ตอนที่55 ผู้นำที่เอาแต่ใจ
พลันมีเสียงขัดขวางจากหนึ่งในผู้บริหารธุรกิจที่ดูแลเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์หรูเขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนฝั่งซ้ายพูดขัดอัลวาโรขึ้นมาว่า
“หยุดก่อน! ท่านอันเดรสอยู่ที่ไหน? ทำไมถึงมอบตำแหน่งสำคัญให้กับคนนอก? ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
เขาถูกแรงยุมาจากเฟาส์ติโนที่นั่งอยู่ใกล้ชิดเพื่อหวังให้หญิงสาวปริศนาแสดงกิริยาโมโหออกมาจะได้เป็นข้อโต้แย้งถึงความไม่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งสำคัญ
เสิ่นลี่อิงรู้สึกรำคาญเสียงเห่าหอนที่จงใจพูดขัดขวางการทำหน้าที่ของอัลวาโรโดยเธอมองเห็นชัดเจนว่าใครเป็นคนยุยงซึ่งเธอจดจำใบหน้าของบรรดาเครือญาติฝั่งซ้ายได้ครบถ้วนทุกคนจึงส่งสัญญาณมือให้กับน้องชายเพราะเป็นคนที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วที่สุดออกไปจัดการปิดปากชายคนดังกล่าว
“อเลสซานโดร!” เสิ่นลี่อิงเรียกขานชื่อใหม่ของน้องชายอย่างเข้าใจกัน
“ครับ!” เสิ่นลี่หยางขานรับคำสั่งของพี่สาว
เขาปราดเข้าไปกระชากตัวชายคนดังกล่าวออกจากที่นั่งแล้วชกท้องอย่างรวดเร็วจนทำให้อีกฝ่ายหมดสติทันที
การกระทำอันรวดเร็วฉับไวของเสิ่นลี่หยางทำให้ผู้คนในห้องประชุมใหญ่ต่างพากันอึ้งตะลึงไปอย่างคาดไม่ถึง
พลันมีเสียงประกาศจากเสิ่นลี่อิงแสดงอำนาจและความเอาแต่ใจตัวเองเหมือนกับบุคลิกของชายชราอันเดรสว่า
“ปลดผู้จัดการเบเนดโทษฐานแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อฉัน ฉันคือผู้นำตระกูลเฟอนันโดอย่างถูกต้องจากท่านอันเดรสใครที่คิดต่อต้านหรือขัดขวาง?ฉันยินดีที่จะปลดเพิ่มอีก มีใครต้องการอีกไหม?”
เฟาส์ติโนเห็นว่าไม่มีใครกล้าส่งเสียงโต้ตอบกับหญิงสาวอีกเขาจึงโพล่งขึ้นมาอย่างไม่พอใจเพราะไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะแสดงอำนาจตามอำเภอใจเหมือนชายชราอันเดรสแบบนี้ว่า
“ฉันคนหนึ่งละฉันไม่เห็นด้วยที่ท่านอันเดรสจะแต่งตั้งคนนอก ใครไม่เห็นด้วยอีก ยกมือขึ้นมาเลยจะกลัวคนนอกอย่างเด็กคนนี้ได้ยังไง?”
มีชายหญิงอีกสองคนยกมือขึ้นตามเฟาส์ติโนส่วนอิสลาภรรยาของเฟาส์ติโนและลูกชายหญิงไม่ได้ยกมือตามเฟาส์ติโน แต่พากันเฝ้าดูการแสดงออกของเสิ่นลี่อิงด้วยความสงสัยใคร่รู้
เสิ่นลี่อิงไม่คิดอะไรมากเธอส่งสัญญาณให้ผู้คุ้มกันไปนำตัวคนต่อต้านออกไปจากห้องประชุมพร้อมประกาศเสียงดังว่า
“ใครยังกล้าต่อต้านอีก? ฉันถือว่าไม่ให้เกียรติท่านอันเดรสฉะนั้นมีบทลงโทษเหมือนกัน คือปลดออกจากตำแหน่งให้คนเป็นผู้ช่วยหรือรองขึ้นมาทำหน้าที่แทนพร้อมกับรับโบนัสและเงินเดือนเทียบเท่าผู้จัดการได้ทันที”
“ส่วนคุณเฟาส์ติโนหากไม่ต้องการอยู่ในห้องประชุม เชิญออกไปได้เลย ฉันจะให้คนไปส่ง อัลวาโร!...ส่งแขก!”
เฟาส์ติโนตาโตอึ้งตะลึงอย่างคาดไม่ถึงว่าเสิ่นลี่อิงจะขับไล่ตนออกจากห้องประชุมอย่างไม่ไยดีอิสลาเห็นสามีได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเธอและลูกชายหญิงต่างลุกขึ้นต่อต้านเสิ่นลี่อิงในทันทีว่า
“อะไรกัน?! ทำกับพวกเราที่เป็นญาติได้ยังไง?” อิสลาตระโกนขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“คนสวย! ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะเท่ากับสร้างศัตรูโจ่งแจ้งเกินไป” ออกุสโตนึกสนใจเสิ่นลี่อิงอยู่บ้าง
ทว่าพอเขาเห็นการแสดงออกที่เอาแต่ใจของเธอแล้วทำให้เขานึกโกรธแค้นมากกว่าที่จะนึกชื่นชอบเธออีก
“นี่หล่อน! นั่นพ่อฉันนะ!และเป็นผู้มีสิทธิในตระกูลเฟอนันโดเหมือนกัน”
ลูเซียลุกขึ้นส่งเสียงแว้ดเข้าใส่เสิ่นลี่อิงอย่างไม่พอใจเธอไม่คิดว่าหญิงสาวปริศนาจะกล้าแสดงออกอย่างไม่เกรงใจพวกตนเช่นนี้แม้แต่ชายชราอันเดรสยังหลับตาข้างหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายในตระกูล
เสิ่นลี่อิงรู้สึกรำคาญกลุ่มญาติฝั่งซ้ายเต็มทนเธอส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันนำตัวญาติปากมากออกไปจากห้องประชุมในทันทีท่ามกลางสายตาจากผู้บริหารธุรกิจทั้งหลายที่จ้องมองการกระทำเอาแต่ใจของเธอเป็นจุดเดียว
อย่างไรก็ตามไม่มีใครกล้าแสดงการต่อต้านอีกหลังจากที่ผู้คุ้มกันลากตัวชายหญิงทั้งหลายออกไปจากห้องประชุม โดยมีกองกำลังแห่งความหวังบางส่วนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นอีก
เสิ่นลี่อิงกวาดสายตามองสำรวจผู้บริหารทั้งหลายพร้อมกับนึกถึงข้อมูลที่ได้ศึกษามาจากแฟ้มประวัติของเหล่าผู้บริหาร ขณะนั่งอ่านและรับฟังการวิเคราะห์จากอัลวาโรมาในระหว่างเดินทางโดยรถยนต์
เธอสามารถจดจำทุกคนได้อย่างแม่นยำจึงเอ่ยทักทายออกมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีก่อนเริ่มการประชุมว่า
“แกเดียนภรรยาที่บ้านอาการป่วยดีขึ้นหรือยัง?หากคุณต้องการความช่วยเหลือใด?ให้แจ้งมาที่อัลวาโรได้เลย”
แกเดียนสะดุ้งทันทีที่เจ้านายใหม่เรียกชื่อตนเองเพราะคิดว่าจะถูกปลดออกฟ้าผ่าแต่พอได้ยินคำพูดสอบถามอาการป่วยของภรรยาตน ทำให้เขารู้สึกจุกในอกขึ้นมากะทันหันด้วยความตื้นตันใจเพราะไม่คาดคิดว่าเจ้านายคนใหม่จะใส่ใจเรื่องครอบครัวลูกน้องแบบนี้
เขาตอบกลับเสิ่นลี่อิงอย่างรู้สึกดีต่อเธอว่า“ขอบคุณมากครับนายท่าน ตอนนี้อาการเธอยังทรงอยู่ หมอบอกว่าจะติดต่อแพทย์ฝังเข็มมาลองดูผมกำลังพยายามติดต่ออยู่ คงไม่ได้รบกวนนายท่านหรอกครับ”
เสิ่นลี่อิงพยักหน้ารับรู้เธอมุ่งมั่นที่จะศึกษาเรื่องทางการแพทย์เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ที่ได้เห็นชายชราอันเดรสเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาตนเองเพื่อที่วันหนึ่งเธอจะได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้คนได้
จากนั้นเธอหันหน้าไปมองสบตาชายวัยกลางคนที่ชื่อดาริโอ เขามีบุตรชายพิการที่เป็นใบ้จนกลายเป็นปมด้อยสำหรับครอบครัวของเขาจึงเอ่ยให้กำลังใจเขาว่า
“ดาริโอบางทีสิ่งเลวร้ายในชีวิตที่เกิดขึ้น อาจมีสิ่งดีที่ทดแทนกันผ่านเข้ามาในชีวิตพรสวรรค์บางอย่างไม่ได้เกิดกับคนปกติทั่วไป สักวันเขาอาจสร้างรอยยิ้มให้กับคุณได้”
ดาริโอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงเพราะไม่คาดคิดว่าเจ้านายจะใส่ใจและกล่าวให้กำลังใจตนเช่นนี้ประการสำคัญเขาเพิ่งค้นพบพรสวรรค์ของบุตรชายใบ้ที่สามารถวาดภาพได้สวยงามโดยลูกชายเพิ่งวาดภาพเขากับภรรยาที่สวยงามเมื่อวานนี้เองทำให้เขาและภรรยาปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก
“ขอบคุณครับนายท่านผมไม่กังวลใจแล้ว” ดาริโอกล่าวตอบเสิ่นลี่อิงอย่างยินดี
จากนั้นเสิ่นลี่อิงยอมเสียเวลาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจจากความใส่ใจของตนเองเป็นที่ตั้งก่อนเพราะการให้เงินหรือให้โบนัสเพิ่มกับพวกเขาบางทีอาจไม่เทียบเท่าความรู้สึกทางจิตใจ ซึ่งเธอรับรู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดีตั้งแต่เหตุเสียชีวิตในชาติก่อน
อย่างไรก็ตามคำกล่าวของเสิ่นลี่อิงที่กล่าวแสดงความรู้สึกกับบรรดาผู้บริหารนับร้อยคนในห้องประชุมทำให้บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
อัลวาโรยิ้มอย่างพึงพอใจที่เจ้านายคนใหม่มีกลยุทธ์เฉพาะตัวที่อ่อนโยนนอกเหนือจากความเอาแต่ใจตัวเองที่ถอดแบบมาจากชายชราอันเดรสได้ไม่ผิดเพี้ยนทั้งที่เขาเพิ่งจะสาธยายบุคลิกนิสัยของเจ้านายเก่าให้เธอฟังขณะเดินทางมาที่นี่ไม่นานนัก
การประชุมนำเสนอผลประกอบการของธุรกิจต่างๆ ผ่านไปด้วยดี โดยผู้บริหารหลายคนต่างตกตะลึงในทักษะละเอียดอ่อนอันเก่งกาจของเธอไม่ว่าจะเป็นการจดจำเรื่องที่เพิ่งนำเสนอไปและยังสามารถชี้จุดอ่อนหรือตัวเลขผิดปกติได้อย่างรวดเร็วทำให้ไม่มีใครกล้านำเสนอตุกติกต่อเธออีก
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลงเสิ่นลี่อิงสั่งการอัลวาโรและทุกคนอย่างเคร่งเครียดก่อนที่จะเดินทางกลับที่พักซึ่งเป็นคฤหาสน์หรูหลังหนึ่งของชายชราอันเดรสว่า
“อัลวาโร! ทุกคน!สืบค้นข้อมูลและจับตาฝั่งซ้ายทุกคน พวกมันคงไม่หยุดต่อต้านแค่นี้แน่ฉันต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็วเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม”
“ครับนายท่าน!”อัลวาโรและกองกำลังแห่งความหวังต่างขานรับคำสั่งของเสิ่นลี่อิงด้วยความเคารพ
ระหว่างนั่งรถกลับคฤหาสน์หรูซึ่งเป็นที่พักแห่งใหม่เสิ่นลี่อิงนั่งหลับตาลงโดยมีแว่นกันแดดอันใหญ่บดบังแววตาที่สะท้อนความรู้สึกอ่อนล้าจากเธอ
เสิ่นลี่หยางที่นั่งข้างเสิ่นลี่อิงทางเบาะนั่งด้านหลังรถเบนท์ลีย์เขากำลังจะอ้าปากสอบถามพี่สาว พอเห็นเธอเอนตัวพิงเบาะและหลับตาลง จึงหยุดการกระทำที่จะรบกวนพี่สาวทันที
‘เจี่ยเจียคงจะเหนื่อยมากฉันแย่เสียจริงที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย’ เสิ่นลี่หยางนึกโมโหตัวเองที่อ่อนแอเกินไป
เสิ่นลี่อิงหลับตานึกทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองฉับพลันเธอไม่คาดคิดว่าเวลาเพียงไม่กี่วันจะทำให้ชีวิตเกิดใหม่ของเธอเปลี่ยนแปลงไปมากโดยเป็นชะตาชีวิตที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ มีความแตกต่างจากชีวิตก่อนเป็นอย่างมาก
“อัลวาโร! ฉันอยากเรียนรู้เรื่องการแพทย์คุณพอจะช่วยฉันได้ไหม?”
เสิ่นลี่อิงลืมตาขึ้นมาพร้อมกับสอบถามอัลวาโรที่นั่งอยู่เบาะหน้าคู่กับคนขับเธออยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ก่อนเดินทางกลับจีนให้มีประโยชน์มากที่สุดจึงคิดว่าจะเรียนรู้และไปหาสถานที่ฝึกงานเพื่อให้มีทักษะทางการแพทย์ซึ่งเป็นความตั้งใจใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนัก
“ได้ครับ...ว่าแต่นายท่านสะดวกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทย์หรือจะให้อาจารย์แพทย์มาสอนที่คฤหาสน์ครับ”
อัลวาโรตอบคำถามของเสิ่นลี่อิงด้วยความแปลกใจแต่เขาก็ทำหน้าที่สอบถามความต้องการของเธออย่างใส่ใจ
ถึงแม้จะรู้ว่าเสิ่นลี่อิงเก่งกาจตอบคำถามในการแข่งขันถูกหมดทุกข้อก็ตามแต่เขาไม่คิดว่าเธอจะตัดสินใจเรียนต่อที่สเปนในทันทีโดยเฉพาะเป็นสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องในการบริหารธุรกิจของตระกูลเฟอนันโดแบบนี้
เสิ่นลี่อิงเหลือบมองเห็นท่าทางขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจของอัลวาโรจึงคาดเดาว่าเขาคงกังวลใจในการเรียนระยะเวลาอันสั้นที่นี่ ทว่าเธอไม่สามารถบอกเขาเกี่ยวกับไพ่ลับที่ตนมีได้
“ฉันจะเรียนรู้เท่าที่มีเวลาเหลืออยู่ก่อนเดินทางกลับจีน เรียนได้แค่ไหนก็แค่นั้น แล้วฉันจะกลับไปเรียนรู้ที่จีนต่อเองฉันอยากเรียนรู้หลายเรื่องไปพร้อมกัน ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการดูแลธุรกิจของท่านอันเดรสฉันสามารถทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้”