รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    อู๋เจี่ย

            หลังจากวันนั้น ข่าวลือเรื่องที่ชายหาดสุดทะเลตะวันออกเป็นที่อยู่ของปรมาจารย์คนหนึ่งก็กระจายออกไปอย่างรวดเร็วสำหรับผู้ฝึกตนแล้วข่าวลือเรื่องปรมาจารย์นั้นย่อมน่าสนใจเพราะพวกเขาล้วนเป็นตัวตนที่ทำได้เพียงแหงนหน้ามองจะว่าไปก็คล้ายกับว่าเหล่าปรมาจารย์เป็นไอดอลที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถเป็นข่าวได้เสมอ

             

             

            “นายได้ยินเรื่องปรมาจารย์คนใหม่ที่ปรากฏตัวขึ้นเร็วๆนี้ไหม?”

             

            ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านกลางคืนที่นี่ค่อนข้างจะแปลก เพราะเป็นร้านที่ตั้งอยู่ในชั้นใต้ดินทั้งทางเข้าก็ยังคับแคบอย่างยิ่ง มันตั้งอยู่ในซอยลึกๆที่ไม่ค่อยจะมีคนสังเกตเรียกได้ว่าคงจะมีเพียงลูกค้าเก่าเท่านั้นที่จะมากินดื่มกันที่นี่

             

            แต่ร้านนี้กลับสามารถมีลูกค้าแวะเวียนมาตลอดนั่นเพราะร้านนี้มีจุดเด่นอยู่อย่างหนึ่งที่น่าสนใจ

             

            ร้านนี้มีเพียงผู้ฝึกตนเท่านั้นที่มา

             

            ความจริงเจ้าของร้านนี้ก็ไม่ได้ห้ามคนธรรมดาแต่พอมีคนหลงเข้ามาเหล่าผู้ฝึกตนก็จะจ้องเขม็งเพื่อประเมินฝีมือของผู้มาใหม่สำหรับคนธรรมดาแล้วภาพนั้นมันย่อมน่ากลัวอย่างยิ่ง

             

            จึงมีเพียงคนในโลกฝั่งนี้รวมถึงคนที่รู้เรื่องของการฝึกตนอยู่แล้วเท่านั้นที่มาที่นี่ได้ร้านนี้จึงคล้ายจะเป็นจุดรวมตัวของเหล่าผู้ฝึกตนก็ได้

             

            ทั้งพูดคุยจ้างวาน รวมถึงขายข่าวสารต่างๆ ทั้งบางครั้งบางครายังมีคนนำสมบัติมาปล่อยที่นี่ทำให้ร้านแห่งนี้ค่อยๆมีชื่อเสียงขึ้นมา

             

            เจ้าของร้านแห่งนี้ก็ค่อนข้างจะแปลกพิลึกไม่มีใครรู้ว่าเขามีพลังฝึกตนขั้นไหนมีข่าวลือว่าเขาเชี่ยวชาญในการปกปิดพลังอย่างยิ่งแต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครกล้ามาลองดี

             

            เพราะมีครั้งหนึ่งเขาเคยเหวี่ยงผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธ์ขั้น8 ออกไปนอกร้านได้ด้วยการเคลื่อนไหวเดียว

             

            นั่นทำให้ทุกครั้งที่เหล่าผู้ฝึกตนมากินดื่มที่ร้านนี้พวกเขาจะระมัดระวังกันเป็นพิเศษ

             

            “ได้ยินสิข่าวใหญ่โตขนาดนั้น”

             

            “ไป่ฟานเซียนใช่ไหม?ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงสินะ”

             

            “ใช่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไงนะ คนที่ไปในวันนั้นไม่มีใครเห็นหน้าตาของเธอสักคน”

             

            เรื่องนี้จะว่าแปลกก็ไม่ได้เพราะใบหน้าของไป่ฟานเซียนนั้น ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะชนอย่างเป็นทางการคนที่เคยเห็นจึงมีเพียงคนตระกูลถัง คนตระกูลหาน ติงคังหมิง อี้ฟานและพวกกองทัพเท่านั้น

             

            ซึ่งทั้งห้าฝ่ายนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยใบหน้าของนางออกมาเลยสักนิด

             

            ฝ่ายหนึ่งก็เป็นพวกเดียวกับไป่ฟานเซียน

             

            อีกสามฝ่ายก็ล้วนถูกนางตบหน้ากลับไปจังๆหากจะเผยแพร่ใบหน้าของนางแน่นอนว่าเรื่องที่ตนเองโดนข่มเหงกลับมาก็ต้องเปิดเผยไปด้วยแน่ๆ

             

            โดยเฉพาะกับตระกูลหานหานจุนโป๋ที่ฟื้นขึ้นมาด้วยความโกรธและอับอายถึงกับกำชับคนของตัวเองอย่างดีว่าห้ามพูดเรื่องราวในวันนั้นออกไปให้ใครฟังทั้งสิ้น

             

            ส่วนกองทัพนั้นหลิวเยี่ยนเฟยไม่มีความคิดที่จะเป็นศัตรูกับไป่ฟานเซียนอยู่แล้ว

             

            ทำให้นอกจากรูปภาพที่เคยเผยแพร่ไปทั่วทั้งโลกโซเชียลในครั้งนั้นก็ไม่มีรูปของไป่ฟานเซียนปรากฏขึ้นมาอีก และคนที่ไม่รู้ก็ไม่มีทางที่จะนำเรื่องของ“ปรามาจารย์ไป่ผู้เก่งกาจ” มาเชื่อมโยงเข้ากับรูปหญิงสาวที่งดงามยิ่งกว่านางฟ้าในอินเตอร์เน็ตแน่ๆ

             

             

            “แบบนี้โลกของผู้ฝึกตนได้สั่นสะเทือนกันอีกแล้วสินะ?”

             

            “ใช่มันไม่มีคนทะลวงผ่านไปถึงระดับปรมาจารย์มาหลายปีแล้วนาครั้งนี้น่ะเรื่องใหญ่จริงๆ”

             

            “นอกจากนี้พวกแกได้เห็นเขตแดน นั่นรึยัง?”

             

            “ใครๆก็เห็นเสาแสงสีม่วงที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้านั่นใช่ไหมล่ะ?”

             

            “มีข่าวลือมาว่าพวกกองทัพสนใจสิ่งนั้นมากๆน่าจะเข้าไปเจรจาต่อรองกับปรมาจารย์ไป่เร็วๆนี้แหละ”

             

            “ก็สิ่งนั้นมันแข็งแกร่งจริงๆนั่นแหละสามารถดีดผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธ์ที่ไปในวันนั้นให้กระเด็นได้สบายๆ ถ้ากองทัพไม่สนใจมันสิถึงแปลก”

             

            พวกเขาพูดคุยกันเสียงดังโดยมีเจ้าของร้านที่เป็นชายชราหน้าตาสุขุมกำลังยืนฟังอยู่ในครัวเงียบๆเท่านั้น...

             

             

             

            และก็เป็นอย่างที่พวกเขาพูดคุยกันทางกองทัพหลังจากที่ได้รับรู้ถึงพลังของเขตแดนที่กางอยู่รอบบ้านของไป่ฟานเซียนพวกเขาก็นั่งไม่ติดที่พลังที่สามารถป้องกันการโจมตีทั้งยังสามารถสะท้อนศัตรูให้กระเด็นออกไปเช่นนี้หากถูกนำมาใช้ทางการทหารแน่นอนว่ามันจะทำให้พลังรบของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นอีก

             

            “ข้าไม่สนใจ...”

             

            ในบ้านพักติดชายทะเลของไป่ฟานเซียนวันนี้หลิวเยี่ยนเฟยก็ยังคงมาที่นี่อีกเช่นเคยชายวัยกลางคนที่ยังคงดูหนุ่มแน่นถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่ทราบเขารู้สึกว่าช่วงนี้มันจะต้องมีเรื่องที่ทำให้เขาต้องมาที่บ้านหลังนี้บ่อยเหลือเกิน!

             

            แต่สิ่งที่ลำบากใจที่สุดก็คือเจ้าของบ้านหลังนี้ดันเป็นพวกไม่รับแขกทั้งนางยังไม่หวาดเกรงอำนาจทางการทหารของเขาหรือกองทัพเลยสักนิด

             

            ดูได้จากการที่นางนอนอย่างเกียจคร้านบนโซฟาขณะที่สายตากำลังดูการ์ตูน“ลิตเติลแบร์” กับเด็กๆ ไม่ได้ใส่ใจตัวเขาและหลินจิงที่นั่งอยู่ตรงข้าม

             

            อาจจะเป็นเพราะกองทัพเร่งรัดทำให้เขามาเช้าเกินไป ตอนเขามาถึง เด็กๆก็พึ่งจะทานอาหารเช้าเสร็จเท่านั้น

             

            พ่อบ้านหวงในตอนแรกก็ยังมีท่าทีเกรงใจเขาอยู่บ้างแต่นับวันก็ยิ่งติดนิสัยนายหญิงของเขามา หลังจากที่เสิร์ฟน้ำชาอย่างสุภาพให้ก็ไปยืนรับใช้อยู่ข้างกายไป่ฟานเซียนโดยไม่สนใจเตือนให้นางวางตัวดีๆต่อหน้าแขกสักหน่อย!

             

            “ลองคิดอีกหน่อยเถอะครับเรื่องค่าตอบแทนไม่มีปัญหา หรือจะมีวัตถุดิบจำเป็นแบบไหนกองทัพจะเป็นคนเตรียมให้เอง”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมเพราะทางกองทัพเห็นว่าเขาดูจะมีความสนิทสนมกับปรมาจารย์คนใหม่นี้ที่สุดถึงส่งเขามาเจรจาทั้งยังให้อำนาจในการประเมินราคาและสิ่งตอบแทนกับเขามาอย่างเต็มที่

             

            “ไม่ล่ะ...มันน่ารำคาญ”

             

            ไป่ฟานเซียนปฏิเสธอีกครั้งทั้งคราวนี้ยังโบกมือเป็นเชิงไล่เขากลายๆอีกด้วย

             

            “เข้าใจแล้วล่ะครับ”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยกลับยอมรับเร็วจนหน้าแปลกเขาหัวเราะออกมาเบาๆ จนแม้แต่ลุงหวงที่อยู่ข้างๆยังแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือกะทันหันของพลเอกคนนี้เมื่อครู่ยังพยายามเกลี้ยกล่อมแต่พอนายหญิงของเขาปฏิเสธอีกครั้งเขากลับยอมรับเสียง่ายๆ

             

             

             

            ความจริงหลิวเยี่ยนเฟยเองไม่อยากจะทำงานนี้อย่างยิ่งเขาพอจะรู้นิสัยของปรมาจารย์ไป่ฟานเซียนดีว่านางเป็นคนยังไงยิ่งไปเซ้าซี้มากๆเข้ามีหวังคงทำให้นางไม่พอใจขึ้นมาแน่ๆ

             

            “หลินจิ้งบันทึกไปว่าฉันพยายามเกลี้ยกล่อมปรมาจารย์ไป่ถึงสองรอบ แต่ก็ยังถูกปฏิเสธถ้ากองทัพอยากจะได้มันจริงๆก็ส่งคนอื่นมาแล้วกัน”

             

            ชายหนุ่มหันไปสั่งการกับลูกน้องคนสนิทที่มาด้วยกันวันนี้เขามากันแค่สองคน เพราะไม่อยากจะรบกวนไป่ฟานเซียนทั้งถึงจะยกมาทั้งหน่วยแต่ถ้านางรำคาญใจก็คงจะไม่มีใครได้เข้ามาในบ้านนี้สักคนแน่ๆ

             

            “ตามนั้นครับพลเอก” หลินจิ้งรับคำด้วยรอยยิ้มเขาบันทึกข้อมูลรายงานลงบนคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องเล็กอย่างชำนาญ

             

            เมื่อทำงานเสร็จหลิวเยี่ยนเฟยก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งลุงหวงสังเกตุว่าสายตาของเขากำลังจับจ้องไปยังเด็กน้อยสองคนที่นั่งไหล่ชนกันขณะที่สายตากำลังดูการ์ตูน

             

            แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดูแต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้าใจอยู่ลึกๆ

             

            แต่พอจ้องไปพักหนึ่งเขากลับแปลกใจ  สัมผัสสวรรค์ของเขาแผ่ออกมารอบตัวเขาสามารถควบคุมคร่าวๆไม่ให้มันไปรบกวนไป่ฟานเซียนโดยมุ่งความสนใจไปยังเด็กน้อยสองคนนี้เท่านั้น

             

            “รวมปราณขั้น3?”

             

            เขามองร่างเล็กๆของถังเย่เย่อย่างตื่นตาตื่นใจนอกจากพลังปราณที่สูงขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วร่างกายของเธอยังเหมาะสมต่อการฝึดตนอย่างยิ่ง

             

            แต่เมื่อละสายตามามองที่ฮุ่ยเอ๋อเขากลับต้องขมวดคิ้วเพราะสัมผัสสวรรค์ของเขาไม่สามารถสัมผัสถึงพลังปราณของเด็กคนนี้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

             

            แต่กลับสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งทางกายภาพที่เหนือกว่าถังเย่เย่  ทั้งการเคลื่อนไหวขณะที่นั่งของฮุ่ยเอ๋อยังยังแฝงไว้ด้วยหลักการบางอย่างอีกด้วย

             

            จะบอกว่าท่านปรมาจารย์ไป่สอนเด็กๆไม่เท่าเทียมกันก็คงจะไม่ใช่ลุงหวงที่เห็นท่าทีแปลกใจของหลิวเยี่ยนเฟยย่อมรู้ในทันทีว่าชายตรงหน้ารับรู้ถึงความผิดปกติของเด็กสองคนนี้แล้ว

             

            พ่อบ้านชราหันไปมองนายหญิงของบ้านเมื่อเห็นว่านางเพียงพยักหน้ารับเบาๆเขาจึงเริ่มอธิบายให้ชายหนุ่มฟัง

             

            “พลเอกหลิวสังเกตเห็นใช่ไหมครับ?”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยพยักหน้าเขาหันไปจับจ้องร่างกายของฮุ่ยเอ๋ออย่างแปลกใจ“เด็กคนนี้ไม่ได้ฝึกตนเหรอครับ...เดี๋ยวสิ ไม่น่าใช่?”

             

            “เด็กคนนี้ไม่มีพลังปราณ?”

             

            ชายหนุ่มตกใจอย่างยิ่งกับข้อสรุปที่คาดไม่ถึงโอกาสที่คนๆหนึ่งจะไม่มีพลังปราณหรือไม่สามารถเข้าสู่ขั้นรวมปราณได้นั้นมันแทบจะน้อยมากๆ

             

            แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเขาเคยเห็นคนที่เริ่มฝึกตนแต่มีอาการเช่นนี้มาก่อนเพียงแค่คนเดียวในชีวิต

             

             

            “ใช่ครับ”ลุงหวงตอบรับด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ เขาเห็นความพยายามของเด็กคนนี้มามากกว่าใครถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากให้เด็กน้อยนี่ฝึกตนได้อย่างคนปกติ

             

            ฮุ่ยเอ๋อที่ได้ยินว่าพวกเขากำลังพูดคุยเรื่องของเธอก็หันมามองอย่างสนใจ

             

            “อืม...”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยทำสีหน้าครุ่นคิด  เขามองเด็กน้อยด้วยแววตาสงสาร

             

            “เคยลองให้เธอทานโอสถหรือไปหาหมอหรือยังครับ?”

             

            “นายหญิงของเราเองก็ถือเป็นนักปรุงโอสถชั้นหนึ่งแต่ท่านก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ครับ...” หวงจื่อหานส่ายหน้าเบาๆ

             

            “แบบนั้นเหรอครับ...”ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ โดยเฉพาะกับหลินจิ้งที่แอบเห็นด้วยเงียบๆเขาเป็นคนหนึ่งที่รู้ดีถึงความสามารถของท่านปรมาจารย์ไป่ทั้งยังอยากขอร้องให้นางช่วยรักษาท่านพลเอกของเขาให้หายดี

             

             

            “แล้วอู๋เจี่ยล่ะครับเขาเองก็เคยมีอาการแบบเดียวกันในตอนเริ่มฝึกตนถ้าไปปรึกษาเขาอาจจะมีวิธีรักษาเด็กคนนี้ก็ได้นะครับ?”

             

            “อู๋เจี่ย?”ลุงหวงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน  เขาจึงทวนชื่อนี้อย่างงุนงงแต่คำพูดของหลิวเยี่ยนเฟยก็ทำให้ไป่ฟานเซียนหันมามองอย่างสนใจเป็นอย่างยิ่ง

             

            จากคำพูดของเขาแปลว่ามีคนเคยหายจากอาการนี้สินะ?

             

            “อ๋อ...ชื่อนั้นน่าจะไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไร”ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เขายกชาขึ้นมาจิบขณะที่กำลังรำลึกถึงความหลังครั้งเก่าก่อน

             

             

            “สมัยนี้ผู้คนน่าจะเรียกเขาว่าหมอเทวดา กันหมดแล้วล่ะครับ”

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659