
.....เช้าวันนี้เลี่ยหยางชวนเยว่หลิงไปไหว้ศาลเ้าเทพแห่งดาวดาวซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของนครฉางอัน ศาลแห่งนี้สูงสง่า ประตูไม้ทาสีดำสนิท สลักลายกลุ่มดาวนับพัน เสมือนจักรวาลทั้งปวงถูกรวมไว้ในบานประตูเดียว
ภายในศาลเ้า เงียบสงัด มีเพียงกลิ่นธูปลอยคลุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า บนเพดานมีการวาดดาวฤกษ์เป็จุดแสงทองคำ เมื่อจุดตะเกียงน้ำมันยามค่ำคืน จะระยิบระยับราวกับท้องฟ้าแท้จริง
ผู้คนเชื่อว่า หากมากราบไหว้จะได้รับการปกปักคุ้มครองจากเทพเ้าแห่งดวงดาว ให้เดินทางปลอดภัย และชะตาชีวิตรุ่งเรือง
ทั้งสองประนมมือไหว้ แล้วเดินชมรอบ ๆ เลี่ยหยางชวยเยว่หลิงเขียนป้ายคำอธิษฐานแขวนไว้ในศาลเ้า(ฉีหย่วนไผ๋)เหมือนคนอื่น ๆ ที่เขียนหอยแขวนไว้มากมายหลายพันชิ้น เยว่หลิงไม่ได้สนใจแต่ไม่อยากขัดเลี่ยอยางจึงนำแผ่นไม้หอมมาเขียนคำอธิษฐานโดยเลี่ยหยางไปเชื่อนักพรตในศาลเ้าจ่ายเงินซื้อหยดหมึกผสมน้ำฟ้า(หมึกพิเศษผสมแร่เงิน) ซึ่งจะทำให้แสงจันทร์สะท้อนเป็ประกายเงิน คล้ายป้ายเรืองแสงยามราตรีได้
เสร็จแล้วทั้งคู่ก็นำไปแขวนไว้ที่เสาศิลาแกะสลักรูปดาว
"เราใช้หมึกพิเศษ พอตกกลางคืนเมื่อแสงตะเกียงและแสงดาวตกกระทบ ป้ายพวกเราจะสะท้อนแสงวิบวับราวกับ คำอธิษฐานลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าได้" เลี่ยหยางพูดไปยิ้มไปอย่างภูมิใจ (แต่จริงๆคือสิ่งที่เขาฟังจากนักพรตที่ขายหมึกให้เขามาอีกที)
“ป้ายไม้คือสะพานแห่งใจ เมื่อเขียนความปรารถนาแล้วปล่อยให้ดาวนำพา ดวงชะตาย่อมเปลี่ยนตามแรงศรัทธา” เลี่ยหยางพูดต่อ
"มีความเชื่อว่า หากป้ายใดพลิกกลับหันสู่ท้องฟ้าโดยธรรมชาติ แสดงว่าคำขอนั้นได้รับการตอบรับจากเทพแห่งดวงดาว"
"เทพแห่งดวงดาว?" หยว่หลิงถาม
"ใช่ ตำนานเล่าว่าในยุคโบราณมีเทพเ้าลงมาจากฟากฟ้ารัศมีเป็วงกลมสว่างไสวราวกับดาวฤกษ์ดวงใหญ่ เทพเ้าแห่งดวงดาวให้พรจนทำให้ที่นี่กลายเป็มหานครฉางอันที่โด่งดัง"
เลี่ยหยางชำเลืองดูป้ายที่เยว่หลิงเขียน ก่อนที่เยว่หลิงจะรีบเอาฝ่ามือมาปิดไว้
"เ้าเขียนอะไร? ขอให้ข้าหล่อขึ้นชิมิ?" เลี่ยหยางยิ้มกวน ๆ
"ไม่บอก..." เยว่หลิงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"แต่ข้าเขียนขอให้เ้านะ!" เลี่ยหยางชี้มาที่ป้ายที่ตัวเองเขียน เยว่หลิงมอง
"ขออะไรให้ข้า?" เยว่หลิงถาม
"ขอให้เ้ามีคนรักหน้าตาดี ๆ งัย" เยว่หลิงฟังแล้วรู้เลยว่าเลี่ยหยางโกหก
เมื่อแขวนเสร็จแล้วจู่ ๆ ก็มีลมพัดแรง ป้ายของเลี่ยหยางพลิกกลับ แล้วมีป้าย ๆ หนึ่งหล่นร่วงลงมากับพื้น
เยว่หลิงเดินไปก็บเพื่อจะนำกลับไปแขวนไว้ดังเดิม แต่เมื่อเขาอ่นข้อความนั้ยแล้ว เขาก็ยืนแข็งทื่อ ปากสั่น
"หลิงหลิง เ้าเป็อะไร?" เลี่ยหยางเข้ามาหา สายตามองข้อความในป้ายนั้น
ในป้ายแขวนนั้น เขียนเพียงข้อความสั้น ๆ ว่า "ลูกรักเ้าจงไปที่ต้นซิงซู่ใหญ่เมืองกว่างโจว"
ด้านล่างมีข้อความเขียนชื่อผู้เขียน "จงเสวียน ซิงเหยา"
เลี่ยหยางงง ๆ แต่เมื่อเขามองขึ้นไปเห็นเยว่หลิงมีน้ำตา ร้องไห้
"...ท่านพ่อ ....ท่านแม่..."
"เห้! เห้! หลิงหลิง เ้าเป็อะไร ใจเย็น ๆ" เลี่ยหยางเข้าไปลูบหลัง
"แผ่นป้ายนี้เป็ของพ่อและแม่ข้า..."
"งั้นก็ดีสิ เ้าโชคดีมากๆ ที่ได้เจอของแทนใจพ่อแม่เ้า เ้าควรดีใจนะ" เลี่ยหยางปลอบ
"ในเมื่อพวกท่านเขียนชี้ทางไว้แบบนี้ งั้นพวกเราไปที่กว่างโจวกัน!" เลี่ยหยางตบหลังเยว่หลิงแรง ๆ 1 ครั้ง และยิ้มให้กำลังใจ
เยว่หลิงหันไปมองเลี่ยหยาง ดวงดาของเขาแดงก่ำไปด้วยน้ำตา แล้วเขาก็เข้าสวมกอดเลี่ยหยางและร้องไห้โอราวกับเด็กเล็ก เลี่ยหยางจึงเอามือลูบโอ๋อยู่สักพัก
เมื่อสติเริ่มกลับมาเลี่ยหยางจึงได้รู้ว่าพ่อของเยว่หลิง(ไป๋จงเสวียน)นั้นตายไปนานแล้ว ส่วนแม่ของเขา(ซิงเหยา)ท่านปู่ของเขาพูดเสมอว่านางทิ้งเขาไปั้แ่คลอดใหม่ ๆ นั่นเป็เหตุให้เขาถูกส่งตัวมาที่บ้านสกุลรองอยู่กับพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงั้แ่จำความได้
เลี่ยหยางเดินไปซื้อขนมแถวนั้นมาให้เยว่หลิงกิน ทำให้เยว่หลินเริ่มกลับมาเป็ปกติ
แล้วท่านลุงก็เดินเข้ามาหาทั้งคู่ "พวกเ้าอยู่ที่นี่เอง ข้าตามหาเ้าจนทั่ว"
"มีอะไรท่านลุง?"
"ข้าจะมาเตือนเ้า เ้านักดาบซามูไรนั่นมันแหกคุกหนีออกมา"
"แล้วนักมวย หัวหน้ามันอีก มันหายตัวไปได้อย่างประหลาด ขนาดพวกข้าตามสืบข่าวมันก็ไม่เจอ"
"ข้าคิดว่าพวกเ้าควรระวังตัวไว้"
เลี่ยหยางยิ้นกวนๆ "ท่านเป็ห่วงข้าขนาดนี้เลยเหรือ? ถ้าแค่นี้ส่งจดหมายมาก็ได้"
ลุงรำคาญตบหลังหลานป๊าบใหญ่ "ก็เพราะพวกเ้าไง! เื่คราวนี้เลยวุ่นวายไปหมด พวกข้าก็เกือบซวยไปด้วย!"
ท่านลุงไออะแฮ่ม "จริงๆ ข้าจะมาบอกว่าพ่อเ้าอยู่ที่กว่างโจวนะ"
เลี่ยหยางทำหน้าไม่พอใจ "ชิ! ตาแก่นั่น เขาจะเป็จะตายข้าไม่สนใจหรอก ข้ามีท่านลุงเป็พ่อคนเดียวก็พอแล้ว" แล้วเลี่ยหยางก็ทำทีมากอดเอาใจลุง
ท่านลุงเลยตบหัวไปทีนึงจนเลี่ยหยางร้องโอ๊ย
"ถึงยังไงเขาก็เป็พ่อของเ้า ๆ ควรไปพบเขาบ้าง"
เยว่หลิงพูดขัดขึ้นมา "ไปกว่างโจว..."
เลี่ยหยางเกาหัวแกร่ก ๆ "เออ ๆ !! ไปก็ไป แต่บอกไว้ก่อนข้าไม่กินปลาหมึกนะ ข้าเกลียดหนวดปลาหมึก!"
ท่านลุงหัวเราะ เยว่หลิงก็มีหน้ายิ้มเล็กน้อย กับความเป็เด็กเอาแต่ใจของเลี่ยหยาง
"เ้าเอานี่ไปด้วย"
ท่านลุงหยิบเงินถุงใหญ่ส่มือหลานชาย เลี่ยหยางระริกระรี้ดีใจได้ค่าขนมเยอะแยะขนาดนี้
แล้วท่านลุงยื่นม้วนคัมภีร์เล็กๆให้เขาด้วย เลี่ยหยางรับมารีบแกะคลี่ดู
"ไม่เห็นมีอะไรเลย ว่างเปล่า?"
ท่านลุงโมโห คราวนี้ตบหัวเลี่ยหยางแรงมาก "ใครบอกให้เ้าเปิดวะ!"
"ก็มันว่างเปล่านี่! ไม่เห็นมีอะไรเขียนเลย จะหวงทำไม!" เลี่ยหยางเถียง
"ฝากเอาให้พ่อเ้า เขาจะรู้เอง"
ท่านลุงหันมามองเยว่หลิง เขาไม่พูดอะไรเพราะลึก ๆ ยังกลัวปีศาจสังหารตนนี้อยู่ แต่ก็ถ่ายทอดความในใจว่า "ข้าฝากช่วยดูแลเลี่ยหยางด้วยนะ"
ซึ่งเยว่หลิงพยักหน้าราวกับเข้าใจ แล้วท่านลุงก็เดินจากไป...
.
หมายเหตุ
- ซิงเหยา แปลว่า ดวงดาวอันล้ำค่า
- ต้นซิงซู่ มีอีกชื่อหนึ่งว่าต้นไม้แห่งดวงดาว เพราะเชื่อว่ากิ่งก้านชี้ไปบนฟากฟ้าและเชื่อมโยงระหว่างโลกมนุษย์กับดวงดาว
.
.
.
.
.
(ท้ายตอน)
เลี่ยหยาง เขียนในป้ายแขวนว่า "ขอให้หลิงหลิงของข้ามีความสุขตลอดไป"
เยว่หลิง เขียนในป้ายแขวนว่า "เลี่ยหยางเป็ของข้าผู้เดียว"
เสร็จจากศาลเ้าเทพแห่งดวงดาวแล้ว เขายังไปต่อที่ศาลเ้าเทพแห่งน้ำด้วยเพื่อดูปลาคาร์ฟและน้ำพุ แล้วก็เดินเล่นหาของกินและชมเมืองจนมืดค่ำถึงเข้าที่พัก....