นวดกระสันสลัดคราบเนิร์ด

    ตอนที่ 34 โดนขย่มคาเต็นท์ + ห้องน้ำปิดปรับปรุง

    ลุงวิเชียรพยักหน้ารับด้วยความลุ่มหลง ก่อนจะรนรานรีบเร่งดึงรั้งเข็มขัดถอดกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่แพรขยับยืดกายหยัดตัวลุกขึ้นอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นท่าคุกเข่าคลานสี่ขาหรือท่าหมา สะโพกผายจงใจโก่งก้นงอนงามอวบแน่นในกางเกงในสีชมพูอ่อนให้ท่าผู้ชายรุ่นพ่อ เอี้ยวใบหน้าหมวยเก๋หันกลับมามองคนข้างหลัง แล้วเอ่ยเร่งเร้าพลางพ่นลมหายใจออกมา


    “เร็วๆนะคะ เดี๋ยวเพื่อนหนูจะกลับกันมาซะก่อน”


    ลุงวิเชียรไม่รอช้า แกคว้าขวดน้ำมันสมุนไพรป่าสูตรพิเศษขวดเดิม เทของเหลวหนืดชโลมลงบนท่อนเอ็นจนเปียกชุ่มเยิ้ม ขยับกระเถิบกายประชิดก้นงอนงาม ใช้นิ้วจับแหวกเนื้อผ้ากางเกงในแง้มออก จ่อหัวเห็ดเข้าที่ร่องเนื้อสาว แล้วออกแรงดันสะโพกเบียดแทรกความแข็งขึงดิ่งลึกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่น


    “อื๊อออ…” แพรครางเสียงหวาน ใบหน้าใต้กรอบแว่นบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านสะท้านทรวง


    “ซี๊ด... หนูแพรเอ๊ย... แน่นชิบหาย” ลุงวิเชียรครางซี๊ดซ้าดสูดปากหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง มือแกร่งเกาะกุมวางหมับเข้าที่สะโพกผายขนาดมหึมาที่ผืนผ้าสีชมพูอ่อนปกปิดไม่มิด


    ตับ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


    ความเงี่ยนที่สะสมมานานระเบิดออก ชายวัยกลางคนกระแทกกระทั้นท่อนเอ็นหนาเข้าออกเป็นจังหวะหนักหน่วง เสียงเนื้อจากหน้าขาแกร่งกระทบกับเนื้อสะโพกดินระเบิดนุ่มนิ่ม สลับกับเสียงแฉะชื้นของน้ำมันและน้ำเงี่ยนที่ผสมผสานกันอยู่ภายในช่องทางรักอันคับแน่น เรือนร่างขาวโพลนในท่าหมาสั่นสะเทือนแอ่นรับสัมผัสสวาทอย่างสมยอม


    ตั้บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


    บทสวาทดำเนินไปอย่างซาบซ่านและดุเดือดครู่ใหญ่ ลุงวิเชียรยิ่งเย็ดยิ่งย่ามใจ เร่งความเร็วเด้าสะโพกถี่กระชั้นจนเนื้อตัวของแพรสั่นสะท้าน ทว่าในจังหวะที่ความเสียวซ่านกำลังไต่ระดับขึ้นสูงนั้นเอง…


    แกร่ก... สวบ…


    เสียงฝีเท้าคนย่ำเหยียบเศษใบไม้ดังขึ้นที่บริเวณด้านนอกเต็นท์ในระยะประชิด ลุงวิเชียรชะงักสะโพกค้างกะทันหันในท่าที่ท่อนควยยังคงฝังคาลึกอยู่ในหีของแพร ชายแก่ตัวสั่นเกร็ง ลมหายใจสะดุดกึก


    ไม่ต่างจากแพรที่หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม กลัวจนแทบหยุดหายใจเพราะคิดว่าเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของตัวเองเดินกลับมา ทว่าเมื่อตั้งใจเงี่ยหูฟัง ท่ามกลางเสียงสายน้ำลำธารแว่วคลอ กลับเป็นเสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวคนอื่นที่เดินคุยกันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป


    คนใส่แว่นพ่นลมหายใจยาวอย่างโล่งอก ขยับสะโพกบดเบียดเข้าหาท่อนเอ็นที่คาอยู่เบาๆเพื่อเรียกขวัญและเร่งจังหวะต่อ ลุงวิเชียรเมื่อเห็นว่าปลอดภัยแกก็ระเบิดอารมณ์ใคร่ที่ค้างคาต่อทันที ชายวัยกลางคนไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว รวบรวมแรงทั้งหมดกระเด้าอย่างบ้าระห่ำ เสียงครางกระเส่าของทั้งคู่สลับกันดังระงมสู้เสียงลำธารด้านนอก มือหนาบีบเคล้นก้นอวบขาวจนขึ้นรอยแดง รัวสะโพกเข้าใส่จนร่างของแพรโยกคลอน จังหวะการสับซอยถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ


    พลั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


    จนกระทั่งลุงวิเชียรเริ่มเกร็งกระตุก ลำคอหนาตั้งบ่าเห็นเส้นเลือดปูดโปน บ่งบอกว่ากำลังจะถึงจุดสุดยอดและน้ำกามจวนจะระเบิดออกมาเต็มที


    “ซี๊ดดด…! หนูแพร ลุงจะแตก... ลุงไม่ไหวแล้ว”


    “แตกข้างนอกนะคะ” แพรที่ยังมีสติเหลืออยู่รีบเอ่ยปากส่งเสียงกระเส่าปนหอบแฮก ลุงวิเชียรกระแทกเน้นย้ำรุนแรงส่งท้ายอีกสองสามที ก่อนจะรีบถอนควยออกมาจากร่องสวาทจนเกิดเสียงบล๊วบ


    ลุงวิเชียรรนรานจับพลิกเรือนร่างขาวอวบของแพรให้นอนหงายราบลงกับพื้นเต็นท์ในพริบตา ก่อนที่แกจะกระโจนขึ้นคร่อมบริเวณหน้าอกของเด็กสาว จ่อควยสั่นระริกเข้าใส่ใบหน้าหมวยเก๋ในระยะประชิด


    วินาทีแห่งการปลดปล่อยมาถึง ลุงวิเชียรเกร็งและเสียวสุดขีด ฉีดพ่นน้ำกามคาวข้นสีขาวขุ่นระเบิดทะลักพุ่งกระฉูดใส่ใบหน้าของเด็กแว่นอย่างจัง


    แรงพุ่งทำให้น้ำกามเลอะสาดกระจายเต็มใบหน้า เปรอะเปื้อนคราบขาวขุ่นเต็มเลนส์แว่นของแพรจนบดบังทัศนวิสัยการมองเห็น สองมือของแพรจิกผ้าใบเต็นท์ รับกระแสน้ำคาวราคะที่คนขับรถรุ่นพ่อฉีดละเลงเคลือบใบหน้าของเธอ อล่างฉ่างสิ้นสภาพเด็กมหาวิทยาลัยผู้ทรงศีลธรรมอย่างสิ้นเชิง


    …


    เวลาประมาณห้าโมงเย็น ท้องฟ้าเหนือผืนป่าเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอบอุ่น สายลมโชยเอากลิ่นไอละอองน้ำจากลำธารมาช่วยขับไล่ความอบอ้าว ก่อนจะไปรับประทานอาหารมื้อเย็น แพรและเพื่อนๆไปเดินเล่นรับลม ถ่ายรูปเช็กอินที่สะพานไม้เก่าแก่ซึ่งทอดตัวข้ามลำธารสายใหญ่เป็นไฮไลต์ของชุมชนแห่งนี้


    แพรได้แวะซื้อขนมขบเคี้ยวติดรถมาด้วยตั้งแต่ตอนผ่านตัวเมือง ด้วยความตั้งใจจริงที่อยากจะเอามาแจกจ่ายให้กับเด็กๆ ทันทีที่แก๊งนักศึกษาเดินหอบลังขนมมาถึงลานกว้างใกล้สะพาน เด็กน้อยลูกหลานชาวบ้านหลายสิบชีวิตที่วิ่งเล่นอยู่แถวนั้นต่างก็พากันวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบจนเกิดความวุ่นวายเล็กๆ


    “เอ้า อย่ารุมพี่ๆเค้าแบบนั้นสิ ขนมมีครบทุกคน ไม่ต้องแย่งกัน!” เสียงทุ้มเข้มทรงพลังของลุงวิเชียรดังแทรกขึ้นมา ก่อนที่แกจะเดินเข้ามาทำหน้าที่เป็นคนจัดระเบียบให้เด็กน้อยยืนเข้าแถวตอนเรียงหนึ่ง เข้าไปรับขนมจากมือพี่ๆนักศึกษาทีละคน


    ระหว่างกำลังทำหน้าที่จัดระเบียบความวุ่นวาย สายตาของลุงวิเชียรคอยมองจับจ้องไปที่แพรซึ่งกำลังยืนแจกขนมอยู่ตรงหัวแถวอย่างไม่วางตา


    ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของแกในยามนี้คือภาพของเด็กสาววัยรุ่นผู้มีจิตใจงดงาม สาวแว่นย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของเด็กๆ เธอยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนจนตาหมวยๆคู่นั้นหยีลง พูดคุยซักถามชื่อและหยอกล้อกับเด็กน้อยแต่ละคนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานน่ารัก มือบางยื่นขนมส่งให้เด็กๆทีละคนพร้อมกับรับไหว้ขอบคุณด้วยท่าทางกิริยาสุภาพเรียบร้อย


    ลุงวิเชียรเผลอยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว ทว่าในส่วนลึกของหัวใจกลับเกิดความรู้สึกย้อนแย้งอย่างรุนแรง ภาพของเด็กสาวใจบุญสุนทานที่กำลังยิ้มหวานในตอนนี้ กับภาพของอีหนูสวมกางเกงในสีชมพูอ่อนรัดโหนกหี แถมยังโก่งตูดให้เขาเย็ดคาเต็นท์เมื่อชั่วโมงที่แล้ว มันช่างมีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว


    ชายวัยกลางคนลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความย้อนแย้งระหว่างความใสซื่อบริสุทธิ์ต่อหน้าผู้คนกับความร่านไร้ยางอายในที่ลับตาคน มันช่างเป็นสิ่งเย้ายวนที่ทุบทำลายหัวใจของแกจนแหลกละเอียด ลุงวิเชียรหลุบสายตามองต่ำลงไปที่สะโพกผายของแพรอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมามองเลนส์แว่นพลางคิดเล่นๆว่ากลิ่นน้ำกามของแกเผลอๆอาจจะยังติดอยู่ตามซอกกรอบแว่นก็เป็นได้ ยิ่งคิดควยก็เริ่มจะขยับขยายขึงขังขึ้นมาอีกระลอก ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเด็กน้อยและกลุ่มนักศึกษาที่ดำเนินไปอย่างปกติ


    …


    เวลา 20:23 น.


    ค่ำคืนกลางป่าเขาแผ่ขยายความมืดมิดเข้าปกคลุมรอบด้าน แหล่งกำเนิดแสงสว่างมีเพียงหลอดไฟ LED ตั้งโต๊ะขนาดเล็กที่กลุ่มของแพรพกกันมาเอง มันส่องสว่างเป็นวงแคบๆขับเน้นเงาร่างของกลุ่มวัยรุ่นให้เด่นชัดขึ้นมา ท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืน


    ห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตร มีแสงไฟวับแวมจากเต็นท์ของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นให้เห็นรำไร บ่งบอกว่าพวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยวในความมืดนี้ ส่วนคนขับรถอย่างลุงวิเชียรแยกย้ายไปพักผ่อนที่ห้องพักเจ้าหน้าที่บริเวณอาคารส่วนกลางตรงจุดเช่าเต็นท์


    แพรกับเพื่อนๆทั้งหญิงและชายนั่งล้อมวงรวมตัวกันหน้าเต็นท์หลังใหญ่ ทุกคนนั่งพูดคุยพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติที่แปลกใหม่และเงียบสงบ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีทางหาได้ในความวุ่นวายของกรุงเทพ ทว่าตอนนี้พวกเขายังอาบน้ำกันไม่ครบทุกคน เพราะด้วยข้อจำกัดเรื่องห้องน้ำส่วนกลาง บางห้องปิดปรับปรุงชั่วคราว ทำให้นักท่องเที่ยวต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปอาบน้ำทีละคนสองคน


    ทันใดนั้น เสียงคนเดินเหยียบย่ำใบไม้แห้งดังใกล้เข้ามา แพรหันสายตาไปมองตามแสงไฟก็พบว่าเป็นต้นกล้า เพื่อนผู้ชายในกลุ่มที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินมาพร้อมกับไฟฉายคาดหน้าผาก คล้ายไฟฉายส่องกบ


    “ตอนนี้มีห้องน้ำว่างอยู่สองห้อง ใครจะอาบ ก็รีบไปเลย” ต้นกล้าบอกก่อนจะเดินเอาเสื้อผ้าและขวดยาสระผมของตัวเองเข้าไปเก็บในเต็นท์หลังเล็ก


    “ใครจะไปกับเรา” น้ำเสียงหล่อทุ้มฟังสบายของเตชินท์ดังขึ้น ใบหน้าขาวตี๋สะอาดสะอ้านตามสไตล์หนุ่มเมืองกรุงหันมองหน้าเพื่อนผู้หญิงทั้งสามคนในวงสนทนาเพื่อรอดูว่าใครจะลุกไปอาบน้ำพร้อมเขา


    เมษากับพลอยนิ่งเงียบ กระพริบตาปริบๆมองพื้น เพราะสองสาวเพื่อนซี้ตั้งใจว่าพวกเธอจะรอไปอาบน้ำพร้อมกันตอนดึกๆ ปล่อยคนอื่นอาบกันไปก่อน


    “งั้น… เราไปพร้อมเตชินท์ก็ได้” คนใส่แว่นยกมือขึ้นอาสา ในสายตาของเพื่อนๆทุกคนไม่ได้มีใครรู้สึกแปลกใจหรือคิดลึกอะไร รวมถึงเตชินท์ด้วย เพราะทุกคนสนิทสนมกันเป็นกลุ่มก้อนมานาน ความเป็นเพื่อนบริสุทธิ์ใจทำให้การเดินไปอาบน้ำพร้อมกันเป็นเพียงเรื่องปกติพอๆกับการไปกินข้าวด้วยกัน


    …


    ร่างมีน้ำมีนวลออกเดินตีคู่ไปกับร่างสูงโปร่งของหนุ่มตี๋ ลัดเลาะไปท่ามกลางความมืดมิดของธรรมชาติ


    “เออแพร... แล้วเรื่องที่แกเจ็บข้อเท้าล่ะ หายดีแล้วใช่มั้ย?” เตชินท์ถาม เป็นคำถามที่ทำให้แพรชะงักกึก เพราะเธอลืมการบาดเจ็บปลอมๆนั้นไปเสียสนิท


    “ช... ช่าย หายดีแล้ว” แพรตอบกระอึกกระอักเล็กน้อย “พอดีลุงคนขับรถช่วยนวดให้ แกบอกว่าแกเคยเป็นหมอนวดแผนโบราณมาก่อน แถมแกยังมีน้ำมันสมุนไพรสูตรพิเศษด้วยนะ นวดคลึงแป๊บเดียวเส้นคลาย หายสนิทเลยเนี่ย” แพรพูดเสียงเจื้อยแจ้ว สายตาจับจ้องดูความสว่างบนพื้นดินซึ่งส่องนำทางมาจากไฟฉายกระบอกเดียวในมือของเตชินท์


    “ดีแล้วแหละ แต่เสียดายที่แกไม่ได้ไปล่องแพด้วยกัน น้ำเย็นเจี๊ยบเลย ตลกไอ้ต้นกล้ามาก ว่ายน้ำไม่เป็น แต่อยากเล่นน้ำ ดีนะที่ใส่เสื้อชูชีพ” เตชินท์เล่าไปก็หัวเราะไปด้วยความขบขันและซื่อตรงตามสไตล์เด็กเนิร์ด ซึ่งเป็นความซื่อบริสุทธิ์จริงๆ ไม่ได้ปั้นแต่งจริตเหมือนอย่างที่แพรชอบทำในระยะหลังนี้


    ทั้งคู่เดินคุยสัพเพเหระไปเรื่อยๆอย่างไม่เร่งรีบ เพราะทัศนวิสัยรอบข้างมืดสนิทจนต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวัง พวกเขาดูจะเป็นคู่เพื่อนที่เข้ากันได้ดีมากในสายตาคนนอก ด้วยความที่มีอะไรหลายอย่างคล้ายคลึงกัน ทั้งการเรียนและหน้าตาที่จัดอยู่ในระดับท็อปทั้งคู่ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปไกลเกินเพื่อนแน่นอน เพราะตอนนี้ต่างฝ่ายต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่าพวกเขามีแฟนแล้ว


    เมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงบริเวณโซนห้องน้ำ กลับต้องพบกับความจริงที่ชวนให้ขัดใจ เมื่อห้องน้ำที่ต้นกล้าบอกว่าว่างสองห้องกลับเหลือเพียงห้องเดียว เพราะมีนักท่องเที่ยวคนอื่นเดินตัดหน้าก้าวเข้าห้องน้ำอีกฝั่งไปก่อนหน้าพวกเขาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที


    “เอาไงดี” แพรยืนกระพริบตาปริบๆมองบานประตูห้องน้ำห้องเดียวที่ยังว่างอยู่


    “แกอาบก่อนก็ได้แพร เดี๋ยวเรารออยู่แถวๆนี้แหละ” เตชินท์แสดงความเป็นสุภาพบุรุษตามสเต็ป ยอมยืนตากยุงในความมืดเพื่อให้เพื่อนผู้หญิงได้อาบน้ำก่อน


    ทว่าคนหน้าหมวยกลับไม่ทำตามที่เพื่อนบอก แพรหันมองซ้ายแลขวา สีหน้าแววตาคล้ายคนกำลังจะวางแผนทำเรื่องไม่ดีบางอย่าง ซึ่งก่อนที่เตชินท์จะทันได้ตั้งตัว จู่ๆมือนุ่มนิ่มของเพื่อนสาวก็เล่นคว้าหมับเข้าที่ลำแขนแกร่ง ออกแรงกระชากจูงมือลากแขนของคนเป็นเพื่อนให้เดินตามแรงดึง มุ่งตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกันอย่างหน้าตาเฉย ไม่เปิดโอกาสให้หนุ่มตี๋ตั้งหลักปฏิเสธได้เลยแม้แต่คำเดียว...