มี่จื่อสาวใช้จำเป็น

    ตอนที่ 46 ปริศนาบทกลอน

    ฉันจึงรินน้ำชาใส่ถ้วยยื่นให้หลี่จวินกับลี่ถังดื่ม แต่หลี่จวินบอกว่าอยากดื่มเหล้า เหยียนเหล่ยจึงตอบว่า ที่นี่คือสำนักศึกษามีเพียงน้ำชาให้เขาดื่มเท่านั้น ซึ่งสักพักฟูหลิวก็ยกน้ำชาร้อนๆกาใหม่เข้ามาให้ แล้วยกเอากาน้ำชาเก่าใกล้เย็นออกไป เหยียนเหล่ยจึงถามหลี่จวินว่ามาหาเขาถึงที่นี่มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า หลี่จวินจึงยื่นกระดาษใบหนึ่งให้เหยียนเหล่ยอ่าน ซึ่งภายในกระดาษเขียนว่า


            "สุขใดไหนเล่า....

            เท่านั่งดื่มเหล้าบนหลังคา

            พร่ำเพ้อกับจันทรา

            ร่ำสุราอยากพบนงคราญ

            โฉมงามเจ้าจึงปรากฏ

           ยวนยั่วยิ้มเบี่ยงหน้าเอียงอาย

           ข้าคือหนึ่งชายมุ่งหมายจูบ

            จุมพิตใกล้ชิดแสงดาว"


    เหยียนเหล่ยอ่านจบก็ถามหลี่จวินว่า ให้เขาอ่านบทกลอนรักทำไม หลี่จวินจึงบอกให้ฉันอ่านบทกลอนในกระดาษแผ่นนั้นด้วย แล้วถามฉันกับเหยียนเหล่ยว่าอ่านบทกลอนแล้วรู้สึกเช่นไร ฉันกับเหยียนเหล่ยจึงตอบตรงกันว่า เป็นเพียงบทกลอนคนเพ้อรักธรรมดา


    แต่หลี่จวินกลับตอบว่านี่ไม่ใช่บทกลอนเพ้อรักธรรมดา แต่เป็นคดีที่น่าสงสัยเพราะคนที่เขียนกลอนบทนี้ฆ่าตัวตายหลังจากเขียนกลอนบทนี้เสร็จ ยิ่งทำให้ฉันกับเหยียนเหล่ย งง หลี่จวินจึงเล่ารายละเอียดให้เราฟังว่า


    คนเขียนกลอนบทนี้เป็นเศรษฐีแก่คนหนึ่งคือ เศรษฐีเจ้า ที่อยู่เมืองอานฉวน เขาไม่ใช่คนชอบดื่มเหล้าเมามาย อีกทั้งยังรักภรรยาไม่เคยมีข่าวเสียหายเรื่องชู้สาว จู่ๆเศรษฐีเจ้าก็ฆ่าตัวตาย แต่ก่อนตายได้เขียนกลอนบทนี้ทิ้งไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ


    ฮูหยินเจ้าเสียใจมากเพราะคิดว่า ก่อนตายสามีคงแอบไปมีหญิงอื่นนอกบ้าน หลังจากงานศพจึงปิดบ้านเก็บตัวเงียบไม่ออกมาพบปะกับผู้อื่นเหมือนเคย ซึ่งคดีนี้เพื่อนรุ่นน้องของหลี่จวินชื่อ เหวินเหอ เป็นคนทำคดีอยู่ ส่วนฮูหยินเจ้ามีศักดิ์เป็นป้าของเหวินเหอ ซึ่งเหวินเหอเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเศรษฐีเจ้าฆ่าตัวตาย


    เหวินเหอสอบสวนทุกคนที่เกี่ยวข้องในคดีก็ไม่มีใครเข้าข่ายเป็นฆาตกร ตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องร่อยการต่อสู้ พบเพียงมีดเล่มเดียวในมือที่เศรษฐีเจ้าใช้ปาดคอตัวเองตาย สุดท้ายเหวินเหอจึงต้องสรุปคดีว่าเป็นการฆ่าตัวตาย


    ซึ่งประจวบกับที่หลี่จวินต้องเดินไปคุ้มกันท่านอ๋องหก ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองสำนักไป๋หู่ หลี่จวินจึงส่งจดหมายไปให้เหวินเหอ เพื่อบอกว่าจะแวะไปเยี่ยมเยียนเหวินเหอที่บ้าน เหวินเหอจึงส่งจดหมายตอบกลับมาและขอคำปรึกษาเรื่องบทกลอน


    เหวินเหอจึงอยากให้หลี่จวินไปช่วยเขาตรวจสอบคดีนี้ เพราะเหวินเหอไม่เชื่อว่าคนกำลังจะตายจะมีอารมณ์เขียนกลอนรัก อีกทั้งเศรษฐีเจ้าก็ไม่เคยแสดงความสนใจเรื่องผู้หญิงนอกบ้าน


    ฉันจึงแย้งขึ้นว่า ผู้ชายที่แอบมีหญิงอื่นนอกบ้านต้องพยายามปกปิดเรื่องนี้อยู่แล้ว บางที...ถ้ารอไปอีกหน่อยอาจมีหญิงงามตามบทกลอนปรากฏตัวออกมาก็ได้ เพราะในบทกลอนเศรษฐีเจ้าดูจะลุ่มหลงหญิงงามคนนั้นอยู่ไม่น้อย ซึ่งลี่ถังเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับฉัน


    เหยียนเหล่ยจึงสันนิษฐานว่า บางทีเศรษฐีเจ้าอาจจะสื่อถึงอะไรบางอย่างที่เศรษฐีเจ้าอยากบอกให้ฮูหยินรู้ แต่ไม่ต้องการให้ใครบางคนรู้ก็เป็นได้ ซึ่งถ้าไม่มีหญิงงามตามบทกลอนปรากฎตัวออกมาจริงๆค่อยตัดประเด็นนี้ทิ้งไป


         ซึ่งหลี่จวินเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเหยียนเหล่ย ว่าประเด็นนี้น่าคิดและน่าสงสัย หลี่จวินจึงอยากไปช่วยเหวินเหอเพื่อนรุ่นน้องตรวจสอบคดีนี้ เขาจึงมาบอกเหยียนเหล่ยว่าให้เราร่วมเดินทางไปสำนักไป๋หู่ด้วยกัน


          จากนั้นหลี่จวินก็พูดคุยเรื่องคดีเศรษฐีเจ้า และพยายามแปลความหมายในบทกลอนกันต่อกับเหยียนเหล่ย ส่วนฉันกับลี่ถังแยกตัวออกมานั่งเล่นในศาลาหน้าเรือน พูดคุยตามประหญิงสาวและกินขนมที่ลี่ถังนำมาฝาก เราคุยกันไปได้สักพักก็เห็นกลุ่มเพื่อนที่เพิ่งกลับจากเดินเที่ยวตลาด กำลังเดินมาทางนี้ถือของห่อใหญ่มาด้วย


    เมื่อกลุ่มเพื่อนเดินมาถึงเห็นฉันกับลี่ถังนั่งอยู่ในศาลา จิ่นเกอกับหลวนเฉินรีบกล่าวทักทายลี่ถัง แล้วหลวนเฉินก็ยื่นห่อขนมที่เขาซื้อมาฝาก ฉันจึงแนะนำลี่ถังให้รู้จักกับเพื่อนคนอื่นๆที่ลี่ถังยังไม่เคยพบ


    ส่วนฉิงซวงสาวหวานผู้มีรสนิยมชอบคนเก่งคนดัง ถามลี่ถังทันทีว่าหลี่จวินมาด้วยกันหรือไม่ ฉิงซวงอยากพบหลี่จวินหัวหน้าหน่วยคนหล่อคนดัง ฉันจึงถามฉิงซวงว่าหลี่หวินโด่งดังขนาดนั้นเลยเหรอ


    ฉิงซวงจึงตอบด้วยความตื่นเต้นเหมือนตัวเองเป็น FC ว่าหลี่จวินเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนทำคดีไหนไม่เคยพลาด และคดีที่โด่งดังสร้างชื่อเสียงให้กับหลี่จวินมาก คือคดีปริศนามังกรเจ้าสำราญ หลี่จวินจึงเป็นผู้ชายที่สาวๆหลายคนอยากใกล้ชิด


    จิ่นเกอถึงกับออกอาการหมั่นใส้ บอกฉิงซวงว่าออกอาการให้น้อยๆหน่อย พวกเรายังศึกษาอยู่ในสำนักอย่าเพิ่งคิดอยากใกล้ชิดผู้ชาย ฉิงซวงหันขวับจะไปด่าจิ่นเกอ พวกเราจึงรีบห้ามทัพไม่ให้ฉิงซวงกับจิ่นเกอทะเลาะกัน


    หลวนเฉินจึงเอ่ยถามลี่ถังถึงเรื่องที่เขาสงสัยมานานว่า หญิงรับใช้คนสนิทของเหยียนเหล่ย ที่เป็นคนชี้จุดพบไข่มุกเบญมาศคือใครกัน เพราะตั้งแต่เหยียนเหล่ยกลับมาพำนักที่สำนัก พวกเขาไม่เคยเห็นหญิงรับใช้ตามข่าวที่ได้ยินมาเลย ลี่ถังอ้ำอึ้งหันมามองหน้ากับฉันเพื่อให้ช่วยคิดคำตอบว่าจะตอบอะไรดี


    หลี่จวินก็เดินมาดหล่อออกมาจากเรือน ทำให้เพื่อนๆเปลี่ยนความสนใจหันไปมองหลี่จวินที่กำลังเดินมาที่ศาลา พวกเขารีบวิ่งเข้าไปรุมล้อมหลี่จวินแล้วแนะนำตัว ชื่นชมหลี่จวินถึงความหล่อและความเก่ง แต่หลี่จวินไม่เคยเขินอาย กลับยิ่งชอบที่ถูกผู้คนชื่นชมรุมล้อม


    ลี่ถังจึงรีบชิ่งหนีการตอบคำถาม เดินเข้าไปดึงแขนหลี่จวินออกจากวงล้อม แล้วบอกกับทุกคนว่าพอดีมีคดีค้างต้องขอตัวพาหลี่จวินไปคุยเรื่องคดีต่อในเรือน กลุ่มเพื่อนๆจึงต้องเดินกลับมานั่งในศาลา แล้วถามฉันว่าหลี่จวินกำลังทำคดีอะไร


    ฉันจึงตอบว่าคดีฆ่าตัวตาย แต่เพื่อนรุ่นน้องของหลี่จวินส่งจดหมายมาขอให้หลี่จวินไปช่วยตรวจสอบ เพราะพวกเขาคิดกันว่าคดีนี้ดูผิดปกติ ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าผิดปกติเรื่องอะไร จิ่นเกอจึงพูดขึ้นว่าอยากไปดูหลี่จวินตรวจสอบคดี ช่างอิ่นจึงเสริมขึ้นว่าเขาก็อยากไปดูด้วยเหมือนกัน พวกเขาอยากรู้ว่าหลี่จวินทำคดียังไงทำไมถึงเก่ง


    ฉันจึงตอบว่าในวันที่เราเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงสำนักไป๋หู่ เราจะเดินทางร่วมขบวนไปกับท่านอ๋องหกซึ่งมีหลี่จวินทำหน้าที่คุ้มกันท่านอ๋อง และหลี่จวินจะแวะไปตรวจสอบคดีที่เมืองอานฉวนด้วย แต่ฉันไม่แน่ใจว่าหลี่จวินจะพาพวกเราไปด้วยหรือเปล่า


    เพื่อนๆถึงกับตื่นเต้นเพราะจะได้เดินทางร่วมขบวนกับท่านอ๋องหก เพราะพวกเขาคิดว่าขบวนเดินทางของท่านอ๋องหกจะต้องใหญ่โตอลังการแน่ๆ และเรายังคงนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่ศาลาหน้าเรือนพักของเหยียนเหล่ย ดูสิ่งของที่พวกเขาซื้อมาจากตลาดนำออกมาขิงอวดใส่กัน จนเหยียนเหล่ยเดินออกมาดุว่าให้คุยกันเบาเสียงลงหน่อย


    ช่วงบ่ายแก่ๆพวกเราจึงกล่าวลาเหยียนเหล่ยกลับเรือนที่พัก ส่วนเลี่ยงซูนั้นพักอยู่อีกเรือนหนึ่ง แต่เลี่ยงซูเห็นว่ายังไม่เย็นจึงอยู่คุยเล่นกับเราสามสาวต่อที่เรือน โดยมีสามหนุ่มเดินมาส่งที่เรือนพัก ก็พบกับเพ่ยซานและจื่อเถิงนั่งอยู่ที่หน้าเรือน เมื่อเพ่ยซานกับจื่อเถิงเห็นเราเดินเข้าไปก็ลุกขึ้นมาเปิดศึกใส่ฉันทันทีว่า


    ให้ฉันเก็บของออกไปจากเรือนนี้ เพราะเพ่ยซานกับจื่อเถิงไม่ต้องการพักร่วมเรือนกับหญิงรับใช้ขี้โกหก เสแสร้งตัวว่าเป็นลูกคนใหญ่คนโตแอบปะปนเข้ามาเรียนร่วมกันกับพวกนาง หลวนเฉิน เฝิ่นลู่ และจิ่นเกอ จึงต่อว่าหญิงสาวทั้งสองว่ากระทำเกินไปแล้ว และบอกให้เพ่ยซานกับจื่อเถิงหยุดเรียกฉันว่าหญิงรับใช้ เพราะพวกเขาจะไม่ทนอีกแล้วที่หญิงสาวทั้งสองกุเรื่องเพื่อมาหาเรื่องฉัน


    เพ่ยซานกับจื่อเถิงจึงช่วยกันเถียงว่าไม่ได้กุเรื่อง เพราะศิษย์พี่กันฮวาสืบประวัติของฉันมาแล้ว ว่าเป็นหญิงรับใช้ในจวนฮุ่ยเฉิง แต่เพราะสนิทสนมกับเหยียนเหล่ย จึงได้มาเข้าเรียนที่นี่ มิได้เป็นลูกสาวคนใหญ่คนโตอย่างที่ใครๆคิดกัน พร้อมกับท้าให้ฉันพูดความจริง


    ส่วนฉันได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าพูด เพราะกลัวว่าถ้ายอมรับว่าเป็นหญิงรับใช้แล้วเพื่อนๆจะรังเกียจ อีกทั้งยังรู้สึกโกรธเพราะไม่คิดว่ากันฮวาจะตามกัดตามจิก ถึงขนาดไปสืบจนรู้ว่าฉันเป็นหญิงรับใช้


    หลวนเฉินจึงถามฉันด้วยสีหน้าและแววตาอยากรู้ความจริง ที่เพ่ยซานกับจื่อเถิงพูดนั้นเป็นความจริงมั้ย และพูดต่ออีกว่าถ้าฉันเป็นหญิงรับใช้จริง เขาก็ไม่เคยคิดรังเกียจและจะยังคงเป็นเพื่อนกับฉันต่อไป ส่วนเฝิ่นลู่และคนอื่นๆก็ยืนยันเช่นกันว่าจะยังเป็นเพื่อน ขอแค่ให้ฉันพูดความจริงกับพวกเขา


    แม้ฉันจะรู้สึกทราบซึ้งใจในน้ำใจของเพื่อนๆ แต่ฉันยังคงอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด อีกทั้งยังกลัวว่าหลังจากวันนี้ไปความสัมพันธ์ของพวกเราอาจจะไม่เหมือนเดิม จิ่นเกอจึงตวาดฉันจนตกใจว่า “พูดมาสิมี่จื่อ!!!” และด้วยความตกใจฉันจึงตอบทันทีว่า “ชะ ใช่!!!”


    แต่แทนที่ทุกคนจะเสียความรู้สึกที่ฉันเป็นหญิงรับใช้ กลับกลายเป็นว่าให้ความสนใจมากขึ้นกว่าเดิม หลวนเฉินกับเฝิ่นลู่ และจิ่นเกอถึงกับทำหน้าดีใจและแปลกใจที่ฉันเป็นหญิงรับใช้ ต่างยิงคำถามเหมือนต้องการให้แน่ใจว่าฉันคือหญิงรับใช้จริงๆ


          เฝิ่นลู่ : มี่จื่อ! เจ้าเป็นหญิงรับใช้คนเดียวในจวน และเป็นคนสนิทของอาจารย์ศิษย์พี่สี่ใช่มั้ย?

           มี่จือ : ใช่!

       หลวนเฉิน : งั้นเจ้าก็เป็นคนชี้จุดที่ซ่อนไข่มุกเบญมาศใช่มั้ย?

    มี่จื่อ : นั่นก็…ไช่

        หลวนเฉิน : ฮ่าๆๆ เราเจอตัวหญิงรับใช้คนที่ไขปริศนามังกรเจ้าสำราญแล้ว ที่แท้อยู่กับพวกเรามาตลอดเลย ทำไมเจ้าไม่บอกข้าตั้งแต่แรก ปล่อยให้ข้าสงสัยอยู่ได้ตั้งนาน

           ฉิงซวง : มิน่าล่ะ! มี่จื่อถึงชอบทำตัวแปลกๆ ที่แท้ก็พยายามปิดบังเรื่องนี้นี่เอง


    เพ่ยซานกับจื่อเถิง เมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนแสดงอาการชื่นชอบฉันมากกว่ารังเกียจ จึงโวยวายใส่ทุกคนอีกว่า พากันเสียสติหลงเชื่อเรื่องโกหกที่ฉันไขปริศนามังกรเจ้าสำราญ และขู่ว่าจะไปร้องเรียนกับเจ้าสำนักให้ไล่ฉันออกไปสำนัก


    เฝิ่นลู่จึงเถียงเพ่ยซานว่า เจ้าสำนักเป็นคนพาฉันมาที่นี่ด้วยตัวเอง ก็ต้องย่อมรู้อยู่แล้วว่าฉันเป็นหญิงรับใช้ แต่คนที่สมควรถูกไล่ออกคือกันฮวามากกว่า ที่เอาเรื่องของศิษย์น้องมาพูดให้เสื่อมเสีย ส่วนฉันที่พยายามอดทน และพยายามเงียบกับเพ่ยซานและจื่อเถิงมาตลอด แต่วันนี้รู้สึกเหลืออดที่หญิงสาวทั้งสองเอาเรื่องของฉันมาแฉ


    มี่จื่อ : เพ่ยซาน จื่อเถิง ข้ารู้ว่าเจ้าสองคนเกลียดชังข้า แต่ข้าไม่ได้เกลียดเจ้า แต่ว่า!! ข้ารำคาญ!!

    เพ่ยซาน : ข้าก็รำคาญ ตั้งแต่ที่ข้าพักอยู่ห้องเดียวกับเจ้าสองคนแล้ว เพ่ยซาน จื่อเถิง!

    เลี่ยงซู : ข้าก็รู้สึกรำคาญเหมือนกัน ตั้งแต่นั่งเรียนอยู่ในห้องแล้ว


    ส่วนเพ่ยซานกับจื่อเถิงเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนไม่เข้าข้าง มิหนำซ้ำต่างรุมพูดกันว่ารำคาญ หญิงสาวทั้งสองจึงโมโหฟึดฟัดเดินออกจากเรือน และเดินมุ่งหน้าไปทางเรือนพักของกันฮวา ฉันจึงถามพวกเขาอีกครั้งว่าไม่รังเกียจฉันจริงหรือ ฉิงซวงรีบตอบทันทีว่า


         ฉิงซวง : ไม่เลย ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้าเลยมี่จื่อ

         จิ่นเกอ : มี่จื่อ เจ้าอย่าคิดมากเรื่องที่เจ้าเป็นหญิงรับใช้ ชีวิตของข้าก็ไม่ต่างจากเจ้า เพราะเดิมทีข้าเป็นลูกช่างไม้ แต่เศรษฐีเกาเอ็นดูข้าจึงรับข้าเป็นบุตรบุญธรรม

         ช่างอิ่น : ส่วนข้าต้นตระกูลเป็นชาวนา ต่อมาทำการค้าขายข้าวจนรุ่งเรือง จนมาถึงรุ่นของพ่อข้าจึงได้กลายเป็นเจ้าของตลาดใหญ่ในเมือง

       หลวนเฉิน : เอ่อ...ต้นตระกูลข้าเป็นพ่อค้าทำการค้าขายระหว่างเมือง จนมาถึงรุ่นพ่อของข้าก็ยังคงทำการค้าขายระหว่างเมืองเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มีกิจการเพิ่มขึ้นอีกอย่างคือคุ้มกันสินค้าระหว่างแคว้นกิจการเจริญก้าวหน้าดี

          เฝิ่นลู่ : หลวนเฉิน! เจ้าเกิดในตระกูลคนรวยตั้งแต่ต้น แล้วจะมาเล่าอวดทำไมมิทราบ?!

       หลวนเฉิน : ข้าแค่อยากบอกว่า ข้าไม่ได้รังเกียจเรื่องชาติตระกูลของมี่จื่อ และเพื่อนคนอื่นๆเลย แค่พวกเรายังคงเป็นเพื่อนกันก็พอใจแล้ว


    เรายังคงอยู่พูดคุยกันอีกหลายเรื่องจนกระทั่งเย็นฟ้าใกล้มืด จึงแยกย้ายกันกลับเรือน เฝิ่นลู่กับฉิงซวงจึงชักชวนเลี่ยงซูให้ย้ายมาพักเรือนเดียวกันกับเรา เพราะในห้องยังเหลือที่นอนว่างอยู่อีกหนึ่งที่ เลี่ยงซูจึงตอบตกลงแต่นางบอกว่าจะย้ายมาวันพรุ่งนี้

    ●

    ●

    ●

    หมายเหตุ

    อานฉวน แปลว่า ปลอดภัย

    เหวินเหอ แปลว่า ความดีงาม สูงส่ง สันติ

    คล้ายกับเรื่องมี่จื่อสาวใช้จำเป็น ที่คุณอ่าน

    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206