“รอยแยกมิติที่สาม...”
เสียงกึกก้องดังกระแทกพื้นดินทั่วทั้งสมรภูมิราวกับฟ้าคำราม ท้องฟ้าเหนือยอดหอคอยพังทลายทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ฉีกเปิดออกอีกครั้ง เส้นสายแสงเวทที่ปกป้องเขตอาณาเขตของอัลเทียร์ อีเทอเรีย สั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะเกิดรอยแยกมิติใหม่ขึ้นกลางเวหาที่ฉีกขาดเป็นเสี่ยง ๆ
เสียงเหมือนมังกรคำรามผสานเสียงกรีดร้องพันพันวิญญาณแผ่กระจายออกมา—
จากในรอยแยกมืดดำ... เงาร่างมหึมาสูงกว่า 10 เมตรค่อย ๆ ก้าวออกมาอย่างช้า ๆ
แม่ทัพอสูรลำดับที่สาม – โกราธ มุนด์กรัค (Gorath Mundgrakk)
ฉายา: กงล้อแห่งบาป / บรรพชนผู้กลืนจักรกล
ธาตุ: โลหะกลืนเวท, ความว่างเปล่า
ลักษณะเด่น: มีแขนกลหลายเส้นที่ยื่นออกจากหลัง ร่างเป็นรอยสลักโบราณที่มีแสงเวทไหลเวียนใต้ผิวหนังสีเทาดำเหมือนหินปะทะเหล็ก
เสียงก้าวเดินของเขาแต่ละก้าว ทิ้งรอยเท้าที่กลืนกินสนามเวททั้งหมด
กองทัพที่อยู่แนวหลังต่างหยุดชะงักเมื่อมองเห็นร่างนั้น — แม้กระทั่งเหล่าแม่ทัพฝ่ายพันธมิตรที่ยังคงสู้กับกองอสูรรอบตัว ต่างรับรู้ถึง “ความกดดันผิดปกติ” ที่แผ่กระจายออกมาจากรอยแยกนั้น
“ตัวตนนี้… ไม่ได้มาจากห้วงมิตินี้ด้วยซ้ำ...”
ไอริส ลูเมียร์พึมพำ ดวงตาสีฟ้าสะท้อนภาพของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายเทพสงครามในร่างอสูร
เสียงสะท้อนจากมิติยังคงกระซิบดังอยู่ในหัวของทุกคน—
"ข้าคือโกราธ...
ผู้เป็นจุดเริ่มของการกลืนกิน...
ผู้บิดเบือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นขี้เถ้า...
ข้า... คืออสูรผู้ไร้ประวัติแห่งกาล"
บรรยากาศกลายเป็นหนักอึ้งทันที ลมหายใจของทหารพันธมิตรหลายคนสั่นกระเพื่อมราวกับจะขาดหาย สัตว์อัญเชิญบางตัวถึงกับทรุดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ พลังเวททั่วแนวสนามรบเริ่มปั่นป่วนราวกับถูกกลืนดูด
แม้แต่เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ยังต้องกระชับด้ามดาบแน่นขึ้นกว่าเดิม เส้นแสงบนเกราะของเขากระพริบไม่หยุด
“...แม่ทัพตนนี้... ไม่ใช่แค่ศัตรูธรรมดาอีกต่อไป” เขากล่าวเบา ๆ
ไอริสขมวดคิ้ว พร้อมร่ายเวทเสริมบาเรียล้อมกลุ่มของตน โมกะที่อยู่ข้างหลังยังคงเงียบ แต่แววตาสีทองเหลือบม่วงของมันเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง—
เพราะมัน “จำได้” ว่าร่างพลังมหาศาลตรงหน้านั้น... คือสิ่งเดียวที่เคยปรากฏอยู่ในห้วงลึกของพลัง Sidera Lux เมื่อคราวก่อน
—และมันกำลังจะตื่นเต็มตัว
“...หงึ...!”
โมกะสะดุ้งตื่นจากภวังค์ แสงเวทสีทองอมม่วงบนขอบดวงตาของมันส่องแสงจางลงชั่วขณะก่อนจะลุกวาบอีกครั้ง มันยกหัวหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ช้า ๆ
เสียงกระแสจิต... ดังขึ้นในหัวของเรย์อย่างกะทันหัน
“เรย์… ไอริส… ข้ารู้สึกได้... ร่างนั้น... กำลังจะกลืนแสงทั้งหมด... ถ้าไม่หยุดมันตอนนี้ พวกเราจะไม่ทัน...”
เป็นเสียงของ โมกะ — กระแสจิตสั่นไหวแต่แน่นแน่
ฝั่งของเรย์ ณ แนวรบกลาง— เขากำลังฟาดฟันกับเหล่าอสูรร่างยักษ์ที่เคลื่อนไหวเร็วผิดปกติ พื้นหินแตกร้าวจากแรงกระแทกของอาวุธเวท บางตนปล่อยเงาควันสีเลือดปกคลุมระยะไกล ทำให้เขาแทบมองอะไรไม่เห็น
"โมกะ?!" เรย์ตะโกนลั่น ก่อนจะหลบลูกพลังมืดที่พุ่งข้ามหัวไปอย่างเฉียดฉิว
เขาพยายามจะฝ่าแนวอสูรเข้าไปทางจุดที่ไอริสและเซอร์อัลวากำลังประจันหน้ากับแม่ทัพอสูร แต่—
"รีบวิ่งไปไม่ได้! พวกมันขวางเส้นทางทั้งหมด!"
"เขตเวทตะวันตกปิด!"
"เรย์! เงาทะลุมิติอีกกลุ่มเริ่มเคลื่อน—!!"
เสียงเตือนจากหน่วยเวทสื่อสารของอาณาจักรดังขึ้นในหูของเรย์อย่างต่อเนื่อง
เขากระแทกหมัดเสริมเวทเข้าใส่อสูรตนหนึ่งจนแหลกคาพื้น แต่พอจะก้าวเท้าออกจากแนวรบ—
อสูรยักษ์ 4 ตน พุ่งเข้าปิดล้อมรอบตัวเขาไว้จากทุกทิศทันที
“...แม่ง...” เรย์สบถเบา ๆ
มือซ้ายเขาชักมีดคู่ขึ้น มือขวาเรียก สกิล Shadow Blitz Requiem ขึ้นมาพร้อมความเร็วขั้นสุดยอด—แต่แม้จะเร็วแค่ไหน มันก็ ยังไม่พอจะทะลวงไปให้ถึงโมกะ
อีกฟากหนึ่ง—
ไอริส ลูเมียร์ สัมผัสถึงพลังเวทของโกราธที่เริ่มปั่นป่วนมิติรอบข้างได้แล้ว
เธอขยับมือช้า ๆ เรียกคทาแสงแห่งดวงดาวขึ้นมาในมือขวา พร้อมร่ายกระแสเวทแฝง
“Lux Incantare... Resonate with my light...”
ทันใดนั้น เธอเห็น “แสงสีทองอมม่วง” กระพริบออกมาจากกลางหน้าอกของโมกะ—ราวกับมันเตรียมจะ “ตอบสนอง” ต่อคำเรียกของเธอ
เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ ยืนข้างเธอ กระซับดาบสองมือแน่น
"เราไม่มีเวลาแล้ว... ถ้ารอให้มันฟื้นตัวเต็มที่ พวกเราจะไม่เหลือแม้แต่เงา"
ไอริสพยักหน้าเบา ๆ
“...เตรียมโจมตีพร้อมกัน”
และนั่นคือวินาทีที่ “การปะทะกับสามแม่ทัพอสูร” จะเริ่มต้นขึ้น—
โมกะยังไม่ตอบกลับกระแสจิตของเรย์ แต่มันเงยหน้ามองโกราธ มุนด์กรัค ด้วยแววตาแน่นแน่ และแสงเวทบนร่างของมัน... เริ่มเรืองขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงแหลมสูงราวกระจกแตกสะท้อนออกมาจากรอยแยกมิติเหนือแนวรบ เสียงนั้นดังก้องอย่างต่อเนื่องจนแม้แต่เวทป้องกันเสียงระดับสูงยังไม่อาจปิดกั้นได้
กลางท้องฟ้าเหนือสนามรบ — โกราธ มุนด์กรัค แม่ทัพอสูรตนใหม่ปรากฏตัวอย่างสมบูรณ์
ร่างของมันสูงกว่า 10 เมตร ผิวหนังเหมือนหินสีเถ้าแตกละเอียด มีวงแหวนเวทสีดำ 5 ชั้นลอยหมุนรอบหลังของมันอย่างช้า ๆ ทุกการขยับก่อให้เกิดคลื่นแรงโน้มถ่วงที่บิดเบี้ยวสภาพแวดล้อมรอบตัว
"ผู้แบกมิติแห่งการล่มสลาย... ผู้สานเงาในเส้นขนาน... ข้าคือ โกราธ มุนด์กรัค—"
เสียงของมันสะท้อนเป็นคลื่นหลายชั้น แม้ไม่ได้เปล่งออกจากปากโดยตรง แต่แทรกซึมเข้าสู่ใจของผู้ฟังทุกคนทันที
ไอริส ลูเมียร์ ก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าวพร้อมคทาแสงในมือที่ส่องสว่างแรงกล้า
“เจ้าคือ ‘สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่’...” ไอริสกล่าว ก่อนที่เธอจะหันไปทางเซอร์อัลวา เรนฮอลต์
“พร้อมหรือยัง?”
เซอร์อัลวาไม่พูดอะไร เขาแค่ยกดาบขึ้นตั้งแนบหน้าอก เสียงโลหะครูดกับเกราะเบา ๆ พร้อมเสียงลมหายใจที่หนักแน่น
โมกะยืดตัวขึ้น เงาเวทรอบตัวเริ่มสั่นคลอน
“หงึ... อย่ามายุ่งกับเพื่อนของโมกะ...”
ทันใดนั้น—
ไอริสพุ่งเข้าโจมตีก่อน!
สายแสงจากคทาถูกยิงออกเป็นเส้นตรง 3 เส้น พุ่งสู่วงเวทหมุนของโกราธโดยตรง!
เสียงระเบิด “ฟวู้ม!” ดังสนั่น แต่เมื่อควันจางลง—วงเวทยังหมุนอยู่เหมือนไม่ได้รับความเสียหาย
โกราธเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นช้า ๆ พลังเงาหมุนรวมกันกลายเป็น “คลื่นสีดำอมม่วง” ขนาดยักษ์ แล้วปาใส่พื้นตรงหน้าไอริสทันที
เสียงคำรามจากพื้นโลกดังก้อง — ไอริสถูกคลื่นนั้นกระแทกกระเด็นไปหลายเมตร
โมกะกระโจนรับเธอกลางอากาศ พาเธอลงพื้นอย่างปลอดภัย ขณะที่ เซอร์อัลวา โจมตีสวนขึ้นจากด้านข้างทันที!
ดาบของเขาปะทะกับโล่เวทที่กางออกจากแผ่นหลังโกราธ เกิดเสียงแรงปะทะอันรุนแรงสะเทือนผืนฟ้า
“เขาแข็งแกร่งกว่าไครซ์คานหลายระดับ...”
“มันเหมือน ‘แกนกลางของมิติพังทลาย’ มากกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต…”
ไอริสกล่าวพลางพยุงตัวขึ้น
และในวินาทีนั้นเอง—
ซาลานด์ เรกาน้อร์ ยกคทาขึ้นช้า ๆ วงเวทชั้นในเริ่มหมุนซ้อนจากฟากฟ้าเหนือแนวรบ
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเงาร่างของ อาเครน ธานธัส ที่ปรากฏทางซ้าย
เขาก้าวออกจากม่านหมอกมิติ มือขวาถือเคียวเวทขนาดมหึมา ดวงตาแดงฉาน
“ถึงเวลาที่ข้าจะร่วมวงแล้วสินะ... ไอริส… เจ้า… ยังไม่ตื่นจากความฝันอีกหรือ?”
เสียงของฟ้าเหมือนถูกฉีกทึ้ง
เศษอากาศรอบตัว โกราธ มุนด์กรัค หมุนบิดเป็นชั้น ๆ คล้ายมวลมิติที่ไม่สมบูรณ์ — พลังของมันไม่ใช่เพียงแค่เวทหรือกล้ามเนื้อ แต่คือ “แรงบิด” ของกฎโลกเก่าแก่ที่ควรถูกลืม
เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ ยืนเด่นกลางหมอกฝุ่นหลังการโจมตีของไอริส
ชายผู้เป็นเหมือนเสาหลักของพันธมิตร ก้าวช้า ๆ สู่กลางสนามตรงหน้าโกราธ ฝ่าความสั่นสะเทือนทางพลังวิญญาณที่ปกติผู้มีเวทต่ำกว่า Lv.60 จะหมดสติไปตั้งแต่แรก
เขาเสียบดาบลงกับพื้น เสียงกระแทกทำให้พลังเวทสะเทือนระลอกหนึ่ง
“ฟังข้าให้ดี… สิ่งใดที่ข้ามาเพื่อปกป้อง มันจะไม่มีวันพังทลายเพราะเจ้า”
โกราธเอียงคอ คล้ายประมวลคำพูด ก่อนจะกระแทกเท้าข้างหนึ่งลง—พื้นสั่นสะเทือนเหมือนคลื่นกระแทกที่ถล่มกำแพงเมือง!
“ผู้แบกสัจธรรม… เจ้า...คือเสาหลักที่ควรจะถูกถอนราก!”
ทันใดนั้น ทั้งสองก็กระโจนเข้าหากัน!
ฉัวะ!! ดาบยักษ์ของเซอร์อัลวาเฉือนเข้าปะทะโล่พลังเวทของโกราธอย่างรุนแรง แสงเวทสีแดงเลือดกับม่านพลังดำม่วงสั่นสะท้อนเป็นแสงไฟทั่วขอบฟ้า!
โกราธ ใช้มือซ้ายกวาดแรงโน้มถ่วงเข้ากดร่างของอัลวาลงกับพื้น แต่เขากลับแสยะยิ้ม…
“เบาไป!”
แผ่นเกราะเวทของอัลวาเรืองแสงแรงขึ้น พลังกายของเขาเพิ่มพูนจากการผนึกเวททุกชั้นเข้าสู่แกนกลางแบบ Rage Conversion
เขาเบียดไหล่ขึ้นสวน แรงระเบิดดันร่างโกราธกระเด็นถอยหลังหนึ่งก้าว!
เสียงสะท้อนในใจของผู้เฝ้าดูดังขึ้นรอบสนาม:
“เขา... ดันผลักแม่ทัพอสูรตัวนั้นได้...!?”“มนุษย์... ทำได้ขนาดนี้เลยหรือ?”
แต่อัลวาไม่ได้ฉลองใด ๆ เขาสะบัดดาบด้วยแรงที่ฟาดเวทออกเป็นครึ่งวง เสียงเหมือนคมดาบเชือดผ่านความว่างเปล่า
โกราธรับดาบด้วยมือเปล่า!
มือที่เหมือนหินแตกละเอียดตอนแรก บัดนี้เคลือบด้วยเกราะเวทชนิดใหม่ซึ่งมีลวดลายลึกลับส่องแสงสลับสีเหมือนดวงตานับสิบ
ตูมมมมม!!
แรงปะทะคราวนี้ทำให้พื้นเวทระเบิดเป็นวงกว้าง—เงาและแสงสาดกระจายขึ้นไปบนฟ้าราวกับฟ้าผ่า!
ไอริส เบิกตากว้าง มองทั้งสองต่อสู้ด้วยพลังที่ดูเกินกว่าจะเรียกว่า "ระดับมนุษย์"
“ขนาดนี้แล้ว... ยังสูสีอยู่เหรอ…”
ด้านข้าง โมกะกัดฟันแน่น พลังจากภายในมันเริ่มเดือดพล่าน
และในขณะเดียวกันนั้นเอง—
เสียงหัวเราะต่ำของ อาเครน ธานธัส ดังขึ้นจากแนวเงาด้านหลัง...
ซาลานด์ เรกาน้อร์ โบกคทาเวทในมือเบา ๆ สร้างม่านเวทโปร่งใสรูปเรขาคณิตขึ้นเหนือศีรษะเธอ รอยยิ้มลึกลับคลี่ที่มุมปาก
"ถึงเวลาแล้ว อาเครน... แกนเวทของพวกมันเริ่มสั่นคลอน"
อาเครน ธานธัส ยกเคียวเวทขึ้นช้า ๆ สะบัดเบา ๆ ก่อนพุ่งตัวตรงไปทาง ไอริส และ โมกะ เสียงห้วงอากาศถูกเฉือนฟาดเป็นแนวคลื่นเงา!
ไอริส ลูเมียร์ เบิกตากว้าง พลิกตัวใช้ “Lux Barrier” สร้างม่านแสงสกัดไว้ได้ทัน คทาแห่งแสงในมือเธอส่องประกายสูงสุดเท่าที่เคยปรากฏ
โมกะในร่างแปลงเงา ลอยตัวถัดจากไอริส — ปีกสี่แฉกของมันสั่นไหวถี่ กระแสพลังรอบตัวสว่างพุ่งเป็นรูปกลีบดาวพราวแสงรอบกาย
"หงึ…" โมกะส่งคลื่นพลัง Emotional Pulse LV.5 เพื่อเสริมแรงใจให้ไอริสทันที
ฉัวะ!! คลื่นดาบมิติของอาเครนแทงทะลุม่านแสงมาถึงไหล่ซ้ายของไอริส! เธอสะบัดร่างหลบ แต่แขนก็ถูกกรีดเปิดเป็นแนวยาว
"อึก...!"
เลือดสีขาวเงินไหลซึมจากแขนไอริส แต่ดวงตาเธอกลับยังแน่วแน่ — เธอยกคทาขึ้นอีกครั้ง เวท “Solar Requiem” ถูกร่ายภายในหนึ่งลมหายใจ แสงกระแทกสวนกลับไปยังอาเครนเต็มแรง
แต่...
ซาลานด์ยื่นมือออกมาขวางไว้ คลื่นเงาโปร่งกระเพื่อมรับพลังแสงได้ทั้งหมด
"ไม่มีใครผ่านความมืดของข้าไปได้ หากยังไม่รู้จักเงาของตัวเอง"
โมกะคำรามในจิต
เสียงแว่วในหัวของเรย์...
“...เรย์... ไอริสเจ็บ... โมกะเจ็บ... โมกะจะ... ปกป้อง...!”
พลันนั้น ร่างของ โมกะ ก็ถูกอาเครนเหวี่ยงด้วยแรงเวทมหาศาลจนกระเด็นไปกระแทกกับหินแหลมเวทหลายสิบเมตร!
แสงดาวรอบตัวเริ่มสั่นสะท้าน
ไอริส พยายามพุ่งเข้าไปช่วย โมกะ แต่ถูกซาลานด์ปิดทางด้วยเวท “Obsidian Lattice” — กรงเวทเงาดำที่ซ้อนกันเป็นวงเวทย่อยหลายชั้น
อาเครนเดินเข้าไปหามิติตัวของโมกะที่ยังค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง
"สิ่งมีชีวิตจากพันธสัญญา? เจ้ามีแสงงั้นรึ? ข้าจะบดขยี้เจ้า และมันจะไม่มีใครช่วยเจ้าทัน"
โมกะยืนขึ้นเต็มตัว ดวงตาทั้งสองเปลี่ยนเป็นกลมใส สีทองอมม่วงเข้ม และแสงจากภายในตัวก็เริ่มปะทุออกมา!
แสงจากข้างในมัน… ไม่ใช่แค่เวทมนตร์ แต่คือ คำสัญญา
คำสัญญาที่มันเคยให้ไว้กับ “มิจัง”
เสียงในหัวของโมกะดังขึ้นอีกครั้ง…
“…เจ้าต้อง ‘เลือก’ อีกครั้ง... เจ้าจะปกป้อง หรือจะยอมถูกกลืน…?”
แต่ครั้งนี้… ไม่ใช่เสียงใครอื่น
มันคือเสียงของ เลอาน่า — วิญญาณผู้เคยฝากเสี้ยวพลังสุดท้ายไว้กับโมกะ
ทันใดนั้น—แสงดาวภายในร่างของโมกะระเบิดออกเป็นวงกลมพลังเวท
ปีกเงาแฉกคู่ งอกออกจากแผ่นหลัง—ไม่ใช่ปีกสัตว์ แต่คือแผ่นเงาบางที่สะท้อนภาพกลุ่มดาว เรียงตัวเป็นรูปทรงเรขาคณิตเวทมิติที่หมุนอยู่ตลอดเวลา
เงาสีเงินเข้มเริ่มล้อมรอบตัวมันเป็นชั้นเงาเวทหมุนวน กลายเป็นเกราะบางที่เปล่งเสียงสั่นไหวเบา ๆ ทุกครั้งที่อากาศแตะต้อง
ดวงตาของโมกะเปลี่ยนเป็น ประกายกลมมนสะท้อนกลุ่มดาวในมิติเงา ดวงตาซ้ายสะท้อน “กลุ่มดาวแฝด” และดวงตาขวาสะท้อน “ดาวเงาในเงามืด”
“พลังนี้… เป็นของข้า… และเป็น ‘คำสัญญา’ ที่ข้าให้ไว้กับมิจัง…!”
โมกะไม่ส่งเสียง — แต่ทุกคนรู้สึกถึงแรงดันเวทที่ถาโถมกระแทกเข้ารอบบริเวณ
อาเครน ธานธัส หยุดชะงัก แววตาหนักแน่นของปีศาจเวทระดับแม่ทัพยังคงนิ่งเฉย — แต่เท้าข้างหนึ่งของเขา… ก้าวถอยโดยไม่รู้ตัว
ซาลานด์ เรกาน้อร์ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ สีหน้าปราศจากอารมณ์
"พันธสัญญา...? เจ้ารื้อคืนเงาโบราณ...? ช่างน่าสนใจจริง ๆ..."
ฟากฟ้าด้านบนเปลี่ยนสีอีกครั้ง — แสงระยิบจากเงากลุ่มดาวบนฟ้าปรากฏขึ้นเหนือร่างโมกะ ก่อเป็นรูปลักษณ์ของ “สัตว์อสูรในตำนานที่ไม่มีชื่อ” มองลงมาราวกับจะตื่นขึ้นมาพร้อมกัน
ไอริส ที่ยังยืนอยู่หลังม่านเวท ได้ยินเสียงของโมกะผ่านกระแสจิต
“…อย่าห่วง โมกะ... ยังไม่จบ โมกะจะ… ‘ไม่ให้ใครแตะต้องแสงของพวกเราอีกต่อไป’...!”
ทันใดนั้น…
โมกะในร่างพันธสัญญาโบราณ กระโจนทะลุมิติในครั้งเดียว มาปรากฏต่อหน้าอาเครน และ ฟาดปีกเงาใส่เคียวเวทของอาเครนจนร้าวเป็นเส้นแรก!
ดวงตาของอาเครนเปลี่ยนแสงครั้งแรก — จากนิ่งเฉยกลายเป็นร้อนระอุ
"เจ้าคือ…สัตว์อัญเชิญงั้นรึ?"
โมกะไม่ตอบ… ดวงตาเงาสะท้อนทุกมิติเวลาของเขากำลังจับจ้อง “อนาคตที่เขาเลือกแล้วว่าจะปกป้อง”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นอีกครั้งในโทนต่ำที่สะเทือนขอบฟ้า
ตูมมมมม!!!
พื้นดินใต้ร่างอาเครนแตกกระจาย — เสียงแรงปะทะที่อัดทะลุม่านมิติ ทำให้ทั้งกองทัพทั้งสองฝ่ายต้องหยุดมองด้วยความตกตะลึง
“โมกะ…” ไอริสกระซิบ น้ำตาซึมที่หางตา
“ขอบคุณ... ที่กลับมาในตอนที่ฉันต้องการที่สุด”
