ตอนที่ 4 ช่วยเหลือและรูดทรัพย์
“ว้าว!! ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะมีเงินทองและทรัพย์สินเยอะขนาดนี้?”
ทันทีที่อากอร์นมาถึงห้องเก็บสมบัติที่ซ่อนอยู่ห้องใต้ดินที่ชายหัวโล้นสั่งสร้างขึ้นมาเขาก็พบว่าห้องเก็บสมบัติของมันนั้นมีขนาดใหญ่พอๆกับห้องโถงขนาด 10x10 (หน่วยเป็เมตรนะครับคิดง่าย ก. 10 ม. ยาว 10 ม.เอามาคูณกัน)เลยทีเดียวซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับกลุ่มโจรขนาดเล็กแบบนี้แต่ที่น่าใก็คือสมบัติภายในห้องนี้.....
เพราะภายในห้องนี้มีหีบไม้ถึงห้าลังด้วยกันและเมื่ออากอร์นเปิดดูทั้งหีบทั้งห้าเขาก็พบว่าภายในหีบทั้งห้านั้นเต็มไปด้วยเหรียญเงินเหรียญทองจำนวนมากอยู่ในนั้นโดยมีสี่หีบเป็เหรียญเงินส่วนอีกหนึ่งเป็เหรียญทองเพียงแต่หีบที่เป็เหรียญทองนั้นมีอยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น.....
นอกจากหีบทั้งห้าแล้วภายในห้องยังมีพวกอาวุธและชุดเกราะอีกเป็จำนวนมากกองเต็มไปหมดรวมถึงวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ อาหารเสื้อผ้าและเครื่องประดับด้วยเรียกได้ว่ามั่งคลั่งพอตัวเลยสำหรับค่ายโจรขนาดเล็กนี้.......
“พอดีเลยตอนนี้เรากำลัง้าเงินทุนในการพัฒนาเมืองอยู่พอดีเงินเหล่านี้น่าจะพอช่วยเราได้ซ้ำยังมีเครื่องประดับเสื้อผ้า อาหารและของจิปาถะอื่นๆ ด้วยงานนี้คุ้มค่าจริงเลย”อากอร์นพูดขึ้นอย่างมีความสุขหลังจากที่เขาได้ตรวจสอบดูทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ภายในห้องนี้......
“ท่านอากอร์นค่ะทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพวกเราช่วยหญิงสาวชาวบ้านทั้งหมดมาได้แล้วพวกเราจะเดินทางกลับเลยหรือไม่?”ทันใดนั้นหญิงสาวลอลิก็ปรากฏร่างของที่ด้านหลังของอากอร์นพร้อมกับรายงานผลที่ได้รับหน้าที่ให้ไปทำให้อากอร์นฟัง......
“อือ......เดียวข้าขอจัดการกับกองสมบัติเหล่านี้ก่อนเดียวข้าตามไป”อากอร์นพยักหน้าให้กับลอลิก่อนจะบอกให้หญิงสาวออกไปรอก่อนเพราะเขายังไม่ได้จัดการกับกองสมบัติเหล่านี้เลย.....
การที่จะเอาสมบัติจำนวนมากขนาดนี้ออกไปนั้นอย่างนั้นต้องใช้คนหลายสิบคนมาช่วยกันขนและต้องใช้รถม้าหลายสิบคันในการลำเลียงพวกมันแต่สำหรับอากอร์นนั้นไม่จำเป็เพราะเขามีแหวนมิติเก็บของที่เขาบังเอิญได้มันมาจากสนามรบแห่งหนึ่ง.....
ซึ่งแหวนมิตินี้ไม่ใช่ใครก็มีมันได้เพราะนอกจากคนรวยและมีอำนาจแล้วคนทั่วไปย่อมหมดสิทธิ์ที่จะมีมันเพราะไม่เพียงมันจะหายากเท่านั้นราคาของมันก็สูงมากด้วยเนื่องจากไม่มีใครสามารถสร้างแหวนมิติเก็บของขึ้นมาได้นอกจากจะไปขุดหาในซากโบราณเก่าๆเท่านั้น......
แต่ก็ใช่ว่าทุกซากโบราณจะมีแหวนมิติเก็บของทั้งหมดดังนั้นแล้วราคาของมันจึงค่อนข้างสูงมากแต่อากอร์นโชคดีมากที่บังเอิญได้มันมาใน่ที่เขาเกือบจะตายในตอนที่เขายังเป็เพียงทหารยศน้อยถือได้ว่าเป็ความโชคดีในโชคร้ายเลยก็ว่าได้และที่สำคัญเลยพื้นที่ภายในแหวนมิติของอากอร์นนั้นมีขนาดที่ใหญ่มากใหญ่กว่าห้องเก็บสมบัติของชายหัวโล้นนับสิบเท่า......
วืดดดดดดด!!
เพียงพริบตาทุกอย่างที่อยู่ภายในห้องสมบัติของชายหัวโล้นก็ได้หายไปทั้งหมดโดยไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่เพียงแม้แต่สิ่งเดียวอากอร์นเก็บเอาทุกอย่างที่มีค่าและใช้ได้ไปทั้งหมดจนห้องนี้กลายเป็เพียงห้องที่ว่างเปล่าห้องหนึ่งเท่านั้น......
หลังจากที่จัดการห้องสมบัติเสร็จแล้วอากอร์นก็กลับไปที่ค่ายโจรอีกครั้งเพื่อตรวจสอบดูสิ่งของที่เขาน่าจะเอากลับไปใช้ได้ซึ่งของทุกอย่างที่อยู่ภายในค่ายโจรนี้สามารถนำกลับไปใช้ได้หมดเลยแต่ดังนั้นแล้วอากอร์นจึงสั่งให้สองสาวนำพวกหญิงสาวชาวบ้านเดินทางออกไปก่อน.....
เพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้เื่นี้อีกครั้งการต้องมาปล้นศพแบบนี้มันไม่น่าดูเอาซะเลยหากว่าเขาที่เป็ถึงบารอนต้องมาทำเื่แบบนี้แต่สำหรับตัวอากอร์นแล้วมันเป็เื่ปกติเพราะเขาไม่ได้เกิดมาให้ตระกูลชั้นสูงเหมือนพวกขุนนางคนอื่นๆเขาเป็เพียงเด็กกำพร้าไร้ครอบครัว.....
ดังนั้นใน่ชีวิตที่ผ่านมาของเขาทุกสิ่งทุกอย่างที่มีค่าทั้งหมดที่ได้จากสนามรบเขามักจะเก็บมันมาเสนอจนติดเป็นิสัยไปแล้วซึ่งในการรบล่าสุดหลังจากที่เขาเอาชนะกองทัพของศัตรูได้แล้วทั้งชุดเกราะและอาวุธที่อีกฝ่ายนำมาด้วยหรือสวมใส่เขาก็เก็บมันมาทั้งหมด.....
สิบนาทีผ่านไป.....
กุบกับ!! กุบกับ!! กุบกับ!!
“เรียบร้อยแล้วเหรอค่ะท่านอากอร์น? ได้มาเยอะไหมคะรอบนี้?” ทันทีที่อากอร์นควบม้าตามมาถึงขบวนที่ลอลิกับเจนนี่อยู่ลอลิที่อยู่หลังสุดก็ได้เปิดปากส่งเสียงทักทายขึ้นมาทันทีพร้อมกับพูดหยอกล้ออากอร์นเล็กน้อย.....
อั๊ก!!
“ก็......ก็......ก็เหมือนเดิมทุกครั้งนั่นแหละ!!”อากอร์นไม่ได้ตอบอะไรมากเพียงแค่บอกว่าเหมือนเดิมที่เคยเป็มาซึ่งเขาเองก็รู้สึกอายกับคำพูดแซวของลอลิเช่นกัน........
“ไอ้เหมือนเดิมนี้คือทั้งหมดใช่ไหมคะ?” ลอลิยังคงถามต่อทั้งๆ ที่นางก็รู้ว่ามันหมายถึงอะไร.....
“เธอก็รู้อยู่แล้วนิแล้วยังจะมาถามผมอีก....นี่คิดจะแกล้งกันใช่ไหม?”อากอร์นรู้สึกอยากจะจับหญิงสาวอกโตตรงหน้านี้มาขยี้ซะเสียจริงเมื่อรู้ว่าหญิงสาว้าที่จะแกล้งตน.....
“ไม่นิค่ะดิฉันไม่เห็นจะรู้มาก่อนเลยดิฉันก็แค่เดาเท่านั้น”
“อือ.....เดาก็เดา เธอเก่งมากที่เดาถูกเอาไว้ฉันจะเดาเื่ชุดชั้นในของเธอบ้างก็แล้วกัน”อากอร์นเปลี่ยนท่าทีของเขาในฉับพลันเมื่อรู้ว่าหญิงสาว้าจะแกล้งเขาเขาจึงได้เปลี่ยนมาเป็ใบหน้านิ่งเรียบและเ็าก่อนจะพูดเกี่ยวกับชุดชั้นในของหญิงสาว......
ไม่นะ!!
หือ......?
ซึ่งมันก็ได้ผลเป็อย่างมากด้วยเพราะหลังจากที่อากอร์นพูดประโยคนั้นออกไปใบหน้าของลอลิที่ดูกวนๆด้วยการทำหน้านิ่งๆก่อนหน้านี้ก็พลันเปลี่ยนเป็สีแดงขึ้นมาด้วยความเขินอายพร้อมกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังจนทำให้เจนนี่และเหล่าหญิงสาวชาวบ้านต่างก็หันมาดูกันหมด.....
“ขะ...ขะ....ขอโทษข้าแค่เห็นแมลงนะเลยเผลอร้องะโออกมาเลยทำให้ทุกคนใ”หญิงสาวลอลิรีบพูดแก้ต่างในเื่ที่เกิดขึ้นทันที.....
ส่วนอากอร์นตอนนี้เขาแทบจะกลั่นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่แล้วเพียงแต่ว่ามีผู้คนอยู่เยอะเกินไปอีกอย่างเขาก็ไม่อยากให้ใครรู้ด้วยว่าเื่ที่เกิดขึ้นเป็เพราะเขา......
“จำไว้เลยนะคะท่านอากอร์น!!” หญิงสาวลอลิกล่าวพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นด้วยความโกรธจากนั้นก็ควบม้าหนีไปอยู่ข้างๆเจนนี่โดยไม่พูดสิ่งใดต่อ.....
“เฮ้อ......เล่นนิดเล่นหน่อยไม่ได้ทีเล่นกับเรานะ”อากอร์นถอนหายใจออกมาพร้อมกับบ่นพึมพำอยู่คนเดียวอย่างช่วยไม่ได้......
จากจุดที่อากอร์นอยู่นั้นหากต้องเดินทางไปให้ถึงเมืองเซนต์จูรี่เขาคงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะหาที่พักก่อนเพราะการเดินทางในตอนกลางคืนนั้นไม่ใช่ผลดีเท่าไหร่และยิ่งเขาไม่ได้มีกองกำลังมาด้วยแล้วยิ่งอันตรายใหญ่......
ไหนจะมีเหล่าหญิงสาวชาวบ้านที่ไม่เป็การต่อสู้อีกหากต้องเจอกับฝูงสัตว์ร้ายหรือสัตว์ร้ายระดับสูงละก็มันคงจะเป็เื่ลำบากแน่ถึงแม้ว่าอากอร์นจะเป็นักรบระดับปฐีขั้นที่สี่ก็เถอะแต่การต้องช่วยให้ทุกคนรอดไปได้นั้นมันหนักเกินไป......
สามสิบนาทีผ่านไป......
หลังจากที่เดินทางอยู่สักพักอากอร์นก็พบสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งที่พักชั่วคราวของพวกเขาซึ่งรอบๆบริเวณนี้ดูปลอดภัยเป็อย่างมากเพราะมันไม่มีร่องรอยของสัตว์ใดๆเลยอีกอย่างมันก็อยู่ไกลจากเมืองไม่มากด้วยหากเกิดอะไรขึ้นจริงๆ พวกเขาก็ยังสามารถหนีได้.....
พรึบ!!
“ขอบคุณที่ช่วยพวกเราออกมาจากเงื้อมมือของโจรพวกนั้นนะเ้าค่ะ”
หลังจากที่จัดเตรียมที่พักเสร็จแล้วเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ได้ขึ้นมาจากกลุ่มของหญิงสาวชาวบ้านซึ่งหญิงสาวคนนี้ดูสวยและงดงามที่สุดในกลุ่มแถมยังดูมีการศึกษาอยู่บ้าง.......
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกเพราะไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องช่วยพวกเ้าทุกคนออกมาเพราะข้าเป็เ้าเมืองเซนต์จูรี่และพวกเ้าก็เป็ประชาชนของเมืองเซนต์จูรี่ดังนั้นแล้วมันจึงสมควรที่ข้าจะช่วยพวกเ้าทุกคนออกมาจากเงื้อมมือของไอ้พวกโจรบัดซบเ่าั้”อากอร์นหันไปมองที่หญิงสาวนางนั้นพร้อมกับพูดตอบอธิบายให้หญิงสาวและคนอื่นๆฟัง.....
หือ....?
“เ้าเมืองเซนต์จูรี่?”
“เมื่อกี้เขาบอกว่าเขาเป็เ้าเมืองเซนต์จูรี่อย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่เขาพูดอย่างนั้น”
เหล่าหญิงสาวพากันตื่นใและรู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูกเมื่อพวกนางได้ยินคำพูดของอากอร์นที่บอกว่าตนเป็เ้าเมืองเซนต์จูรี่และถึงแม้พวกนางจะเคยได้ยินพวกผู้ใหญ่และชายชราพูดว่าได้ส่งจดหมายไปที่เมืองหลวงเกี่ยวกับเื่เ้าเมืองและขอให้ส่งเ้าเมืองคนใหม่มาแล้วก็เถอะแต่จะให้เชื่อว่าชายหนุ่มที่อายุยังน้อยคนนี้เป็เ้าเมืองอย่างนั้นเหรอ.......
“ท่านเป็เ้าเมืองเซนต์จูรี่คนใหม่อย่างเหรอเ้าค่ะ?”หญิงสาวคนเดียวถามขึ้นแทนหญิงสาวคนอื่นๆ ที่้าอยากรู้......
“ก็ตามที่พวกเ้าได้ยินนั่นแหละ......ข้าเป็เ้าเมืองคนใหม่ที่ถูกส่งมาดูแลเมืองเซนต์จูรี่แทนเ้าเมืองคนเก่าข้า บารอน ดราก้อน อากอร์น”อากอร์นพยักหน้าพร้อมกับพูดย้ำคำพูดของเขาและกล่าวแนะนำตัวเองให้กับสาวๆได้รู้.......
“บารอน? นี่เขาเป็เ้าเมืองจริงเหรอเนี่ย....ไม่อยากจะเชื่อเลย”
“นั่นซิ เขาทั้งอายุยังน้อยและก็สุภาพมากเลยเนอะ”
“แถมยังดูหล่อและใจดีอีกด้วยหากได้มาเป็หลัวคงดีไม่น้อยเลย”
“เ้าจะบ้าเหรอ แล้วหลัวเ้าที่บ้านละ?”
“ปล่อยมันเน่าในไปเถอะไป หลัวแบบนั้นวันๆ เอาแต่นอนและก็เที่ยวข้าไม่สนใจหรอก”
เหล่าหญิงสาวพากันพูดคุยกันอย่างสนุกปากเลยทีเดียวหลังจากที่พวกนางได้ยินบทสนทนาของหญิงสาวกับอากอร์นซึ่งพวกนางไม่ได้สนว่าอากอร์นจะพูดจริงไหมแต่ที่พวกนางรู้คืออากอร์นได้ช่วยชีวิตพวกนางเอาไว้จากพวกโจรเ่าั้........
“เอาละพวกเ้าทุกคนควรไปนอนได้แล้วเดียวข้าจะเป็คนเฝ้ายามให้เองอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงเช้าแล้วเมื่อถึงเช้าพวกเราค่อยเดินทางต่อ”หลังจากที่ตอบคำถามของหญิงสาวไปแล้วอากอร์นก็พูดขึ้นบอกให้เหล่าหญิงสาวแยกย้ายกันไปนอนได้และรุ่งเช้าถึงจะเดินทางต่อ......
อือ......
ทั้งหมดต่างก็แยกย้ายกันไปนอนอย่างว่าง่ายโดยไม่มีใครบ่นเพราะทุกคนต่างก็รู้สึกเหนื่อยมาทั้งวันแล้วกับการที่ถูกขังอยู่ในกรงขังและพยายามที่จะดิ้นขัดขืนต่อสู้ยกเว้นเพียงหญิงสาวคนที่ถามอากอร์นเท่านั้นที่ยังไม่ได้ไปไหนนางยังคงนั่งอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับจ้องมองที่เขาอย่างจริงจัง......
“เ้าไม่นอนเหรอ?” อากอร์นถามขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วย่นเข้าหากัน......
“ยังเ้าค่ะข้ายังไม่รู้สึกง่วงข้าขอนั่งอยู่เป็เพื่อนท่านได้ไหม?” หญิงสาวส่ายหัวปฏิเสธพร้อมกับพูดขออากอร์นที่จะนั่งอยู่กับเขา......
“ก็.......ก็แล้วแต่.....ถ้าง่วงก็อย่ามาบ่นแล้วกัน” อากอร์นไม่ได้ปฏิเสธนางเพียงแค่บอกนางเอาไว้ว่าอย่าได้มาบ่นทีหลังก็แล้วกันหากรู้สึกง่วงนอน......