกัน
“ฮิๆๆๆๆ”
“ผมถามว่าใคร!!”แม้ว่าแรมจะะโถามมากแค่ไหนเสียงที่ตอบกลับมาก็มีเพียงแค่เสียงหัวเราะอันน่าขนลุกตอบกลับมาเท่านั้น“ฮิๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ”เสียงน่าขนลุกยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุดแถมยังยาวและนานกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“ริชชี่!เข้าไปหลบในห้องก่อน” ด้วยความห่วงริชชี่เขาตัดสินใจบอกให้มันเข้าไปหลบในห้องก่อนเพราะอย่างน้อยในห้องนอนก็น่าจะปลอดภัยที่สุดและอีกอย่างห้องนอนนั่นก็มีกลอนที่เ้าริชชี่สามารถล็อกประตูเองได้ด้วย
“หงิง”เ้าริชชี่ที่นั่งอยู่หน้ากล้องกลับได้แต่เอียงคอทำสีหน้าสงสัยเหมือนกับว่ามันไม่ได้ยินเสียงของเขาเลยแม้แต่น้อย
จู่ๆภาพในกล้องก็เกิดอะไรบางอย่างขึ้นมันดูซ่าๆไม่ประติดประต่อกัน แรมพยายามเพ่งมองแล้วจู่ๆภาพของริชชี่ก็ค่อยๆมีเงาคนดำมืดมาซ้อนทับด้านหน้าของเ้าริชชี่
“ฮิๆๆๆๆฮ่าๆๆๆๆ!!!!!!”เงาดำนั่นหัวเราะร่าก่อนที่มันจะลุกขึ้นแล้วทำท่าร่ายรำแบบไม่เป็ทิศทางเหมือนคนไม่มีกระดูกเลย
อี๊ด~~~
เสียงหวีดร้องดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะอันขนลุกเงาดำนั่นร่ายรำพร้อมกับวิ่งวนไปมาอย่างไม่หยุด
“ฮิๆๆๆๆฮ่าๆๆๆๆ!!!!!!”เ้าริชชี่เห่าพร้อมกับวิ่งตามเงาดำนั่นราวกับว่ามันกำลังเล่นกันอยู่
ด้วยความกลัวแรมตัดสินใจโทรหาแอมคนดูแลอพาร์ตเมนต์อีกครั้งเพื่อจะวานให้เขาขึ้นมาดูที่ห้องแต่ไม่ว่าจะโทรเท่าไหร่ก็ไม่มีใครรับสักที
ขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการโทรศัพท์จู่ๆเงาดำที่ร่ายรำอยู่ก็หยุดไปชั่วขณะก่อนที่มันจะค่อยๆหักกระดูกคอก่อนจะที่ลำตัวจะค่อยๆหักตามไปจนหักไปทั้งตัวแล้วมันก็ล้มลงกับพื้นและแน่นิ่งไป
เืสีดำค่อยๆไหลนองออกจากร่างออกมาช้าๆ“โฮ่ง!!”เ้าริชชี่ที่เห็นก็เห่าขึ้นมาก่อนเดินเข้าไปดมที่ร่างสีดำนั่นและทำท่าเหมือนกำลังจะเลียเืสีดำนั่นเลย
ไม่นะ!!!
“ริชชี่!!”แรมะโเรียกเ้าริชชี่แต่มันก็ไม่มีการตอบรับใดๆ “ริชชี่!! อย่า-”
ยังไม่ทันที่จะได้พูดจู่ๆเงาดำนั่นก็ค่อยๆลุกขึ้นด้วยท่าสะพานโค้งแขนและคอห้อยต่องแต่งราวกับว่ากระดูกพวกนั้นหลุดออกจากกันไปแล้วเรียบร้อย
อี๊ด~~~
มันอ้าปากกว้างกรามของมันหลุดออกมาแต่ที่น่าขนลุกคือเงาดำนั่นมันกำลังสะบัดแขนขาที่ไร้กระดูกอย่างเร็วพร้อมกับกรีดร้องที่เหมือนกับเสียงของเปรตไปด้วย!
“โฮ่ง! โฮ่ง!”เ้าริชชี่เห่าเงาดำนั่นพร้อมกับวิ่งวนรอบๆ “ริชชี่!! ริชชี่!! หนีไปอย่าไปเข้าใกล้มันนะ!”
แรมจับหน้าจอโน๊ตบุ๊คแน่นพร้อมกับะโเรียกเ้าริชชี่และบอกให้มันหนีไปแต่ไม่ว่าจะเรียกเท่าไหร่มันก็ไม่มีทีท่าจะฟังเลยด้วยซ้ำ
ทันทีที่เขาพูดจบเงาดำนั่นก็หันคอขวับมาทางเขาทันทีมันแสยะยิ้มจนเห็นฟันที่เน่าเฟะก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาหากล้องก่อนที่จะหมุนคอหันไปมองเจ้ริชชี่ที่นั่งลิ้นห้อยอยู่ด้านหลัง
ไม่นะ
“ริชชี่! หนีไป!”แรมะโบอกเ้าริชชี่ด้วยน้ำตาก่อนที่เงาดำจะพุ่งเข้าไปหาเ้าริชชี่และทำอะไรบางอย่าง
“เอ๋ง~~~” เสียงร้องที่ดูเ็ปของเ้าริชชี่ดังก้องไปทั่วห้องก่อนจะค่อยๆเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน
“ริชชี่!!!ริชชี่!! ขอร้องล่ะอย่าทำริชชี่นะ” แรมขอร้องเงาดำปริศนานั่นทั้งน้ำตาเสียงร้องของริชชี่เงียบไปเขาเงยน้ามองจอโน๊ตบุ๊คพบว่าเ้าริชชี่ได้นอนแน่นิ่งสนิทไปแล้ว
“ริชชี่!!ริชชี่!!! ตื่นสิ!” แรมเขย่าจอโน๊ตบุ๊คอย่างแรงจนมันดับเขารีบเก็บข้าวของและตรงดิ่งไปยังล็อบบี้เพื่อทำการเช็คเอ้าท์ออกทันที
สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือกลับบ้านไปหาเ้าริชชี่เขาจะปล่อยให้ริชชี่ตายไปไม่ได้ แรมนั่งรถของโรงแรมมาลงที่ขนส่งโชคดีที่เวลาที่เขามาเป็เวลารถบัสรอบแรกพอดี
ระหว่างเดินทางกลับจิตใจของแรมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยเขาเอาแต่เปิดมือถือเข้ากล้องดูสัตว์เลี้ยงเพื่อดูเ้าริชชี่อยู่ตลอดแต่กลับกลายเป็ว่าภายในกล้องนั้นเ้าริชชี่กลับหายไปแล้วแรมพยายามไล่เช็คดูทุกกล้องแต่ไม่ว่าจะดูตรงไหนก็ไม่พบมันเลย
เวลา 8โมงครึ่งเป็เวลาที่เขาเดินทางถึง แรมรีบตรงดิ่งไปยังอพาร์ตเมนต์ทันทีเขารีบเปิดประตูเข้าห้องพร้อมกับส่งเสียงเรียกเ้าริชชี่เหมือนเคย
“ริชชี่! ริชชี่!อยู่ไหนน่ะ” ใจของเขาเต้นระส่ำ ทั้งวิตก ทั้งหวาดกลัวความรู้สึกทั้งหลายมันปนเปไปหมด
เดินมาถึงห้องนั่งเล่นสถานที่เกิดเหตุการณ์เมื่อวานเขามองดูรอบๆแต่กลับไม่พบรอยเืสีดำนั่นเลยสักนิด
“โฮ่ง!”เสียงเห่าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังแรมหันไปมอองพบว่าเป็เ้าริชชี่มานั่งรออยู่ที่หน้าประตูห้อง
“ริชชี่!” แรมรีบวิ่งเข้าไปกอดเ้าริชชี่อย่างแแ่พลางก้มสำรวจรอยแผลรอบๆตัวมันดูเหมือนว่าจะไม่าเ็อะไรนะ
แรมพาเ้าริชชี่เข้ามาในห้องพอเดินผ่านห้องเก็บของริชชี่ก็เห่าขึ้นเหมือนกับก่อนไม่มีผิดแรมยืนจ้องประตูบานนั้นอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปดูแต่ด้านในก็ไม่พบอะไรนอกจากข้าของที่เก็บเอาไว้
แต่แค่นั้นมันก็ไม่ทำให้เขาหายสงสัยแรมตัดสินใจลงไปหาคนดูแลอพาร์ตเมนต์ก่อนจะเล่าเื่ราวที่เจอและถามหาสาเหตุจนพบว่าเมื่อ 3 ปีก่อนที่เขาจะมาอยู่ที่ห้องนี้เคยเกิดคดีฆาตกรรมผู้ตายเป็หญิงสาวที่ถูกชู้รักของแฟนฆ่าตายโดยการหักแขนขาและคอก่อนจะทำการเผาก่อนจะพบศพในอีก 5วันต่อมาเพราะเนื่องจากเพื่อนบ้านข้างห้องได้กลิ่นเหม็นมาจากห้องนี้คนดูแลจึงเอากุญแจสำรองมาเปิดห้องก็พบศพผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกเผาจนเกรียมส่วนชู้รักกับผู้สมรู้ร่วมคิดก็ถูกจับในอีก 1เดือนต่อมาที่บ้านต่างจังหวัดของเขา
พอได้รู้เื่ราวแรมก็ตัดสินใจขอย้ายออกทันทีเพราะไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำสองอีกอย่างเขาก็กลัวว่าเ้าริชชี่จะถูกผีนั่นทำร้ายด้วยแล้วก็ไม่รู้ว่าถ้าหากอยู่ต่ออาจจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้อีกหรือเลวกว่านี้ก็เป็ได้