S Family Love Story

    Sea xx La-ongfong 5

    Sea xx La-ongfong 5


    “ฟอง”

    “เราเข้าใจว่าทุกคนลำบากใจ แต่เชื่อเราเถอะนะเรายังเป็๞เพื่อนกัน ทุกคนเป็๞เพื่อนเรา เราไม่หายไปไหนหรอกแค่ขอให้เราได้ทำใจบ้าง เพื่อที่เขาจะได้สบายใจ” ฉันส่งยิ้มให้เทคอีกครั้งก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มจนหมดทีเดียว

    “มันโทรมา” เทคเงยหน้าขึ้นบอก หันหน้าจอโทรศัพท์มาให้ดูด้วย ซีโทรเข้ามาน่ะ

    “ไม่บอกเขาได้ไหม ถ้าเกิดเขาถาม”

    “ได้ วันนี้เราโกรธมันจริง ๆ เราจะไม่บอกมันแล้วกัน” เทคบอกมาแบบนั้น ฉันพยักหน้าขอบคุณก่อนจะดื่มต่อไม่ได้สนใจว่าเขาจะคุยกับอีกฝ่ายยังไง ฉันนั่งดื่มเงียบ ๆ จนกระทั่งร้านปิด ดีที่เพื่อนไม่เมากันมากถึงได้มีแรงเข้ามาพยุงฉันกลับห้อง ในหัวฉันวูบโหวงไปหมดเจ็บจี๊ดๆ อย่างบอกไม่ถูก แบบนี้หรือเปล่าที่เขาบอกว่าอกหัก๻ั้๹แ๻่ยังไม่ได้เริ่ม

    กลับถึงห้องก็หลับไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรเลย ตื่นขึ้นมาอีกทีตอนบ่ายโมง เพื่อนฉันตื่นก่อนและกลับห้องพวกมันกันแล้ว พวกมันไลน์เข้ามาบอกน่ะ ก่อนออกไปเพื่อนก็ใจดีซื้อกับข้าวมาไว้ให้ด้วย ฉันเข้าไปอาบน้ำกินข้าวแล้วก็กลับมานอนบนเตียงดังเดิม ไม่มีแรงเลย ดื่มหนักจนภาพตัด

    ฉันนอนต่ออีกสักพักแล้วลุกขึ้นมาเตรียมของไปส่งกว่าจะลากถุงใส่ของใบใหญ่มาถึงไปรษณีย์ได้ก็แทบลมจับ แฮงค์ก็แฮงค์ยังต้องมาส่งของอีก พอส่งเสร็จฉันก็กลับคอนโดตั้งใจว่าสักสี่โมงครึ่งฉันจะไปปั่นจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะ อยากไปถ่ายรูปเล่น คิดได้แบบนั้นก็เตรียมกล้องใส่กระเป๋า ฉันปั่นจักรยานไปเรื่อย ๆ ตามซอยที่คุ้นเลยไม่นานก็มาโผล่ที่สวนสาธารณะที่ชอบมา ฉันชอบมาที่นี่มากเลยนะเพราะมีคุณลุงคุณป้ามาวิ่งออกกำลังกายมีเด็กตัวเล็ก ๆ มาเล่นเครื่องเล่นพร้อมกับพ่อแม่ ส่วนฉันมาปั่นจักรยานเล่น ตรงไหนสวยก็จอดถ่ายรูป ฉันไม่เคยบอกใครเลยว่าชอบมาที่นี่ ฉันรู้จักที่นี่โดยบังเอิญ วันนั้นฉันตั้งใจจะปั่นจักรยานไปซื้อขนมแต่เข้าซอยผิดเลยมาโผล่ที่นี่แทน๻ั้๹แ๻่วันนั้นก้ติดใจสวนแห่งนี้เลยตั้งเป็๲สถานที่ลับในใจมาโดยตลอด เพื่อนฉันก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าฉันมาที่นี่

    “หนูมาคนเดียวเหรอลูก” คุณยายวัยเจ็ดสิบเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู

    “ใช่ค่ะ คุณยายมาวิ่งเหรอคะ?”

    “ใช่ลูก ที่จริงยายมาเดินนั่นแหละ อยู่บ้านมันเหงา” คุณย้ายยิ้มกว้างก่อนจะยื่นลูกอมมาให้หนึ่งเม็ด

    “หนูเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาเลย ยายเพิ่งซื้อมาแบ่งกันนะลูกเผื่อหนูจะอารมณ์ดีขึ้น” คุณยายส่งลูกอมเม็ดนั้นมาให้แล้วเดินทิ้งห่างออกไป ฉันมองลูกอมในมือพร้อมกับรอยยิ้ม

    “ขอบคุณค่ะคุณยาย” พึมพำเอ่ยบอกคุณยายตามหลังแม้คุณยายจะไม่ได้ยินแล้วก็ตาม ฉันเข็นจักรยานไปจอดข้างเก้าอี้ริมสระน้ำแล้วพาร่างตัวเองเดินไปนั่งที่เก้าอี้ หยิบกล้องขึ้นมาดูรูปไปเรื่อย ๆ นั่งไปสักพักใหญ่โทรศัพท์ข้างกายส่งเสียงเรียกเข้าอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปหลายชั่วโมง เป็๞กระวานที่โทรมา

    “ว่าไงวาน”

    (อยู่ไหน จะชวนไปทานข้าว) กระวานถามทั้งยังทำเสียงหงุดหงิดอะไรสักอย่าง

    “อยู่ข้างนอก เราไม่รู้ว่าจะได้กลับตอนไหนกระวานลองชวนช้อยกับพลิ้วดูนะ” ฉันเองก็อยากไปทานข้าวกับเพื่อน แต่เวลาแบบนี้ฉันอยากพักใจกับตัวเองด้วยนี่สิ

    (มันบอก๠ี้เ๷ี๶๯ จะไม่ไปกับเราหน่อยเหรอ)

    “ไม่ต้องมาอ้อนเราเลย”

    (เดี๋ยวเรารอก็ได้ นะฟอง ไปด้วยกัน) เฮ้อ กระวานจะเหงาอะไรเบอร์นั้น

    “จะไปร้านไหนล่ะ”

    (ร้านปิ้งย่างอะ เดี๋ยวไปรับ)

    “ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวไปเองบอกชื่อร้านมาเลยนะ”

    (ร้าน xx)

    “อ้อ ออกมาเลย ๆ เราอยู่ใกล้ร้านนี้เดี๋ยวเจอกันที่นั่นนะ” ร้านนี้อยู่ใกล้คอนโดฉัน ก่อนออกมาที่นี่ฉันก็ปั่นจักรยานลูกรักผ่านอยู่ ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องกลับเข้าคอนโดออกจากสวนก็แวะร้านเลยง่ายดี ฉันส่งไลน์ไปชวนช้อยกับพลิ้วด้วยสองคนนั้นบอกไม่ไหวปวดหัวมาก ฉันทั้งขำทั้งสงสารเพื่อนแต่เมื่อคืนก็ดื่มหนักกันจริงๆ นะ แต่ฉันหนักกว่าคนอื่นล่ะมั้งถึงต้องพึ่งพาให้เพื่อนลากกลับขึ้นห้องพัก

    ฉันปั่นจักรยานมาจนถึงร้านที่กระวานบอก จอดจักรยานไว้ข้างต้นไม้ด้วยนะกลัวจักรยานล้ม

    “พี่คะดูจักรยานให้หนูด้วยนะ” บอกพี่ที่โบกรถแถวนั้นด้วย ถึงจะเป็๲จักรยานแต่มันก็แพงนะ พี่ที่โบกรถหลุดขำก่อนจะยกนิ้วทำท่าโอเคให้ ฉันยิ้มกว้างก่อนจะสะพายกระเป๋ากล้องเข้าไปในร้านปิ้งย่าง เดินเข้ามาพนักงานก็เดินเข้ามาทักอย่างเป็๲มิตรและพร้อมบริการลูกค้าอย่างฉัน

    “ลูกค้ามากี่ท่านคะ” พนักงานเอ่ยถาม ร้อยยิ้มนั้นดูสดใจมากจนน่า๻๷ใ๯ ยิ้มทั้งปากทั้งตาเลยพนักงานคนนี้

    “เพื่อนมาจองโต๊ะแล้วค่ะ แต่ไม่รู้โต๊ะไหนนะคะ อ้อ โต๊ะ 12 ค่ะ” ระหว่างที่ตอบพนักงานด้วยรอยยิ้มเขินๆ ฉันก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดดูข้อความจากกระวาน มันบอกว่านั่งอยู่ที่โต๊ะ 12 พอดี

    “12 นะคะ คุณลูกค้า เชิญทางนี้เลยค่ะ” พนักงานเดินนำไปที่โต๊ะ เห็นหลังกระวานแล้วล่ะผมเขียวนีออนแบบนั้นมีมันคนเดียวแล้วล่ะที่กล้าทำ

    “ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยบอกพนักงานพร้อมกับรอยยิ้ม จากนั้นก็นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกระวาน มันเงยหน้าขึ้นมองแล้วถามด้วยความสงสัยที่ตอนนี้เห็นฉันหอบกระเป๋ากล้องพะลุงพะลัง

    “ไปไหนมาทำมีกล้อง”

    “ไปเล่นมา สั่งอะไรหรือยัง ร้านนี้เขาให้สั่งเอาใช่ปะ”

    “ใช่ ๆ สั่งแค่เครื่องดื่ม รอแกมาสั่งหมูเอง”

    “ได้ ๆ เดี๋ยวเราสั่งเอง เตอร์กับเทคไม่มาเหรอ”

    “มันบอก๠ี้เ๷ี๶๯เหมือนช้อยกับพลิ้วนั่นแหละ” กระวานตอบ ฉันเรียกพนักงานมาสั่ง พอสั่งเสร็จก็นั่งรอ ร้านนี้คนเยอะมากเลยล่ะ เราเลยต้องรอกันนิดหน่อยเนื่องจากที่ร้านให้เราเลือกหมูและพนักงานจะนำมาเสิร์ฟแทนการที่เราไปเดินตักเอง

    “แล้วเมื่อคืน มีรอยช้ำไหม” รอยช้ำเหรอ มีสิ ตรงไหล่พอดีเลย บ้ามากคิดแล้วก็โมโหอีกแล้วสิ

    “มี แต่ทายาแล้ว”

    “มันไม่ได้ยุ่งกับแก้วแล้วนะ ซีน่ะ” กระวานบอกเสียงจริงจัง เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย

    “แล้วไงล่ะยุ่งหรือไม่ยุ่งมันเป็๞สิทธิ์ของเขา เราไม่เกี่ยวอะไรอยู่แล้ว”

    “มันบอกว่าติดต่อแกไม่ได้”

    “อืม ก็คงติดต่อไม่ได้นั่นแหละ” ฉันตอบ เงยหน้ายิ้มกว้างเมื่อพนักงานนำหมูและของต่าง ๆ มาเสิร์ฟหลังจากที่สั่งไปได้สักพักใหญ่

    “ทำไมล่ะ”

    “เป็๞เพื่อนที่ไม่สนิทดีกว่า แบบนั้นดีแล้ว” ฉันตอบไปอย่างใจคิด อีกอย่าง ใจที่เคยคิดว่าชอบซีตอนนี้มันกลับเต้นจังหวะเดิมไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว หรือบางทีฉันอาจจะไม่ได้ชอบเขาแล้วก็ได้ ไม่ก็ไม่ได้ชอบแบบคนรักอะไรแบบนั้นมา๻ั้๫แ๻่ต้น

    “อ้าว พี่มาได้ไงอะ” เสียงกระวานเอ่ยทักใครบางคน เหมือนสงสัยแต่แววตาที่ส่งไปให้อีกฝ่ายดูเหมือนกำลังสนุก ฉันเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเป็๲ผู้ชายร่างสูงผิวขาวแสบตาคนหนึ่ง เขาทำหน้าง่วง ๆ และมองกระวานอย่างไม่พอใจ ดูจากท่าทางแล้วเหมือนเขาเพิ่งตื่นนอนเลย

    “เดินมาอะดิ ขอนั่งด้วยได้ปะ”

    “ได้ ๆ พี่นั่งเลย ๆ ” กระวานบอก จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็นั่งลงข้างฉัน พนักงานเอาจานช้อนแก้วมาให้เขาก็สั่งหมูเพิ่มไป ท่าทางจะหิวจัด

    “พี่นี่ละอองฟองเพื่อนผมเอง ฟอง นี่พี่ซีรุ่นพี่เราเอง”

    “สวัสดีค่ะ ฟองค่ะ” ฉันแนะนำตัวกับรุ่นพี่ไป เขายิ้มน้อย ๆ และแนะนำตัวกลับมา

    “สวัสดีครับ พี่ชื่อซีนะ” เรายิ้มให้กันเล็กน้อยก่อนจะทานกันต่อ ฉันปล่อยให้กระวานถามไถ่รุ่นพี่เขาไปเรื่อยไม่ได้ร่วมวงคุยด้วยเท่าไหร่แต่ก็พอรู้ว่าพวกเขาคุยเ๹ื่๪๫อะไรกันบ้าง ส่วนมากจะเป็๞เ๹ื่๪๫ฝึกงานที่พี่ซีเพิ่งฝึกเสร็จแล้วก็ชวนกันทะเลาะ

    “ไหนบอกว่าฝึกงานไปพี่”

    “ฝึกเพิ่งเสร็จเนี่ย กลับมาถึงบ่าย ๆ นี่เอง นี่ก็เพิ่งตื่นเลยเดินมาหาไรกิน”

    “พี่กลับบ้านยัง”

    “ยังแต่โทรบอกพ่อกับแม่แล้วว่ากลับมาถึงคอนโดแล้วน่ะ”

    “พี่อยู่คอนโดเดียวกับไอ้ฟองนี่ใช่ไหม”

    “หือ? คอนโดตรงนี้อะเหรอ” พี่ซีหันมามอง

    “ใช่ค่ะ พี่ก็อยู่ที่นี่เหรอ”

    “ใช่ ๆ เรามายังไง เดินมาเหมือนพี่ปะ นี่ขากลับยังกลัวผีเลยอะไม่น่าเดินมาเลย” พี่ซีพูดติดตลก

    “หนูปั่นจักรยานมา เดี๋ยวขากลับหนูเดินกลับเป็๲เพื่อน”

    “เฮ้ย เดินทำไม มีจักรยานนี่เดี๋ยวพี่ปั่นเราซ้อนไหม น่าสนุกดี”

    “แบบนั้นก็ได้ค่ะพี่” พี่ซีดูไม่ซีเรียสอะไรเลยนะ เขายังทานแล้วคุยกับกระวานอย่างออกรสนอกจากนั้นเขายังคีบหมูมาใส่จานให้ด้วย แง ใจดีดัง ทั้งที่เราก็เพิ่งจะเคยเจอกันแต่เขายังเทคแคร์และดูแลอย่างเป็๲สุภาพบุรุษ กระทั่งทานจนเสร็จและแยกย้ายกันกลับ พี่ซีเป็๲คนปั่นจักรยานโดยมีฉันนั่งซ้อนด้านหลังโดยทียังสะพายกระเป๋ากล้องใบใหญ่ อ้อ ก่อนออกมาพี่ซีฝากทั้งโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ไว้กับฉันเขาบอกว่ากลัวปั่น ๆ ไปแล้วมันจะหล่นหาย ๳ี้เ๠ี๾๽ไปขอตังค์แม่ใหม่ เขาบอกมาแบบนั้นนะ

    “ฟองอยู่ปีไหนแล้วนะ” จู่ ๆ พี่ซีก็ถามอย่างสนใจ

    “ปีสามแล้วค่ะ”

    “เดี๋ยวก็ฝึกงานแล้วใช่ไหม”

    “ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ?”

    “มีที่ฝึกยัง มาสมัครที่บริษัทพ่อพี่ไหมมีตังค์ให้ด้วยนะ” โห ดีจัง แต่อะไรที่ทำให้เขาต้องมานำเสนอบริษัทพ่อเขาขนาดนี้กัน

    “โห พี่ซี เกรดหนูไม่ได้เยอะขนาดนั้น หนูตั้งใจว่าจะกลับไปฝึกที่สำนักงานของบ้าน”

    “อือ แบบนั้นก็ได้ เออนี่ แอดไลน์แล้วก็บันทึกเบอร์เราให้พี่ด้วยสิ”

    “อ่า เดี๋ยวถึงค่อยแอดก็ได้ค่ะ” บ้าจริง ทั้งที่มันก็ประโยคธรรมดาทำไมฉันถึงใจเต้นแรงตึกตักกันนะ

    “ได้ แต่ต้องให้พี่นะ เผื่อชวนไปทานข้าวด้วยกัน”

    “ไปได้ค่ะ แต่ไม่ต้องเลี้ยงนะคะ ไม่สบายใจเลย”

    “ครับ ๆ ไม่เลี้ยงแล้ว พี่จะให้เราเลี้ยงพี่ดีไหม” พี่ซีตอบทีเล่นทีจริง


    ====

    แงงง มีคนเดาถูกด้วย เค้าไม่เนียนเหรอเนี่ย! 

    พี่ซีมาแล้วค่ะทุกคน อิอิ