แม้ว่าพิธีก่อนหน้าจะกินเวลาเกือบทั้งวันแต่ก็ใช่ว่ามันจะจบลงแค่นั้น เพียงแค่ชั่วโมงเดียวหลังจากจบพิธีแต่งงานเธอก็ถูกเหล่านักบุญหญิงบังคับให้ไปทำพิธีชำระล้างร่างกายเพื่อเข้าพิธีรับบัญญัติต่อ
มหกรรมอาบน้ำเริ่มขึ้นด้วยการที่เหล่านักบุญหญิงเทน้ำจากน้ำพุอีฟลงอ่างอาบขนาดใหญ่แล้วพวกนางก็แห่กันเข้ามายืนล้อมรอบตัวเธอและบ่นพึมพำกันขนานใหญ่
เธอนั่งมองเหล่านักบุญหญิงที่ร่ายเวทอยู่ด้วยความเหนื่อยใจเพราะเธอถูกจับแช่น้ำอยู่เกือบชั่วโมงกว่าเหล่านักบุญหญิงจะยอมถอยออกไป
ใช่ว่ามันจะจบอยู่แค่นั้นเพราะถึงแม้เหล่านักบุญจะถอยออกไปแล้วแต่เหล่านางกำนัลก็เข้ามาแทนแล้วเธอก็ถูกจับอาบน้ำอย่างพิถีพิถันั้แ่หัวจรดเท้า
เรียกได้ว่าทุกซอกทุกมุมถูกขัดถูจนสะอาดและหอมกรุ่นไปทั้งตัว!
หลังจากนั้นเธอถูกจับใส่ชุดราตรียาวสีขาวสะอาดตาผมสีทองถูกรวบครึ่งหัวเพื่อให้รับกับเทียร่าใบไม้ที่คล้ายกับเทียร่าที่ประดับบนศีรษะของเทพีเซเลน่าและนั่นทำให้เธอนั้นแทบไม่ต่างกับรูปปั้นของเทพีเซเลน่าเลยสักนิด
การปรากฏตัวของเธอทำให้คนเกือบสิบห้าคนในโดมกระจกหันมามองเธอด้วยความสนใจโดยเฉพาะเหล่าการ์ดิออนที่มองเธอด้วยสายตาที่ต่างกันไป บางคนต้อนรับบางคนต่อต้านและบางคนก็มีสีหน้าเรียบเฉยจนอ่านไม่ออก
“เชิญฝ่าาทางนี้พ่ะย่ะค่ะ” เสียงอ่อนน้อมของคุณตาวิคเตอร์ทำให้เธอไม่พอใจมากนักถึงอย่างไรท่านก็เป็คุณตาของเธอนะ ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย
เธอเดินตามคุณตาวิคเตอร์ไปยังโต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงหน้ารูปปั้นของเทพีเซเลน่าแล้วมองของที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอย่างสนใจ
“ฝ่าาต้องหยดเืลงในถ้วยเนวาพ่ะย่ะค่ะ”เธอเหลือบมองมีดที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ ถ้วยอย่างหวาดเสียวก่อนที่จะเธอหยิบมีดขึ้นมาแล้วกลั้นใจกรีดไปที่ท้องแขนเบา ๆ
เสียงสวดมนต์ดังขึ้นทันทีที่เืสีแดงสดของเธอหยดลงไปในถ้วยเนวาเธอปล่อยให้เืหยดลงไปแบบนั้นจนกระทั่งคุณตาวิคเตอร์พยักหน้าอย่างพอใจในจำนวนเืในถ้วย
“อาลิทีรา”
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นที่าแของเธอแล้วแขนของเธอก็กลับมาเรียบเนียนราวกับว่าไม่เคยมีรอยแผลใด ๆ เกิดขึ้น
เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยเมื่อกี้...เธอร่ายเวทมนตร์งั้นหรอ?!
กรี๊ด!นี่เธอก็มีพลังเวทกับคนอื่น ๆ ซินะ
เธอพยายามบังคับสีหน้าให้กลับมาเป็ปกติเท่าที่จะทำได้แล้วถอยหลังออกมาก่อนที่จะสังเกตสีหน้าของเหล่าผู้ร่วมชะตากรรมแต่ละคนแทนดูเหมือนว่าพวกเขาเองก็จำใจรับบัญญัตินี้ไม่ต่างจากเธอ
นั่นซิ มีคนสติดี ๆที่จะยินดีแต่งงานกับคนแปลกหน้าบ้าง แล้วแบบนี้...
เธอจะทำให้พวกเขารักเธอได้ยังไงกัน?!
ถ้วยเนวาเริ่มส่องประกายระยิบระยับหลังจากที่ชายหนุ่มคนสุดท้ายหยดเืลงในถ้วยนั้น
แสงสีม่วงสว่างจ้าออกมาจากถ้วยเนวาและส่องแสงสว่างไปทั่วบริเวณนั้น!
เธอมองความสวยงามและความอัศจรรย์ใจตรงหน้าอย่างตกตะลึงเพราะต่อให้เธอตายแล้วเกิดใหม่อีกกี่ครั้งก็ไม่มีทางได้เห็นเหตุการณ์นี้อีกแน่
ผ่านไปชั่วครู่แสงสีม่วงก็ค่อย ๆ ลดความสว่างลงจนเหลือเพียงแสงสีขาวนวลตาคุณตาวิคเตอร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆก็ชูคทาซาร์ขึ้นท่ามกลางเสียงสวดมนต์ที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
เืในถ้วยเปลี่ยนเป็พลังสีม่วงเข้มแล้วพุ่งปราดมาเข้ามาในตัวเธอและการ์ดิออนอย่างรวดเร็วจนเธอร้อนวาบไปทั้งตัวราวกับว่ามีกระแสไฟแรงสูงแล่นผ่านตัวเธอไปอย่างรวดเร็ว
ตราประทับที่หน้าผากของทั้งห้าคนสว่างวาบขึ้นมาราวกับจะบอกว่าพิธีกรรมได้เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว!
ตราประทับนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่เห็นและถ้าดาเรียทำภารกิจนี้สำเร็จเซเลสเทียร์จะปลอดภัยและสงบสุขไปอีกนาน
และหลานสาวของเขาก็จะไม่ทรมานกับการแต่งงานครั้งนี้!
“บัดนี้ข้าขอประกาศว่าพิธีรับบัญญัติเซเลสเทียร์ได้เสร็จสิ้นแล้ว ขอพลังศักดิ์สิทธิ์จงสถิตและปกป้องอาณาจักรเซเลสเทียร์ด้วยเถิด”
ั้แ่เธอมาอยู่ในมิตินี้ไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่มีเื่ประหลาดใจใครจะไปคิดว่านอกจากกระต่ายั์จะกลายเป็สัตว์พาหนะได้แล้วนกสีทองตัวโต สิงโตเสือขาว หมาป่าตัวใหญ่และเหยี่ยวขนาดเท่าคนก็สามารถกลายเป็สัตว์พาหนะได้เช่นกัน
เธอมองไปยังสัตว์พาหนะของชายหนุ่มแต่ละคนที่ได้ชื่อว่าเป็การ์ดิออนของเธออย่างสนใจตอนนี้พวกเขาแต่ละคนกำลังขี่สัตว์พาหนะของตัวเองอย่างชิว ๆจนเธอชักสงสัยแล้วว่าพวกเขาทำยังไงถึงได้ทำให้สัตว์พวกนั้นเชื่องได้ขนาดนั้น
เพียงไม่นานบรรยากาศที่เต็มไปด้วยร้านรวงและบ้านเรือนก็เปลี่ยนเป็ภาพปราสาทอันงดงามก็ปรากฏตรงหน้า
พระราชวังเซนทาร่า
พระราชวังหลักของแอสตราเวล เมืองหลวงแห่งอาณาจักรเซเลสเทียร์!
เธอก้มลงมองบันไดรถม้าที่ค่อนข้างสูงแล้วถอนใจดูยังไงกระโปรงยาวลากพื้นกับรองเท้าส้นสูงก็ไม่เข้ากับบันไดสูงเลยสักนิดเธอได้แต่หวังในใจว่าเธอจะไม่หน้าทิ่มลงไปนะ
“หื้ม?”เธอมองมือหนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างแปลกใจก่อนที่จะเงยหน้ามองคนที่เป็เ้าของมือ...แซคเตอร์?!
เธอหลุบตาลงแล้ววางมือลงบนมือเขาท่าทางเป็สุภาพบุรุษและสง่างามของเขานั่นทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าเธอเป็เ้าหญิงไปชั่วขณะยิ่งเมื่อได้มองใบหน้าความหล่อเหลานั่นใกล้ ๆก็ยิ่งทำให้เธออดที่จะใจเต้นแรงไม่ได้
ผู้ชายคนนี้ดาเมจแรงจริง ๆ
“ขอบคุณค่ะ”เธอส่งยิ้มคิดว่าเป็มิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้เขา
ใบหน้าคมสันชะงักไปนิดนึงเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา รอยยิ้มมุมปากของแซคเตอร์ก็จางหายไปจนเธอแอบใจเสียนิด ๆ
นี่เธอทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ?
ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรต่อเสียงของท่านลุงคอร์วินหรือนักบุญคอร์วินที่เธอเพิ่งมารู้ที่หลังว่าเขาเป็พี่ชายของแม่เธอก็ดังขึ้น
“เชิญฝ่าาทางนี้พ่ะย่ะค่ะ”
เธอมองตามท่านลุงคอร์วินอย่างเหนื่อยใจท่านลุงของเธอเป็พวกระเบียบจัดมากและตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาท่านลุงฝึกให้เธอนั่ง ยืน เดินใหม่ทั้งหมดจนเธออยากจะกรี๊ดวันละหลายรอบ
นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณตาต้องไปดูแลของคุณยายที่อาการไม่ค่อยดีนักละก็เธอไม่มีทางยอมให้ท่านลุงมาแทนเป็อันขาด!
เธอถอนหายใจเฮือกพลางยกชายกระโปรงขึ้นสูงอย่างหงุดหงิดแล้วก้าวจ้ำตามท่านลุงไปโดยไม่สนใจสายตาตกตะลึงของผู้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นใด ๆทั้งสิ้น
“ตายแล้ว เ้าหญิง!เอ๊ย...จักรพรรดินีทรงทำแบบนั้นไม่ได้เพคะ มันไม่งาม”เสียงที่แทบจะเป็กรีดร้องของนางกำนัลเฟย์ที่เป็นางกำนัลคนสนิทดังขึ้นแต่เสียงนั่นก็ไม่ทำให้เธอสะทกสะท้านได้แม้แต่นิด
ทำไมนะเหรอก็เพราะว่าั้แ่เธอเจอหน้าเฟย์ครั้งแรกนางกำนัลเฟย์ก็ทั้งร้องไห้และดุเธอไม่ยั้งที่หนีมายังมหาวิหารคนเดียวแถมนิสัยของนางก็ยังเ้าระเบียบไม่ต่างจากท่านลุงเลย
นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณตาบอกว่านางเป็คนที่ไว้ใจได้และเป็พี่เลี้ยงเธอมาั้แ่เด็กล่ะก็เธอคงย้ายนางให้ไปทำงานอื่นแล้ว!
และหลังจากวันนั้นนางกำนัลเฟย์ก็คอยตามติดไม่ห่างแถมยังเอาแต่บ่นและหาว่าเธอไม่เรียบร้อยเหมือนเมื่อก่อนบ้างล่ะกุลสตรีไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้บางล่ะ เธอเลยต้องทำหูทวนลมเวลาที่นางบ่น
ไม่อย่างนั้นเธอคงบ้าตายั้แ่สามวันแรก!
นี่เธอแค่ยกชายกระโปรงขึ้นนิดหน่อยทำเป็จะเป็จะตายถ้าเฟย์เห็นเธอใส่บิกินี่ตอนไปทะเล นางคงหัวใจวายตายไปเลยมั้ง!
เธอหรี่ตามองเฟย์แล้วยกกระโปรงให้สูงกว่าเดิมอีกหน่อยจนได้ยินเสียงหวีดเบาๆ ของเฟย์เธอเลิกคิ้วพลางยิ้มมุมปากแล้วเดินตามท่านลุงคอร์วินไปอย่างไม่สนใจว่าใครจะมองเธอยังไง
เวลานี้เธอ้าแค่นอนลงบนเตียงนุ่มๆ เท่านั้นแหละ!
ทางเดินของพระราชวังนั้นทอดยาวผ่านห้องต่างๆ และลึกเข้าไปในตัวอาคารมากจนไม่รู้ว่ามันจะไปหยุดที่ตรงไหน
นี่มันเกือบสามทุ่มแล้วนะคุณลุงนักบุญนี่ไม่คิดจะหลับจะนอนกันหรือยังไงถึงได้หาเื่ทำพิธีโน่นนี่อยู่เรื่อย
ผ่านไปชั่วครู่คุญลุงก็หยุดที่หน้าห้องหนึ่ง พอเธอกวาดตามองไปรอบ ๆความทรงจำ่หนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง
นี่มันห้องบรรทมของอดีตจักรพรรดิโอลิเวอร์กับจักรพรรดินีรีอาพ่อกับแม่ของเธอนี่น่า...
“ตามธรรมเนียมของแอสตราเวลแล้วจักรพรรดิและจักรพรรดินีทุกพระองค์จะประทับที่ห้องนี้พ่ะย่ะค่ะ”ท่านลุงคอร์วินที่เดินเงียบ ๆ มาตลอดทางก็หันมาอธิบายอย่างใจเย็น
แต่สายตาที่แสนจะเ้าระเบียบที่เขาส่งมาทำให้เธอขนลุกวาบคล้ายกับว่ามันต้องมีอะไรอีกแน่ ๆ
“แต่เนื่องจากฝ่าาทรงมีเอ่อ...การ์ดิออนถึงสี่พระองค์ดังนั้นกระหม่อมจึงได้จัดห้องบรรทมของพวกเขาไว้ที่ฝั่งซ้ายของปราสาทพ่ะย่ะค่ะ”
เธอขมวดคิ้วพลางมองท่านลุงอย่างสงสัยท่านลุงบอกเื่นี้กับเธอทำไม
ท่านลุงจะสื่ออะไรกันแน่?
“เอ่อ...วันนี้ฝ่าาจะต้องทรงเข้าหอวันแรกฝ่าาจะทรงเลือกผู้ใดเข้าหอกับพระองค์พ่ะย่ะค่ะ?”คำถามของท่านลุงทำให้เธอชะงักกึก
เข้าหอ?!นี่เธอลืมเื่นี้ไปได้อย่างไร
เรือ-หายแล้ว!
เธอเหลือบมองเหล่าชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็การ์ดิออนของเธอที่หยุดยืนอยู่ด้านหลังเธออย่างหนักใจ
เอาแล้วไง!งานก็เข้าแล้วไหมล่ะ
นี่ถ้าเธอเลือกใครคนใดคนหนึ่งมาเข้าหอด้วยมันจะหมายถึงความลำเอียงหรือเปล่าเฮ้อ...เธอยังไม่พร้อมที่จะให้เกิดปัญหาั้แ่วันแรกหรอกนะ
เธอเหลือบมองเหล่าชายหนุ่มแล้วมองคุณลุงยืนนิ่งอย่างรอคอยคำตอบ
เอาว่ะในเมื่อเลือกไม่ได้ก็ใช้วิธีให้โชคชะตากำหนดก็แล้วกัน?!
“พวกท่านรู้จักการจับฉลากไหม”
ใบหน้านิ่งอึ้งของทุกคนที่ยืนอยู่ทำให้เธอกะพริบตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจนัก ก่อนที่ชายหนุ่มผมสีเทาเข้มจะหัวเราะออกมาเสียงดัง
“อืมกระหม่อมคิดว่าเป็วิธีที่ไม่เลวทีเดียว แบบนี้ก็ไม่เลือกปฏิบัติดี” ท่าทีสบาย ๆของผู้ชายที่ชื่อเลโอเนลทำให้เธอใจชื้นขึ้นมาหน่อย
อย่างน้อยก็เป็การเริ่มต้นที่ดี...?
“เฮ้อ...จะมีใครเลือกเข้าหอได้แปลกเหมือนพระองค์บ้าง”เสียงพึมพำของคุณลุงคอร์วินแล้วหันไปเตรียมของ
ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจท่าทีของคุณลุงคอร์วินนักแต่เมื่อเห็นท่านยอมทำตามข้อเสนอของเธอ เธอก็เลยปล่อยผ่านอย่างไม่คิดมาก
สิบนาทีต่อมาขวดโหลบรรจุกระดาษสี่ใบเล็ก ๆ ก็มาอยู่ในมือท่านลุงท่านก็ยื่นขวดโหลไปตรงหน้าชายหนุ่มสี่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วส่งสัญญาณให้เขามาหยิบกันคนละใบ
พวกเขามองหน้ากันไปมาก่อนที่เลโอเนลจะเสนอตัวออกมาเป็คนแรก
ชายหนุ่มผมสีเทาเข้มล้วงมือเข้าไปหยิบกระดาษในขวดขึ้นมาหนึ่งอันแล้วก็ทำท่าจะเปิดแต่เขากลับหยุดมือไว้แค่นั้นและยิ้มออก
“เปิดก่อนก็ไม่สนุกนะซิไว้เปิดพร้อม ๆ กันดีกว่าไหมพ่ะย่ะค่ะ”เลโอเนลขยิบตาให้เธอแล้วถอยหลังออกไปและผลักชายหนุ่มร่างโตมาออกมา
คาร์ลอสเดินไปหยิบกระดาษเป็คนที่สองแล้วกลับไปยืนที่เดิมโดยไม่หันมามองหน้าเธอเลยแม้แต่น้อย
แซคเตอร์หันไปมองเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่เมื่อเห็นว่าเ้าชายเรย์นมีท่าทีเฉยเมยราวกับไม่เกี่ยวกับเื่ตรงหน้าเขาจึงเป็ฝ่ายเดินเข้าไปหยิบเองและถอยออกมา
เด็กหนุ่มผมสีเงินยวงยังคงยืนนิ่งอยู่แบบนั้นจนท่านลุงคอร์วินต้องเป็คนหยิบกระดาษใบเล็กขึ้นมาถือไว้เอง“งั้นกระหม่อมขออนุญาตเปิดแทนพระองค์แล้วกันนะพ่ะย่ะค่ะ เ้าชายเรย์น”
นักบุญคอร์วินค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กหนุ่มพยักหน้าเป็เชิงอนุญาต
“เปิดเลยนะพ่ะย่ะค่ะ หนึ่งสอง สาม... คนที่จะเข้าหอคนแรกคือ....”