ETHER สงครามดาวนรกซอมบี้คลั่ง

    4.1 บ้านหลังเขา

     4.1
    บ้านหลังเขา

            

            
    หลังจากใช้เวลาคิดเพียงไม่นาน ลีโมก็ตัดสินใจพากันสึเกะและพวกสาวๆ ย้ายไปฝึกที่กระท่อมของจอนวิค พวกเขาใช้เวลาเตรียมการอยู่สองวัน ก่อนออกเดินทาง 

            ฝนที่ตกลงมาเกือบตลอดทั้งคืนทำให้ป่าสนเขียวชะอุ่มเต็มไปด้วยความชุ่มชื้น กันสึเกะและสาวๆ พร้อมกับลีโม ซีเวสเตอร์ มาถึงกระท่อมของจอนวิคที่อยู่ห่างจากบ้านของพวกเขาเป็นระยะทางหกสิบกิโลเมตรในเวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า 

            แซนด์วิชไข่ดาวไส้ปูอัดทะลักแสนอร่อยของมาริทำให้ทุกคนอิ่มท้องและพร้อมรับการฝึก

            “ที่นี่บรรยากาศดีนะ” ลีโมยกกาแฟร้อนขึ้นดื่ม เขาหรี่ตามองปืนยาวเอ็มหนึ่งสี่สีดำที่ติดลำกล้องเล็งระยะไกลบนโต๊ะพลาสติก ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปมองแนวรั้วเหล็กที่ทอดยาวไปตามแนวป่า 

            “รั้วเหล็กพวกนี้น่าจะทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องซอมบี้” เขาพูดก่อนจะเงยหน้ามองเมฆหมอกสีขาวที่ลอยเอื่อยช้าผ่านยอดเขียวของทิวสน ลมหนาวจากผืนป่าและขุนเขาที่พัดมาทำให้เขารู้สึกสงบ

            สีหน้าที่ดูสดชื่นและท่าทางที่ดูผ่อนคลายของลีโมทำให้กันสึเกะที่กำลังบรรจุกระสุนขนาดเก้ามอมอใส่แมกกาซีนของปืนสั้นยิ้ม เขาเป็นคนเสนอให้พาสาวๆ มาเข้าค่ายฝึกยิงปืนที่นี่อย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์หรือจนกว่าพวกเธอจะเก่งพอที่จะป้องกันตัวเองได้

            “ขอกุญแจหน่อยสิ ฉันอยากเข้าไปตรวจดูในบ้านสักหน่อย”

            “คุณแน่ใจนะว่าไม่อยากให้ผมไปด้วย” กันสึเกะล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะยื่นพวงกุญแจให้กับลีโม

            ลีโมมองหน้าเขาและยักไหล่ “นายทำงานของนายเถอะ” ชายหนวดงามยกกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแก้วก่อนจะลุกเดินไปพร้อมกับปืนลูกโม่จุดสามห้าเจ็ดที่เหน็บอยู่ซองปืนที่คาดอยู่บนเข็มขัดหนังคาวบอย

            ลีโมหยุดยืนพิจารณาสิ่งที่กันสึเกะเรียกมันว่าเป็นกระท่อม 

            ...ไอ้หนุ่มนักรักนี่ น่าจะมีปัญหาเรื่องการจำแนกสิ่งปลูกสร้าง... เขาคิดขณะจ้องมองบ้านพักตากอากาศสองชั้นกลางป่าของจอนวิคที่สร้างมาจากไม้สน
    ซึ่งมีแผงโซล่าเซลล์ติดอยู่บนหลังคา หลังบ้านมีแปลงผักสวนครัวที่เริ่มมีหญ้าขึ้นรก และลานสำหรับประกอบอาหารตั้งแคมป์ก่อกองไฟ 

            ลีโมคิดว่านายตำรวจจอนวิคคนนี้คงจะชวนเพื่อนมาสังสรรค์ที่นี่บ่อยครั้งเพราะเขาเห็นขวดเบียร์มากมายตั้งเรียงอยู่ข้างเตาบาร์บีคิวตรงลานก่อกองไฟ บรรยากาศของบ้านไม้หลังนี้เป็นเหมือนสวรรค์ของพวกผู้ชายบ้าปืนและชอบล่าสัตว์ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าแต่มีเครื่องปั่นไฟยี่ห้อโลลูต้า สีเหลืองติดตั้งไว้อยู่ในกรงเหล็กหลังบ้าน

            ลีโมชักปืนจากเอวออกมาขึ้นนก เขาเดินไปยังสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายเล้าไก่ข้างกองฟืนที่ถูกผ่ากองเรียงกันไว้เหมือนพีระมิด 

            เขาใช้กิ่งไม้สนแห้งขนาดยาวประมาณเมตรครึ่งเขี่ยผ้าใบสีเขียว พร้อมกับเล็งปืนลูกโม่ที่อยู่ในมือตรงไปที่อะไรก็ตามที่จะโผล่ออกมาจากใต้ผ้าใบผืนนั้น

            “แม่เจ้าโว้ย” รถเอทีวีสีเขียวลายพรางที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการใช้งาน ทำให้ลีโมรู้สึกหัวใจเต้นแรง

            ..หมอนี่รสนิยมดี..ลีโมพยายามนึกจินตนาการถึงหน้าจอนวิคซึ่งน่าจะเป็นเจ้าของรถเอทีวีคันนี้

            เขาเดินต่อไปยังห้องส้วมที่ทำมาจากแผ่นไม้กระดานที่อยู่เยื้องไปทางขวา ประตูของมันปิดอยู่

            “โครม” ลีโมถีบประตูให้เปิดออก ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นนอกจากถังน้ำพลาสติกสีน้ำเงินทางซ้ายมือที่ถูกมอสสีเขียวยึดครองพื้นที่ไปกว่าครึ่ง และชักโครกสีขาวแบบไม่มีสายฉีดก้น สภาพของมันไม่แย่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับม้วนกระดาษทิชชูที่อยู่ข้างๆ ชั้นวางที่ทำมาจากถังน้ำมัน เนื้อกระดาษที่ครั้งหนึ่งเคยขาวนวลถูกเชื้อราสีดำยึดครองทำให้กระดาษทิชชูม้วนนั้นเป็นเหมือนอาวุธชีวภาพ มีแมลงสาบและกิ้งกือตัวใหญ่ห้าหกตัวนอนขดตัวอยู่ตรงนั้นเหมือนเป็นที่รวมพลของเหล่าแมลงนักกินซาก

            “ฟู่” ลีโมพ่นลมออกมาจากปาก เขารู้สึกโล่งใจที่เห็นมาริหยิบแพคกระดาษทิชชู่ขึ้นรถมาด้วยในตอนเช้าก่อนที่พวกเขาจะออกจากบ้าน 

            ถัดออกไปจากลานหลังบ้านประมาณสามร้อยเมตรเป็นหน้าผาหินสูงชัน

            ...ไม่มีอะไรบุกมาทางนี้ได้ นอกจากว่าหินบนนั้นจะร่วงลงมาใส่หัวพวกเขาซะเอง.. ลีโมคิดขณะแหงนหน้าขึ้นไปมองยอดของหน้าผาที่สูงเสียดฟ้าก่อนจะเดินไปหน้าบ้าน

            ชั้นล่างของบ้านมีโต๊ะไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ตั้งไว้กลางห้อง และเก้าอี้ท่อนไม้อีกหกตัววางอยู่โดยรอบ มีชั้นวางหนังสืออยู่ข้างหน้าต่างกระจกฝั่งทางขวา และข้างๆกันนั้นก็มีเก้าอี้นวมตัวใหญ่ปูทับด้วยหนังหมีสีน้ำตาล ที่ลีโมเพียงแค่มองก็รู้สึกอยากเข้าไปนั่งขึ้นมาแล้ว ตามผนังไม้สนเต็มไปด้วยหัวหมี หัวกวางและหัวหมูป่าที่ถูกสตาฟไว้

            ลีโมเดินไปสำรวจตู้เก็บของที่อยู่ชิดกับผนังด้านซ้าย บนสุดมีม้วนเชือกปีนเขากองใหญ่ รองเท้าและอุปกรณ์ยึดเกาะสำหรับไต่หน้าผาหินอยู่ชุดหนึ่ง

            “นายคงชอบปีนหน้าผาหินที่อยู่หลังบ้านสินะจอนวิค” ... ลีโมพูดพึมพำขณะใช้มือลูบสำรวจอุปกรณ์เหล่านั้นที่ดูเหมือนจะผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก เขาเห็นตะเกียงแบบใช้น้ำมันสองอันวางอยู่ใต้ชั้นบน มีเลื่อยมือขนาดกะทัดรัด และขวานเอนกประสงค์สำหรับเดินป่าวางอยู่ข้างๆ กัน

            ตู้อีกใบที่อยู่ข้างขวาว่างเปล่า เศษเม็ดข้าวโพดและเศษอาหารแห้งในนั้นทำให้ลีโมเดาว่าจอนวิคน่าจะใช้มันเก็บอาหาร และเครื่องดื่มของเขา

            ข้างซ้ายของประตูไปสู่หลังบ้านมีบันไดที่จะนำขึ้นไปสู่ชั้นสอง ซึ่งบนนั้นก็มีเพียงตู้เก็บถุงนอน และพื้นที่โล่งๆ สำหรับนอนเท่านั้น

            ลีโมเดินไปยังหน้าต่างเพียงบานเดียวที่อยู่ผนังฝั่งตรงข้ามกับบันไดทางทิศเหนือ ภาพทรงสี่เหลี่ยมลายตารางสี่ช่องจากหน้าต่างกระจกขนาดสองคูณหนึ่งจุดห้าเมตรนั้น แสดงให้เห็นวิวของเทือกเขาเขียวขจีอันสลับซับซ้อน ก้อนเมฆสีขาวที่เคลื่อนไหวอย่างเอื่อยช้าทำให้มันเป็นเหมือนภาพวาดติดผนังที่มีชีวิต  จากตรงนี้เขาสามารถมองเห็นสนามยิงปืนที่อยู่ห่างไปทางขวาราวร้อยเมตร และสามารถมองเห็นทางเข้าที่อยู่ทางซ้ายห่างไปราวสามร้อยเมตร

            ...ถือว่าเป็นป้อมปราการที่ดี... ลีโมคิดขณะใช้มือทุบผนังที่เกิดจากการเอาไม้ซุงอย่างหนามาเรียงกันเป็นชั้น

            เขาเดินกลับลงมายังชั้นหนึ่ง ประตูทางเข้าทำมาจากไม้เนื้อแข็งอย่างหนาเสริมเหล็ก รูปทรงที่ประกอบกันแน่นสนิททำให้มันดูแข็งแรงและหนาหนัก
    มั่นคงพอๆ กับประตูของป้อมในยุคอัศวิน 

            ลีโมหยุดยืนสูดอากาศที่ระเบียงหน้าบ้าน เขากำลังจะเก็บปืนเข้าซองข้างเข็มขัดตอนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของมีนดา

    ____


            “เกิดอะไรขึ้น” ลีโมที่ถือปืนวิ่งลงมาจากเนินกล่าวถามด้วยน้ำเสียงหอบ

            “มะมะมีอะไรอยู่ในนั้น” เธอชี้ให้เขาดูบางอย่างที่ขยับอยู่ใต้ผ้าใบที่พวกเขาใช้คลุมกล่องอาหาร

            “อะไร” กันสึเกะที่เพิ่งวิ่งมาถึงกล่าวถาม เขาเล็งปืนไปที่สิ่งนั้นทันทีที่เห็นมันขยับอยู่ใต้ผ้าใบ

            “เดี๋ยว” ลีโมยกมือห้าม รอยเท้าและกลิ่นของบางอย่างทำให้เขาพอจะเดาได้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ใต้ผ้าใบผืนนั้นคืออะไร

            “คุณจะทำอะไรหนะ” กันสึเกะนัยน์ตาเบิกโพลงตอนที่เห็นลีโมเดินเข้าไปใช้มือกระชากผ้าใบผืนนั้นออก

            “กรี๊ดด” มีนดาสะดุ้งตัวเข้ามากอดกันสึเกะ ตอนที่หมูป่าสองตัววิ่งผ่านหน้าของเธอไปอย่างรวดเร็ว “อู๊ดๆๆๆ”

            “ไม่นะ วัตถุดิบของหนู” มาริที่วิ่งขึ้นมาสมทบถึงกับเข่าอ่อน เธอทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้นเมื่อเห็นสภาพแป้งขนมปังและแฮมที่เธอเตรียมมากองอยู่กับพื้น สภาพของสดและอาหารที่พวกเขาเตรียมไว้สำหรับหนึ่งอาทิตย์ถูกหมูป่าสองตัวยำเละเข้ากับพื้นดินที่เต็มไปด้วยขี้สดๆ ของพวกมัน

            “บ้าฉิบ เราแทบไม่เหลืออะไรที่กินได้เลยตอนนี้” กันสึเกะรู้สึกโมโหตอนที่เขาเข้าไปสำรวจเศษอาหารที่เหลือรอดจากคมเขี้ยวของหมูป่า

            “ฉันจะไปสำรวจตรงนั้นดูสักหน่อย” ลีโมยกปืนไรเฟิลติดลำกล้องชี้ไปทางแนวรั้วฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทางที่หมูป่าวิ่งหนีไป

             “ถ้าโชคดี บางทีเราอาจจะได้อาหารเย็นของเรากลับคืนมา” 

            “ให้ผมไปด้วยรึเปล่า”

            “ไม่ต้อง นายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเคยเป็นทหารมาก่อน” ลีโมยิ้มให้
    กันสึเกะอย่างอ่อนโยน แววตาที่ไอ้หนุ่มขาเหล็กมองมานั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

            “นายทำหน้าที่ของนายไปเถอะ เดี๋ยวฉันกลับมา” ลีโมพูดก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังรถเอทีวีซึ่งจอดอยู่ข้างบ้านพัก แสงแดดยามสายที่เริ่มแรงขึ้นทำให้เขารู้สึกอบอุ่น บรรยากาศท้องฟ้าแจ่มใสของวันนี้เหมาะกับการล่าสัตว์เป็นอย่างยิ่ง    

            

            ____

    คล้ายกับเรื่องETHER สงครามดาวนรกซอมบี้คลั่ง ที่คุณอ่าน