เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 78 สวีทหวานตามประสาคนมีเมีย

            “จางเหมยหัวหน้าเลขาของพี่ชายเธอ” ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกแปลกใจ “เธอไม่รู้จัก?”

            “ฉันเคยไปบริษัทพี่แค่ไม่กี่ครั้งนอกจากเสี่ยวตงผู้ช่วยของเขา ฉันก็ไม่รู้จักใครเลยอีกอย่างพี่ชายฉันเปลี่ยนเลขาออกจะบ่อย”

            พูดจบ อยู่ๆ ซูเจี่ยนอันก็หันหน้ามองลู่เป๋าเหยียน

            “ว่าแต่นักธุรกิจแบบพวกนายนี่ชอบหาเลขาสาวๆ สวยๆ กันงั้นเหรอ”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม“พรุ่งนี้เธอตามฉันไปที่บริษัทเดี๋ยวก็รู้”

            เหอะซูเจี่ยนอันกระแทกเสียงก่อนจะเดินขึ้นรถบริการไปกับลู่เป๋าเหยียน

            “สวัสดีค่ะ ผอ.ลู่”จางเหมยทักทายลู่เป๋าเหยียนอย่างมีมารยาทจากนั้นจึงโค้งศีรษะลงเล็กน้อยให้ซูเจี่ยนอัน “สวัสดีค่ะคุณหนูซู ดิฉันชื่อจางเหมยเป็นเลขาของผอ.ซูค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันปรายตามองซูอี้เฉิงหนึ่งทีดูท่าเขาคงไม่คิดจะแนะนำจางเหมยให้เธอรู้จัก

            แต่ก็ไม่แปลกหลายปีมานี้พี่ชายเธอเปลี่ยนแฟนมาก็หลายคนนอกเสียจากเวลาที่เธอบังเอิญเจอเขากับแฟนสาวตอนกำลังเดตกันเขาไม่เคยคิดจะแนะนำพวกเธอให้รู้จักเลยไม่แม้แต่จะบอกอีกฝ่ายด้วยซ้ำว่าเธอคือน้องสาวของเขา

            ไม่รู้ว่าเพราะเขาสนใจที่เธอเป็นเพื่อนกับลั่วเสี่ยวซีหรือเพราะเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องแนะนำให้มากความกันแน่

            แต่การที่เป็นแบบนี้มันทำให้เธอกลับยิ่งสบายใจเพราะอย่างน้อยก็หมายความว่า หญิงสาวที่กำลังเดตกับเขาอยู่ในตอนนี้ไม่มีทางมาเป็นพี่สะใภ้ของเธออย่างแน่นอน

            ส่วนคุณจางเหมยคนนี้บรรยากาศระหว่างเธอกับซูอี้เฉิงไม่ได้ดูสนิทสนมแต่ก็ไม่ได้เหินห่างเท่าที่เธอวิเคราะห์จากนิสัยของพี่แล้ว เขากับจางเหมยคงไม่ใช่แค่เลขากับเจ้านายธรรมดาแต่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขาถึงขั้นไหนแล้ว

            ซูเจี่ยนอันยิ้มและตอบอย่างมีมารยาท

            “สวัสดีค่ะคุณจางเรียกฉันว่าเจี่ยนอันก็ได้ค่ะ”

            รถบริการเริ่มเคลื่อนตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามเทนนิส

            อากาศบนยอดเขาช่างสดชื่นบริสุทธิ์เมื่อทอดสายตาออกไป ก็จะเห็นภาพของทิวเขาที่เรียงตัวไล่ระดับสูงต่ำและป่าไม้สีเขียวขจีที่อยู่รายล้อม

            รถค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านแมกไม้เขียวชอุ่มนานๆ ทีจะมีแสงแดดสีทองอ่อนสาดส่องเล็ดลอดผ่านใบไม้ลงมา สายลมที่พัดผ่านไม่มีความหนาวเย็นของฤดูใบไม้ผลิอีกต่อไปแต่ในขณะนี้กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศของฤดูร้อนที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

            ณสนามเทนนิสกลางแจ้งขนาดใหญ่คนที่มาถึงก่อนต่างนั่งรออยู่ใต้ร่มกันแดดพลางคุยกันฆ่าเวลา

            เสิ่นเยว่ชวนมู่ซือเจวี๋ย ผู้จัดการของ HC กับคู่ควงของเขา และ...ฉินเว่ยกับลั่วเสี่ยวซี

            รถบริการจอดลงที่หน้าทางเข้าสนามเทนนิสชายหนุ่มทั้งสองลงจากรถก่อนจากนั้นจึงยื่นมือมาประคองคู่ควงของตนอย่างเป็นสุภาพบุรุษซูเจี่ยนอันจับมือลู่เป๋าเหยียนแน่น พลางส่งสายตาทำนองว่าอย่าเพิ่งไปให้กับเขา

            เธออยากรู้ว่าถ้าพี่ชายเห็นลั่วเสี่ยวซีอยู่กับฉินเว่ยจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

            เมื่อซูอี้เฉิงกวาดสายตามองไปรอบๆเขาก็เห็นลั่วเสี่ยวซีกับฉินเว่ยที่นั่งอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ว่าฉินเว่ยกำลังพูดอะไรคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างลั่วเสี่ยวซีถึงได้หัวเราะเสียงดังพลางตีไหล่ฉินเว่ยเบาๆจากนั้นจึงก้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาอย่างสนิทสนม ดูอย่างไรทั้งสองคนก็ไม่เหมือนคนที่เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น

            การร่วมมือกันระหว่างตระกูลลั่วกับตระกูลฉินเรื่องที่ทายาทของทั้งสองตระกูลกำลังเริ่มต้นพัฒนาความสัมพันธ์กันนั้น ซูอี้เฉิงเองก็ได้ยินมาบ้าง

            แต่เมื่อได้มาเห็นกับตาแววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันประชดประชัน

            จางเหมยยิ้มพลางพูดว่า“ท่าทางคุณชายตระกูลฉินกับคุณลั่วจะเข้ากันได้ดีนะคะ”

            ซูอี้เฉิงยกมุมปากแย้มยิ้มอย่างไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเขาเบนสายตาออกจากภาพตรงหน้าราวกับไม่ได้ใส่ใจอะไร จากนั้นจึงเดินเข้าสนามเทนนิสไป

            ซูเจี่ยนอันเห็นดังนั้นก็มึนตึ้บเธอคล้องแขนลู่เป๋าเหยียนโดยไม่รู้ตัว

            “พี่ชายฉันทำแบบนี้...หมายว่ายังไงอ่ะ?”

            ที่ซูอี้เฉิงออกปากของร้องลู่เป๋าเหยียนให้รับลั่วเสี่ยวซีเข้าสังกัดเพื่อทำให้ความฝันที่จะเป็นนางแบบของลั่วเสี่ยวซีเป็นจริงนั่นก็เพราะแคร์ความรู้สึกของลั่วเสี่ยวซีไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมพอเห็นลั่วเสี่ยวซีกับฉินเว่ยคุยกันจี๋จ๋าขนาดนั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยล่ะ?

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มบาง“คนอย่างพี่ชายเธอ ถึงใบหน้าจะไม่แสดงออก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในจะไม่รู้สึกอะไรเข้าใจไหม”

            ซูเจี่ยนอันมองลู่เป๋าเหยียนอย่างงุนงงเธอพยักหน้า แต่แล้วก็ส่ายหน้า

            “เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจอ่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจ“อีกหน่อยเธอจะเข้าใจเอง”

            ซูเจี่ยนอันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจและเดินตามลู่เป๋าเหยียนเข้าสนามไป ไม่ว่าเธอจะเข้าใจหรือไม่ซูอี้เฉิงก็คงไม่ฟังคำเตือนของเธออยู่ดี

            ในสนามลั่วเสี่ยวซีเองก็เห็นซูอี้เฉิงกับจางเหมยแล้ว แต่เธอก็แค่รู้สึกแปลกใจที่เขาก็มาที่นี่เธอยังคงพูดคุยยิ้มแย้มกับฉินเว่ยราวกับไม่สนใจว่าเขาจะเปลี่ยนคู่ควงคนใหม่อีกแล้วแม้แต่ปรายตามองซูอี้เฉิงอีกสักนิดเธอก็ไม่ทำ

            ทั้งที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงหาโอกาสเข้าไปทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างแน่นอน

            ฉินเว่ยเองก็รู้สึกแปลกใจเขายิ้มพลางเล่นละครทำเป็นกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานพลางพูดเสียงต่ำ

            “รู้หรือเปล่าว่าคนที่ซูอี้เฉิงพามาด้วยคือใครเธอคนนั้นเป็นหัวหน้าเลขาคนใหม่ของเขา อืม...สวยเหมือนกันนะเนี่ย”

            “ชิ”ลั่วเสี่ยวซีสะบัดเสียงพลางปอกเปลือกพิสตาชิโอ “ฉันขี้เกียจจะมองถึงจะเปลี่ยนอีกกี่คนก็มาสไตล์เดิมเหมือนกับสูทของเขานั่นแหละ เปลี่ยนแค่เปลือกนอกไส้ในก็เหมือนเดิม”

            ฉินเว่ยหัวเราะเสียงดัง

            ลั่วเสี่ยวซีพูดต่อ“จะว่าไป ถ้าเป็นเรื่องควงสาว ซูอี้เฉิงเทียบนายไม่ติดเลยนายนี่ตั้งแต่แนวโลลิคอนยันสาวแม่ม้าย นางพยาบาลยันแอร์โฮสเตส สาวน้อยแอ๊บแบ้วยันสาวใหญ่รุ่นพี่สไตล์ไม่เคยซ้ำกันเลย แต่เขากลับชอบแต่แนวผู้หญิงเก่งที่รู้จักออดอ้อนนายว่าเขาไม่เบื่อบ้างหรือไง”

            ฉินเว่ยปอกเปลือกพิสทาชิโอแล้วส่งให้ลั่วเสี่ยวซี

            “อย่าไปว่าเขาแบบนั้นเขานี่ระดับเทพเลยนะผู้หญิงเก่งที่รู้จักออดอ้อนคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสาวน้อยแอ๊บแบ้วกับสาวทำงานเก่งเขาคบแค่คนเดียว แต่ได้สัมผัสรสชาติที่หลากหลาย แถมยังได้เลขาไว้ใช้งานอีก แหมยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวสมแล้วที่เป็นนักธุรกิจหนุ่มมือฉกาจความสามารถเทียบเคียงกับลู่เป๋าเหยียน”

            กรุบ!ลั่วเสี่ยวซีเคี้ยวพิสทาชิโอขณะเงยหน้ากวาดตามองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจสิ่งที่ฉินเว่ยได้กล่าว

            ที่จริงเธอก็เริ่มชินชาแล้วสิบกว่าปีมานี้ ซูอี้เฉิงเปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้า เธอเองก็เคยเจอพวกเธอมาเกือบหมดแต่ถ้าจะให้มานั่งเสียใจทุกครั้งที่เจอแล้วล่ะก็ หัวใจเธอคงช้ำในตายไปแล้ว

            เสิ่นเยว่ชวนเห็นทุกคนมากันครบแล้วจึงลุกขึ้นมาวอร์มอัพยืดกล้ามเนื้อ

            “เริ่มเล่นกันเถอะ”

            ซูเจี่ยนอันดึงชายเสื้อลู่เป๋าเหยียน“ช่วยจัดให้คู่พี่ชายฉันแข่งกับคู่ของเสี่ยวซีได้หรือเปล่า”

            ลู่เป๋าเหยียนรู้ดีว่าซูเจี่ยนอันกำลังคิดจะทำอะไร

            “ฉันได้ยินมาว่าพี่ชายเธอกับเลขาของเขาเล่นเทนนิสไม่เลวเลย”

            “อื้อ งั้นยิ่งน่าสนุก”ซูเจี่ยนอันยิ้ม “ลั่วเสี่ยวซีเองก็เล่นเทนนิสเก่งมากถ้าพวกเขาแข่งกันต้องมันส์แน่ๆ! เสี่ยวซีคงไม่อ่อนข้อให้จางเหมยแน่นอน”

            ลู่เป๋าเหยียนทำตามที่เธอบอกแมตช์แรกจึงเป็นการแข่งขันระหว่างคู่ของเขากับซูเจี่ยนอันและเสิ่นเยว่ชวนกับมู่ซือเจวี๋ย

            เสิ่นเยว่ชวนหยิบแร็กเกตขึ้นมาพลางปรายตามองซูเจี่ยนอัน

            “พวกเราสองคนแข่งกับพวกนายจะดูไม่ยุติธรรมหรือเปลา”

            ซูเจี่ยนอันพยักหน้าเห็นด้วย“ไม่ยุติธรรมสุดๆ เลย”

            “ใช่มะ”เสิ่นเยว่ชวนพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ที่จริงผม...”

            ซูเจี่ยนอันตบไหล่เสิ่นเยว่ชวนเบาๆเสิ่นเยว่ชวนนึกว่าเธอจะบอกเขาว่าไม่เป็นไร แต่เธอกลับพูดขึ้นว่า

            “งั้นฉันคงต้องขอโทษคุณไว้ก่อนละกันนะ”

            พูดจบเธอก็วิ่งจากไปเสิ่นเยว่ชวนนิ่งงันไปสักพักแล้วถึงเข้าใจว่า ที่แท้ซูเจี่ยนอันต้องการบอกว่าคนที่จะรู้สึกไม่ยุติธรรมคือเขากับมู่ซือเจวี๋ย!

            ให้ตายเห็นหน่วยก้านของมู่ซือเจวี๋ยแล้ว เธอยังไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน!

            ซูเจี่ยนอันยื่นแร็กเกตให้ลู่เป๋าเหยียนจากนั้นจึงเริ่มปรึกษากันว่าใครจะคุมโซนไหน ลู่เป๋าเหยียนไม่คัดค้าน

            “เอาตามที่เธอว่า”

            “นายเชื่อใจฉัน?” ซูเจี่ยนอันพูดกึ่งล้อเล่น“เกิดแผนฉันพลาดขึ้นมาล่ะ?”

            “พลาดก็ไม่เป็นไร”ลู่เป๋าเหยียนพูดอย่างสบายอารมณ์ “เพราะฉันเก่ง”

            “...”นี่ใช่ไหมที่เรียกว่ากร่าง!?

            เสียงนกหวีดดังขึ้นให้สัญญาณเริ่มการแข่งขันลูกเทนนิสสีเขียวลอยวาดเส้นโค้งไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกคนต่างคิดว่าเสิ่นเยว่ชวนและมู่ซือเจวี๋ยคงชนะคู่สามีภรรยาลงได้อย่างสบายๆ ทว่าหลังการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นได้ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มรู้สึกว่าชัยชนะจะเป็นของใครนั้นยังไม่แน่นอน

            นั่นก็เพราะว่าลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันเล่นเข้าขากันได้ดีเหลือเกิน

            ถึงเรื่องพละกำลังทางเสิ่นเยว่ชวนและมู่ซือเจวี๋ยจะได้เปรียบแต่ลู่เป๋าเหยียนเองก็ไม่น้อยหน้า เรื่องเทคนิคแล้วเขาทำได้ดีกว่าสองคนนั้นอยู่เล็กน้อยแถมพวกเขาเองก็ไม่กล้าตีลูกแรงๆ ใส่ซูเจี่ยนอันเพราะเกรงใจที่เธอเป็นผู้หญิงส่วนซูเจี่ยนอันเองเทคนิคก็ไม่เป็นสองรองใคร เธอแรงเยอะกว่าผู้หญิงทั่วไปอยู่มากและที่ร้ายที่สุดคือ เธอกับลู่เป๋าเหยียนเล่นเข้าคู่กันได้ดีราวปาฏิหาริย์

            การแข่งขันดำเนินไปได้ครึ่งชั่วโมงกว่าทั้งสองคนแบ่งกันรับซ้ายขวาหน้าหลังอย่างชัดเจนแต่เมื่อลูกตกลงตรงกลางคอร์ทลู่เป๋าเหยียนและซูเจี่ยนอันก็ผลัดกันรับโดยไม่แย่งลูกกันแม้แต่ครั้งเดียวราวกับต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าใครจะเป็นคนออกไปรับลูกนั้น

            ขณะที่ทางด้านของเสิ่นเยว่ชวนและมู่ซือเจวี๋ยไม่ว่าลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันจะตีลูกที่รับยากแค่ไหนพวกเขาก็รับได้หมดแต่ดันชอบแย่งตีลูกกันเอง ทำให้พลาดเสียคะแนนไปหลายครั้ง

            เมื่อการแข่งขันครึ่งแรกจบลงชายหนุ่มร่างโตทั้งสองกลับเป็นฝ่ายตามหลัง พวกเขาโยนลูกเทนนิสให้พนักงานข้างสนามจากนั้นก้มตัวกุมเข่าหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยผิดกับทางด้านลู่เป๋าเหยียนที่ดูสบายๆ

            “เหนื่อยไหม”ลู่เป๋าเหยียนรับแร็กเกตจากซูเจี่ยนอันส่งให้พนักงานและรับขวดน้ำเปล่าที่มีคนยื่นมาเปิดขวดส่งให้ซูเจี่ยนอัน

            “ฝีมือของคุณนายลู่ทำให้ผมแปลกใจ”

            “คุณนายลู่เองก็ขอชื่นชมคุณลู่นะคะว่าเล่นได้ไม่เลวทีเดียว” ซูเจี่ยนอันยิ้ม จากนั้นจึงยกน้ำขึ้นดื่มไปหลายอึกเธอสังเกตเห็นเหงื่อที่ไหลลงมาตามแนวหน้าผากของเขา

            “นายเหงื่อออก”

            เธอหยิบผ้าขนหนูจากนั้นจึงใช้มันซับเหงื่อให้กับลู่เป๋าเหยียน

            ผ้าขนหนูสี่เหลี่ยมจัตุรัสผืนเล็กค่อยๆซึมซับหยดเหงื่อบนหน้าผากของเขาการกระทำของเธอดูเป็นธรรมชาติราวกับเคยทำแบบนี้มานับล้านครั้งลู่เป๋าเหยียนถึงกับนิ่งงัน เขามองสีหน้าจริงจังของเธอ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกดีอย่างประหลาด

            คนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเสิ่นเยว่ชวนถึงกับทนไม่ไหว

            “พวกนายสร้างความบอบช้ำให้ฉันยังไม่พอชนะในเกมก็แล้วไป แต่นี่ยังจะมาโชว์สวีทหวานต่อหน้าฉันอีกเรอะ!”

            คนที่นั่งชมอยู่ข้างสนามอย่างซูอี้เฉิงถึงกับถอนหายใจพลางบ่น

            “ที่เขาว่ากันว่าลูกสาวมักจะเป็นของคนอื่นท่าจะจริง เจี่ยนอันเล่นเทนนิสกับฉันมาตั้งหลายครั้งแต่เธอไม่เคยช่วยเช็ดเหงื่อให้ฉันสักครั้งเลย”

            มีเพียงซูเจี่ยนอันเท่านั้นที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตนกำลังใกล้ชิดกับลู่เป๋าเหยียนมากแค่ไหนเธอค่อยๆ เช็ดเหงื่อให้เขาทุกซอกทุกมุม เมื่อเช็ดเสร็จแล้วจึงพูดว่า

            “เริ่มแข่งครื่งหลังกันเถอะ”

            ลู่เป๋าเหยียนหยิบแร็กเกตจากนั้นจึงให้สัญญาณสลับฝั่งกับมู่ซือเจวี๋ย ขณะที่พวกเขาเดินสวนกัน ลู่เป๋าเหยียนก็ได้รับสายตาริษยาอาฆาตจากเสิ่นเยว่ชวนมาเต็มๆ

            เขายกมุมปากยิ้มอิจฉาริษยาแล้วได้อะไร?

            อิจฉาไปก็ไม่ได้เมียมานอนกอดสักหน่อย

            ครึ่งหลังทางมู่ซือเจวี๋ยและเสิ่นเยว่ชวนเล่นเข้าขากันดีมากขึ้นพวกเขาแย่งลูกกันน้อยลง ทว่าทางซูเจี่ยนอันกับลู่เป๋าเหยียนเองยิ่งเล่นก็ยิ่งเข้าคู่กันได้ดีพวกเขาสบตากันเป็นครั้งคราวขยันสร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับเสิ่นเยว่ชวนอย่างไม่หยุดหย่อน สุดท้ายชายหนุ่มร่างโตทั้งสองจึงพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย

            “พวกเราชนะแล้ว?”ซูเจี่ยนอันมองลู่เป๋าเหยียนอย่างไม่อยากเชื่อ “ชนะแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?”

            เธอคาดหวังไว้ว่าอย่างดีที่สุดพวกเธอคงทำได้แค่เสมอแต่สุดท้ายพวกเธอกลับเอาชนะสองคนนั้นได้

            ลู่เป๋าเหยียนลูบหัวเธอเบาๆจากนั้นจึงให้คำยืนยัน

            “พวกเราชนะแล้ว”

            ซูเจี่ยนอันพุ่งเข้าไปกอดลู่เป๋าเหยียนอย่างดีใจลู่เป๋าเหยียนอึ้งไป จากนั้นจึงยิ้มออกมาและกอดตอบคนที่กำลังดีใจสุดๆ ตรงหน้า

            “เฮ้ๆๆ”เสิ่นเยว่ชวนปิดตา “ให้ตายฉันก็จะไม่แข่งกับพวกนายอีกแล้ว”

            “ฉันว่ามันแปลกๆ”มู่ซือเจวี๋ยมองซูเจี่ยนอันพลางกล่าว“เธอดูไม่เหมือนคนที่แต่งงานกับลู่เป๋าเหยียนเพื่อผลประโยชน์สักนิดเธอดูบริสุทธิ์ใจกับลู่เป๋าเหยียนขนาดนี้ อีกหน่อยร้านสาขาเมือง A ของฉันจะต้อนรับแต่คนแบบเธอเท่านั้น”

            “ถ้าไม่พูดนี่ฉันคงลืมไปเลยว่ามีเรื่องจะถามนายทำไมอยู่ๆ ถึงคิดจะเปิดร้านสาขาที่เมือง A? ร้านดั้งเดิมของนายอยู่ที่เมือง G นายเคยบอกว่าไม่คิดจะหาเงินจากธุรกิจนี้นี่” เสิ่นเยว่ชวนถามอย่างข้องใจ

            “หาเงินอะไรขาดทุนชัวร์ๆ” มู่ซือเจวี๋ยยิ้มเย็น “แค่เพราะเมียบอกว่าชอบกินคนบางคนเลยสั่งให้ฉันเปิดร้านสาขาที่เมืองนี้น่ะสิ ทำเลเขาหาขาดทุนเขาก็ยอมช่วยโปะ”

            “พอๆๆ”เสิ่นเยว่ชวนกุมขมับ “ถ้านายพูดต่อฉันคงได้กระอักเลือดตายแน่ๆ!”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405