ไม่เว้นแม้แต่ท่านแม่ทัพใหญ่ ที่พักหลังมานี้จะกลับมาทานข้าวที่จวนเสมอ ทั้งที่แต่ก่อนนั้นไม่ใส่ใจที่จะร่วมโต๊ะกับฮูหยินตน นี่ก็ผ่านมาร่วมเดือนแล้วที่ฟู่หรงแต่งเข้ามา ทั้งสี่นั่งอยู่ในห้องอาหารเช่นทุกวัน ก่อนที่ประมุขของจวนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงตื่นเต้น
"วันนี้ปลาตัวใหญ่จริงๆ "
"นั่นสิดูน่ากินเหลือเกิน นี่เ้าทำน้ำพริกด้วยหรือเอาไว้กินกับปลาเนี่ยนะ "
แม่ทัพหยางเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะไม่เคยทานอาหารเช่นนี้มาก่อน
"เ้าค่ะท่านพ่อ ข้าจำมาจากแคว้นซางไห่ที่นั่นมีแม่น้ำมาก เลยหาปลากินกันซะส่วนใหญ่ อาหารจึงทำได้หลากหลาย "
เมื่อได้ฟังทั้งสามต่างก็พากันลองชิมดู และดูเหมือนจะชอบอาหารจานนี้ โดยเฉพาะฟานอวี้ที่ทานจนได้เติมข้าว ต่างจากปกติเป็อย่างมาก
"เผ็ดแต่อร่อยมาก วันหลังเ้าก็ทำอีกนะ ดูสิพี่เ้าทานไปเยอะเลย "
ฮูหยินเฉียวเอ่ยกับลูกสะใภ้
"ลูกก็แค่หิว มื้อกลางวันลูกไม่ได้กินอะไร "
ฟานอวี้รีบเอ่ยออกมาก่อนที่จะวางถ้วยข้าวลง หานชิงและจางเหยาต่างก็มองหน้ากัน ก่อนที่จางเหยาจะเอ่ยกับสหายตนที่ยืนอยู่ข้างๆ
"เหตุใดท่านแม่ทัพถึงบอกว่าไม่ได้ทานมื้อกลางวัน ข้ายังเป็คนเก็บจานชามอยู่เลย "
"บอกไม่ได้กินก็ไม่ได้กินสิ เ้าจะพูดทำไม หหรืออยากไปล้างคอกม้า"
หานชิงเอ่ยตอบสหายตนหน้านิ่ง หลังจากทานอาหารกันเสร็จก็ได้ย้ายไปนั่งที่ห้องโถงของจวน ก่อนที่ฟานอวี้จะเอ่ยขึ้น
"พรุ่งนี้ฝ่าาจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับทูตที่มาจากแคว้นใกล้เคียงเพื่อมาถวายความจงรักภักดีกับฮ่องเต้ ทรงอยากให้ท่านพ่อไปร่วมงานด้วย เห็นว่าผู้ที่มาด้วยนั้นคืออดีตแม่ทัพของแคว้น และองค์ชายที่ท่านพ่อเคยช่วยไว้เมื่อครั้งพระเยาว์ "
"จริงๆหรือถ้าเช่นนั้นพ่อก็จะไปด้วย น้องหญิงเ้าอย่าลืมเตรียมชุดให้พี่ด้วย "
"เ้าค่ะท่านพี่ แล้วเ้าจะพาน้องไปด้วยหรือไม่"
"ไม่พาไปก็คงไม่ได้ขอรับท่านแม่คนโปรดเช่นนี้ ยังไงก็คงขาดไม่ได้เป็แน่ ทั้งยังมีชุดที่ฝ่าาส่งมาให้ด้วยไม่รู้ว่าทำเช่นไรถึงได้ทำให้ฮ่องเต้พอพระทัยได้ "
ฟานอวี้เอ่ยอย่างไม่ชอบใจนัก ถึงคำพูดของฮ่องเต้ที่เอ่ยถึงฮูหยินของตน ที่แสดงความห่วงใยจนออกนอกหน้า ก่อนหน้านี้ที่ให้คนของตนสืบก็ไม่เคยมีทีท่าว่าฟู่หรงจะเฉียดใกล้เข้าวังหลวงเลยแม้แต่น้อย
ต่างกับอีกคนที่เข้าออกจวนของเสนาซ้ายเป็ว่าเล่น จนบางครั้งไม่ออกมาจากจวนเสียด้วยซ้ำ
"เ้าแน่ใจว่าเ้าดูไม่ผิดนะจางเหยา "
"ข้าน้อยแน่ใจขอรับ คุณหนูชิงชิงอยู่ในห้องของคุณชายจางซื่อ ไม่ออกมาจนเกือบรุ่งสางขอรับ และบางครั้งก็ไปที่กระท่อมป่าไผ่ ท่านแม่ทัพอย่าให้ข้าน้อยเอ่ยเลยนะขอรับว่าทั้งสองไปทำอะไร "
"พอเถอะ หากถึงเพียงนี้แล้วข้ายังไม่เข้าใจอีก ก็เห็นจะโง่เต็มที นี่สินะสิ่งที่เ้าหมายถึง "
เมื่อนึกถึงคำพูดของคนตัวเล็กที่เคยเอ่ยกับตน ก็ทำให้รู้สึกระอายใจขึ้นมา
แม้อยากจะขอโทษแต่ก็ปากหนักเกินไป จึงได้แต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรออกมา
จนถึงวันที่ต้องไปงานเลี้ยง ฟู่หรงเดินออกมาด้วยชุดที่ถูกตัดเย็บอย่างสวยงาม ออกสีชมพูอ่อนมีเชือกผูกที่ด้านข้าง เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่ล้นน่ามอง
และเสื้อคลุมตัวบางสีขาว ขับกับสีผิวทำให้ดูผ่องมากกว่าเดิม เครื่องประดับที่ถูกตกแต่งบนหัวก็ยิ่งเพิ่มความงดงามเข้าไปอีก
"วันนี้สะใภ้ของแม่งดงามราวกับเทพธิดาเลย ฮูหยิน ของเ้างดงามเหนือหญิงใดในแคว้นนี้เสียอีกนะฟานอวี้"
"แต่ลูกว่าดูไม่เหมาะสมเลยนะขอรับ ลูกคิดว่าควรจะเปลี่ยนเสียดีกว่า ดูไม่มิดชิดเอาเสียเลย"
ฟานอวี้ยืนมองฮูหยินของตน ที่แต่งกายด้วยชุดที่ไม่ต่างจากคุณหนูชิงชิงมักจะแต่งอยู่เสมอ แต่พอเป็ภรรยาใส่เหตุใดจึงดูเย้ายวนน่ามองถึงเพียงนี้
"ท่านแม่ทัพจ้องฮูหยินนานไปแล้วขอรับ "
"อะไรของเ้าหานชิงใครจ้องอะไรกัน ข้าแค่เห็นว่าชุดที่นางใส่มันดูไม่เหมาะเท่านั้นเอง "
"แค่ชุดหรือขอรับ "
จางเหยาเอ่ยเย้าแหย่จนโดนศอกของผู้เป็นายเข้าไปเต็มท้อง
"ไม่เหมาะสำหรับเ้า แต่แม่ว่าสวยดีนะ เห็นว่าองค์ชายก็เสด็จมาด้วยนี่ เช่นนี้แล้วลูกสะใภ้แม่ก็ยิ่งต้องงดงามน่ามองกว่าใคร โดยเฉพาะบุตรสาวมหาเสนา คงแต่งกายมากกว่านี้เป็แน่ แต่จะน่ามองหรือไม่ก็อีกเื่"
ฮูหยินเฉียวเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถม้า ฟู่หรงจึงเดินตามมารดาของสามี แต่ร่างเล็กกลับลอยขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ด้วยอ้อมแขนแกร่งของสามี
"อะ! ท่านแม่ทัพ ทำอะไรเ้าค่ะ ข้าเดินเองได้ "
"เ้าเดินช้าข้ารีบ อยู่เฉยๆเถอะ "
ฟานอวี้วางคนตัวเล็กลงตรงบันได ก่อนที่จะเอาตัวเองดันให้อีกคนขึ้นรถม้าไป ฟู่หรงจึงจำต้องขึ้นและเข้าไปนั่งในรถม้ากับคนตัวโต ริมฝีปากหนายกยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ เมื่อเห็นภรรยาตัวน้อยเสียอาการ
"แล้วฟู่หรงล่ะเ้าคะท่านพี่ "
"ฟานอวี้อุ้มไปขึ้นรถม้าอีกคันแล้ว "
"จริงหรือเ้าคะ ลูกเราอุ้มฟู่หรงไปเช่นนั้นหรือ คงจะหวงน้องแล้วสินะ แต่ก็ทำเป็ปากแข็ง ถ้าเช่นนั้นอีกไม่นานเราก็คงจะได้อุ้มหลานเป็แน่ "
"เ้าอย่าพึ่งคิดไปไกลถึงเพียงนั้นเลย อย่าลืมว่าลูกชายเราเอ่ยอะไรไว้บ้าง ฟู่หรงแม้จะไม่พูดแต่ข้าคิดว่านางคงจะเก็บทุกคำของฟานอวี้ไว้หมดแล้วล่ะ และอีกอย่างนางก็คงอยู่ในฐานะนี้ไม่นานหรอก จากนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าบุตรชายของเราจะชนะศึกครั้งนี้ได้หรือไม่ "
"นั่นสินะ ถึงตอนนี้ฟานอวี้ก็ยังคงปากร้ายใส่ฟู่หรงอยู่เลย แต่เอ๊ะ เมื่อกี้ท่านพี่เอ่ยว่าฝูหรงจะอยู่ที่จวนเราไม่นาน หมายความว่าอย่างไรกันเ้าคะ "
ฮูหยินเฉียวเอ่ยถามผู้เป็สามีแต่อีกคนก็รีบเอ่ยว่าตนไม่ได้เอ่ยเช่นนั้น จนฮูหยินเฉียวคิดว่าตนหูฝาด
ฟานอวี้นั่งจ้องมองฮูหยินของตนไม่ล่ะสายตา จนคนที่ถูกมองอดประหม่าไม่ได้ จึงต้องหันหน้าหนีเพื่อหลบสายตานั้น
เมื่อรู้ว่าอีกคนกำลังแก้มแดงขึ้นเรื่อยๆ ก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งฮูหยินจอมแสบคนนี้ อยากจะรู้จริงๆว่าท่าทีที่มักจะยั่วยวนทุกครั้งนั้น ถ้าเป็ตนทำบ้างคนตรงหน้าจะทำเช่นไร แม่ทัพหนุ่มขยับเข้าไปนั่งใกล้คนตัวเล็ก
จนฟู่หรงนั้นต้องขยับหนี นั่นยิ่งทำให้คนตัวโตยิ่งได้ใจ ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนที่จะกอดรั้งเอวเล็กไว้ เมื่อเห็นอีกคนตั้งท่าจะลุกหนี
"จะไปไหนล่ะฮูหยิน ข้าแค่อยากจะนั่งใกล้ๆเ้า หรือรังเกียจสามีตนเอง "
"เปล่านี่ท่านพี่ข้าจะรังเกียจท่านพี่ได้อย่างไรกัน มีแต่ท่านพี่นั่นแหละที่รังเกียจหญิงที่เคยมีสามีมาแล้วเช่นข้า ข้ากลับดีใจเสียอีกที่ท่านทำกับข้าเช่นนี้ "
ฝูหรงทำใจดีสู้เสือตนนี้อย่างเช่นที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ต่างกัน ฝูหรงไม่รู้ว่าตนนั้นคิดผิดเสียแล้ว ฟานอวี้จับอีกคนขึ้นมานั่งบนตักแกร่ง ก่อนจะเชยคางมนให้หันมาหา
ทั้งสองจ้องมองตากันและกัน และเหมือนมีแรงดึงดูดเข้าหา มือเรียวรั้งท้ายทอยคนตัวเล็กให้ก้มลงมา ริมฝีปากอิ่มัักันอย่างแ่เบา
แต่ไม่นานก็ขบเม้มให้อีกคนเปิดปากออก ก่อนที่จะสอดลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหอมหวานในนั้น ยิ่งลิ้นััถูกลิ้นเล็กที่ไม่ประสา ยิ่งเพิ่มความอยากให้กับคนตัวโต ที่ััได้ถึงความหวานละมุนภายใน
มือเรียวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของคนตัวเล็กก่อนที่จะหยุดบีบเค้นที่ก้นงาม ทำให้ฝูหรงได้สติ ขยับตัวออกจากอ้อมกอดนั้นทันที
ฟานอวี้เองก็ใไม่น้อย ที่ตนนั้นหลงใหลไปกับใบหน้าของคนตัวเล็กจนอดใจไม่ไหวเช่นนี้
"ท่านไม่ควรทำเช่นนี้อีก หวังว่าครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้าย อย่าลืมว่าท่านรังเกียจสตรีผู้นี้เพียงใด สิ่งที่ท่านพูดข้าจำได้ทุกอย่าง"
"ข้ามิได้ตั้งใจ ข้าขอโทษ "
"ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้ตั้งใจ คนอย่างท่านไม่มีทางจะตั้งใจทำเื่เช่นนี้กับหญิงมากสามีเช่นข้าหรอก "
"ข้าไม่" แม่ทัพอ้าปากอธิบายแต่ช้าไป
"ถึงแล้วขอรับท่านแม่ทัพ "
ฟานอวี้ที่อยากจะบอกว่าตนไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่ก็ยังไม่ทันได้เอ่ย ก็มาถึงวังหลวงเสียก่อน
ฟู่หรงรีบลงจากรถม้าทันที ก่อนจะเดินไปหาฮูหยินเฉียวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
ฟานอวี้ลงมาจากรถม้าแล้วเดินตามผู้เป็บิดาเข้าไป เพราะมารดาและฮูหยินนั้นเข้าไปก่อนแล้ว ทันทีที่เข้าไปด้านใน ก็มีชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาหาฟู่หรงทันที
"ศิษย์น้อง ข้าคิดแล้วว่าจะต้องเจอเ้าที่นี่เป็แน่ "
องค์ชายซีกวนชายหนุ่มรูปงามท่าทางองอาจ ไม่แพ้แม่ทัพฟานอวี้เลยแม้แต่น้อย เอ่ยกับสตรีที่ตนเรียกว่าศิษย์น้อง พร้อมกับยิ้มอ่อนโยนส่งให้
"องค์ชายเสด็จมาด้วยหรือเพคะ หม่อมฉันไม่ทราบข่าวว่าองค์ชายจะมา"
"ทีแรกพี่ก็จะไม่มา แต่ท่านแม่ทัพบอกว่าเ้าก็อยู่ที่นี่ด้วย ก็เลยเปลี่ยนใจเพราะอยากมาพบ"
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างออกรสจนคนที่ยืนมองอยู่รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา จนต้องเดินเข้าไปหาทันที
"ถวายพระพรองค์ชายพะยะค่ะ ไม่เคยรู้ว่าองค์ชายจะรู้จักกับฮูหยินของกระหม่อมด้วยนะพะยะค่ะ "
คำถามที่แฝงไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เอ่ยออกมาพร้อมกับสีหน้าไม่พอใจของแม่ทัพหนุ่ม
"จะไม่รู้จักได้อย่างไรกันล่ะท่านแม่ทัพ ก็ฟู่หรงน่ะเป็ศิษย์น้องข้ามาั้แ่เด็ก รวมถึงชินลี่ด้วย "
"ศิษย์น้องเช่นนั้นหรือ "
"องค์ชายหมายถึงสำนักศึกษาน่ะเ้าค่ะท่านแม่ทัพ "
ฝูหรงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหันไปส่งสายตาให้องค์ชาย ทำให้ซีกวนเข้าใจในความหมายของอีกคนที่้าจะสื่อ
"ใช่สำนักศึกษา เราเคยร่ำเรียนหาความรู้มาด้วยกัน"
"เช่นนี้นี่เอง กระหม่อมคงต้องขอตัวฮูหยินไปนั่งก่อนนะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานฝ่าาคงจะเสด็จมาแล้ว"
"ไปเถอะ ข้าเองก็จะไปนั่งแล้วเช่นกัน เอาไว้เราค่อยคุยกันนะ ฟู่หรง " "เพคะองค์ชาย "