ทะลุมิติไปเป็นชายาอ๋องตกอับ

    ตอนที่ 5 แสดงตัว ข้านี่แหละพระชายาเอก

            พ่อบ้านจวนอี้อ๋องได้เข้ามารายงานว่ากงกงได้เดินทางถึงจวนพร้อมราชโองการจากฝ่า๤า๿  เมื่องเฟิงหรู่อี้ได้ยินราชโองการจากฝ่า๤า๿จึงได้ออกไปต้อนรับกงกงด้วยตนเอง  หวังกงกงหัวหน้าขันทีและคนสนิทของฝ่า๤า๿คอยรับใช้และถวายงานซึ่งกล่าวได้ว่าเป็๲คนสนิทมิควรล่วงเกินเพราะอาจสร้างปัญหาในภายหลังได้  หลินหลังผิงทราบเป็๲อย่างดีจึงมีท่าทีสงบเสงี่ยมเรียบร้อย 


             หวังกงกงได้อันเชิญพระราชโองการให้ท่านอ๋องและพระชายาเข้าร่วมงานเลี้ยงขณะทูตจากต่างเมือง   "หวังกงกง ลำบาทท่านแล้วเชิญท่านเข้าไปจิบน้ำชาสักประเดี๋ยวเทอด"    อี้อ๋องกล่าวเชื้อเชิญให้หวังกงกงเข้ามาในจวน 


            "หนูปี้  คารวะอี้อ๋องและพระชายา " หวังกงกงถวายคำนับทั้งสอง


            "หวังกงกง  อย่าได้เกรงใจไปเลย ไม่ต้องมากพิธิหรอก เชิญท่านนั่ง" อี้อ๋องกล่าวเชิญแขกคนสำคัญ


            " ท่านผู้นี้คงจะเป็๲พระชายาเอก หลินเหมยซี  หนูปี้ มีวาสนาได้พบท่านแล้ว งามสง่าสมคำร่ำลือจริงๆ"  หวังกงกงกล่าวชื่นชม


            หลินหลังผิงมอง พี่สาวต่างมารดาด้วยใจริษยาหนักกว่าเดิม เนื่องด้วยหวังกงกงมิได้กล่าวทักทายนางแต่อย่างใด แต่กล่าวทักทายเพียงแค่หลินเหมยซีผู้เดียว  นางจึงต้องแสดงตัวตนว่านางก็เป็๲ชายาอ๋องอี้เหมือนกัน


            "คารวะหวังกงกง ข้าชายารองอี้อ๋อง หลินหลังผิง"  หวังกงกงลืมนางเสียสนิทจึงได้ลุกขึ้นคารวะ


            "หนูปี้ คารวะชายารอง"  หลินหลังผิงอยากกรี้ดร้องแต่ต้องเก็บอารมณ์ตัวเองไว้ ไม่อาจเสียมารยาทต่อหน้าอี้อ๋องได้  แม้ในใจจะริษยาเพียงใดก็ตาม ยิ่งได้ยินว่าฝ่า๤า๿มีราชโองการให้อี้อ๋องและพระชายาเอกเข้าร่วมงานเลี้ยงนางก็แทบนั่งไม่ติด


            หลินเหมยซีเห็นปฏิกิริยาทุกอย่างของน้องสาวต่างมารดาก็นึกขำในใจ  "โธ่ถัง คงโกรธจนแทบอยากลงไปนอนดิ้นมากแล้วแน่ๆเลย สมน้ำหน้านัก"

            

            หลังจากหวังกงกงได้เดินทางกลับวังหลวง  หลินหลังผิงเก็บอารมณ์ขุ่นมั่วไว้ไม่อยู่    "อี้อ๋องเพคะ หม่อนชั้นอยากไปร่วมงานเลี้ยงรับคณะทูตด้วยได้หรือไม่เพคะ  หม่อนชั้นอยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างนะเพคะ   อยู่แต่ในจวนอึดอัดจะแย่แล้ว"     หลินหลังผิงกล่าวออดอ้อนอี้อ๋องขอติดตามเข้าวังหลวงด้วย


            แต่อี้อ๋องกล่าวว่า  "ไม่มีราชโองการให้เ๽้าเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย ข้าจะพาเ๽้าไปได้เยี่ยงไรกัน"    นางแสดงอาการไม่พอใจเป็๲อย่างมากกล่าวหาว่าเหมยซีเข้าไปได้ ตัวนางกลับเข้าไม่ได้ทั้งทีก็เป็๲ชายาเหมือนกัน ทำให้อี้อ๋องโกรธเพราะนางเริ่มไม่รู้ความความแตกต่างระหว่างชายาเอกกับชายารองและราชโองการก็ได้กำชับให้มีเพียงตนและพระชายาเอกเท่านั้นที่เข้าร่วมงานสำคัญของบ้านเมืองได้


            อี้อ๋องตำหนิ  "ข้านึกว่าเ๽้าจะรู้ความว่าอะไรควรมิควร  แต่เ๽้ากลับแสดงอาการไม่พึ่งพอใจออกมาเยี่ยงนี้ ข้าไม่รู้มาก่อนเลย"    อี้อ๋องหงุดหงิดคร้านจะคุยได้แต่เดินออกจากไป  ทิ้งนางไว้กับความโมโหเกรี้ยวกราดพานใส่สาวใช้สวนตัว 


            หลินเหมยซีได้แต่มองและถอนใจ  "น้องหญิงควรรู้จักระงับอารมณ์ของตนไว้บ้างก็ดีนะ  นานไปผู้ชายเขาจะเบื่อเอา พี่หญิงเตือนด้วยความหวังดี ที่นี้เ๽้าคงจะเข้าใจสถานะของตนระหว่างชายาเอกและชายารองนะ"  หลินเหมยซีเหยียดยิ้มให้นาง  


            "ท่านพี่หญิงข้าเข้าใจดีถึงความแตกต่างระหว่างชายาเอกและชายารอง    ชายาเอกก็เปรียบเสมือนของไหว้ที่มีไว้เผื่อตั้งโชว์แต่ไม่สามารถแตะต้องได้เช่นท่านพี่    ที่ได้แต่นอนกอดหมอนอย่างเดียวดาย๻ั้๹แ๻่แต่งเข้าจวน.....  ส่วนข้าต้องเหนื่อยกับการปรนนิบัตรอี้อ๋องในตอนกลางคืน หึหึ คืนนี้ก็คงไม่ต่างออกไป"  นางกล่าวเยาะเย้ยเหมยซีว่าเป็๲นางเฝ้าหอ


            "โอ้ยหล่อน!!!....... ใครจะอยากเข้าร่วมหอกับคนไร้หัวใจ     ใจจืดใจดำนักเล่าอยากกอดก่ายก็ตามใจสิยะ"    หลินเหมยซีได้แต่กรอกตามองบน  ซือหยาเห็นผู้เป็๲นายโดนพูดถึงขนาดนั้นก็พลันเป็๲ห่วงความรู้สึกจึงได้แต่คะยั้นคะยอให้นายกลับห้อง    แต่หารู้มั้ยหลิยเหมยซีกลับสบายใจเสียอีกที่ไม่ได้เข้าหอกับชายที่ไม่ได้รัก 


            หลินเหมยซีสะบัดหน้าเดินหันหลังให้นางแบบไม่แคร์คำพูดอันใด  ทำให้นางยิ่งประหลาดใจกับฟฤติกรรมที่เปลี่ยนไปทั้งด้านนิสัยและคำพูดจา  แม้บางครั้งนางจะพูดบางอย่างออกมาที่ไม่เข้าใจก็ตาม  แต่นางก็คิดว่าคงเป็๞เพราะถูกโปยทำให้สติฟั่นเฟือนกล้าสู้คนขึ้นมากระมัง  ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจและสั่งให้สาวใช้จับตามองอยู่เป็๞ระยะ