“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ”

    ตอนที่ 54 – พันธสัญญาแห่งการตื่น

    “รอยแยกมิติที่สาม...”

    เสียงกึกก้องดังกระแทกพื้นดินทั่วทั้งสมรภูมิราวกับฟ้าคำราม ท้องฟ้าเหนือยอดหอคอยพังทลายทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ฉีกเปิดออกอีกครั้ง เส้นสายแสงเวทที่ปกป้องเขตอาณาเขตของอัลเทียร์ อีเทอเรีย สั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะเกิดรอยแยกมิติใหม่ขึ้นกลางเวหาที่ฉีกขาดเป็นเสี่ยง ๆ

    เสียงเหมือนมังกรคำรามผสานเสียงกรีดร้องพันพันวิญญาณแผ่กระจายออกมา—

    จากในรอยแยกมืดดำ... เงาร่างมหึมาสูงกว่า 10 เมตรค่อย ๆ ก้าวออกมาอย่างช้า ๆ

    แม่ทัพอสูรลำดับที่สาม – โกราธ มุนด์กรัค (Gorath Mundgrakk)

    ฉายา: กงล้อแห่งบาป / บรรพชนผู้กลืนจักรกล
    ธาตุ: โลหะกลืนเวท, ความว่างเปล่า
    ลักษณะเด่น: มีแขนกลหลายเส้นที่ยื่นออกจากหลัง ร่างเป็นรอยสลักโบราณที่มีแสงเวทไหลเวียนใต้ผิวหนังสีเทาดำเหมือนหินปะทะเหล็ก
    เสียงก้าวเดินของเขาแต่ละก้าว ทิ้งรอยเท้าที่กลืนกินสนามเวททั้งหมด

    กองทัพที่อยู่แนวหลังต่างหยุดชะงักเมื่อมองเห็นร่างนั้น — แม้กระทั่งเหล่าแม่ทัพฝ่ายพันธมิตรที่ยังคงสู้กับกองอสูรรอบตัว ต่างรับรู้ถึง “ความกดดันผิดปกติ” ที่แผ่กระจายออกมาจากรอยแยกนั้น

    “ตัวตนนี้… ไม่ได้มาจากห้วงมิตินี้ด้วยซ้ำ...”
    ไอริส ลูเมียร์พึมพำ ดวงตาสีฟ้าสะท้อนภาพของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายเทพสงครามในร่างอสูร

    เสียงสะท้อนจากมิติยังคงกระซิบดังอยู่ในหัวของทุกคน—

    "ข้าคือโกราธ...
    ผู้เป็นจุดเริ่มของการกลืนกิน...
    ผู้บิดเบือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นขี้เถ้า...
    ข้า... คืออสูรผู้ไร้ประวัติแห่งกาล"

    บรรยากาศกลายเป็นหนักอึ้งทันที ลมหายใจของทหารพันธมิตรหลายคนสั่นกระเพื่อมราวกับจะขาดหาย สัตว์อัญเชิญบางตัวถึงกับทรุดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ พลังเวททั่วแนวสนามรบเริ่มปั่นป่วนราวกับถูกกลืนดูด

    แม้แต่เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ยังต้องกระชับด้ามดาบแน่นขึ้นกว่าเดิม เส้นแสงบนเกราะของเขากระพริบไม่หยุด

    “...แม่ทัพตนนี้... ไม่ใช่แค่ศัตรูธรรมดาอีกต่อไป” เขากล่าวเบา ๆ

    ไอริสขมวดคิ้ว พร้อมร่ายเวทเสริมบาเรียล้อมกลุ่มของตน โมกะที่อยู่ข้างหลังยังคงเงียบ แต่แววตาสีทองเหลือบม่วงของมันเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง—

    เพราะมัน “จำได้” ว่าร่างพลังมหาศาลตรงหน้านั้น... คือสิ่งเดียวที่เคยปรากฏอยู่ในห้วงลึกของพลัง Sidera Lux เมื่อคราวก่อน

    —และมันกำลังจะตื่นเต็มตัว

    “...หงึ...!”

    โมกะสะดุ้งตื่นจากภวังค์ แสงเวทสีทองอมม่วงบนขอบดวงตาของมันส่องแสงจางลงชั่วขณะก่อนจะลุกวาบอีกครั้ง มันยกหัวหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ช้า ๆ

    เสียงกระแสจิต... ดังขึ้นในหัวของเรย์อย่างกะทันหัน

    “เรย์… ไอริส… ข้ารู้สึกได้... ร่างนั้น... กำลังจะกลืนแสงทั้งหมด... ถ้าไม่หยุดมันตอนนี้ พวกเราจะไม่ทัน...”

    เป็นเสียงของ โมกะ — กระแสจิตสั่นไหวแต่แน่นแน่

    ฝั่งของเรย์ ณ แนวรบกลาง— เขากำลังฟาดฟันกับเหล่าอสูรร่างยักษ์ที่เคลื่อนไหวเร็วผิดปกติ พื้นหินแตกร้าวจากแรงกระแทกของอาวุธเวท บางตนปล่อยเงาควันสีเลือดปกคลุมระยะไกล ทำให้เขาแทบมองอะไรไม่เห็น

    "โมกะ?!" เรย์ตะโกนลั่น ก่อนจะหลบลูกพลังมืดที่พุ่งข้ามหัวไปอย่างเฉียดฉิว

    เขาพยายามจะฝ่าแนวอสูรเข้าไปทางจุดที่ไอริสและเซอร์อัลวากำลังประจันหน้ากับแม่ทัพอสูร แต่—

    "รีบวิ่งไปไม่ได้! พวกมันขวางเส้นทางทั้งหมด!"
    "เขตเวทตะวันตกปิด!"
    "เรย์! เงาทะลุมิติอีกกลุ่มเริ่มเคลื่อน—!!"

    เสียงเตือนจากหน่วยเวทสื่อสารของอาณาจักรดังขึ้นในหูของเรย์อย่างต่อเนื่อง

    เขากระแทกหมัดเสริมเวทเข้าใส่อสูรตนหนึ่งจนแหลกคาพื้น แต่พอจะก้าวเท้าออกจากแนวรบ—

    อสูรยักษ์ 4 ตน พุ่งเข้าปิดล้อมรอบตัวเขาไว้จากทุกทิศทันที

    “...แม่ง...” เรย์สบถเบา ๆ

    มือซ้ายเขาชักมีดคู่ขึ้น มือขวาเรียก สกิล Shadow Blitz Requiem ขึ้นมาพร้อมความเร็วขั้นสุดยอด—แต่แม้จะเร็วแค่ไหน มันก็ ยังไม่พอจะทะลวงไปให้ถึงโมกะ

    อีกฟากหนึ่ง—

    ไอริส ลูเมียร์ สัมผัสถึงพลังเวทของโกราธที่เริ่มปั่นป่วนมิติรอบข้างได้แล้ว

    เธอขยับมือช้า ๆ เรียกคทาแสงแห่งดวงดาวขึ้นมาในมือขวา พร้อมร่ายกระแสเวทแฝง

    “Lux Incantare... Resonate with my light...”

    ทันใดนั้น เธอเห็น “แสงสีทองอมม่วง” กระพริบออกมาจากกลางหน้าอกของโมกะ—ราวกับมันเตรียมจะ “ตอบสนอง” ต่อคำเรียกของเธอ

    เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ ยืนข้างเธอ กระซับดาบสองมือแน่น

    "เราไม่มีเวลาแล้ว... ถ้ารอให้มันฟื้นตัวเต็มที่ พวกเราจะไม่เหลือแม้แต่เงา"

    ไอริสพยักหน้าเบา ๆ

    “...เตรียมโจมตีพร้อมกัน”

    และนั่นคือวินาทีที่ “การปะทะกับสามแม่ทัพอสูร” จะเริ่มต้นขึ้น—

    โมกะยังไม่ตอบกลับกระแสจิตของเรย์ แต่มันเงยหน้ามองโกราธ มุนด์กรัค ด้วยแววตาแน่นแน่ และแสงเวทบนร่างของมัน... เริ่มเรืองขึ้นเรื่อย ๆ

    เสียงแหลมสูงราวกระจกแตกสะท้อนออกมาจากรอยแยกมิติเหนือแนวรบ เสียงนั้นดังก้องอย่างต่อเนื่องจนแม้แต่เวทป้องกันเสียงระดับสูงยังไม่อาจปิดกั้นได้

    กลางท้องฟ้าเหนือสนามรบ — โกราธ มุนด์กรัค แม่ทัพอสูรตนใหม่ปรากฏตัวอย่างสมบูรณ์

    ร่างของมันสูงกว่า 10 เมตร ผิวหนังเหมือนหินสีเถ้าแตกละเอียด มีวงแหวนเวทสีดำ 5 ชั้นลอยหมุนรอบหลังของมันอย่างช้า ๆ ทุกการขยับก่อให้เกิดคลื่นแรงโน้มถ่วงที่บิดเบี้ยวสภาพแวดล้อมรอบตัว

    "ผู้แบกมิติแห่งการล่มสลาย... ผู้สานเงาในเส้นขนาน... ข้าคือ โกราธ มุนด์กรัค—"

    เสียงของมันสะท้อนเป็นคลื่นหลายชั้น แม้ไม่ได้เปล่งออกจากปากโดยตรง แต่แทรกซึมเข้าสู่ใจของผู้ฟังทุกคนทันที

    ไอริส ลูเมียร์ ก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าวพร้อมคทาแสงในมือที่ส่องสว่างแรงกล้า

    “เจ้าคือ ‘สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่’...” ไอริสกล่าว ก่อนที่เธอจะหันไปทางเซอร์อัลวา เรนฮอลต์

    “พร้อมหรือยัง?”

    เซอร์อัลวาไม่พูดอะไร เขาแค่ยกดาบขึ้นตั้งแนบหน้าอก เสียงโลหะครูดกับเกราะเบา ๆ พร้อมเสียงลมหายใจที่หนักแน่น

    โมกะยืดตัวขึ้น เงาเวทรอบตัวเริ่มสั่นคลอน

    “หงึ... อย่ามายุ่งกับเพื่อนของโมกะ...”

    ทันใดนั้น—

    ไอริสพุ่งเข้าโจมตีก่อน!

    สายแสงจากคทาถูกยิงออกเป็นเส้นตรง 3 เส้น พุ่งสู่วงเวทหมุนของโกราธโดยตรง!

    เสียงระเบิด “ฟวู้ม!” ดังสนั่น แต่เมื่อควันจางลง—วงเวทยังหมุนอยู่เหมือนไม่ได้รับความเสียหาย

    โกราธเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นช้า ๆ พลังเงาหมุนรวมกันกลายเป็น “คลื่นสีดำอมม่วง” ขนาดยักษ์ แล้วปาใส่พื้นตรงหน้าไอริสทันที

    เสียงคำรามจากพื้นโลกดังก้อง — ไอริสถูกคลื่นนั้นกระแทกกระเด็นไปหลายเมตร

    โมกะกระโจนรับเธอกลางอากาศ พาเธอลงพื้นอย่างปลอดภัย ขณะที่ เซอร์อัลวา โจมตีสวนขึ้นจากด้านข้างทันที!

    ดาบของเขาปะทะกับโล่เวทที่กางออกจากแผ่นหลังโกราธ เกิดเสียงแรงปะทะอันรุนแรงสะเทือนผืนฟ้า

    “เขาแข็งแกร่งกว่าไครซ์คานหลายระดับ...”
    “มันเหมือน ‘แกนกลางของมิติพังทลาย’ มากกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต…”

    ไอริสกล่าวพลางพยุงตัวขึ้น

    และในวินาทีนั้นเอง—

    ซาลานด์ เรกาน้อร์ ยกคทาขึ้นช้า ๆ วงเวทชั้นในเริ่มหมุนซ้อนจากฟากฟ้าเหนือแนวรบ

    เสียงคำรามต่ำดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเงาร่างของ อาเครน ธานธัส ที่ปรากฏทางซ้าย

    เขาก้าวออกจากม่านหมอกมิติ มือขวาถือเคียวเวทขนาดมหึมา ดวงตาแดงฉาน

    “ถึงเวลาที่ข้าจะร่วมวงแล้วสินะ... ไอริส… เจ้า… ยังไม่ตื่นจากความฝันอีกหรือ?”

    เสียงของฟ้าเหมือนถูกฉีกทึ้ง

    เศษอากาศรอบตัว โกราธ มุนด์กรัค หมุนบิดเป็นชั้น ๆ คล้ายมวลมิติที่ไม่สมบูรณ์ — พลังของมันไม่ใช่เพียงแค่เวทหรือกล้ามเนื้อ แต่คือ “แรงบิด” ของกฎโลกเก่าแก่ที่ควรถูกลืม

    เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ ยืนเด่นกลางหมอกฝุ่นหลังการโจมตีของไอริส

    ชายผู้เป็นเหมือนเสาหลักของพันธมิตร ก้าวช้า ๆ สู่กลางสนามตรงหน้าโกราธ ฝ่าความสั่นสะเทือนทางพลังวิญญาณที่ปกติผู้มีเวทต่ำกว่า Lv.60 จะหมดสติไปตั้งแต่แรก

    เขาเสียบดาบลงกับพื้น เสียงกระแทกทำให้พลังเวทสะเทือนระลอกหนึ่ง

    “ฟังข้าให้ดี… สิ่งใดที่ข้ามาเพื่อปกป้อง มันจะไม่มีวันพังทลายเพราะเจ้า”

    โกราธเอียงคอ คล้ายประมวลคำพูด ก่อนจะกระแทกเท้าข้างหนึ่งลง—พื้นสั่นสะเทือนเหมือนคลื่นกระแทกที่ถล่มกำแพงเมือง!

    “ผู้แบกสัจธรรม… เจ้า...คือเสาหลักที่ควรจะถูกถอนราก!”

    ทันใดนั้น ทั้งสองก็กระโจนเข้าหากัน!

    ฉัวะ!! ดาบยักษ์ของเซอร์อัลวาเฉือนเข้าปะทะโล่พลังเวทของโกราธอย่างรุนแรง แสงเวทสีแดงเลือดกับม่านพลังดำม่วงสั่นสะท้อนเป็นแสงไฟทั่วขอบฟ้า!

    โกราธ ใช้มือซ้ายกวาดแรงโน้มถ่วงเข้ากดร่างของอัลวาลงกับพื้น แต่เขากลับแสยะยิ้ม…

    “เบาไป!”

    แผ่นเกราะเวทของอัลวาเรืองแสงแรงขึ้น พลังกายของเขาเพิ่มพูนจากการผนึกเวททุกชั้นเข้าสู่แกนกลางแบบ Rage Conversion

    เขาเบียดไหล่ขึ้นสวน แรงระเบิดดันร่างโกราธกระเด็นถอยหลังหนึ่งก้าว!

    เสียงสะท้อนในใจของผู้เฝ้าดูดังขึ้นรอบสนาม:

    “เขา... ดันผลักแม่ทัพอสูรตัวนั้นได้...!?”“มนุษย์... ทำได้ขนาดนี้เลยหรือ?”

    แต่อัลวาไม่ได้ฉลองใด ๆ เขาสะบัดดาบด้วยแรงที่ฟาดเวทออกเป็นครึ่งวง เสียงเหมือนคมดาบเชือดผ่านความว่างเปล่า

    โกราธรับดาบด้วยมือเปล่า!

    มือที่เหมือนหินแตกละเอียดตอนแรก บัดนี้เคลือบด้วยเกราะเวทชนิดใหม่ซึ่งมีลวดลายลึกลับส่องแสงสลับสีเหมือนดวงตานับสิบ

    ตูมมมมม!!

    แรงปะทะคราวนี้ทำให้พื้นเวทระเบิดเป็นวงกว้าง—เงาและแสงสาดกระจายขึ้นไปบนฟ้าราวกับฟ้าผ่า!

    ไอริส เบิกตากว้าง มองทั้งสองต่อสู้ด้วยพลังที่ดูเกินกว่าจะเรียกว่า "ระดับมนุษย์"

    “ขนาดนี้แล้ว... ยังสูสีอยู่เหรอ…”

    ด้านข้าง โมกะกัดฟันแน่น พลังจากภายในมันเริ่มเดือดพล่าน

    และในขณะเดียวกันนั้นเอง—

    เสียงหัวเราะต่ำของ อาเครน ธานธัส ดังขึ้นจากแนวเงาด้านหลัง...

    ซาลานด์ เรกาน้อร์ โบกคทาเวทในมือเบา ๆ สร้างม่านเวทโปร่งใสรูปเรขาคณิตขึ้นเหนือศีรษะเธอ รอยยิ้มลึกลับคลี่ที่มุมปาก

    "ถึงเวลาแล้ว อาเครน... แกนเวทของพวกมันเริ่มสั่นคลอน"

    อาเครน ธานธัส ยกเคียวเวทขึ้นช้า ๆ สะบัดเบา ๆ ก่อนพุ่งตัวตรงไปทาง ไอริส และ โมกะ เสียงห้วงอากาศถูกเฉือนฟาดเป็นแนวคลื่นเงา!

    ไอริส ลูเมียร์ เบิกตากว้าง พลิกตัวใช้ “Lux Barrier” สร้างม่านแสงสกัดไว้ได้ทัน คทาแห่งแสงในมือเธอส่องประกายสูงสุดเท่าที่เคยปรากฏ

    โมกะในร่างแปลงเงา ลอยตัวถัดจากไอริส — ปีกสี่แฉกของมันสั่นไหวถี่ กระแสพลังรอบตัวสว่างพุ่งเป็นรูปกลีบดาวพราวแสงรอบกาย

    "หงึ…" โมกะส่งคลื่นพลัง Emotional Pulse LV.5 เพื่อเสริมแรงใจให้ไอริสทันที

    ฉัวะ!! คลื่นดาบมิติของอาเครนแทงทะลุม่านแสงมาถึงไหล่ซ้ายของไอริส! เธอสะบัดร่างหลบ แต่แขนก็ถูกกรีดเปิดเป็นแนวยาว

    "อึก...!"

    เลือดสีขาวเงินไหลซึมจากแขนไอริส แต่ดวงตาเธอกลับยังแน่วแน่ — เธอยกคทาขึ้นอีกครั้ง เวท “Solar Requiem” ถูกร่ายภายในหนึ่งลมหายใจ แสงกระแทกสวนกลับไปยังอาเครนเต็มแรง

    แต่...

    ซาลานด์ยื่นมือออกมาขวางไว้ คลื่นเงาโปร่งกระเพื่อมรับพลังแสงได้ทั้งหมด

    "ไม่มีใครผ่านความมืดของข้าไปได้ หากยังไม่รู้จักเงาของตัวเอง"

    โมกะคำรามในจิต

    เสียงแว่วในหัวของเรย์...

    “...เรย์... ไอริสเจ็บ... โมกะเจ็บ... โมกะจะ... ปกป้อง...!”

    พลันนั้น ร่างของ โมกะ ก็ถูกอาเครนเหวี่ยงด้วยแรงเวทมหาศาลจนกระเด็นไปกระแทกกับหินแหลมเวทหลายสิบเมตร!

    แสงดาวรอบตัวเริ่มสั่นสะท้าน

    ไอริส พยายามพุ่งเข้าไปช่วย โมกะ แต่ถูกซาลานด์ปิดทางด้วยเวท “Obsidian Lattice” — กรงเวทเงาดำที่ซ้อนกันเป็นวงเวทย่อยหลายชั้น

    อาเครนเดินเข้าไปหามิติตัวของโมกะที่ยังค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง

    "สิ่งมีชีวิตจากพันธสัญญา? เจ้ามีแสงงั้นรึ? ข้าจะบดขยี้เจ้า และมันจะไม่มีใครช่วยเจ้าทัน"

    โมกะยืนขึ้นเต็มตัว ดวงตาทั้งสองเปลี่ยนเป็นกลมใส สีทองอมม่วงเข้ม และแสงจากภายในตัวก็เริ่มปะทุออกมา!

    แสงจากข้างในมัน… ไม่ใช่แค่เวทมนตร์ แต่คือ คำสัญญา

    คำสัญญาที่มันเคยให้ไว้กับ “มิจัง”

    เสียงในหัวของโมกะดังขึ้นอีกครั้ง…

    “…เจ้าต้อง ‘เลือก’ อีกครั้ง... เจ้าจะปกป้อง หรือจะยอมถูกกลืน…?”

    แต่ครั้งนี้… ไม่ใช่เสียงใครอื่น

    มันคือเสียงของ เลอาน่า — วิญญาณผู้เคยฝากเสี้ยวพลังสุดท้ายไว้กับโมกะ

    ทันใดนั้น—แสงดาวภายในร่างของโมกะระเบิดออกเป็นวงกลมพลังเวท

    ปีกเงาแฉกคู่ งอกออกจากแผ่นหลัง—ไม่ใช่ปีกสัตว์ แต่คือแผ่นเงาบางที่สะท้อนภาพกลุ่มดาว เรียงตัวเป็นรูปทรงเรขาคณิตเวทมิติที่หมุนอยู่ตลอดเวลา

    เงาสีเงินเข้มเริ่มล้อมรอบตัวมันเป็นชั้นเงาเวทหมุนวน กลายเป็นเกราะบางที่เปล่งเสียงสั่นไหวเบา ๆ ทุกครั้งที่อากาศแตะต้อง

    ดวงตาของโมกะเปลี่ยนเป็น ประกายกลมมนสะท้อนกลุ่มดาวในมิติเงา ดวงตาซ้ายสะท้อน “กลุ่มดาวแฝด” และดวงตาขวาสะท้อน “ดาวเงาในเงามืด”

    “พลังนี้… เป็นของข้า… และเป็น ‘คำสัญญา’ ที่ข้าให้ไว้กับมิจัง…!”

    โมกะไม่ส่งเสียง — แต่ทุกคนรู้สึกถึงแรงดันเวทที่ถาโถมกระแทกเข้ารอบบริเวณ

    อาเครน ธานธัส หยุดชะงัก แววตาหนักแน่นของปีศาจเวทระดับแม่ทัพยังคงนิ่งเฉย — แต่เท้าข้างหนึ่งของเขา… ก้าวถอยโดยไม่รู้ตัว

    ซาลานด์ เรกาน้อร์ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ สีหน้าปราศจากอารมณ์

    "พันธสัญญา...? เจ้ารื้อคืนเงาโบราณ...? ช่างน่าสนใจจริง ๆ..."

    ฟากฟ้าด้านบนเปลี่ยนสีอีกครั้ง — แสงระยิบจากเงากลุ่มดาวบนฟ้าปรากฏขึ้นเหนือร่างโมกะ ก่อเป็นรูปลักษณ์ของ “สัตว์อสูรในตำนานที่ไม่มีชื่อ” มองลงมาราวกับจะตื่นขึ้นมาพร้อมกัน

    ไอริส ที่ยังยืนอยู่หลังม่านเวท ได้ยินเสียงของโมกะผ่านกระแสจิต

    “…อย่าห่วง โมกะ... ยังไม่จบ โมกะจะ… ‘ไม่ให้ใครแตะต้องแสงของพวกเราอีกต่อไป’...!”

    ทันใดนั้น…

    โมกะในร่างพันธสัญญาโบราณ กระโจนทะลุมิติในครั้งเดียว มาปรากฏต่อหน้าอาเครน และ ฟาดปีกเงาใส่เคียวเวทของอาเครนจนร้าวเป็นเส้นแรก!

    ดวงตาของอาเครนเปลี่ยนแสงครั้งแรก — จากนิ่งเฉยกลายเป็นร้อนระอุ

    "เจ้าคือ…สัตว์อัญเชิญงั้นรึ?"

    โมกะไม่ตอบ… ดวงตาเงาสะท้อนทุกมิติเวลาของเขากำลังจับจ้อง “อนาคตที่เขาเลือกแล้วว่าจะปกป้อง”

    เสียงคำรามต่ำดังขึ้นอีกครั้งในโทนต่ำที่สะเทือนขอบฟ้า

    ตูมมมมม!!!

    พื้นดินใต้ร่างอาเครนแตกกระจาย — เสียงแรงปะทะที่อัดทะลุม่านมิติ ทำให้ทั้งกองทัพทั้งสองฝ่ายต้องหยุดมองด้วยความตกตะลึง

    “โมกะ…” ไอริสกระซิบ น้ำตาซึมที่หางตา

    “ขอบคุณ... ที่กลับมาในตอนที่ฉันต้องการที่สุด”



    คล้ายกับเรื่อง“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ” ที่คุณอ่าน