พ่อบ้านจวนอี้อ๋องได้เข้ามารายงานว่ากงกงได้เดินทางถึงจวนพร้อมราชโองการจากฝ่าา เมื่องเฟิงหรู่อี้ได้ยินราชโองการจากฝ่าาจึงได้ออกไปต้อนรับกงกงด้วยตนเอง หวังกงกงหัวหน้าขันทีและคนสนิทของฝ่าาคอยรับใช้และถวายงานซึ่งกล่าวได้ว่าเป็คนสนิทมิควรล่วงเกินเพราะอาจสร้างปัญหาในภายหลังได้ หลินหลังผิงทราบเป็อย่างดีจึงมีท่าทีสงบเสงี่ยมเรียบร้อย
หวังกงกงได้อันเชิญพระราชโองการให้ท่านอ๋องและพระชายาเข้าร่วมงานเลี้ยงขณะทูตจากต่างเมือง "หวังกงกง ลำบาทท่านแล้วเชิญท่านเข้าไปจิบน้ำชาสักประเดี๋ยวเทอด" อี้อ๋องกล่าวเชื้อเชิญให้หวังกงกงเข้ามาในจวน
"หนูปี้ คารวะอี้อ๋องและพระชายา " หวังกงกงถวายคำนับทั้งสอง
"หวังกงกง อย่าได้เกรงใจไปเลย ไม่ต้องมากพิธิหรอก เชิญท่านนั่ง" อี้อ๋องกล่าวเชิญแขกคนสำคัญ
" ท่านผู้นี้คงจะเป็พระชายาเอก หลินเหมยซี หนูปี้ มีวาสนาได้พบท่านแล้ว งามสง่าสมคำร่ำลือจริงๆ" หวังกงกงกล่าวชื่นชม
หลินหลังผิงมอง พี่สาวต่างมารดาด้วยใจริษยาหนักกว่าเดิม เนื่องด้วยหวังกงกงมิได้กล่าวทักทายนางแต่อย่างใด แต่กล่าวทักทายเพียงแค่หลินเหมยซีผู้เดียว นางจึงต้องแสดงตัวตนว่านางก็เป็ชายาอ๋องอี้เหมือนกัน
"คารวะหวังกงกง ข้าชายารองอี้อ๋อง หลินหลังผิง" หวังกงกงลืมนางเสียสนิทจึงได้ลุกขึ้นคารวะ
"หนูปี้ คารวะชายารอง" หลินหลังผิงอยากกรี้ดร้องแต่ต้องเก็บอารมณ์ตัวเองไว้ ไม่อาจเสียมารยาทต่อหน้าอี้อ๋องได้ แม้ในใจจะริษยาเพียงใดก็ตาม ยิ่งได้ยินว่าฝ่าามีราชโองการให้อี้อ๋องและพระชายาเอกเข้าร่วมงานเลี้ยงนางก็แทบนั่งไม่ติด
หลินเหมยซีเห็นปฏิกิริยาทุกอย่างของน้องสาวต่างมารดาก็นึกขำในใจ "โธ่ถัง คงโกรธจนแทบอยากลงไปนอนดิ้นมากแล้วแน่ๆเลย สมน้ำหน้านัก"
หลังจากหวังกงกงได้เดินทางกลับวังหลวง หลินหลังผิงเก็บอารมณ์ขุ่นมั่วไว้ไม่อยู่ "อี้อ๋องเพคะ หม่อนชั้นอยากไปร่วมงานเลี้ยงรับคณะทูตด้วยได้หรือไม่เพคะ หม่อนชั้นอยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างนะเพคะ อยู่แต่ในจวนอึดอัดจะแย่แล้ว" หลินหลังผิงกล่าวออดอ้อนอี้อ๋องขอติดตามเข้าวังหลวงด้วย
แต่อี้อ๋องกล่าวว่า "ไม่มีราชโองการให้เ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย ข้าจะพาเ้าไปได้เยี่ยงไรกัน" นางแสดงอาการไม่พอใจเป็อย่างมากกล่าวหาว่าเหมยซีเข้าไปได้ ตัวนางกลับเข้าไม่ได้ทั้งทีก็เป็ชายาเหมือนกัน ทำให้อี้อ๋องโกรธเพราะนางเริ่มไม่รู้ความความแตกต่างระหว่างชายาเอกกับชายารองและราชโองการก็ได้กำชับให้มีเพียงตนและพระชายาเอกเท่านั้นที่เข้าร่วมงานสำคัญของบ้านเมืองได้
อี้อ๋องตำหนิ "ข้านึกว่าเ้าจะรู้ความว่าอะไรควรมิควร แต่เ้ากลับแสดงอาการไม่พึ่งพอใจออกมาเยี่ยงนี้ ข้าไม่รู้มาก่อนเลย" อี้อ๋องหงุดหงิดคร้านจะคุยได้แต่เดินออกจากไป ทิ้งนางไว้กับความโมโหเกรี้ยวกราดพานใส่สาวใช้สวนตัว
หลินเหมยซีได้แต่มองและถอนใจ "น้องหญิงควรรู้จักระงับอารมณ์ของตนไว้บ้างก็ดีนะ นานไปผู้ชายเขาจะเบื่อเอา พี่หญิงเตือนด้วยความหวังดี ที่นี้เ้าคงจะเข้าใจสถานะของตนระหว่างชายาเอกและชายารองนะ" หลินเหมยซีเหยียดยิ้มให้นาง
"ท่านพี่หญิงข้าเข้าใจดีถึงความแตกต่างระหว่างชายาเอกและชายารอง ชายาเอกก็เปรียบเสมือนของไหว้ที่มีไว้เผื่อตั้งโชว์แต่ไม่สามารถแตะต้องได้เช่นท่านพี่ ที่ได้แต่นอนกอดหมอนอย่างเดียวดายั้แ่แต่งเข้าจวน..... ส่วนข้าต้องเหนื่อยกับการปรนนิบัตรอี้อ๋องในตอนกลางคืน หึหึ คืนนี้ก็คงไม่ต่างออกไป" นางกล่าวเยาะเย้ยเหมยซีว่าเป็นางเฝ้าหอ
"โอ้ยหล่อน!!!....... ใครจะอยากเข้าร่วมหอกับคนไร้หัวใจ ใจจืดใจดำนักเล่าอยากกอดก่ายก็ตามใจสิยะ" หลินเหมยซีได้แต่กรอกตามองบน ซือหยาเห็นผู้เป็นายโดนพูดถึงขนาดนั้นก็พลันเป็ห่วงความรู้สึกจึงได้แต่คะยั้นคะยอให้นายกลับห้อง แต่หารู้มั้ยหลิยเหมยซีกลับสบายใจเสียอีกที่ไม่ได้เข้าหอกับชายที่ไม่ได้รัก
หลินเหมยซีสะบัดหน้าเดินหันหลังให้นางแบบไม่แคร์คำพูดอันใด ทำให้นางยิ่งประหลาดใจกับฟฤติกรรมที่เปลี่ยนไปทั้งด้านนิสัยและคำพูดจา แม้บางครั้งนางจะพูดบางอย่างออกมาที่ไม่เข้าใจก็ตาม แต่นางก็คิดว่าคงเป็เพราะถูกโปยทำให้สติฟั่นเฟือนกล้าสู้คนขึ้นมากระมัง ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจและสั่งให้สาวใช้จับตามองอยู่เป็ระยะ