หลุมพราง… เจ้าบ่าวมาเฟีย_End

    บทที่ 8 คนขึ้หวง... 50%

            น้ำใสๆ มีไอน้ำลอยละล่องอยู่เหนือพื้นน้ำ ที่อยู่ในสระว่ายน้ำ ตรีทิพยนิภาวางผ้าเช็ดตัวลงที่เตียงผ้าใบ เดินไปใกล้ๆ ขอบสระ นั่งยองๆ แล้วยื่นมือเรียวเล็กลองไปสัมผัสกับน้ำในสระ ซึ่งก็รับรู้ได้ว่าน้ำในสระอุ่นกำลังดี


            “พอดีเห็นว่าคุณภาจะมาว่ายน้ำ ฉันก็เลยให้คนเปิดน้ำในสระให้อุ่นรอไว้น่ะค่ะ”


            เฟสตาเรียบอกกล่าวให้ตรีทิพยนิภาได้รับทราบ ตรีจึงพยักหน้าอย่างเป็นการเข้าใจ ลุกขึ้นยืน หันหลังกลับมายังเตียงผ้าใบ แล้วทำการแกะสายรัดเสื้อคลุมออกจากตัวช้าๆ


            “อืม!! เฟสตาเรีย ตึกปีกขวานั้นมีอะไรเหรอ?? ทำไมคุณออสตินถึงได้ห้ามไม่ให้เข้าไป??”


            ตรีทิพยนิภาคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงหันแย้มๆ ถาม เผื่อว่าจะรู้อะไรจากเฟสตาเรียไม่มากก็น้อย


            “ไม่ค่ะ ฉันไม่ทราบค่ะ ทุกคนที่นี่หากได้รับคำสั่งใดๆ จากคุณออสติน ก็จะทำตามโดยไม่มีใครกล้าถามหรือละลาบละล้วงอยากจะรู้หรอกค่ะ นอกจากว่าคุณออสตินจะบอกให้รู้เอง ส่วนคนเก่าคนแก่ของที่นี่ ก็ไม่เล่าอะไรให้รู้เลย ฉันจึงไม่รู้ว่าที่ตึกปีกขวานั้นมีอะไรคะ”


            เฟสตาเรียตอบไปตามความจริง เพราะเธอก็เคยสงสัยอย่างเช่นที่ตรีทิพยนิภาสงสัยเหมือนกัน เคยถามบิดาของเธอก็เคย และเธอก็เชื่อด้วยว่าบิดาของเธอจะต้องรู้อะไรที่อยู่ที่ตึกปีกขวา ที่เป็นสถานที่ต้องห้ามนั้นอย่างแน่นอน แต่บิดาก็ปิดปากเงียบ ทั้งย้ำชัดเจนและเด็ดขาดไม่ให้พูดถึง และไม่ให้ถามหรืออยากจะรู้ใดๆ ทั้งสิ้น


            “แล้วเฟสตาเรียไม่อยากจะรู้บ้างเหรอว่าที่นั่นมีอะไรน่ะ??”


            ตรีทิพยนิภาถามอย่างยั้งเชิง พร้อมกับเฝ้ามองดูปฏิกิริยาขงอเฟสตาเรียไปด้วย


            “ไม่ค่ะ ไม่อยากรู้ค่ะ ไม่มีใครกล้าอยากจะรู้หรอกค่ะ เพราะทุกคนต่างรู้กันดีว่า คุณออสตินไม่ชอบให้ใครไปยุ่งวุ่นวาย และอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเขาน่ะค่ะ”


            เฟสตาเรียตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จ้องมองใบหน้าสวยหวานซึ้ง อย่างเป็นคำถามและไม่เข้าใจว่า ทำไมตรีทิพยนิภาต้องสนใจตึกปีกขวานัก


            ‘ใครไม่สนใจ ไม่อยากยุ่งวุ่นวาย ไม่อยากรู้อยากเห็นก็ไม่เป็นไร แต่เราอยากรู้ และก็จะต้องรู้ให้ได้ด้วย ว่าที่นั่นมีอะไรกันแน่’


            ตรีทิพยนิภาขมวดคิ้ว พลางคิดมาดมั่นตั้งใจอยู่ภายในใจ แต่พอเห็นเฟสตาเรียจ้องมองมาอย่างสงสัย ก็แสร้งทำเป็นไปสนใจเรื่องนี้อีก หันมาถอดชุดคลุมออกจากตัว แล้วเดินหันกลับไปที่สระว่ายน้ำ


            พอไปถึงบันไดที่จะลงไปยังสระว่ายน้ำ ตรีทิพยนิภาก็ค่อยหย่อนเท้าก้าวลงไปทีละขั้นช้าๆ จนเท้าไปยืนอยู่ที่พื้นสระ ซึ่งน้ำอุ่นๆ ภายในสระ ทำให้ตรีทิพยนิภารู้สึกผ่อนคลาย เธอหลับตาพริ้มอยู่สักพัก แล้วลืมตาขึ้น วาดแขนเรียวว่ายน้ำไปฝั่งตรงข้าม พอไปถึงฝั่งตรงข้ามก็หมุนตัวว่ายกลับมา


            ตรีทิพยนิภาว่ายน้ำอยู่ภายในสระอย่างเพลิดเพลิน เพราะความคิดของเธอหยุดคิดเรื่องอะไรต่อมิอะไรไปได้ชั่วขณะ จึงไม่รู้ตัวเลยว่า ออสตินเดินมาหยุดยืนนิ่ง จ้องมองเงือกสาวสวยอย่างตกตะลึงพรึงเพริดอยู่ที่ขอบสระ


            ผู้หญิงที่ลอยคอว่ายน้ำอยู่ภายในสระว่ายน้ำ ทำให้เขาแทบคลั่ง และไม่มีความสุขทั้งคืน และยิ่งมาเห็นเจ้าหล่อน ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีช สีฟ้าแซมดำ อวดทรวดทรงองค์เอวเย้ายวน ยิ้มทำให้เข้าร้อนและแทบคลั่งมากเข้าไปอีก


            แต่พอชายหนุ่มหันมาไปเห็นบอดี้การ์ด ทั้งที่ดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณนั้น และทั้งที่เดินตามเขามา มองไปในสระว่ายน้ำเป็นตาเดียวกัน ก็ทำให้ดวงตาคมกริบแทบลุกเป็นไฟ และให้รู้สึกขัดเคืองใจ ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง


            “มองอะไรกัน ใครมองฉันจะควักลูกตาออกให้หมดเลย”


            ออสตินตวาดพร้อมกับกวาดสายตาเกรี้ยวกราด ไปยังบอดี้การ์ดทุกคน พอบอดี้การ์ดเห็นปฏิกิริยา และคำพูดอย่างนั้นของผู้เป็นเจ้านาย ก็ต่างพากันถอนสายตา หันมองไปทางอื่นอย่างเร็วไว


            ‘หวงซะด้วยนะเนี้ยเจ้านายเรา’


            เอวาโด้ที่เดินตามหลังมาติดๆ นึกในใจและอดคำให้กับทางท่าและปฏิกิริยาของผู้เป็นเจ้านายไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็นผู้เป็นเจ้านาย จะกลายเป็นคนขี้หวงอย่างนี้มาก่อนเลยสักครั้ง


            แต่กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อยู่ในสระว่ายน้ำ คงจะมีอิทธิพลต่อผู้เป็นเจ้านายไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ไม่งั้นผู้เป็นเจ้านายคงไม่เป็นบ้าเป็นหน้าเป็นหลัง จนต้องรีบกลับมาคฤหาสน์แต่เช้า ทั้งๆ ที่ไปกับผู้หญิงอีกคนอย่างนี้หรอก




    ๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒