ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 28 ค่ำคืนแห่งการทรยศ

    บทที่ 28ค่ำคืนแห่งการทรยศ

    “อย่าให้ฉันต้องทำร้ายใครอีกเลย”

     

            

            เสียงทุ้มดังลอดออกมาจากความมืดรอบตัวเด็กหนุ่มได้ยินเสียงใบไม้สั่นไหว ใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้เขา  มองเห็นเพียงปลายเท้าและชายกางเกงสีขาวบริสุทธิ์อยู่ห่างออกไปไม่ไกลลำตัวท่อนบนถูกซ่อนไว้อยู่ภายใต้เงาไม้ แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกได้ถึงนัยน์ตาพราวระริกที่จ้องมองมา

                 

            “ไปทำอะไรลับๆล่อๆตรงนั้น?”

                 

            มาซารุหันไปพูดเสียงเข้มกับแขกไม่ได้รับเชิญที่มาเยือนเขาถึงที่

                 

            “ก็เป็นคนของความมืดนี่นาจะให้ไปปรากฏตัวท่ามกลางแสงสว่างน่ะทำไม่ได้หรอก”

                 

            เสียงนั้นตอบ“ฉันไม่เหมือนนายหรอกนะ แสงสว่างที่ถูกความมืดมิดกลืนกิน”

                 

            มาซารุหัวเราะอย่างเหยียดหยามแต่คนที่ซ่อนอยู่ในเงาของแมกไม้กลับไม่ได้สะทกสะท้านกับปฏิกิริยาตอบรับนั้น

                 

            “ไวโอเลตไม่พอใจกับผลงานของนายเลยสักนิด”

                 

            “แล้วฉันจำเป็นต้องทำให้หมอนั่นพอใจตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ?”เด็กหนุ่มถามกลับ “นายโดนลงโทษอะไรบ้างล่ะที่ทำงานพลาดคราวนั้นน่ะ...? แบล็ค”

                 

            เหมือนอากาศรอบตัวหายไปวูบหนึ่งเมื่อเด็กหนุ่มพูดจบมาซารุดูจะพอใจในผลงานของตัวเองไม่น้อยที่ทำให้อีกฝ่ายนิ่งงันไปได้

                 

            “หนักเอาการ”แบล็คตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถึงผลงานของฉันจะทำให้เราต้องวิ่งวุ่นไปมากกว่าเก่าแต่สุดท้ายแล้วคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงนั้นก็ไม่ใช่ฉันอยู่ดี ใช่ไหมล่ะ? คุณผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์”

                 

            คราวนี้อากาศรอบตัวสั่นไหวราวกับวายุคลั่งใบหน้าของคนฟังแม้จะเรียบสนิทแต่นัยน์ตาสีเทาคมดุคู่นั้นกลับวาวโรจน์จ้องมองร่างที่ขยับตัวออกจากเงาไม้ตรงมาหาอย่างไม่วางตา

                 

            “แทงใจดำเลยล่ะสิ”

                 

            แบล็คยิ้มเยาะ

                 

            “ถ่วงเวลาไปได้กี่ปีกันเชียว  เรื่องยุ่งยากของนายน่ะสุดท้ายแล้วพวกฉันก็ไม่ต้องลงแรงแก้ไขสิ่งที่นายทำไว้เลย ในเมื่อผลทั้งหมดมันกำลังจะกลับมาสะท้อนใส่ตัวนายอยู่รอมร่อแล้วขนาดพวกเดียวกันเองยังไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นายทำลงไปเห็นทีคงมีแต่นายคนเดียวแล้วล่ะมังที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบนั้นไปตลอดชีวิตแค่แขนข้างเดียวของนายยังไม่พออีกเหรอ?”

                 

            แบล็คขยับเข้ามาใกล้นัยน์ตาพราวระริกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่อาจตอบโต้เขาได้

                 

            “จะสู้กับฉันตรงนี้ไหม? ให้เด็กพวกนั้นรับรู้เลยว่านายอยู่ตรงนี้ จะใช้เวทมนตร์ของนายฆ่าฉันเลยก็ได้ผนึกที่นายร่ายไว้กับยัยเด็กนั่นจะได้หายไปสักที”

                 

            ปลายเท้าที่กำลังจะก้าวเข้ามาหยุดชะงักเมื่อจู่ๆดาบเล่มใหญ่ก็ตวัดวาบขึ้นมากลางอากาศปลายดาบสีเงินยวงสะท้อนแสงจันทร์วางลงแนบเนื้อกดแน่นลงบนต้นคอเรียกหยดเลือดให้ไหลซึมอาบปลายดาบ นัยน์ตาของมาซารุวาวโรจน์  ตวัดปลายดาบพุ่งเข้าใส่คนตรงหน้าอย่างไม่ลังเล

                 

            “ทำได้แค่นี้เองเหรอผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์ พลังเวทที่ใครๆเล่าลือว่าแข็งแกร่งนักหนาเป็นแค่เรื่องที่พูดกันไปเองอย่างนั้นเหรอเนี่ย”

                 

            “ฉันฆ่าแกได้โดยไม่ต้องใช้เวทให้เปลืองแรงเลยแบล็ค”

                 

            มาซารุพูดเสียงเข้ม

                 

            “หรือแปลได้อีกนัยหนึ่งก็คือว่า--”แบล็คพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน “นายไม่เหลือพลังเวทไว้จัดการกับฉันแล้วนั่นเอง”

                 

            ปลายดาบตวัดวาบผ่านอากาศอย่างไร้สุ้มเสียงตรงที่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีร่างของเด็กหนุ่มในชุดขาวยืนอยู่แบล็คกระโดดโหนตัวขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้ ส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งปลายนิ้วตวัดวาดเป็นวงแหวนเวทอย่างรวดเร็วอีกฝ่ายเองก็พุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วที่ไม่แพ้กัน

                 

            ตู้ม!

                 

            อะไรสักอย่างตกกระทบพื้นดินด้านหลังเสียงดังสนั่นมาซารุไม่มีเวลาแม้แต่จะให้หันกลับไปมองว่าสิ่งนั้นคืออะไรขนาดเขาพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วขนาดนี้ อีกฝ่ายก็ยังมีเวลาวาดวงแหวนเวทได้เสียเต็มวงขืนปล่อยโอกาสให้มากกว่านี้ไอ้ที่ตกกระทบพื้นเมื่อกี้อาจจะไม่ใช่แค่ทำให้พื้นสะเทือนก็เป็นได้

                 

            “ช้านะ”’

                 

            คนที่เอาแต่หนีเปรยขึ้นอย่างผิดหวังคราวนี้ใช้สองมือลากปลายนิ้วเป็นวงแหวนเวทต่อกันได้อย่างน่าอัศจรรย์

                 

            สฟิงค์ตัวใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้ากระทบพื้นดินด้านล่างเสียงดังตึงตังก่อนจะแตกละเอียดเป็นซากกองอยู่ข้างรูปปั้นหินโมอายที่ตกลงมาก่อนหน้านั้น

                 

            มาซารุเห็นทั้งหมดผ่านทางหางตาในช่วงเวลาเพียงวูบเดียวเท่านั้น

                 

             “รสนิยมแกนี่โบราณซะจริง!”

                 

            เด็กหนุ่มบ่นตวัดปลายดาบไปรอบทิศ ตัดทุกกิ่งก้านของต้นไม้ที่ขวางทางเขาแต่จนแล้วจนรอดร่างเล็กๆนั่นก็ยังหลุดหนีไปได้

                 

            “สนิมเกาะซะแล้วคุณผู้พิทักษ์สุดแกร่งของฉัน! หันออกกำลังกายบ้างนะ อย่าหวังแต่จะพึ่งบุญเก่านักเลย”

                 

            แบล็คเอ่ยด้วยท่าทีเบื่อหน่ายอย่างถึงที่สุดความเร็วในการวาดวงแหวนเวทยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆคราวนี้ไม่รู้มีมหาวิหารอะไรต่อมิอะไรหล่นลงไปกองกระจัดกระจายกับพื้นบ้าง

                 

            มาซารุตวัดปลายดาบอีกครั้งเมื่อเห็นว่าไล่ต้อนอีกฝ่ายไปจนถึงทางตันณ กองซากปรักหักพังที่เด็กหนุ่มเป็นคนสร้างขึ้นมาเองได้สำเร็จ

                 

            ปลายดาบพุ่งเข้าใส่ต้นคอของนักรบอเวจีหนุ่มและค้างอยู่อย่างนั้นโดยไม่สามารถสร้างบาดแผลให้แก่อีกฝ่ายได้ ขณะที่แบล็คทำท่าประหลาดใจด้วยท่าทีเสแสร้งก่อนจะยิ้มเมื่ออีกฝ่ายถอนตัวออกห่าง

                 

            “อะไรกัน! ไหนว่าดาบของเอิร์ธสตาร์ตัดได้ทุกอย่างไง?”

                 

            แบล็คเยาะเย้ยขณะที่มาซารุจ้องมองร่างนั้นเขม็ง ชั่ววูบเดียวจริงๆที่เขาเห็นลำคอของอีกฝ่ายกลายเป็นหินก่อนที่จะกลับคืนสู่สภาพเดิมเมื่อเขาขืนตัวออกห่าง

                 

            “ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสโตนทำให้ร่างกายของอีกฝ่ายกลายเป็นหินได้”มาซารุพึมพำ

                 

            “แล้วทำไมฉันจะทำให้ร่างกายของตัวเองกลายเป็นหินไม่ได้ล่ะ?”

                 

            แบล็คถามกลับด้วยท่าทีอย่างคนถือไพ่เหนือกว้าง

                 

            มาซารุตวัดดาบลงข้างตัวดาบเล่มใหญ่หายวับกลายเป็นอากาศธาตุที่ว่างเปล่า

                 

            “จะยอมใช้แล้วเหรอเวทมนตร์น่ะ”

                 

            นักรบอเวจีหนุ่มถามเสียงยียวน

                 

            และนั่นอาจเป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาได้พูดอะไรบางอย่างพุ่งเข้าใส่ตัวเขาอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่อาจรู้สึกตัวได้ก่อนเลยสักนิดพอเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์ก็หายไปแล้วรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างกายของตัวเองถูกถีบกระเด็นไปชนซากปรักหักพังที่กองอยู่กับพื้นแบล็คไม่มีเวลาแม้แต่จะขยับตัวด้วยซ้ำเมื่ออีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่อย่างไม่ปล่อยให้ตั้งตัวได้ทัน

                 

            “นี่แค่ฝ่ามือนะ”

                 

            ร่างของเด็กหนุ่มในชุดไปรเวทยืนอยู่บนกองซากปรักหักพังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาเหยียดหยาม นัยน์ตาของแบล็คเบิกกว้าง

            

            เป็นไปได้ยังไงกัน!? คนตรงหน้าเขานี่ใช้พลังทั้งๆที่ยังไม่เปลี่ยนร่างเป็นผู้พิทักษ์ได้ยังไง?

                 

            “ไม่ใช่แค่แขนสินะที่นายยอมเสีย”แบล็คพูด เช็ดเลือดที่มุมปากออกอย่างรวดเร็ว“สังเวยอะไรไปบ้างล่ะกว่าจะได้พลังนั้นมา”

                 

            ปลายเท้าของแบล็คลากเป็นวงแหวนเวทขณะที่ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างก็ขยับเขียนอักขระ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นไหว และที่เหนือน่านฟ้าเงาดำก่อตัวเป็นรูปร่างของสิ่งก่อสร้างอะไรสักอย่างที่ดูตระการตาทั้งหมดเกิดขึ้นตรงบริเวณที่ผู้พิทักษ์หนุ่มยืนอยู่ผืนดินใต้ฝ่าเท้าทรุดตัวเป็นรอยแยกราวกับธรณีสูบขณะที่เหนือหัวด้านบนอะไรสักอย่างกำลังจะตกลงมา

                 

            “หมดมุกแล้วรึไง?”

                 

            คนที่กำลังโดนเล่นงานเอ่ยถามอย่างไม่สนใจสภาพการณ์รอบตัวเมื่อทุกอย่างที่นักรบอเวจีหนุ่มสร้างขึ้นพร้อมใจกันพุ่งเข้าเขามาซารุก็แค่สะบัดมือออกข้างตัวเท่านั้นพลังของแบล็คก็หายวับไปราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน

                 

            แต่ดูเหมือนแบล็คจะพอใจที่เห็นผลงานเป็นแบบนั้นเด็กหนุ่มลงมือเขียนอักขระเวทอีกครั้งคราวนี้เส้นสายของพลังที่พุ่งออกมาจากปลายนิ้วมือไม่ใช่สีน้ำตาลอิฐแต่กลับเป็นสีที่ทำให้คนเฝ้ามองถึงกับประหลาดใจ

                 

            วงแหวนเวทสีม่วงเข้ม!

                 

            แสงสว่างส่องวาบขึ้นเหนือหัวเร็วกว่าที่มาซารุจะทันได้ตั้งตัวเพราะตื่นตะลึงไปกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า มีวงแหวนเวทอย่างน้อยสามวงหมุนซ้อนอยู่เหนือหัวและใต้ฝ่าเท้าของเขาสายพลังไหลวนทั่วร่าง ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างไร้การควบคุมเขาทำได้ดีที่สุดแค่ร่ายเวททำร้ายอีกฝ่ายไป เมื่อเวทมนตร์หมดฤทธิ์ทั้งคู่ก็อยู่ในสภาพร่อแร่ไม่ต่างกัน

                 

            “นาย...”มาซารุกัดฟันข่มแขนความเจ็บปวดที่แขนขวาเอาไว้“ทำไมคนของเอิร์ธสโตนถึงใช้พลังของพวกเราได้!”

                 

            แบล็คยันตัวเองขึ้นมาจากกองซากปรักหักพังสภาพของเขาในตอนนี้นั้นต่อให้นักรบอเวจีคนอื่นมาเห็นเข้าถึงจะถูกหัวเราะเยาะก็ไม่เจ็บใจเลย

                 

            “ภูมิใจนักไม่ใช่รึไงมันสมองอันปราดเปรื่องของนายน่ะ” แบล็คกัดฟันพูดกุมแขนข้างหนึ่งที่โชกเลือดของตัวเองไว้แน่น “ภูมิใจนักก็ใช้สมองของนายคิดเองเซ่!”

                 

            นักรบอเวจีหนุ่มใช้พลังเฮือกสุดท้ายหมดไปกับการร่ายเวทเพื่อพาตัวเองหนีออกจากสถานการณ์วุ่นวายตรงหน้า รอบกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้งเมื่อแบล็คจากไป แต่ร่างกายของมาซารุไม่เหมือนเดิมเลยเด็กหนุ่มลุกขึ้นเดินไม่ไหว แค่จะพยุงตัวเองให้ยืนอยู่ได้ยังแทบจะหมดแรงรอยสักสีดำสนิทที่แขนขวากัดกินไปทั่วร่างความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทุกประสาทสัมผัสเมื่อตอนที่รอยสักนั่นเรืองแสงสีน้ำเงินเข้มสว่างไสวต้องเค้นพลังที่เหลือทุกเฮือกเพื่อข่มอาการไว้ไม่ให้ทรุดไปยิ่งกว่าเก่าแรงที่กะจะเก็บไว้ใช้เพื่อออกไปจากที่นี่ไม่มีหลงเหลืออยู่แล้วอีกไม่นานพวกผู้พิทักษ์คงรู้แน่ว่าตรงนี้มีการต่อสู้เกิดขึ้นแล้วพวกนั้นก็คงจะมุ่งหน้ามาแน่เขาหนีไม่ได้ เวทมนตร์ที่แบล็คร่ายทิ้งท้ายไว้มันส่งผลกระทบกับร่างกายของเขามากเกินไปทั้งที่ระวังตัวตลอดเวลา เขาไม่เคยคิดว่าแบล็คจะสามารถใช้เวทมนตร์แบบเดียวกับเขามาทำร้ายเขาได้ไม่ใช่ว่าเขาประมาท แต่เพราะนึกไม่ถึงต่างหากว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีเดียวกันแบบนี้

                 

            “ไวโอเลต...”  มาซารุพึมพำปล่อยให้แสงจันทร์สาดกระทบไปทั่วร่างเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่ช่วงแขน“นายทำอะไรลงไป!”

                 

            เสียงย่ำฝีเท้าดังมาจากกลุ่มแนวไม้ทางด้านซ้ายพร้อมๆกับที่โครงร่างสูงคุ้นตาค่อยๆปรากฏออกมาจากเงามืดนั้นนัยน์ตาสีแดงสดส่องกระทบแสงจันทร์กลายเป็นสีแดงฉานใบหน้าที่แสนคุ้นเคยนั้นจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาเกลียดชังจับใจ

                 

            “มาโมรุนายเป็นอะไรไหม?”

                 

            เสียงของเด็กหนุ่มอีกคนที่ไม่คุ้นหูดังแว่วมาจากด้านหลังพร้อมๆกับการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มร่างเล็กในชุดเครื่องแบบเดียวกับคนที่อยู่ตรงหน้าเขาห่างออกไปไม่ไกลกันนั้น มีอีกสองร่างกำลังตามมาสมทบ

                 

            มาซารุยืดตัวขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับคนทั้งหมด

                 

            “มาโมรุ?”

                 

            เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มร่างสูงผิวขาวซีดนั้นคุ้นหูเขาเป็นอย่างดี

                 

            “เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”

                 

            สุดท้ายเป็นเสียงไพเราะกังวานใสที่เขาเฝ้าพยายามจะหลีกหนีไปให้ไกลที่สุด

                 

            หยุดไม่ได้แล้ว...

                 

            กลุ่มเมฆด้านบนเคลื่อนตัวออกจากดวงจันทร์ปล่อยให้แสงสว่างสีนวลส่องผ่านลงมายังพื้นดินด้านล่าง มาซารุยืดตัวจนสุดความสูง นัยน์ตาสีเทาหลุบต่ำขณะที่ปล่อยให้แสงจันทร์อาบไล้ใบหน้าและเรือนร่างของเขารอยสักที่แขนส่องแสงสีฟ้าสว่างไสวราวกับจะขานรับกับอะไรบางอย่างที่เด็กหนุ่มตัดสินใจเผชิญหน้าและกำลังสบตามอง

                 

            เจ้าของนัยน์สีเดียวกับรอยสักกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาว่างเปล่า...

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน