เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 74 การต่อสู้ที่ดุเดือด

    “บอกชื่อของเจ้ามา”


    เหวินหยาชำเลืองมองหลงเฉิน ก่อนจะก้มลงและขยับพู่กันไปมา


    “หลงเฉิน”


    เหวินหยาพยักหน้า หลังจากพบชื่อของหลงเฉินในทะเบียน เขาเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ


    “เอาหัวใจเหล็กที่เจ้าได้ออกมาสิ”


    หลงเฉินพยักหน้าเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงสายตาเย็นชาของหวงเฟยหยางที่จับจ้องมาที่เขา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด


    ในตอนนี้ มีเพียงหลงเฉินคนเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่  และหากไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น สิบอันดับแรกก็ได้ถูกกำหนดออกมาแล้ว


    หลิวเฟิงเฟิงอยู่ในอันดับที่สิบเพราะโชคช่วย ในเวลานี้ เขามองหลงเฉินด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวังที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนบนใบหน้า เขาเฝ้ารอดูว่าหลงเฉินจะได้หัวใจเหล็กสักชิ้นหรือไม่


    สำหรับหวงเซียง เขาจ้องเขม็งด้วยสายตาจริงจังยิ่งกว่า เพราะเขาต้องการให้หลงเฉินติดหนึ่งในสิบเพื่อที่เขาจะได้ระบายความโกรธของตนเองได้


    ‘ข้าหวังว่าเจ้าจะได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามชิ้นนะ!’


    ต่อให้เป็นยี่สิบสามชิ้นจริง ๆ หลงเฉินก็มีอายุน้อยกว่าหลิวเฟิงเฟิง เมื่อคำนึงถึงข้อนี้ หลิงเฟิงเฟิงอาจถูกเขี่ยออกจากการแข่งขันเพราะหลงเฉินก็เป็นได้


    เมื่อเหวินหยาออกคำสั่ง เขาก็เพ่งมองเข้าไปในถุงมิติของหลงเฉิน และในตอนนั้นเอง หัวใจเหล็กชิ้นแล้วชิ้นเล่าปรากฏขึ้นในมือของหลงเฉิน เมื่อเห็นหัวใจเหล็กจำนวนมาก หลิวเฟิงเฟิงก็ถึงกับอ้าปากค้าง


    ‘เขาได้หัวใจเหล็กมาจริง ๆ และจำนวนก็ไม่น่าจะน้อยกว่าสิบชิ้นด้วย อา...’


    ทีแรกเขาก็รู้สึกแปลกใจ แต่เมื่อเห็นหัวใจเหล็กที่หลั่งไหลออกมาจากถุงมิติของหลงเฉินอย่างไม่หยุดยั้ง  ท่าทีสบายอกสบายใจของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่นานนัก ร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นเทิ้ม


    เมื่อจำนวนหัวใจเหล็กบนโต๊ะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนเลยยี่สิบสามชิ้นไปแล้ว สีหน้าที่สับสนของหลิวเฟิงเฟิงก็เริ่มซีดเผือดขณะจ้องเขม็งไปที่ด้านหลังของหลงเฉิน  ก่อนที่ไม่นานนักดวงตาของเขาจะแดงก่ำด้วยความเกรี้ยวกราด!


    ‘หลงเฉิน... ได้อย่างไรกัน? เป็นไปไม่ได้ เขาเป็นเพียงเด็กบ้านนอกที่มาจากเมืองชนบทที่ไหนสักแห่ง เขาจะเหนือกว่าข้าได้อย่างไร? ทั้ง ๆ ที่ข้าเกิดและเติบโตมาในนครหยวนหลิงแห่งนี้’


    สายตาของหลิวเฟิงเฟิงเต็มไปด้วยความกังขา เขาถึงกับขยี้ตาแต่ก็ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงที่เย็นเยียบและหนักอึ้งเบื้องหน้าได้


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินนำหัวใจเหล็กออกมามากกว่ายี่สิบสามชิ้น ทั้งเหวินยาและหวงเฟยหยางต่างประหลาดใจและมองหลงเฉินอย่างจริงจัง หวงเซียงถอนหายใจอย่างโล่งอกได้ในที่สุด  เขาหัวเราะเยาะในใจ


    ‘ได้มามากกว่ายี่สิบสามชิ้นย่อมทำให้เจ้าผ่านไปยังด่านที่สองได้แล้ว เจ้าคือผู้ที่รนหาที่ตายเองนะ อย่าโทษข้าก็แล้วกัน’


    อย่างไรก็ตาม จำนวนหัวใจเหล็กของหลงเฉินยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนต่างพุ่งความสนใจไปที่เขาขณะที่ขากรรไกรของทุกคนล้วนอ้าค้างด้วยความประหลาดใจ


    สายตาที่จับจ้องของทุกคนแปรเปลี่ยนเป็นความตะลึง  โดยเฉพาะเมื่อจำนวนหัวใจเหล็กทั้งหมดที่หลงเฉินได้มาพุ่งไปถึงห้าสิบชิ้น สายตาของเหวินหยาและหวงเฟยหยางที่มีต่อหลงเฉินเองก็เปลี่ยนไปมาก


    สำหรับหวงเซียงแล้ว คิ้วของเขาขมวดอย่างช้า ๆ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตนเองต้องได้อันดับที่หนึ่งอย่างแน่นอน แต่ในเวลานี้ดูเหมือนว่าหลงเฉินอาจจะเหนือกว่าเขาเสียแล้ว!


    เมื่อคิดว่าเขาอาจต้องพ่ายแพ้ให้กับหลงเฉิน  ความโกรธเกรี้ยวก็พุ่งทะยานขึ้นจนทะลุหลังคา


    เขาเคยปล่อยหลงเฉินให้หลุดมือไปแล้วครั้งหนึ่ง หากหลงเฉินยังคงทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว จิตสังหารของเขาจะต้องพุ่งสูงขึ้นมากกว่านี้


    “ไม่เลวนี่ เจ้าหนุ่ม!”


    เมื่อเห็นหัวใจเหล็กเกือบหกสิบชิ้น แม้แต่เหวินหยาเองก็รู้สึกประทับใจในตัวหลงเฉิน


    หวงเฟยหยางมีท่าทีนิ่งเฉยมาโดยตลอด แต่เมื่อจำนวนหัวใจเหล็กของหลงเฉินก็ยังคงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  คนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าตกใจและทึ่งกับสิ่งที่ได้เห็น โดยเฉพาะหลิวเฟิงเฟิงที่รู้สึกราวกับศีรษะกำลังหมุนคว้าง


    อีกฟากหนึ่ง หวงเซียงกำลังกำหมัดแน่น ด้วยจำนวนหัวใจเหล็กที่ได้ออกมานั้นเริ่มใกล้เคียงกับของเขาเข้าไปทุกที!


    และก็เป็นจริงดังนั้นในไม่กี่อึดใจ เมื่อจำนวนหัวใจเหล็กสูงกว่าของเขาไปแล้ว  ผิวของหวงเซียงเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที เขาจ้องเขม็งไปที่หลงเฉินที่ขโมยอันดับหนึ่งไปจากเขา  ความเกลียดชังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในใจ


    ‘ครานี้... เจ้าต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก! หากข้าไม่ฆ่าเจ้า ข้าคงต้องทนกับความอัดอั้นนี้ไปอีกนาน ใครก็ตามที่กล้าหาเรื่องข้า ไม่มีทางรอดพ้นความตายไปได้หรอก!’


    ทุกคนมองหลงเฉินด้วยสายตาตกตะลึง เมื่อเห็นว่าหลงเฉินเก็บถุงมิติไปแล้ว จำนวนสุทธิของหัวใจเหล็กที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นมากกว่าหวงเซียงมาก  เวลานี้สายตาของทุกคนที่มองเขาล้วนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!


    เหวินหยาหัวเราะร่า



    “หัวใจเหล็กทั้งหมดเจ็ดสิบห้าชิ้น! นั่นก็หมายความว่าเจ้าทำได้ดีที่สุดในการคัดเลือกครั้งนี้ ทว่าเจ้าเป็นนักรบอสูรซึ่งทำให้เจ้าได้เปรียบนัก ผลงานที่เจ้าทำไม่ถือว่าวิเศษวิโสอะไรนักหรอก ในอดีต ทุกครั้งที่มีนักรบอสูรเข้าร่วมการคัดเลือก พวกเขามักจะทำได้ดีเสมอ!”


    หลงเฉินได้หัวใจเหล็กมาทั้งหมดหนึ่งร้อยกับอีกห้าชิ้น ในเมื่อเขาได้อันดับหนึ่งแล้ว เขาจึงเก็บส่วนที่เหลือเอาไว้


    ขณะที่เหวินหยาประกาศจำนวนหัวใจเหล็กของหลงเฉิน หลิวเฟิงเฟิงก็มิอาจยืนอย่างมั่นคงได้ เขาทรุดลงกับพื้นทันที


    ภายในเวลาอันสั้น สิบอันดับในการคัดเลือกด่านแรกก็ชัดเจนเป็นที่เรียบร้อย  พวกเขาต่างรู้ว่าหลงเฉินได้อันดับหนึ่งอย่างไร้ข้อกังขา และหวงเซียงเป็นอันดับสอง  ในขณะที่หลิวเฟิงเฟิงถูกบังคับให้ตกอันดับสิบคนแรกไปโดยปริยาย


    นอกจากสิบคนที่ผ่านด่าน คนอื่น ๆ ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการคัดเลือกของตระกูลหลิงอู่อีกต่อไป


    ดังนั้นเหวินหยาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง


    “สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านจะต้องออกจากสถานที่แห่งนี้ในทันที พวกเจ้าจะมีโอกาสอีกครั้งในการคัดเลือกเข้ากลุ่มนอกตระกูลของตระกูลหลิงอู่ในครั้งอื่น ๆ!”


    หลิวเฟิงเฟิงที่กำลังหัวหมุนถูกหามออกไป  แต่ก่อนที่จะจากไปเขายังคงจับจ้องไปที่หลงเฉิน โดยที่ไม่รู้ว่าเหตุใดและอย่างไร เหตุการณ์ถึงได้กลับตาลปัตรเช่นนี้


    ท่ามกลางเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้าร่วมการคัดเลือกครั้งนี้ มีเพียงสิบคนที่เหลืออยู่


    “พวกเจ้าพักเสียหน่อยเถอะ เราจะเริ่มการคัดเลือกด่านที่สองเร็ว ๆ นี้ ซึ่งก็คือ...”


    เหวินหยามองไปรอบ ๆ และเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล


    “การต่อสู้ตัวต่อตัว กฎของพวกเรานั้นง่ายมาก เมื่อถึงเวลาพวกเราจะแบ่งพวกเจ้าออกเป็นห้ากลุ่ม ในแต่ละกลุ่ม คนสองคนจะต้องสู้กัน ใครก็ตามที่เป็นฝ่ายชนะจะได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลิงอู่ เข้าใจหรือไม่?”


    หลงเฉินและคนอื่น ๆ พยักหน้าทันที


    เวลานั้น สายตาของหวงเซียงจับจ้องไปที่หลงเฉินโดยตรง แม้แต่เหวินหยายังรู้สึกถึงคลื่นพลังร้ายกาจที่ปะทุออกมาจากร่างกายของหวงเซียง


    เขาขมวดคิ้วก่อนจะมองไปยังหวงเฟยหยางที่ยังคงนิ่งเงียบ เขาตัดสินใจที่จะไม่พูดเรื่องนี้ก่อนจะเอ่ยขึ้น


    “ในอีกหนึ่งก้านธูป คู่ต่อสู้ของพวกเจ้าจะถูกประกาศออกมา พวกเจ้าทุกคนเตรียมตัวได้!”


    ในสนามแห่งนี้มีเวทีต่อสู้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นพื้นที่สำหรับการต่อสู้


    เวลานี้ หวงเฟยหยางและคนอื่น ๆ กำลังถกเถียงกันขณะที่หลงเฉินและคนที่เหลือในสิบอันดับต่างรีบรักษาบาดแผลและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะมีขึ้น


    หลงเฉินไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไร เขาจ้องมองหวงเซียงที่มองกลับมา แววตานั้นแผ่จิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน


    “เจ้าแมลงน่ารังเกียจ วันนี้เจ้าจะต้องพบจุดจบของเจ้า!” 


    หวงเซียงกล่าวอย่างเย็นชา


    “โอ้โฮ เจ้าหมาเหลืองตัวน้อยนี่พูดภาษาคนได้ด้วยแฮะ น่าขนลุกชะมัด”

    [TL Note: (黄) คำว่า หวง หมายถึงสีเหลือง ในชื่อของหวงเซียง]


    หลงเฉินแสร้งดัดเสียงผู้หญิงทำให้คนรอบข้างรู้สึกรังเกียจ แต่สำหรับหวงเซียงแล้วมันเป็นเหมือนการตบหน้าฉาดใหญ่


    เขายกหมัดขึ้นทันที หากคนของตระกูลหลิงอู่ไม่อยู่ที่นั่นเขาคงจะพุ่งตัวเข้ามาเอาชีวิตหลงเฉินไปแล้ว


    “เจ้าจะต้องหัวเราะไม่ออกหลังจากที่ได้ยินว่าใครคือคู่ต่อสู้ของเจ้า ตระกูลหลิงอู่เป็นที่ของข้า ไม่มีที่ให้คนอย่างเจ้าหรอก”


    ขณะที่ทุกคนกำลังพักผ่อน เวลาหนึ่งก้านธูปได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว


    เวลานี้ การจับคู่ได้ถูกกำหนดโดยเหวินหยาและเหล่าสหาย  หลงเฉินสัมผัสได้ว่าทั้งหวงเฟยหยางและหวงเซียงต่างก็มองมาที่เขาด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย


    ด้วยสีหน้าท่าทีของหวงเฟยหยาง หลงเฉินก็เดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น


    แน่นอนว่าทันทีที่รายชื่อถูกประกาศออกมา คู่ต่อสู้ของหลงเฉินก็คือหวงเซียง และยังเป็นการต่อสู้ลำดับสุดท้ายอีกด้วย


    ‘นี่คงจะเป็นฝีมือของหวงเซียงสินะ? ข้าฉกอันดับที่หนึ่งมาจากเขาได้สำเร็จ จึงทำให้เขาเกลียดขี้หน้าข้าจนเข้ากระดูกดำ’


    เมื่อเห็นท่าทางเยาะเย้ยของหวงเซียง หลงเฉินแอบหัวเราะในใจ


    ‘เมื่อถึงเวลา ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่าใครกันแน่ที่แข็งแกร่งกว่า!’


    เวลานี้ ด้วยการจัดการของเหวินหยา เด็กหนุ่มสองคนที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเก้าคู่แรกก็ขึ้นไปบนเวทีและเริ่มต่อสู้กัน  พวกเขาทั้งคู่ต่างอยู่ในระดับเดียวกับผู้นำตระกูลหยาง แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขากลับแข็งแกร่งกว่ามาก 


    ‘คนในนครหยวนหลิงนี่น่าประทับใจเหลือเกิน ที่นี่เป็นเพียงเขตเล็ก ๆ ของเมืองแท้ ๆ’


    เมื่อได้เห็นการต่อสู้ระหว่างคนทั้งสอง หลงเฉินได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง ขณะที่พวกเขาต่อสู้กันไปเรื่อย ๆ เวลาก็ล่วงเลยผ่านไป ไม่นานนัก รายชื่อของผู้ที่สามารถเข้าตระกูลหลิงอู่ได้ก็มีถึงสี่ชื่อแล้วในตอนนี้


    สำหรับคู่สุดท้าย คือรอบตัดสินระหว่างหลงเฉินและหวงเซียง


    เวลานี้สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่หลงเฉินและหวงเซียง  หวงเซียงพ่นลมดูถูกหลงเฉินและมุ่งหน้าขึ้นไปบนเวทีประลองเป็นคนแรก


    ด้านนอกเวทีประลอง เหวินหยามองไปยังหวงเซียงและหลงเฉินที่กำลังจ้องหน้ากัน  จากนั้นก็หันไปมองหวงเฟยหยางซึ่งมีท่าทีเย็นชาดุจน้ำแข็งที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะส่ายศีรษะอย่างเสียมิได้พลางคิดในใจ


    ‘หลงเฉินผู้นี้นับได้ว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ยอดเยี่ยม แต่เขาไม่น่าไปมีเรื่องกับหวงเซียงเลย ช่างน่าเสียดายที่คนเก่ง ๆ จะต้องถูกกำจัดไปเช่นนี้ หากคนอื่นรู้เข้าว่าข้าโกง ข้าคงต้องเจอปัญหาใหญ่แน่ ๆ’


    ตามปกติแล้วจะมีกฎของการจับคู่อยู่ โดยตัดสินใจจากลำดับที่ได้ในการคัดเลือกด่านแรก ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งจะต้องสู้กับผู้ที่ได้อันดับสุดท้าย ผู้ที่ได้อันดับสองจะต้องสู้กับผู้ที่ได้อันดับเก้า และเป็นเช่นนี้ต่อ ๆ ไป


    เพราะในระหว่างการคัดเลือกรอบแรก  ผู้ใดที่ได้หัวใจเหล็กมากที่สุดย่อมเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นผู้ที่อยู่ในห้าอันดับแรกของการครอบครองหัวใจเหล็กมักจะได้เข้าตระกูลหลิงอู่ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยแผนของหวงเฟยหยาง หลงเฉินและหวงเซียงจึงได้เป็นคู่ที่เผชิญหน้ากันแทน


    ในตอนแรก ทั้งคู่ต่างมีคุณสมบัติมากพอที่จะเข้าตระกูลหลิงอู่ แต่ในเวลานี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เข้าได้


    ‘แม้หลงเฉินผู้นี้จะได้หัวใจเหล็กมากกว่า แต่เขาคงไม่สามารถรับมือกับทักษะยุทธ์ของตระกูลหวงได้ ด้วยทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำเพียงกระบวนท่าเดียว ก็มากพอจะทำให้หลงเฉินต้องเจ็บปวดทรมานแล้ว’


    เหวินหยาเก็บงำความคิดนี้ไว้ขณะที่มองหลงเฉินด้วยความเสียดาย และประกาศเริ่มการต่อสู้ในที่สุด


    หวงเซียงหัวเราะขึ้นทันที


    “เจ้าหนู ข้าพนันได้เลยว่าเจ้ายังจำรสชาติของ [วงล้อจรัสแสง] ของข้าได้จากครั้งที่แล้ว ถ้าเช่นนั้นในวันนี้ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสมันอีกครั้ง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าต่อให้เจ้าปัดป้องมันได้ครั้งหนึ่งแล้ว เจ้าจะทำได้อีกเป็นครั้งที่สอง!”


    คลื่นพลังของหลงเฉินค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมั่นคง ไม่นานนัก ต่อหน้าสีหน้าที่ตกตะลึงของทุกคน เขาได้ใช้วิชา [แปลงร่างวิญญาณมังกร] อีกครั้ง ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเกล็ดและเดือยแหลม  ทำให้ทุกคนต่างนิ่วหน้า


    หลงเฉินกำหมัดก่อนจะเย้ยหยัน


    “ในเมื่อข้าสามารถปัดป้องการโจมตีระดับนั้นได้แล้วครั้งหนึ่ง ข้าก็ต้องมั่นใจว่าจะทำได้อีกเป็นครั้งที่สองอยู่แล้ว!”


    “เช่นนั้นรึ?”


    เมื่อหวงเซียงเยาะเย้ย เขาก็ปลดปล่อย [วงล้อจรัสแสง] ออกไปอีกครั้ง


    เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว พลังอันน่าเหลือเชื่อหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขาและกดทับบนร่างของหลงเฉินอย่างรุนแรง


    “การโจมตีเดิม ๆ นั้นไม่มีความหมายใดกับข้าหรอก!”


    และเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว หลงเฉินรีบกระโจนเข้าใส่หวงเซียง ลำแสงที่ปรากฏเงาร่างของเทพมังกรถูกปลดปล่อยออกมา  พลังคำรามได้พุ่งเข้าใส่หวงเซียงในทันที


    “[วงล้อจรัสแสง] !!”


    “[ผนึกมังกรลึกล้ำ] !!”


    การปะทะกันอย่างฉับพลันทำให้สีหน้าของเหวินหยาและหวงเฟยหยางเปลี่ยนไปเล็กน้อย


    เมื่อเห็นว่า [ผนึกมังกรลึกล้ำ] ที่อยู่ในระดับอำพันขั้นสูง กลับสามารถรับมือกับทักษะยุทธ์ในระดับลึกล้ำของตระกูลหวงได้  สีหน้าของหวงเฟยหยางเต็มไปด้วยความกังขา


    เหวินหยายิ้มอย่างขมขื่นพลางส่ายศีรษะ


    ‘หลงเฉินผู้นี้ทำให้ข้าประหลาดใจจริง ๆ แต่จากรูปการณ์แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะมิอาจหนีพ้นความตายในวันนี้ไปได้อยู่ดี…’


    *******************


    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน