องค์หญิงฉางผิง หลังจากลืมตาตื่นขึ้นมา พบว่าแขนของตัวกลับคืนมาแล้ว สามารถขยับได้เป็นเช่นปกติ ก็กล่าวขอบคุณเฟยหลงที่ได้ช่วย
“ องค์หญิง คิดจะทำอย่างไรต่อไป” เฟยหลงอดถามไม่ได้
“ ข้าหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง ชีวิตนี้ไม่มีความหวังอะไรอีกแล้ว ข้าอยากหาสถานที่สงบและปลงผมบวชชี”
เฟยหลงและทุกคน ถึงกับอึ้ง องค์หญิงฉางผิง เพิ่งอยู่ในวัยแค่ 14 ปี คิดจะบวชชีแล้วหรือนี่ แต่ทุกคนก็ได้แต่พยักหน้า เพราะไม่รู้ว่าจะช่วยนางได้อย่างไรดี
ทันใดนั้น ก็มีกองทหารเกือบห้าร้อย นำโดยหลิวจงหมิน แม่ทัพฝ่ายขวา ของ กองทัพหลี่จื้อเฉิง มาล้อม สถานพยาบาลชั่วคราว เอาไว้ทั้งหมด
“ องค์หญิงฉางผิง ยอมกลับไปกับพวกเราเถิด ฮ่องเต้ฉงเจิน ผูกคอตายไปแล้ว
ตอนนี้พระศพอยู่ที่ตำหนักไท่เหอ ฮ่องเต้องค์ใหม่ เชิญท่านไปร่วมพิธีพระศพ เพื่อบรรจุฝังในสุสานราชวงศ์หมิงของท่าน”
องค์หญิงพอได้ยิน ก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
“ องค์หญิง ท่านหลี่จื้อเฉิง ถึงยังไงก็ยังเป็นชาวฮั่นเหมือนกัน ท่านจัดพิธีพระศพของฝ่าบาทเช่นนี้ พระองค์เป็นธิดา ไม่ว่ายังไง ก็ต้องไปทำพิธีบรรจุฝังให้ถูกต้อง”
“ ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง กระหม่อมจะให้การปกป้ององค์หญิงเอง” เฟยหลงให้ความมั่นใจ
แล้วทั้งหมด ก็ไปที่ตำหนักใหญ่ไท่เหอ พบว่า มีทหารที่ยอมจำนน ต่อกองทัพหลี่จื้อเฉิงเป็นจำนวนมาก และกำลังโศกเศร้าเสียใจ พอเห็นองค์หญิงเสด็จมา ทุกคนต่างคุกเข่ากราบกราน ร้องห่มร้องไห้
“ เชิญเสด็จองค์หญิง” หลี่จื่อเฉิง ลงมารรับ องค์หญิงน้อยด้วยท่าทีที่สุภาพ ไม่ได้แสดงอาการ เย่อหยิ่งอะไรเลย ทำให้ทหารที่ยอมจำนน ถึงกับซาบซึ้งยิ่งนัก
ผ่านพิธีบรรจุพระศพลงโลง แล้วนำไปบรรจุฝัง ในสุสาน13 กษัตริย์ ราชวงศ์หมิง
เสร็จแล้ว กุนซื้อหลี่ซิน ก็เอ่ยออกมาว่า
“ องค์หญิง พวกเราเพียงแค่ต้องการโค่นล้ม พวกขุนนางที่โกงกิน หาได้คิดจะโค่นล้มระบบกษัตริย์ หรือราชวงศ์หมิง ไม่หวังว่า องค์หญิงคงจะเข้าใจ”
องค์หญิงไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น ได้แต่นั่งนิ่ง มีผ้าปิดใบหน้าเอาไว้
กุนซือหลี่ซินจึงได้กล่าวต่อว่า
“ ท่านอ๋อง ของเรามีความคิดว่า เพื่อให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุขโดยเร็ว อยากจะแต่งตั้งองค์หญิงเป็นฮองเฮา แล้วร่วมปกครองดินแดนฮั่น ให้มั่นคงยั่งยืนสถาพรตลอดไป ไม่ทราบว่าองค์หญิงเห็นเป็นเช่นไร”
ทุกคนที่อยู่ในห้องท้องพระโรง ต่างใจเต้นแรงรอคำตอบจาก องค์หญิงฉางผิง
“ หลังจากที่เสด็จแม่ถูกเสด็จพ่อฆ่าตาย ข้าเองก็ใจสลายไปแล้วสิ้น พอรู้เสด็จพ่อผูกคอตาย เช่นนี้ ยิ่งทำให้จิตใจของข้าไร้ซึ่งทุกสิ่ง ข้าตัดสินใจละทางโลก มุ่งสู่ทางธรรม ขอให้ฝ่าบาทองค์ใหม่ ได้โปรดเห็นใจ ปล่อยให้ข้าไปจากที่นี่ด้วยเถิด”
ทุกคนฟังแล้วก็เกิดความไม่สบายใจขึ้น หลี่จื้อเฉิงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ก็นิ่งเงียบ
แม่ทัพซ้าย หนิวจินซิง ก็โพล่งปากออกมาด้วยเสียงดังลั่นว่า
“ ฮ่องเต้เมตตา ให้ท่านเป็นฮองเฮา แต่ท่านกลับไม่สน อยากไปเป็นหญิงคนิกาหรืออย่างไร”
“ หนิวจินซิง อย่าเสียมารยาท” หลี่จื้อเฉิง เอ่ยปรามแม่ทัพซ้ายเอาไว้
“ องค์หญิง ท่านยังพอมีเวลาคิดอยู่ ไยรีบด่วนตัดสินใจเช่นนี้ ท่านไม่ห่วงชาวเมืองของท่านหรือ” กุนซือหลี่ซิน ยังเกลี้ยกล่อมต่อไป
“ เรื่องชาวเมืองข้าคงมิต้องห่วง ฮ่องเต้คนใหม่ ทรงมีความรัก มีเมตตาต่อประสกนิกร ข้าเห็นแล้วก็มั่นใจว่า ไม่มีข้า พระองค์ต้องดูแลพวกเขาได้เป็นอย่างดี”
ทุกคนได้ฟังเช่นนี้ ก็ได้แต่อึ้ง นึกไม่ถึงองค์หญิงเยาว์วัยเช่นนี้ กลับเอ่ยย้อนกลับมาได้อย่างเหมาะสม
“ ในเมื่อองค์หญิงตัดสินพระทัยเช่นนี้ พวกท่านก็อย่า มากวนใจองค์หญิงอีกเลย พวกเราไปกันเถอะ” เฟยหลงก้าวมาข้าหน้าองค์หญิง แล้วกล่าวกับทุก ๆ คน หนิวจินซิงแม่ทัพซ้าย ไม่พอใจเฟยหลง ที่ทำให้เขาสลบไปเมื่อครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ ยังกล้ามาพูดต่อหน้า พี่น้องของเขาทั้งหมดอีก จึงก้าวออกมาแล้วเอ่ยเสียงดังว่า
“ เจ้านึกว่าเจ้าเป็นใคร ทุกคนต้องฟังเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“ ข้าไม่ได้อยากให้ทุกคนฟัง ข้าเพียงแต่เตือนด้วยความปราถนาดีเท่านั้น”
“ มากไปแล้ว ตายเสียเถิด” หนิวจินซิงถือขวานใหญ่ วิ่งเข้ามาหมายฟันร่างของเฟยหลงให้ขาดออกเป็นสองท่อน เฟยหลงยกมือซ้ายปล่อยพลังอัสนีออกไป เปรี้ยง !! สายฟ้าพุ่งออกจากฝ่ามือเฟยหลง เข้าปะทะร่างของหนิวจินซิง จนร่างดำเมี่ยม เสื้อผ้าขาดวิ่น นอนหงายท้องควันออกปาก หายใจพงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ทุกคนมองฉากนี้ด้วยความตื่นตระหนกตกใจยิ่ง นี่มัน เซียนสวรรค์ชัดๆ มนุษย์ที่ไหน จะปล่อยพลังอัสนีออกมาได้
องครักษ์จิ้งอี้ กับ หมอเฟิ่งหวงไม่แปลกใจ เพราะรู้อยู่แล้ว ว่าเฟยหลงไม่ใชมนุษย์ธรรมดา เป็นถึงเซียนสวรรค์
“ ข้าไม่อยากทำร้ายใคร แต่ถ้าใครคิดร้ายข้า หรืององค์หญิงข้าก็ไม่ละเว้นเช่นกัน
เฟยหลงจับมือองค์หญิงแล้วเดินออกไป โดยที่ไม่มีใครกล้า ขัดขวางแม้แต่น้อย”
“ ท่านกุนซือ นี่ข้าตาฝาดไปหรือเปล่านี่?”
“ เทพเซียน เขาเป็นเทพเซียนจากสวรรค์แน่ๆ คนธรรมดาที่ไหนจะสามารถใช้พลังเทพอัสนีเช่นนี้ได้” กุนซือเอ่ยอย่างตื่นเต้น
ทั้งหมดมองคนทั้งสี่เดินออกจากวังไป โดยที่หลี่จื้อเฉิงรีบออกคำสั่งให้ อย่าขัดขวาง เพื่อความปลอดภัยของ ทุกๆ คน
“ ท่านเป็นเซียนจริงๆ หรือ?” องค์หญิงมองเฟยหลงด้วยสายตาที่แปลกประหลาด
“ ข้าเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ว่าข้าฝึกฝนจนมีพลังเทพเซียน เท่านั้น ส่วนคนจะเรียกอย่างไรนั้น ก็แล้วแต่พวกเขาจะเรียกขานกัน”
“ ท่านสอนข้าฝึกตนแบบท่านได้ไหม?”
องค์หญิงจ้องมองเฟยหลงด้วยสายตามุ่งมั่น เฟยหลงเองก็คิดว่า องค์หญิงผ่านเรื่องราวโหดร้ายเช่นนี้มา ก็เลยไม่อยากปฏิเสธ จึงได้แต่พยักหน้าไป
“ ศิษย์ฉางผิง ขอคารวะท่านอาจารย์” เฟยหลงเพิ่งจะอายุสิบเจ็ดปี พอมีคนคุกเข่าคำนับเช่นนี้ ถึงกับอึ้งไปเลย
“ ลุกขึ้นเถอะ”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ แล้วนี่ เจ้ามีสถานที่ คิดจะไปหรือไม่?”
ฉางผิงส่ายหัวไม่มีทีไป อาจารย์เฟิ่งหวง เลยบอกว่า
“ มีสถานที่หนึ่ง ว่ากันว่า เป็นเคยเป็นที่อยู่ของพวกเซียนสวรรค์มาก่อน”
“ ที่ไหน”
“ ภูเขาผู่ถัวซัน อยู่มณฑลเจ้อเจียง”
“ ชื่อเหมือนโรงเรียนของซุนหงอคง ในนิยายเลยนะ” องครักษ์จิ้งอี้เอ่ยด้วยความสงสัย
“ ก็ได้ พวกเราพาองค์หญิงไปอยู่บนยอดเขาผู่ถัวซัน ก็แล้วกัน” แล้วทั้งหมดก็เดินทางไปมณฑลเจ้อเจียงทันที
พอไปถึงเมืองเจียงซี ก็พบว่า เมืองทั้งเมืองถูกเผาวอดวายไปจนหมด พบซากศพอยู่ในกองเพลิง ซากกระดูกกระจัดกระจาย กลุ่มควันเพิ่งจะจางหายไปไม่นาน เศษซากสิ่งก่อสร้าง ยังมีควันล่องรอง กลิ่นเหม็นไหม้ของซากศพคละคลุ้งไปทั่ว
“ ฝีมือใครกัน ทำไมช่างโหดร้ายเช่นนี้ นี่คงเป็นซากศพคนทั้งเมืองแน่เลย”
อาจารย์เฟิ่งหวงเอ่ยด้วยความเศร้าใจ
“ มีชาวเมืองกว่า สองแสนคนล้วนถูกฆ่าแล้วเผาทั้งเป็นไม่มีใครหนีรอดออกจากเมือไปได้” เฟยหลงมองไปบนท้องฟ้า พบเห็นวิญญาณทีลอยล่องนับแสนดวงแล้วเศร้าใจ พร้อมกับได้กลิ่นไอ ซากศพ ที่ขึ้นอึด เฟยหลงพาทุกคนเดินไป หลังกำแพงเมือง พบเนินดินสูงยังกับภูเขา เฟยหลงมองแค่ได้กลิ่นก็รู้ว่าพื้นด้านล่างมีแต่ซากศพเป็นจำนวนมาก ที่ถูกฝังดินนับแสน คน แต่ว่าพอผ่านไปหลายวัน ศพก็เกิดแก๊สขึ้นในร่าง ทำให้พองตัวขึ้นอืด ดันดินที่ฝังขึ้นมา ด้านผิวดินมีดอกเห็ดขึ้นมามากมาย ลักษณะคล้ายกับมือคน องค์หญิงเห็นแล้วต้องร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะมันมีลักษณะคล้ายกับมือมนุษย์ ผุดขึ้นมา เต็มไปหมด
“ เห็ดมืออสูร !”
ทุกคนไม่มีใครรู้จักเห็ดชนิดนี้สักคน พอเข้าไปใกล้ ก็แทบผงะออกมา เพราะมีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพ
“ เห็ดชนิดนี้มันเติบโต จากซากศพ ด้านล่างมีศพฝังเอาไว้นับ แสนคน โหดร้ายจริงๆ คนผู้นี้” เฟยหลงกำลังจะเดินจากไป แต่ก็ต้องเดินกลับมาอีก แล้วทำการเก็บเห็ดมืออสูรเอาไว้ทั้งหมด
“ อาจารย์ท่านจะเอาเห็ดพวกนี้ไปทำอะไร?” องค์หญิงฉางผิง เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ข้าจะเอาไปทำผงพิษมืออสูร”
“ ทำผงพิษเพื่ออะไรกัน”
“ อีกไม่นานเจ้าจะรู้เอง” เฟยหลงเก็บเห็ดมาจนหมด แล้วใช้ฝ่ามือปล่อยเข้าไปในผืนดินเพลิงสีน้ำเงินเผาผลาญซากศพทั้งหลาย กลายเป็นขึ้เถ้าแล้วเนินดินก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงไป วิญญาณที่ตายก็ค่อยๆ สลายหายไป
“ พวกเจ้าไม้ต้องห่วง พวกมันต้องชดใช้กรรมที่ก่อขึ้น ข้าให้สัญญา” เฟยหลงส่งกระแสจิตบอกวิญญาณที่ยังเหลือ อยู่ จากนั้นเฟยหลงก็เดินทางต่อไป ที่เมืองเจียงซี ซึ่งภารกิจด่านที่ 9 ปรากฏออกมาแล้ว
“ กำจัดกองทัพ หวงไท่จี๋ ด้วยพิษมืออสูร”
นึกไม่ถึงหลักสูตรวิชาแพทย์จะมีการใช้พิษกำหนดให้ฆ่าคนด้วย เฟยหลงเดินทางตามคู่มือที่บอกเอาไว้ เพื่อไปพบกับ กองทัพ หวงไท่จี๋ ผู้นำกองทหารต้าชิง ผู้เกรียงไกรยิ่งใหญ่ ซึ่งบัดนี้ เขาได้ยึดครองเมืองไปแล้ว 80 เมือง เวลานี้ตั้งค่ายทหารอยู่ที่ เมืองเจียงซี เพื่อรอ สัญญาณจาก ตัวเอ่อคุน ที่ด่านซันไห่กวน เพื่อบุกเข้าโจมตีพร้อมกันทั้งสองทาง แล้วยึดเมืองหลวงเป่ยผิง แต่ว่าครั้งนี้ต้องเลื่อนออกไป เพราะ ถูกทัพหลี่จื้อเฉิง บุกนำเข้าไปก่อน
ค่ายทหารของ หวงไท่จี๋ เมืองเจียงซี
“ เวลานี้หลี่จื้อเฉิง บุกไปยึดเมืองเป่ยผิงเรียบร้อยแล้ว พวกมันส่งสาส์นให้ อู๋ซันกุ้ยสวามิภักดิ์ แล้วจะมอบตำแหน่งอ๋องแดนใต้ ให้ปกครอง หากว่าไม่ยอมครอบครัวที่อยู่ในเมืองหลวงต้องถูกประหาร”
“ อืมพวกหลี่จื้อเฉิง เป็นเพียงกองทหารโจร ไม่เข้มแข็ง แค่รวมตัวกันอย่างเร่งรีบ
กองทหารของฉงเจินกลับอ่อนแอ แม่ทัพคนสำคัญล้วนตายหมดสิ้น ทำหนังสือแจ้ง อู๋ซันกุ้ยไป ข้าในนาม กษัตริย์ต้าชิง ให้คำมั่นว่า หากแม่ทัพอู๋ซันกุ้ย ยอมเปิดด่านให้ตัวเอ๋อกุนเข้ามา ข้าจะยกดินแดนการค้าติดทะเลตงไห่ ยกผลประโยชน์ให้เขาทั้งหมด” แม่ทัพผู้หนึ่งรับบัญชาแล้วก็เดินออกไป แล้วก็มี ทหารสอดแนมนำสาส์นมาให้ หวงไท่จี๋อีก
“ องค์หญิงฉางผิง กำลังเดินทางมายังเมืองเจียงซีรึ?” หวงไทจี๋อ่านจบก็ออกคำสั่ง ให้ทหารตั้งด่าน ตรวจสอบตามหาองค์หญิงฉางผิงทันที
ส่วนทั้งสี่คนมาถึงเมือง เจียงซี กำลังมองค่ายทหารของ หวงไท่จี๋ มีกองทหารกว่าห้าหมื่นคน กระจายไปทั่ว รอบๆ ค่ายทหาร ระหว่างเดินทาง เฟยหลงได้สะกัดทำยาพิษเห็ดมืออสูรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่า หาก ทัพทหารกระจัดกระจายเช่นนี้ เกรงว่าการจัดการคงยากลำบากไม่น้อย
“ ท่านเซียน เราเดินอ้อมผ่านเมืองไปดีไหม หากว่าผ่านเมืองเจียงซี ก็เข้าเขตมณฑลเจ้อเจียง ก็จะเข้าเขตเขาผู่ถัวซันแล้ว” องครักษ์จิ้งอี้เสนอความคิด
“ ไม่ต้อง พวกเราจะเดินผ่านเมืองนี้ไปเลย พวกเจ้าใช้ ถุงหอมนี้ติดกายเอาไว้ มันจะช่วยแก้พิษมารอสูรได้” เฟยหลง มอบถุงหอมซึ่งเป็นยาแก้พิษมารอสูร
“ ท่านอาจารย์คิดจะใช้พิษกำจัดพวกมันหรือเจ้าคะ” องค์หญิงฉางผิงเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
“ ใช่ วิญญาณคนตายเหล่านั้น ล้วนเป็นวิญญาณอาฆาต พวกมันไม่ยอมไปผุดไปเกิด อาจารย์เลยให้พวกมัน เข้ามาอยู่ใน ผงพิษอสูร รอเวลาปล่อยให้พวกเขาไปแก้แค้น คนที่ทำกับพวกเขาเอาไว้”
“ ทำได้ขนาดนี้เลยรึ?” อาจารย์เฟิ่งหวงเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นจริง”
ในขณะนั้นเฟยหลงกับพวกได้มองเห็น ชาวบ้านนักหมื่นกำลังขุดหลุม ขนาดใหญ่ อยู่กว่า 20 หลุม เฟยหลงเห็นแล้ว อดกำหมัดแน่นไม่ได้
“ พวกมันกำลังขุดหลุมใหญ่ขนาดนี้เพื่ออะไร” องค์หญิงฉางผิงสงสัย
“ พวกมัน จะฝังชาวบ้านลงไปพร้อมๆ กัน หากใช้อาวุธจะสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์” เฟยหลงเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องชินชา แต่ทั้งสามคนไม่เคยมีใครเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อน
“ พวกมันให้ชาวบ้านขุดหลุมฝังตัวเอง จริงๆ หรือนี่?” องค์หญิงฉางผิงเอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัว.....