หนิงอันอันได้ลุกเดินมาอยู่ข้างๆพี่ชายแล้วนั่งปรับลมปราณอีกครั้งเวลาผ่านไปสองชั่วยามเข้าสู่ช่วงเที่ยงในที่สุดอีกสองคนก็ลุถึงขอบเขตแดนกายขั้นที่สิบ!
การเลื่อนเข้าสู่ระดับที่สิบได้โดยเวลาไล่เลี่ยกันของคนในกลุ่มนี้สมควรจะทำให้ผู้คนทั่วไปต้องตะลึงลาน กลุ่มใดที่ร่วมทดสอบจะมีฝีมือมากมายเพียงนี้การก้าวข้ามขีดจำกัดของตนทะลวงข้ามสองขั้น เข้าสู่ขั้นสูงสุดของเขตแดนกายเพียงเท่านี้อาจกล่าวได้เลยว่า พวกมันคือผู้ชนะในรอบนี้แล้ว!
“ฮ่า ฮ่า พี่หนิงเฟยหลงข้าว่ากลุ่มของพวกเราแข็งแกร่งที่สุดในบรรดา ผู้เข้าร่วมการทดสอบที่สามนี่แล้วเรารีบไปจัดการกับเจ้าหมีคลั่งและสัตว์อสูรระดับสองกันเถอะ ในยามนี้พวกมันคงต่อกรกับพวกเราไม่ได้แน่”ซ่งจิ่นติ้งหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
มันและพรรคพวกต้องตกเป็นรองพวกสัตว์อสูรระดับสามมาตลอดจวบจนเข้าสู่ขั้นที่สิบถึงรู้ว่าตนมีพลังมากกว่าเดิมที่อยู่ขั้นที่แปดถึงสี่เท่าอันเนื่องมาจากการเปิดเส้นลมปราณทั้งสิบสอง รอถึงความพร้อมของลมปราณเมื่อสามารถสร้างเมล็ดแห่งพลังในกายได้ก็จะเข้าสู่ขอบเขตแดนพลังได้ทันที!
และเมื่อถึงตอนนั้นพวกมันจะสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรระดับสามได้อย่างไม่ยากเย็นทว่าความเป็นจริงจะก้าวผ่านขอบเขตได้ง่ายดายเพียงนั้นหรือย่อมจะเป็นไปไม่ได้ต่อให้จะอัจฉริยะเพียงใดก็ต้องมีข้อจำกัด
เมื่อสมาชิกในกลุ่มทะลวงขั้นได้เรียบร้อยหมดทุกคนก็เหลือเพียงปรับสมดุลลมปราณก็เท่านั้นจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูของหนิงเฟยหลง อีกสามคนล้วนไม่ได้ยินทั้งสิ้นแล้วชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปยังส่วนลึกอีกชั้นของถ้ำ
..........
“ท่านผู้อาวุโสท่านต้องการให้ผู้เยาว์ทำสิ่งใดหรือ?”
“ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใดเพียงแต่เจ้าผ่านการทดสอบจึงสมควรได้รับโชควาสนาที่ดีกว่าการที่เจ้าสามารถปล่อยวางสิ่งวิเศษเบื้องหน้าเสียสละให้ผู้อื่น นับว่าเจ้ามีคุณสมบัติที่ดีข้าเองก็จะให้รางวัลแก่เจ้า ข้างหน้าเจ้ามีโอสถด้วยกันสามชนิดแต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน เม็ดซ้ายเสริมพลังลมปราณ เม็ดกลางเสริมพลังจิตเม็ดขวาเสริมพลังกาย จงเลือกให้ดี”
ชายหนุ่มไม่ได้เดินไปหยิบทันทีมันเพ่งพินิจพิเคราะห์ เสริมลมปราณ? เสริมพลังจิต? เสริมพลังกาย?ทั้งสามล้วนเป็นโอสถที่ดี แต่ในยามนี้มันไม่ได้ขาดแคลนความสามารถด้านลมปราณส่วนพลังกายนั้นแม้ไม่ได้สูงมาก แต่ก็ไม่ได้อ่อนด้อย ที่สำคัญตอนนี้คือพลังจิตหลังจากที่ได้รับคำชี้แนะจากจิ้งจอกขาวก็คล้ายว่ามันใกล้จะสำเร็จแล้ว
ชายหนุ่มตรึกตรองไปมาอยู่หลายเที่ยวในที่สุดก็ตัดสิ้นใจเข้าไปหยิบเอาโอสถพลังจิตมาถือครอง
“ผู้อาวุโสผู้เยาว์เลือกโอสถเสริมพลังจิตนี้ ผู้เยาว์ขอขอบคุณท่าน”กล่าวจบมันก็ประสานมือโค้งคำนับอย่างสุภาพ
เสียงที่ดูชราก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง“เจ้าหนูเจ้าเลือกได้ไม่เลว เอาล่ะจงทานโอสถนั่นเข้าไปแล้วลองฝึกฝนดูก่อนที่จะออกไปแต่ว่าเจ้าไม่อยากรู้หรอกหรือว่าข้าเป็นใคร”
หนิงเฟยหลงเผยรอยยิ้มเล็กน้อยแล้วว่า “ท่านผู้อาวุโสอันที่จริงผู้เยาว์ก็อยากที่จะทราบนามของท่านไว้เพื่อตอบแทนทว่าการที่ท่านไม่ได้บอกกล่าวนามท่านตั้งแต่ต้น ย่อมไม่อยากให้ผู้เยาว์รับรู้แต่แรกไหนเลยที่ผู้เยาว์จะกล้าเสียมารยาท”
“ฮ่า ฮ่า ไม่เลวๆเจ้าเด็กน้อย เช่นนั้นยาอีกสองเม็ดนี่เจ้าก็จงรับไปด้วยเลยแล้วกันข้านั้นถูกใจเจ้าจริงๆ”
สิ้นเสียงของชายชราเม็ดยาทั้งสองก็ได้ลอยเข้ามาหาชายหนุ่มทันที หนิงเฟยหลงเกิดความรู้สึกหลากอารมณ์ไม่รู้ว่าควรจะดีใจ แปลกใจ หรือสงสัยดี เหตุใดโชควาสนาถึงเข้าหามันง่ายดายเพียงนี้เช่นนั้นโลกนี้คงต้องมีของวิเศษล้นเหลือแล้วเป็นแน่ถึงได้ยกให้ผู้อื่นง่ายดายเพียงนี้
หนิงเฟยหลงส่งสัมผัสเข้าไปตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด“หรือว่าเราจะคิดมากเกินไป” ชายหนุ่มไม่ลังเลอีกกลืนเม็ดโอสถทั้งสามลงคอทว่าไม่นานตัวยานั้นก็เกิดปฏิกิริยา ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มแดงก่ำขึ้นประหนึ่งมีไฟร้อนแผดเผาร่างกาย แต่นั่นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น
ตัวยาแรกออกฤทธิ์แล้วนั่นคือโอสถเสริมพลังกาย ที่จะช่วยยกระดับร่างกายขึ้นไปอีกขั้นข้ามผ่านความเป็นมนุษย์!
ไม่นานนักความเจ็บปวดที่สองก็เกิดขึ้นตามมาทว่าไม่ได้เกิดเพียงร่างกายเท่านั้นยังรวมไปถึงห้วงพลังจิต และวิญญาณทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าก่อนหลายเท่า คล้ายถูกกดทับทางวิญญาณขณะนี้ไม่เพียงปวดร้าวทางกายยังทรมานไปถึงห้วงสมุทรแห่งจิตวิญญาณ!
หนิงเฟยหลงพักได้เพียงสามลมหายใจเท่านั้นความเจ็บปวดก็รุกล้ำเข้ามาอีก คราวนี้เส้นลมปราณทั่วร่างคล้ายจะปริแตกแต่มันก็เพียงขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น ห้วงสมุทรลมปราณก็ขยายใหญ่ขึ้นเช่นกันนับว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ถึงแม้จะแลกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสก็ตามแต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่ายิ่งนัก
ฤทธิ์โอสถไม่ได้หมดเพียงเท่านี้เมื่อร่างกายเกิดความร้อนผ่าวๆออกมา การชำระขั้นต่อไปก็เกิดขึ้นกระดูกของชายหนุ่มพลันถูกเผาผลาญไปสิ้นร่างกายนั้นกำลังจะหล่นลงฮวบ
ในยามนี้ความรู้สึกของชายหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะพรรณนาอย่างไรดีทั้งด้านชา ทั้งเจ็บปวดและยิ่งด้วยความเจ็บปวดนี้มีหลายอย่างไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ชัดเจนบอกได้เพียงว่า เจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกไฟครอกเสียอีกต่อให้เป็นอัสนีฟาดผ่านก็คงไม่เจ็บปวดถึงเพียงนี้!
หลังจากนั้นก็มีพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ส่งออกมาจากใต้ที่มันอยู่ส่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ทว่าก็มีพลังชีวิตที่บริสุทธิ์กว่าเคลื่อนตัวมาหยุดยั้งพลังสายแรกนั้นไว้และผลักดันให้กลับไปยังที่เดิมล้อมรอบชายหนุ่มอยู่
“แปลกไม่น้อยพลังชีวิตนี่มาจากที่ใดถึงบริสุทธิ์เข้มข้นนักน่าสนใจจริงๆ” ชายชราที่ยามนี้เข้ามานั่งอยู่บนหินกล่าวขึ้นมันสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดอย่างกับนักพรตเฒ่า ที่ผ่านโลกมามากมายดวงตาดูลุ่มลึกสุขุมยิ่งสมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ชายชรานี้คอยดูแลชายหนุ่มตั้งแต่เริ่มทานยาจนถึงบัดนี้พลังชีวิตสายแรกนั้นไม่ได้มาจากที่ใดนอกจากบ่อน้ำที่หนิงเฟยหลงแช่อยู่โดยที่เฒ่าชราเป็นผู้พามาเอง หนิงเฟยหลงเองก็หาได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงไม่ชายชราเฝ้ามองชายหนุ่มต่อไปด้วยสายตาที่สนอกสนใจ
พลังชีวิตสายที่สองนี้เคลื่อนตัวเข้าไปในร่างชายหนุ่มก่อร่างสร้างฐานกระดูกก่อเกิดเป็นรูปลักษณ์ใหม่ขึ้นสร้างสรรค์กระดูกขึ้นมาใหม่ สีขาวทองแวววาว และยังมีแสงสีที่บ่งบอกว่าเป็นพลังแห่งฟ้าดินเปล่งประกายอยู่โดยรอบดูไปแล้วงดงามยิ่งโครงกระดูกอันใหม่นี้ถ้าพิเคราะห์ให้ดีจะให้ความรู้สึกว่า คงทนไม่ยิ่งหย่อนกว่าอาวุธระดับปฐพีเลยแม้แต่น้อย!
ทว่าความเปลี่ยนแปลงยังไม่หมดสิ้นเมื่อโครงกระดูกได้กลับมาแล้ว เนื้อหนังและเส้นลมปราณ จุดชีพจรต่างพากันระเบิดออกแล้วก่อเกิดใหม่ด้วยแสงสีขาวขุ่นที่นุ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ่น เกิดการเชื่อมต่อของชิ้นเนื้อเส้นลมปราณ และอวัยวะภายในส่วนต่างๆ รวมเข้าด้วยกัน
ถึงยามนี้ก็ไม่ต้องกล่าวแล้วว่าชายหนุ่มจะมีความรู้สึกเช่นไรง่ายดายนัก ก็คือย่อมไม่มีความรู้สึกอย่างไรเล่า ความเจ็บปวดไม่มีอยู่ในตอนนี้จนกระทั่งเกิดการรวมตัวใกล้เสร็จสิ้น ความรู้สึกค่อยๆกลับมามันรู้สึกเจ็บปวดจนถึงขั้นจะสิ้นสติไป ต่อมาจึงรู้สึกคล้ายมีมดหลายล้านตัวคอยกัดกินร่างกายของมัน
ทว่าก่อนที่จะได้สิ้นสตินั้นมันก็ต้องเบิกตาโพลง! อย่างหยุดยั้งไว้ไม่ได้ห้วงจิตของมันเกิดปัญหาแล้วเกิดการฉีกกระชากอย่างรุนแรงพลังจิตหวุนวนประหนึ่งคลื่นพายุทำลายล้างโลก! เกิดความน่าสะพรึงเมื่อร่างกายประกอบเสร็จสรรพชายหนุ่มก็ถึงกับขนลุกชูชันอดไม่ได้ด้วยเกิดความรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์ ดวงจิตสั่นไหวไม่หยุดดวงวิญญาณคล้ายถูกฉีกกระชากไปดวงพายุล้างโลกนี้! ชายหนุ่มไม่อาจข่มความรู้สึกได้อีก
ทว่าหนิงเฟยหลงไหนเลยจะยอมถูกทำลายโดยง่ายมันใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีรีดเค้นพลังจิตห้วงพลังจิตถูกกระตุ้นก่อเกิดเป็นคลื่นสมุทรขนาดใหญ่สูงกว่าพันจั้งโถมซัดเข้าใส่พายุมหึมานั่นอย่างจังทว่ากลับไม่สามารถทำอันใดมันได้เลย
ชายหนุ่มเริ่มจะท้อแท้หมดกำลังใจความเจ็บปวดรุมเร้ามากเกินไป แม้จะเกิดความด้านชาอยู่บ้างแต่นั้นก็คงอยู่เพียงไม่นาน ความเจ็บปวดก็กลับมาใหม่เจ็บปวดร่างกายนั้นไม่เท่าไหร่ แต่กายเจ็บปวดทรมานจากทางวิญญาณนี่สิสาหัสยิ่งกว่าทางกายยังเกิดความชาได้ แต่ทางห้วงจิตวิญญาณนั้นมันเจ็บปวดได้ตลอดจนแทบไม่อยากมีชีวิต
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับชายหนุ่มผู้นี้ถึงแม้จะเกิดความท้อแท้แต่นั่นก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นมันเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขื่นขม ภายใต้รอยยิ้มนั้นก็ปรากฏห้วงพลังจิตที่สั่นสะเทือนชายหนุ่มกำลังทุ่มทั้งหมดที่มีเรียกว่าทุ่มทั้งหน้าตักสร้างพลังจิตก่อเป็นรูปแบบแห่งภูผายักษ์ขนาดใหญ่เท่าโลก ทับลงมายังพายุนั่นเกิดการขัดขืนดิ้นรนของพายุหมุนสะบัดไปมาเพิ่มความรุนแรงจนไม่อาจรู้ได้ว่าฝ่ายใดจะชนะ
ทั้งสองพลังจิตเริ่มอ่อนพลังลงตามช่วงเวลาในที่สุดภูผาที่กว้างใหญ่และสูงเสียดฟ้านี้ก็อาจต้านทานพายุทำลายล้างนี้ลงได้ทว่าการคงอยู่ของมันก็อยู่ได้ไม่นานก็หายไป
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างช้าๆมันรู้สึกว่าความเจ็บปวดที่มีได้หายไปอย่างอัศจรรย์ มองลงไปก็พบว่าตนอยู่ในบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตจึงเริ่มทำการสำรวจร่างกาย ร่างกายนั้นไม่ได้ใหญ่โตขึ้น แต่กลับแข็งแกร่งขึ้นมากเสียยิ่งกว่ามากหากเผชิญกับสัตว์อสูรระดับสามในช่วงที่ยังสะกดพลังยุทธ์ไว้ที่ขั้นหนึ่งอยู่ก็สามารถต่อกรได้อย่างสบายไม่สิคงต้องกล่าวว่าสังหารได้อย่างง่ายดายตั้งหาก!
ตรวจสอบเส้นลมปราณมันเองก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าตนบัดนี้สามารถส่งพลังเข้าออกได้อย่างสบาย สายนทีแห่งลมปราณนี้ใหญ่โตจนสามารถขับเคลื่อนพลังมหาศาลเพื่อสร้างฝ่ามือทลายบรรพตได้แล้ว!
ฝ่ามือทลายบรรพตนั้นหาได้ใช้ออกได้โดยง่ายผู้ฝึกฝนสมควรต้องมีห้วงสมุทรลมปราณที่กว้างใหญ่เพียงพอต่อการสร้างพลังหยวนออกเป็นฝ่ามือและเส้นลมปราณจะต้องกว้างเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นไม่เช่นนั้นเส้นลมปราณอาจปริแตกจนไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้อีกเลยจุดตันเถียนยิ่งใหญ่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เส้นลมปราณยิ่งกว้างเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
“ผู้เยาว์หนิงเฟยหลงขอขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสอย่างยิ่ง ที่มอบโอสถที่ล้ำค่ายิ่งนี้ให้ผู้เยาว์จะขอจดจำบุญคุณครั้งนี้ไม่ลืมเลือน หากเบื้องหน้าท่านมีสิ่งใดที่ต้องการกำลังความสามารถของผู้เยาว์ได้โปรดอย่าลังเลที่จะบอกกล่าวกับผู้เยาว์ แม้ว่าสิ่งนั้นจะยากลำบากก็ตามแต่ผู้เยาว์จะทำให้สุดความสามารถ” หนิงเฟยหลงกล่าวจบก็คุกเข่าคำนับลงที่พื้นเป็นการแสดงความขอบคุณอย่างสูงสุด
โอสถทั้งสามล้วนเป็นสิ่งล้ำค่าต้องใช้ความพยายามมากเท่าใดจึงจะสามารถกลั่นมันออกมาได้ต้องใช้สมุนไพรวิเศษมากเท่าใดถึงจะรวบรวมเป็นเม็ดยานี้ได้และต้องเสียพลังลงแรงไปเท่าใด นั่นย่อมมหาศาลเทียบไม่ได้เลยกับการทำโอสถโดยทั่วไปนี่นับว่าเป็นโอสถฟ้าประทานโดยแท้!
นับว่าการมาที่นี่ครั้งนี้ของชายหนุ่มนั้นเสียเที่ยวแล้วมันได้ประโยชน์มากมายจากการเข้ามา ไม่เพียงเส้นลมปราณและห้วงสมุทรลมปราณจะพัฒนาห้วงสมุทรแห่งจิตก็เช่นกันเกิดการพัฒนาครั้งใหญ่และในตอนนี้อาจเรียกหนิงเฟยหลงได้แล้วว่า “ผู้บ่มเพาะพลังจิต!”
หนิงเฟยหลงรับรู้ได้ว่าตนเองได้เปิดประตูเข้าสู่วิถีแห่งพลังจิตแล้วมันได้ปลูกเมล็ดพันธ์แห่งจิตไว้ ในตอนนี้มันก็คือผู้บ่มเพาะพลังจิต ระดับก่อจิตขั้นต้น!และยังเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของทวีปหนานโจวที่เป็นทั้งผู้ฝึกฝนพลังยุทธ์และผู้บ่มเพาะพลังจิต!
“เด็กน้อยอย่าได้เกรงใจเมื่อถึงเวลาเราจะไปหาเจ้าเอง มันคงใกล้ถึงเวลาที่มหาทวีปแห่งนี้ต้องสั่นสะเทือน!” ชายชราแย้มยิ้มออกมาอย่างแปลกประหลาดก่อนจะหายลับไป
..........