"ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นลูกเขยที่ยอดเยี่ยม" ชายวัยกลางคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน
"ท่านพ่อ! ท่านกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร!?" โม่หยุนซีดุอย่างโกรธเคือง แม้ว่าสีหน้านางจะโกรธแต่แก้มที่บอบบางกลับมีรอยสีแดงจางๆที่แทบจะมองไม่เห็น
'ลูกเขย?' ริมฝีปากของหลี่ชิงหยุนกระตุกโดยไม่ได้ตั้งใจ 'ราชาผู้นี้ช่างมีอารมณ์ขัน'
"ฮิๆๆๆ ซีเอ๋อร์ ที่พักแห่งนั้นข้าสร้างมันขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเรือนหอของเจ้า ข้าเรียกเขาว่าลูกเขย ก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก" ชายวัยกลางคนดูสนุกสนานอย่างมากที่ได้แกล้งโม่หยุนซี และชายวัยกลางคนผู้นี้คือกษัตริย์แห่งราชวงศ์โม่ โม่หยุนเทียน
"คิกคิกคิก" สาวงามในชุดขาวที่นั่งอยู่ข้างๆเขาเองก็หัวเราะออกมาเบาๆ สาวงามผู้นี้คือมารดาของโม่หยุนซี สาวงามแห่งตระกูลขุนนางหนานกง หนานกงเสวี่ย
"ฮึ่ม! ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านแกล้งข้าอีกแล้ว" โม่หยุนซีกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ
โม่หยุนเทียนสนุกสนานกับบุตรสาวเพียงพอแล้ว จากนั้นเขาหันไปหาหลี่ชิงหยุน "เจ้าหนุ่ม เจ้ามีแนวโน้มที่ดี ออร่าที่เจ้าปล่อยออกมาแม้แต่ข้ายังเกือบที่จะยอมจำนนต่อเจ้าจริงๆ"
แม้ว่าโม่หยุนเทียนจะพูดออกมาเบาๆ แต่คำพูดนั้นเป็นเหมือนสายฟ้าฟาดในหูของหนานกงเสวี่ยและโม่หยุนซีอย่างไม่น่าเชื่อ
รัศมีของพระราชาที่ครอบงำและเป็นถึงผู้ปกครองราชวงศ์แต่กลับสู้ออร่าของเด็กหนุ่มอายุ 15 ปีไม่ได้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไปคงเป็นปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน
บุคคลประเภทอย่างหลี่ชิงหยุน หากไม่สามารถควบคุมเขาได้ คงมีแค่ทางเดียวคือกำจัดเขาเพื่อป้องกันปัญหาใหญ่ในอนาคต! นี่คือการประเมินของโม่หยุนเทียนที่มีต่อหลี่ชิงหยุน
"ผู้น้อยมิกล้า ข้าเพียงแค่ตอบโต้ตามสัญชาตญาณเท่านั้น" หลี่ชิงหยุนก้มหน้าต่ำ พร้อมพูดอย่างนอบน้อม
"ฮ่าๆๆๆ! เจ้าเหมาะกับซีเอ๋อร์ของข้าจริงๆ" โม่หยุนเทียนเพิ่งเคยเจอชายหนุ่มที่มีออร่าเช่นนี้ ดังนั้นเขาจะไม่ปล่อยมันไปโดยธรรมชาติ
หากชายหนุ่มคนนี้ไม่ตายตกอนาคตของเขาจะไร้ขีดจำกัด เขาควรจะฝากฝังบุตรสาวของเขาไว้กับคนผู้นี้ได้
"เจ้าหนู เจ้าคงรู้เรื่องตระกูลเล่ยแล้วใช่หรือไม่?" โม่หยุนเทียนเริ่มพูดคุยกันที่หัวข้อหลัก
"ข้ารับทราบแล้ว ฝ่าบาททรงมีอะไรจะถามข้าหรือไม่?" หลี่ชิงหยุนเดาว่าจุดประสงค์ของพระราชาคือการถามข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเล่ย
โม่หยุนเทียนส่ายหัวและถอนหายใจ "ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว สิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้าไม่ใช่ข้อมูลใดๆ แต่ข้าอยากให้เจ้าช่วยดูแลซีเอ๋อร์ในอนาคต หากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับข้า"
"ท่านพ่อ..." โม่หยุนซีมีสีหน้ากังวล พร้อมเดินไปจับแขนบิเาของนาง หนานกงเสวี่ยก็จับแขนของโม่หยุนเทียนเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่พยายามที่จะปลอบใจเขา
"เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแค่ตระกูลเล่ยเท่านั้น แม้แต่ราชวงศ์หยุนเองก็อาจมีส่วนร่วมกับมัน" โม่หยุนเทียนรู้เรื่องราวทุกอย่างอยู่แล้ว และเขากลัวว่าเขาอาจจะทนไม่ได้อีกต่อไป หากมหาอำนาจต่างๆรวมตัวกันเพื่อก่อกบฏในราชวงศ์ของเขา เขาจึงทำได้แค่ฝากฝังบุตรสาวของเขาไว้กับหลี่ชิงหยุนเท่านั้น
หลังจากการประเมินของโม่หยุนเทียนต่อหลี่ชิงหยุนแล้ว โม่หยุนเทียนมองโลกในแง่ดีอย่างมากเกี่ยวกับเขา
เมื่อโม่หยุนเทียนพูดจบ โม่หยุนซีและหนานกงเสวี่ยเริ่มน้ำตาคลอ
"ฝ่าบาท สิ่งนี้ยังไม่แน่นอน ความแข็งแกร่งของท่านนั้นสูงมาก แต่ดูเหมือนว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง ท่านจึงไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับลมปราณลึกซึ้งขั้นสมบูรณ์แบบได้" หลี่ชิงหยุนมองเห็นความผิดปกติในร่างกายของโม่หยุนเทียนได้อย่างชัดเจน
"ไม่มีประโยชน์ แม้แต่นักปรุงยาหรือแพทย์ระดับ 7 ก็ไม่สามารถทำอะไรกับอาการของข้าได้" โม่หยุนเทียนถอนหายใจอย่างลึกล้ำ ดูเหมือนว่าเขาพร้อมยอมรับชะตากรรมของเขาอยู่แล้ว
หากปล่อยเช่นนี้ต่อไป ตระกูลเล่ยและราชวงศ์หยุนจะรวบรวมกำลังคนได้มากขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นราชวงศ์โม่คงไม่อาจเอาชนะพวกเขาทั้งคู่ได้อีกต่อไป
"ฝ่าบาท หากนักปรุงยาระดับ 7 ไม่สามารถช่วยท่านได้... แล้วนักปรุงยาระดับศักดิ์สิทธิ์เล่า?" หลี่ชิงหยุนมองไปที่โม่หยุนเทียนด้วยสายตาเฉียบแหลม
คำพูดนี้เป็นเหมือนเสียงสวรรค์ดังก้องขึ้นในหูของโม่หยุนเทียนอย่างฉับพลัน!
โม่หยุนเทียนอ้าปากค้างไปชั่วขณะ "จะ-เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้จักนักปรุงยาระดับศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?"
นักปรุงยาระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่เหนืออาณาจักรเซวียน และยังเป็นจุดเริ่มต้นของนักปรุงยาในอาณาจักรนภา
ในอาณาจักรเซวียนไม่เคยปรากฏนักปรุงยาระดับศักดิ์สิทธิ์มาก่อน นักปรุงยาระดับศักดิ์สิทธิ์สามารถหาได้ในทวีปนอกอาณาจักรเซวียนซึ่งเป็นที่ตั้งของนิกายที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ด้วยกฏบางอย่าง นิกายจะไม่สามารถยื่นมือเข้ามายุ่งในเรื่องของการเมืองและราชวงศ์ได้
"อาจารย์ของข้าเป็นนักปรุงยาระดับศักดิ์สิทธิ์" หลี่ชิงหยุนสามารถบอกความผิดปกติของโม่หยุนเทียนได้ด้วยเนตรปฐมกาลของเขา
"และอีกอย่าง ข้าสามารถช่วยวินิจฉัยท่านได้ ท่านอยากจะลองดูหรือไม่?" หลี่ชิงหยุนเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับโม่หยุนเทียน ในดวงตาของเขาบ่งบอกถึงความมั่นใจอย่างมาก
"หนุ่มน้อย เจ้าทำได้งั้นรึ?" โม่หยุนเทียนอ้าปากค้าง เด็กหนุ่มผู้นี้มีอาจารย์เป็นนักปรุงยาระดับศักดิ์สิทธิ์นี่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ
"แน่นอน หากท่านเชื่อใจข้า" หลี่ชิงหยุนพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างมาก
โม่หยุนซีที่ได้ยินเช่นนั้น น้ำตาในดวงตาของนางเริ่มหายไปพร้อมมองไปที่หลี่ชิงหยุนด้วยสายตาที่อ่อนโยนยิ่งขึ้น
"เอาล่ะ เจ้าสามารถลอง" โม่หยุนเทียนไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว หากเขายังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับลมปราณลึกซึ้งขั้นสมบูรณ์แบบได้ ราชวงศ์ของเขาคงจะจบสิ้นเป็นแน่
หลี่ชิงหยุนเดินเข้าไปใกล้ๆโม่หยุนเทียนพร้อมกล่าว "ฝ่าบาท ผู้น้อยขออนุญาต"
เขาเริ่มจับชีพจรของโม่หยุนเทียนและเปิดใช้งานเนตรปฐมกาล พร้อมส่งฉีต้นกำเนิดเข้าสู่เส้นลมปราณของเขาเพื่อตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง
"พลังฉีนี่คืออะไร? เหตุใดมันจึงอบอุ่นถึงเพียงนี้?" โม่หยุนเทียนรู้สึกถึงพลังฉีที่หลี่ชิงหยุนปล่อยเข้ามาในตัวเขา พลังฉีนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายราวกับได้แช่น้ำพุร้อนอยู่จริงๆ
หลี่ชิงหยุนเริ่มขมวดคิ้วเป็นปมเบาๆ เขาสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างแปลกกับร่างกายของโม่หยุนเทียน แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดเขากลับหาสาเหตุของมันไม่เจอ...
ขณะเขากำลังค้นหา จู่ๆเขานึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหยิบชุดเข็มจากแหวนเก็บของของเขาออกมา
"ฝ่าบาท อาจจะเจ็บเล็กน้อย แต่ข้าต้องการพิสูจน์บางอย่าง" หลี่ชิงหยุนไม่รอคำตอบ เขาแทงเข็มหนึ่งเล่มไปที่หลอดเลือดดำทันที
เมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหยุนต้องการใช้เข็ม โม่หยุนเทียนคลายออร่าฉีที่ผิวหนังของเขาออกทันที
"จึก!"
เข็มปักลงไปที่หลอดเลือดดำ หลี่ชิงหยุนปล่อยฉีต้นกำเนิดเข้าสู่เข็ม เพื่อให้ฉีไหลเวียนไปเข้าสู่ส่วนต่างๆของร่างกายโม่หยุนเทียนได้อย่างไม่มีติดขัด
เขาเริ่มหลับตาและรออย่างเงียบๆ...
จู่ๆเข็มสีเงินเริ่มเปลี่ยนสี กลายเป็นสีดำและเขียวอย่างช้าๆ จนลามไปทั่วทั้งเข็ม!
"นะ-นี่คือ...พิษไร้เงา" หลี่ชิงหยุนพึมพำเบาๆ เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่มีพิษชนิดนี้ปรากฏในอาณาจักรเซวียน
ความน่าสะพรึงกลัวของพิษชนิดนี้คือ ไม่มีสี ไม่มีรสและไม่มีกลิ่นราวกับเงาที่ไม่สามารถจับตัวได้
นี่คือการผสมผสานระหว่าง พิษซากศพ พิษดอกบัวเขียวและฉีแห่งพิษ ซึ่งพิษผสมเป็นพิษระดับพิเศษ ที่หากไม่มียาแก้พิษที่ตรงจุด ก็ไม่สามารถมีใครถอนพิษมันออกได้ ผู้ที่สร้างพิษนี้ขึ้นมาต้องเป็นปรมาจารย์พิษในระดับสูงมาก
"เจ้าหนู เจ้าพูดว่ามันคือพิษไร้เงางั้นหรือ?" โม่หยุนเทียนตกใจอย่างมาก เขารู้จักพิษชนิดนี้ดียิ่งกว่าใครๆ
ในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน เขาได้ต่อสู้กับปรมาจารย์พิษจากราชวงศ์หยุน ท้ายที่สุดปรมาจารย์พิษผู้นั้นก็เสียชีวิตภายใต้หอกของเขา แม้ว่าเขาจะกินยาแก้พิษไปก่อนการต่อสู้ แต่พิษชนิดนี้มีความพิเศษยิ่งกว่าพิษธรรมดาอย่างมาก ดังนั้นยาแก้พิษที่เขาใช้ไม่มีผลกับฉีแห่งพิษอย่างแน่นอน
เพียงแต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีฉีแห่งพิษแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขามาเนิ่นนาน
"คนผู้นั้นผสมพลังฉีแห่งพิษของเขาเข้าไปในพิษไร้เงานี้ด้วย ดังนั้นจึงไม่มีวิธีถอนพิษอย่างถูกต้อง หากไม่มีฉีของคนผู้นั้นเพื่อถอนมัน" หลี่ชิงหยุนวินิจฉัยอาการอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้จำเป็นต้องใช้ฉีของปรมาจารย์พิษที่ต่อสู้กับเขา เพื่อใช้ทักษะพิษข่มพิษจึงจะสามารถถอนมันออกได้
"เจ้าคิดว่า...อาจารย์ของเจ้ามีวิธีรักษาพิษนี้หรือไม่?" โม่หยุนเทียนเริ่มมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย ในอาณาจักรเซวียนไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันเกิดจากพิษอะไร แต่ชายหนุ่มผู้นี้สามารถมองผ่านและวินิจฉัยอย่างตรงจุด นี่เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง
"ข้าสามารถแก้พิษให้ท่านได้ เพียงแต่มันอาจทรมานอย่างมาก..." หลี่ชิงหยุนพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ
"เอ๊ะ!?" ดวงตาของโม่หยุนเทียนเป็นประกายพร้อมอุทานขึ้นมาเบาๆ
"หากเจ้าสามารถช่วยข้าได้ ข้าสามารถให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ แม้แต่บุตรสาวของข้า ข้าก็สามารถยกให้เจ้าได้เช่นกัน!" โม่หยุนเทียนในขณะนี้อารมณ์ดีขึ้นอย่างมาก
ปัญหาในร่างกายของเขาที่คอยกวนใจมาตลอด บัดนี้เขาพบวิธีรักษามันแล้ว เขาจะไม่ดีใจกับมันได้อย่างไร?
"ท่านพ่อ!" โม่หยุนซีหยิกไปที่เอวของโม่หยุนเทียนอย่างโกรธเคือง
"โอ้! เจ็บ! ซีเอ๋อร์ปล่อยข้า...ข้าแค่ล้อเล่นๆ" โม่หยุนเทียนบ่นและหัวเราะอย่างหนัก
"ฮึ่ม!" โม่หยุนซีหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ
หลี่ชิงหยุนส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้กับพฤติกรรมของพ่อลูกคู่นี้ ซ้ำแล้วยังเป็นถึงพระราชาและองค์หญิงอีกต่างหาก
"หากท่านต้องการถอนพิษ นี่คือสิ่งที่ต้องเตรียม..." หลี่ชิงหยุนหยิบพู่กันขึ้นมาพร้อมกับจดอะไรบางอย่างลงไปในกระดาษ