เขากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าร้านอาหารมีความสุขกับการที่ได้เห็นภาพความคึกคักของย่านเคอร์เฟอร์ส เตนดัมม์ถนนสายนี้เป็สายหนึ่งที่เขาชอบมาก มันทำให้ย่านพิคคาดิลี่และพิคคาดิลี่เซอร์คัสดูเหงาหงอยลงไปถนัดขณะเดียวกันมันก็มีความหรูหราสง่างามเช่นเดียวกับย่านชังเอลิเซ่ เพียงแต่ว่ามีชีวิตชีวามากกว่า มองดูร้านรวงที่ตกแต่งหน้าร้านด้วยฟองกระจกตั้งเรียงรายอยู่ทั้งสองฟากฝั่งของถนนสายนั้น มองดูต้นไม้ใหญ่น้อยที่ยืนต้นราวทหารยามอยู่ตลอดทั้งถนนด้วยความชื่นชมในหัวใจ
ใจหนึ่งนั้นเขาคิดจะเดินเล่นเรื่อยๆ ไปทางเบรียทไชเดอปลาทซ์ ที่นั่นมีวิหารอันเป็อนุสรณ์สถานของไกเซอร์ วิลเฮล์มตั้งอยู่ วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่รูปทรงแปดเหลี่ยมประกอบด้วยโครงสร้างที่เป็เหล็กประดับด้วยกระจกโดยรอบ แต่ทว่าตั้งอยู่เคียงข้างหอนาฬิกาของวิหารเก่าปรักหักพังด้วยพิษภัยแห่งาก่อให้เกิดบรรยากาศที่ขัดแย้งกันอย่างประหลาด
หรือว่าเขาควรจะแวะไปยูโรป้าเซนเตอร์ซึ่งอาคารแห่งนั้นมีลักษณะการก่อสร้างเป็ชั้นพิเศษ 3 ชั้น ชั้นหนึ่งเป็ศูนย์การค้า ชั้นหนึ่งเป็โรงละครและอีกชั้นหนึ่งจัดเป็ร้านค้าอาหารกับเครื่องดื่มประกอบด้วยตัวอาคารหลักสูงถึง 19 ชั้นใช้เป็ที่ตั้งของบริษัทสำนักงานต่างๆ และบนยอดของอาคารแห่งนี้มีเครื่องหมายการค้าของบริษัทเมอร์ซีเดส-เบ๊นซ์อันมหึมาติดตั้งอยู่ เขาอาจจะไปนั่งเล่นอยู่ที่โรมานิสเซสคาเฟ่แห่งใหม่ซึ่งบรรยากาศของที่นั้นดีไม่ได้ครึ่งของโรมานิสเซสแห่งเก่าที่เขาเคยรู้จักสมัยเป็หนุ่มๆ แต่กระนั้นกาแฟที่นั่นรสชาติก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
หรือถ้าให้ดีกว่านั้นเขาควรเดินย้อนกลับไปยังโรงแรมเคมพินสกี้กลับไปสู่ห้องพักซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกเพียงไม่กี่ก้าว เอาแผนผังของฟือห์เรอร์บังเกอร์ออกมาตรวจสอบอีกครั้งก่อนลงมือขุดเพื่อค้นหาความจริงในวันพรุ่งนี้
ในที่สุดความ้าในประการหลังนี้เป็ฝ่ายชนะ แอชครอฟท์บอกตัวเองว่าเขายังไม่จำเป็สำหรับการพักผ่อนแต่ประการใด
ฮาร์ริสัน แอชครอฟท์สูดอากาศอบอุ่นของฤดูร้อนเข้าไปอัดไว้ในปอดและเริ่มออกเดินมุ่งหน้าลงไปบนผิวถนนเคอร์เฟอร์สเตนดัมม์เพื่อข้ามฟากไปยังคอร์เนอร์คาเฟ่เคมพินสกี้อันเป็ร้านอาหารและเครื่องดื่มนอกสถานที่มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งรายเรียงอยู่บนระเบียงด้านนอกของตัวอาคาร จากจุดนั้นเขาจะเดินเลี้ยวเข้าสู่ถนนฟาซาเนนสตร๊าทท์อันเป็ถนนด้านข้างที่ตัดไปสู่ทางเข้าด้านหน้าของโรงแรมบริสตอลเคมพินสกี้
ฮาร์ริสัน แอชครอฟท์ในวัย 72 ปีเดินอย่างกระฉับกระเฉงเต็มไปด้วยจิติญญาแห่งความหวังมุ่งหน้าไปยังหัวมุมถนนแห่งนั้น สมองหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับเื่พยานหลักฐานอันน่าทึ่งของดร.เทียลที่จะได้พิสูจน์ให้เห็นกันในวันพรุ่งนี้เมื่อขุดหลุมฝังศพอันเป็ที่พำนักสุดท้ายของฮิตเล่อร์ขึ้นมาดูกันในวันพรุ่งนี้
ขณะนี้เขาเดินมาถึงเคมพินสกี้คอร์เนอร์แล้วและเลี้ยวขวาตรงไปยังทางเข้าโรงแรม
ในนาทีนั้นขณะที่เขากำลังจะข้ามถนนไปยังทางเข้าของโรงแรมฮาร์ริสัน แอชครอฟท์ตได้ยินเสียงใครคนหนึ่งะโเรียกชื่อเขา...หรืออย่างน้อยก็คิดว่าตนเองได้ยิน ด้วยสัญชาตญาณทำให้เขาหันขวับไปมองเพื่อดูว่าใครกันแน่ที่กำลังเรียกเขาอยู่
แต่ทว่าเขากลับมองไม่เห็นผู้เรียกเนื่องจากมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ตัวถังประกอบด้วยลูกกรงเหล็กหักเลี้ยวเข้ามาบนถนนสายนี้ ปิดกั้นสายตาของเขาไว้ ทันใดรถบรรทุกคันนั้นทะยานเข้าใส่กระถางขนาดใหญ่ที่ใช้ปลูกไม้ดอกประดับหัวมุมถนน เสียงผู้คนกรีดร้องเผ่นหนีกันกระจัดกระจาย
และแล้วรถบรรทุกคันนั้นซึ่งคล้ายกับปราศจากการควบคุมก็ทะยานเข้าใส่ร่างของเขา...
ภาพของรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาหาทันทีทันใดนั้นทำให้แอชครอฟท์ยืนตะลึงงัน...
และทันใดนั้นเองมันชนเขาเข้าเต็มที่ ร่างของแอชครอฟท์ถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศกระเด็นไปอยู่ข้างถนน ...
กระนั้นเขายังพอมีสติอยู่ในสภาพที่ตกกระแทกลงกับพื้นถนนเต็มแรง ในสภาพที่ร่างกายกำลังโชกด้วยเืสีแดงสดๆ ที่ทะลักออกมานั้นเขาพยายามโงหัวขึ้นมาจากพื้นบาทวิถีพยายามยกมือขึ้นราวกับห้ามปรามมิให้เ้ารถบรรทุกคันนั้นกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายน่าอัปยศอดสูนั้นอีกต่อไป เขาเห็นรถบรรทุกมีท่าคล้ายจะถอยออกไปยังถนนด้วยเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นทะยานกลับเข้ามาใส่เขาอีกครั้ง
ในท่ามกลางความมืดมนด้วยสติสัมปชัญญะกำลังลอยเลื่อนนั้น แอชครอฟท์พยายามยกมือขึ้นเหมือนขอร้องให้มันเบนหัวไปทางอื่น
แต่ในนาทีนั้นเองล้อรถบดลงบนร่างของเขา...ดูเหมือนมันเป็สิ่งสุดท้ายที่เขาได้เห็นในชีวิตนี้...
ยางล้อรถบรรทุกบดขยี้ร่างของเขาจนแหลกเหลว...เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก้องไปทั่ว
ม่านมืดดำกระชากปิดลง...ทิ้งไว้แต่ความมืดมนอนธการชั่วนิรันดร์
หลังจากพิธีฝังศพเสร็จสิ้นลงขณะที่นั่งอยู่เพียงลำพังในที่นั่งตอนหลังของรถเดมเลอร์สีดำเพื่อกลับบ้านความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นในใจของเอ็มมิลี่ก็คืออยากเล่าให้พ่อฟังถึงพิธีฝังศพที่เพิ่งผ่านมา
เธออยากเล่าให้พ่อฟังว่าในพิธีฝังศพนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่มีชื่อเสียงจากวงการต่างๆ คราคร่ำไปด้วยญาติสนิทมิตรสหายที่รู้จักกับพ่อมากมายจนเหลือคณานับ มีทั้งข้าราชการที่ทำงานอยู่กับองค์การต่างๆ ในกรุงลอนไปจนกระทั่งถึงพนักงานขายหนังสือจากแบล๊ค-เวลล์’ สบุ๊คสโตร์
เธออยากให้พ่อได้ร่วมรับรู้ในเหตุการณ์วันนี้ อยากเล่าให้ฟังเหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอเคยบอกเล่าให้พอได้ทราบในทุกสิ่ง แต่แล้วรู้สึกเหมือนมีสิ่งหนึ่งมากระตุกที่หัวใจ เมื่อเธอตระหนักว่าเธอจะทำเช่นนั้นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะนับแต่นี้จะไม่มีพ่ออยู่ในโลกอีกต่อไป...พ่อลงไปอยู่ในหลุมแล้ว...พ่อจากไปแล้ว...มันเป็เื่ไม่น่าเชื่อเลย...ไม่น่าเป็ไปได้ว่าจะไม่มีร่างของพ่ออยู่ในโลกนี้อีก...ครั้งนี้นับเป็ครั้งแรกในชีวิตที่เธอไม่มีพ่ออยู่เคียงข้าง
เธอเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าในที่นั่งตอนหลังของรถเดมเลอร์ถัดจากเธอนั้นคือพาเมล่า เทย์เลอร์เลขานุการร่างเล็กผมสีแดงที่นั่งซับน้ำตาสั่งน้ำมูกด้วยความอาลัยรักในตัวนายจ้างอยู่ไม่เสื่อมคลาย ส่วนอีกข้างหนึ่งนั้นที่กำลังนั่งตัวตรงเพ่งสายตามองตรงไปข้างหน้าโดยแทบจะไม่สนใจกับผู้ใดคืออาของเธอไบรอัน แอชครอฟท์เป็น้องชายวัย 69 ของพ่อ เป็สมุห์บัญชีของบริษัทแห่งหนึ่งในเบอร์มิงแฮม
ทั้งเขาและเธอไม่มีน้ำตาเหลืออยู่อีกแล้ว น้ำตาทุกหยาดหยดได้เทถั่งออกมาจนหมดหัวใจแล้ว อาจจะมีหลงเหลืออยู่บ้างสำหรับตัวเอง เมื่อกลับไปถึงบ้านซึ่งจัดอาหารไว้เลี้ยงรับรองแขกทั้งหลายที่ไปร่วมในพิธีฝังศพวันนี้...บ้านของพ่อ...บ้านของเธอ...อยู่ในบริเวณเดียวกับมหาวิทยาลัย บ้านที่พ่ออยู่อาศัยมาชั่วชีวิต
ข่าวอันน่าตระหนกมาถึงเธอในตอนบ่ายโดยการแจ้งของเ้าหน้าที่ตำรวจจากนครเบอร์ลินตะวันตก เสียงจากปลายสายถามมาว่า...นั่นมิสเอ็มมิลี่ แอชครอฟท์ใช่ไหมครับ? มีอุบัติเหตุรุนแรงเกิดขึ้นนะครับ คุณพ่อของคุณเซอร์ฮาร์ริสัน แอชครอฟท์ถูกรถทุกคันหนึ่งชนถึงแก่ความตายในทันที คนขับหนีไปได้...เสียใจครับ...เราขอแสดงความเสียใจด้วยอย่างแท้จริง
มันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น แต่เอ็มมิลี่ยังไม่สามารถทำความเข้าใจได้ แม้ยังตกอยู่ในอาการช็อกซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับความเหลือเชื่อในข่าวที่ได้รับอย่างไม่คาดฝันเธอก็ยังใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถโทรศัพท์ไปหาแพทย์ประจำตัวของพ่อด้วยความคิดเพียงว่าเขาอาจจะช่วยชีวิตพ่อไว้ได้ แต่ทว่านายแพทย์ผู้นั้นเข้าใจถึงเื่ราวความเป็จริงทุกประการ เขารีบมาหาเธอทันที ภายหลังจากที่ให้ยาระงับประสาทแล้วเธอสั่งให้พาเมล่ารีบแจ้งข่าวนี้ให้กับเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดกับดร.แอชครอฟท์ทราบโดยเร็วที่สุด
มันเป็่เวลาแห่งความหายนะ เป็่เวลาแห่งความเลวร้ายอย่างที่สุดในชีวิตของเธอ
และเธอไม่อาจหันไปหาเจเรมี่ได้ด้วย เพราะนั่นก็เป็ความตายในอีกรูปแบบหนึ่งแม้ไม่อาจเปรียบเทียบ กับความตายในครั้งนี้อันเป็ความตายของพ่อได้แต่กระนั้นมันก็เป็เื่น่าเศร้าะเืใจไม่แพ้กัน