ไม่มีใครรู้แม้แต่ผู้หญิงที่เขารักที่สุด 'โอลีเวีย' ว่าเคอซวนจะมี 'ดวงตาแห่งความจริง' ตั้งแต่เขาเกิด เขาสามารถมองข้ามภาพมายาทั้งปวงได้ ไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดความจริงจากดวงตาของเขา
และในวันนั้นในวันที่ลูกน้องของเขาตาย ทั้งสองคนถูกกลืนกินต่อหน้าเขา ภาพที่ประทับแน่นในความทรงจำของเคอซวนคือ...
หญิงสาวที่เขารักมากที่สุด กัดกินหัวใจของลูกน้อยของเขาทั้งสองคน ใบหน้านางรื่นเริงเมื่อดวงวิญญาณของทั้งสองถูกดูดกลืนและผนึกในร่างของนาง เคอซวนไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น เขาคล้ายจะกลายเป็นคนบ้าไป
และเขาหลอกตัวเอง และเชื่อภาพมายาที่ซ่อนทับความจริง
จากการหลอกตัวเองซ้ำๆ นานวันเข้ามันก็กลายเป็นเรื่องจริง ต้าเจิงคือคนที่ฆ่าลูกของเขา ต้าเจิงคือคนที่ฆ่าลูกของเขา เคอซวนพูดกับตัวเองแบบนี้ซ้ำๆ ไม่หยุด
จนกระทั่งวันหนึ่ง เคอซวนได้พบกับไอ้เด็กบ้า
เด็กบ้าคนหนึ่งทำให้หัวใจของเขาเปลี่ยนไป
เคอซวนได้เรียนรู้คำว่า 'กล้าหาญ'
เด็กบ้าคนนั้นปกป้องเขา ยืนเผชิญหน้าต่อดวงวิญญาณแห่งผู้ยิ่งใหญ่ สองมือของเด็กหนุ่มคนนั้นกุมดาบแน่นด้วยร่างที่โชกเลือด ในเวลานั้นไม่รู้ทำไม เคอซวนรู้สึกว่า หัวใจของเขาสว่างจ้าอย่างที่ไม่เคยเป็น ความหวาดกลัวและอ่อนแอในใจ ที่ถูกกัดกินมานานราวกับได้รับการรักษา โลกที่มืดมิดและขุ่นมัวมานาน อยู่ๆ คล้ายมีแสงสว่างส่องลงมาถึงอีกครั้ง
เคอซวนอยากเดินออกมาจากเงามืดในใจของตัวเอง
และ... เขาอยากที่จะกล้าหาญเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงอีกครั้ง
แม้ความจริงนั้นจะแสนเจ็บปวดมากก็ตาม
...
"อารา ลีอา... พ่อขอโทษ พ่อ... พ่อควรที่จะช่วยพวกเจ้าให้เป็นอิสระเร็วกว่านี้ พ่อไม่ควรให้พวกเจ้าถูกผนึกอยู่ในร่างของนางปีศาจตนนั้น ปีศาจที่พวกเจ้าควรเรียกนางว่าแม่"
เคอซวนมองรอบด้านทั่วสถานที่อันวิปริตนี้ หลังเขาได้ตัดสินใจบางอย่างที่กล้าหาญ
บึงสีเลือด ต้นไม้ที่สร้างจากเลือดเนื้อมนุษย์ แล้วก็ศีรษะของเด็กๆ ที่ห้อยแขวนอยู่บนต้นไม้บ้าๆ เหล่านี้... เคอซวนหยุดมอง มองด้วยสายตาเลื่อนลอย
"แม้ข้าจะไม่พยายามที่จะเห็น แต่ข้าก็สัมผัสถึงมันได้ ทำไมข้าถึงได้มีชีวิตอยู่บนโลกแบบนี้ได้นะ..." เคอซวนหลับตา เขารับรู้ได้ว่ามีพลังธรรมชาติมากมายไหลอาบอยู่ที่นี่ และมันยังคล้ายเชิญชวนให้ตัวเขาซึมซับมัน แต่เคอซวนไม่ได้ซึมซับมัน
แม้พลังธรรมชาติของที่นี่จะดูคล้ายบริสุทธิ์ แต่แท้ที่จริงแล้ว มันกลับเต็มไปด้วยความโสมม
เพราะเมื่อเคอซวนลืมตามองโลกใบนี้ ด้วย 'ดวงตาแห่งความจริง' ภาพดวงวิญญาณมากมายปรากฏอยู่ที่นี่ พวกเขาใบหน้าเหม่อลอย ศีรษะเงยสูง ดวงตาไร้ประกาย ร่างลอยนิ่งอย่างไร้ระเบียบอยู่ทั่วบริเวณ และผิวที่ขาวซีดของพวกเขาทำให้โลกใบนี้ดูเศร้าหมอง
จิตวิญญาณของพวกเขาถูกคำสาปและผนึกไว้ที่นี่ พวกเขาคือแหล่งกำเนิดของพลังธรรมชาติอันบริสุทธิ์ โดยมีดวงวิญญาณของพวกเขาเป็นเครื่องสังเวย
พวกเขาแม้จะเป็นดวงวิญญาณไร้สติไปแล้ว
แต่เคอซวนสัมผัสได้ ดวงวิญญาณทั้งหลายเหล่านี้ กำลังรอใครสักคนมาปลดปล่อยพวกเขา
เคอซวนหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา เขาเดินช้าๆ พร้อมค่อยๆ เปิดพลิกหน้าหนังสือของเขา ภายในมีภาพวัตถุที่ราวกับถูกใช้กล้องถ่ายอยู่มากมาย เคอซวนหยุดที่ที่หน้ากระดาษหน้าหนึ่ง รูปของ 'กระถางกำยาน'
มือของเคอซวนจมลงไปในหน้าหนังสือ เขาดึงกระถางกำยานนั้นออกมา โรยผงหอม จากนั้นเคอซวนก็จุดไฟในกระถางกำยาน
เขาเดินช้าๆ ส่ายกระถางกำยาน เป็นหมอกขาวปลิวละล่อง
"ในทางเดินที่ยาวไกล สู่สุคติในสัมปรายภพ ข้าขอชี้นำ ข้าขอนำพา เหล่าผู้เวียนว่าย จงตื่นขึ้น จงมีสติอันกระจ่าง และ... จงเป็นอิสระ..." เมื่อสิ้นคำพูดว่าอิสระ
ดวงตาไร้ประกายของดวงวิญญาณจำนวนมาก อยู่ๆ พวกเขาก็ปรากฏประกายตาอีกครั้ง สถานที่แห่งนี้แม้ดูน่าหวาดกลัว
แต่ร่างเคอซวนตอนนี้กับส่องสว่างจ้า เคอซวนชูมือจากร่างของเขาเป็นศูนย์กลางไปจนถึงเบื้องสูง คล้ายปรากฏแท่งเสาแห่งแสงสว่าง
"!พวกเจ้าควรรู้ ว่าพวกเจ้าต้องไปที่ใด" เสียงเคอซวนดังกังวาน ดวงวิญญาณจำนวนมากที่คล้ายสับสน เมื่อพวกเขามองโดยรอบ พวกเขาหวาดกลัว แต่ในจิตสำนึกของพวกเขา พวกเขาจำสิ่งต่างๆ ได้ไม่ชัดเจน ทุกอย่างเลือนรางและพร่าเบรอไปหมด
ด้านหลังเคอซวน มีดวงวิญญาณดวงหนึ่ง เด็กชายร่างเล็ก เขาเดินมาจับมือเคอซวนและยิ้ม
"ท่านปู่ ข้ารู้สึกว่าข้าต้องมาขอบคุณท่าน ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ นะขอรับ" เด็กชายยิ้มกว้าง
เคอซวนประหลาดใจ เขาไม่ได้ต้องการคำขอบคุณในสิ่งที่เขาทำ
ในไม่ช้า ดวงวิญญาณจำนวนมากก็พร้อมใจกันยิ้ม พวกเขาล่องลอยรอบร่างเคอซวน และพูดขอบคุณ ขอบคุณ คำคำนี้ดังก้องไปหมด มันทำให้เคอซวนสับสน
หัวใจเคอซวนพองโตอย่างไม่เคยเป็น ก่อนดวงวิญญาณจำนวนมากจะลอยขึ้นสู่เบื้องสูงและหายไป
"ฟู..." เคอซวนถอนหายใจยาว มือข้างหนึ่งจับหัวใจของตัวเองที่เต้นดัง "นี่เหรอคือความรู้สึกที่เราได้รับคำขอบคุณอย่างจริงใจจากใครสักคน มันช่าง... หอมหวาน ทำหัวใจข้าเต้นระส่ำ... นอกจากนั้นยัง"
เคอซวนยิ้มและส่ายหน้า ก่อนเขาจะพูดอีกประโยคหนึ่ง "อบอุ่น... มันคงเป็นเพราะความรู้สึกแบบนี้สินะที่ทำให้เจ้าเด็กนั่น มันจึงมักต้องทำในสิ่งที่วุ่นวายเสมอ"
เคอซวนเดินจากไป รอบกายของเขาปรากฏวงเวทย์ จากนั้นรอบตัวเขาเปลวไฟปรากฏเป็นคลื่นและลามวิ่งไปทั่วบริเวณ มันแผดเผาทุกอย่างของที่นี่ ตอนนี้ค่ำคืน แต่ที่นี่สว่างจ้า
...
"ดูท่าจะจบแล้ว" ถางเทียนเจี๋ยพูดและหันมองเซี่ยซีหาน ที่ตอนนี้ใบหน้าดูมีกังวลและร่างคล้ายสั่นนิดๆ เมื่อเห็นภูเขาลูกหนึ่งปรากฏเสาแสงและเปลวไฟโหม
ทีท่าตกใจของเซี่ยซีหานนี้มาจากความกังวล เขากลัวที่ไอ้อมนุษย์นั้นยังไม่ตาย เซี่ยซีหานหวาดกลัวว่าเขาต้องสู้กับไอ้ตัวแบบนี้อีกครั้ง
"จบแล้ว มันจบแล้ว แบบนี้ก็แสดงว่าไอ้อมนุษย์นั่นตายไปแล้วใช่หรือไม่พี่ชายเทียนเจี๋ย" เซี่ยซีหานพูดเร็วเมื่อได้ยินถางเทียนเจี๋ยพูดว่า ดูท่าจะจบแล้ว
ถางเทียนเจี๋ยหัวเราะและพูดว่าแน่นอน
ถางเทียนเจี๋ยเดินมากอดไหล่เซี่ยซีหานและพูดว่า พวกเรายังมีสิ่งที่ต้องทำ เซี่ยซีหานรีบถามว่าพวกเรายังต้องสู้อีกเหรอ ตอนนี้ตัวเขาไม่อยากสู้แล้วเพราะเหนื่อยมากๆ
ถางเทียนเจี๋ยหัวเราะและตอบว่า "ยังต้องสู้อะไรอีก นี่มันได้เวลาปล้นต่างหากไอ้น้องชาย เจ้าคงไม่คิดว่าพวกเราต้องมาเหนื่อยเปล่าๆ ที่นี่โดยไม่ได้อะไรหลอกนะ"
ถางเทียนเจี๋ยเป่าปากเป็นเสียงสัญญาณหวีดดัง พร้อมดวงตาของเซี่ยซีหานที่เป็นประกาย การปล้นเป็นสิ่งที่เขาเซี่ยซีหานชอบมากที่สุด
ในขณะที่ร่างเซี่ยซีหานกระสันไปด้วยความปรารถนาในเงินตรา และอยากรีบวิ่งเข้าไปค้นคฤหาสน์ของกุ่ยหรานอย่างที่สุด
เสียงแผ่นดินดังตึงตัง กับร่างใหญ่สีขาวที่ปรากฏให้มองเห็นได้แต่ไกล ใบหน้าเซี่ยซีหานปรากฏรอยยิ้มทันที "ตงตงเอ็งก็มาด้วยเหรอ" เซี่ยซีหานคิดถึงเจ้าหมียักษ์ของตัวเอง
เจ้าตงตงวิ่งลิ้นห้อยราวกับลูกหมา แต่ยังไม่ทันที่มันจะวิ่งมาถึงเซี่ยซีหาน ระหว่างทางวิ่งเจ้าตงตงทำจมูกฟุตฟิต ราวกับมันค้นเจออะไรบางอย่าง
มันหยุดในจุดที่ดูไม่มีอะไร จากนั้นขาหน้าตงตงมันขุดพื้นบริเวณนั้นเร็ว ด้านหลังตงตงมีคนวิ่งตามหลายสิบ พวกเขาไม่ได้ปิดหน้า เซี่ยซีหานจึงจำได้ว่าพวกเขาคือคนจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ตงตงขุดอยู่ไม่นานแต่ด้วยร่างหมียักษ์ ทำให้มันขุดลงลึกได้เร็วมาก และตงตงก็พบกล่องสมบัติในเวลาไม่นาน ตงตงหยิบมันชูขึ้นหัว ดีใจอยากโอ้อวด ก่อนโยนไว้ด้านหลัง และทำจมูกฟุตฟิตเหมือนหมาดมหาสมบัติต่อไป
เซี่ยซีหานเห็นภาพแบบนี้เอามือเกาแก้มเบาๆ รู้สึกอายนิดๆ เพราะตัวเองคือคนฝึกให้ตงตงทำแบบนี้
ด้านหลังตงตง คนจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวโห่ร้องและบอกว่า เจ้าหมียักษ์ตัวนี้เป็นหมียักษ์ใช้ค้นหาสมบัติแบบที่คุณชายถางเทียนเจี๋ยพูดจริงๆ จากนั้นกลุ่มคนก็เอาหีบสมบัติขึ้นหลังแล้วโยนใส่รถลากที่เตรียมมา
"คืนนี้พวกเราคงต้องวุ่นวายทั้งคืน"
"ถึงเช้าก็ไม่ใช่ปัญหา" เซี่ยซีหานตอบถางเทียนเจี๋ย
...
รุ่งเช้าของอีกวัน ในกระโจมที่ไกลจากภูเขาอันเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์กุ่ยหรานอยู่สักหน่อย
แต่แม้กระโจมเหล่านี้จะมีจำนวนมาก แต่ผู้คนจากภายนอก หากมองเข้ามาจะเห็นที่นี่เป็นป่ารก
"พวกเจ้าได้อะไรมาบ้าง..." เสียงเคอซวนดัง ขณะที่เขาเดินเข้ามาในกระโจมหลังใหญ่อันเป็นที่พักของถางเทียนเจี๋ย
"มากมาย" น้ำเสียงที่ราวกับมีประกายแสงในคำพูดของเซี่ยซีหานดัง เขานั่งอยู่ตรงข้ามของถางเทียนเจี๋ย