ทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน

    ตอนที่ 49 ความวุ่นวายของร้านกินผลไม้ไม่อั้น

    ตอนที่ 49 ความวุ่นวายของร้านกินผลไม้ไม่อั้น

            ทางจังหวัดจัดงานปีใหม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ แต่ร้านกินผลไม้ไม่อั้นหนึ่งชั่วโมงมีชื่อเสียงดังกระฉ่อนเพียงแค่ภายในวันเดียวเท่านั้น คนที่อิจฉาร้านเธอก็ทำได้เพียงแค่อิจฉาและมองดูลูกค้าของเธอเท่านั้น

            บางร้านก็มาอุดหนุนขอซื้อผลไม้จากร้านเธอไปนั่งกินระหว่างรอลูกค้าเข้าร้านและผลไม้ของสวนม่านฟ้าก็อร่อยสุดๆไปเลย

            ลูกค้าฝรั่งตาน้ำข้าวเริ่มโผล่มาให้ม่านฟ้าเห็นมากขึ้น แต่คนจีนมากันไม่หยุดแถมหน้าเดิมๆทั้งนั้น

            ตอนที่ม่านฟ้าไปเข้าห้องน้ำ เธอเห็นว่ามีคนมาทะเลาะที่ร้านเล่นเอาปั่นป่วนไปหมด

            ม่านฟ้าโมโหมาก ไอ้เวรหน้าไหนเล่นไม่ซื่อ ส่งคนมาป่วนร้านเธอเนี่ย!

            ม่านฟ้าสั่งคนให้ไปจับตัวพวกมันทั้งหมดมา 

            ก่อนบำนาญจะออกไป ม่านฟ้าชี้ไปที่พวกนักเลงและทำท่าปาดคออย่างมีความหมายว่า

            อัดพวกมันให้เดี้ยง!

            บำนาญเข้าใจอย่างถ่องแท้  “รับทราบครับคุณหนู ไว้ใจผมได้เลย”

            บำนาญพาพวกกลุ่มคนที่มาป่วนร้านเธอออกจากงาน เมื่อเขาพาพวกมันออกห่างจากงานมากพอแล้ว เขาก็ให้ทุกคนกระทืบจนพวกมันต้องขอความเมตตา แต่ถึงขอร้องอ้อนวอนยังไง พวกเขาก็ยังจะกระทืบต่อไป! ใครใช้ให้พวกเอ็งมาหาเรื่องคนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือฮะ?

            เมื่อพวกมันสภาพ พวกเขาก็หิ้วพวกมันไปให้เจ้าหน้าที่ของเจ้าเมือง

            บำนาญข่มขู่  “รู้ใช่ไหมว่าพวกแกจะเจออะไรถ้าไม่พูดออกมา รอบหน้า...ถ้าฉันรู้ว่าแกโกหกพวกเจ้าหน้าที่ ฉันจะจับพวกแกไปเป็นอาหารหมีหลังเขาของสวนพวกฉันซะ”

            ถามว่าหมีมีไหม? ไม่มีหรอก ฮ่าๆ ขู่ไปงั้นแหละ

            ทางด้านม่านฟ้า เธอกำลังกู้สถานการณ์ของทางร้านให้กลับมาคึกคัก  “ทางเราต้องขอโทษลูกค้าทุกท่านด้วยค่ะ เวลาที่ถูกเสียไปทางร้านจะเพิ่มให้ตามเวลาที่เสียไป ทุกท่านไม่ต้องกังวลนะคะ ทางเราไม่เอาเปรียบพวกท่านแน่นอน กินกันต่อได้ตามสบายเลยค่ะ”

            ไม่นานเกินชั่วโมง ในงานก็มีร้านหนึ่งถูกสั่งปิดและส่งไปเข้าคุก ร้านที่ถูกปิดเป็นร้านขายผลไม้เจ้าใหญ่ในเมืองหลวงสยาม คิดว่าตัวเองเส้นใหญ่จึงกล้าทำอะไรแบบนี้ได้หรือไง?

            ท่านเจ้าเมืองสิงขรจับสั่งขังคนแล้วโทรไปรายงานพระยาเดชาดำรงศักดิ์ทันที

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์โมโหมากที่หลานเขาถูกกลั่นแกล้งโดยพวกพ่อค้าในเมืองหลวงสยามที่มาเปิดร้านในงาน เจ้าพวกนี้ทำตัวกำเริบนัก! พระยาเดชาดำรงศักดิ์หันไปพูดกับขุนพศิน

            “ร้านผลไม้แสงตะวันมีลูกน้องกล้าหาญชาญชัยไม่สนกฎหมายนัก! ตัวเองขายไม่ได้ก็มาป่วนร้านผู้อื่น ขุนพศิน เธอไปตรวจสอบร้านผลไม้แสงตะวันในเมืองหลวงดูซิ นิสัยของมันเป็นเยี่ยงนี้ นายของมันก็คงไม่ต่างกัน ไปตรวจสอบภาษีนำเข้าและออกด้วย หากมันทำผิดกฎหมาย ก็จัดการย้อนหลังมันซะ”

            ขุนพิศกล่าวยิ้มๆ “ผมก็เคยได้ยินชื่อเสียงของร้านนี้มาบ้างครับ ได้ข่าวว่าร้านนี้ไปตั้งที่งานใดมักจะเกิดเรื่องและมีการทะเลาะกับร้านผลไม้เจ้าอื่นๆอยู่เสมอ”

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์จับไม้เท้าแน่นสายตาเหี้ยมเกรียม “คงมีคนใหญ่คนโตหรือเส้นสายพวกทหารบ้าง ประเทศสยามมีแต่พวกเลวๆแบบนี้ผุดขึ้นมาไม่จบไม่สิ้น ใครที่เกี่ยวข้องรวมถึงทหารที่รับส่วยก็จับมันเข้าคุกให้หมด เดี๋ยวฉันจะโทรไปหาท่านเจ้ากรมทหารปกครองเมืองเอง เอาคนเก่าๆออกซะบ้าง ให้คนใหม่ที่ทำดีได้เจริญกับเขาบ้างเถอะ!”

            ขุนพศินยิ้มรับ “ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ครับ”

            สมยศที่กำลังป้อนหมูแดดเดียวให้เจ้าสุดหล่อกล่าว

            “โชคดีที่นี่เป็นแค่การป่วนทั่วไป ไม่ถึงกับมีอาวุธมาร่วมด้วย สงครามการค้าภายในคนสยามด้วยกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆขอรับ”

             “เมื่อมีช่องทางหาเงินได้มาก ย่อมมีคนละโมบอยากได้เป็นของตนทั้งหมด เมื่อก่อนการค้าไม่ได้รุนแรงขนาดนี้ คงเพราะมีคนใหญ่คนโตคุมหัวพวกมันอยู่นั่นแหละ นับว่าม่านฟ้าจัดการได้ดี ตอนนี้ให้เจ้าเมืองสิงขรจัดการคุมคนพวกนี้ไว้ก่อน”

            สมยศยิ้มมุมปากกระตุก “ผมว่าก่อนจะถึงมือเจ้าหน้าที่ของท่านเจ้าเมืองสิงขร สภาพพวกนั้นคงปางตายก่อนแน่ๆ ฮี่ๆ”

            เจ้าสุดหล่อที่อิ่มแล้วใช้ปีกตีไปที่แขนของสมยศเพื่อบอกว่าละครช่วงบ่ายมาแล้วนะ

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ข่าวในเมืองหลวงสยามอย่างสนใจ ช่วงนี้ในเมืองหลวงมีแต่เรื่องวุ่นวายจริงๆ เรื่องที่ดังตอนนี้เป็นเรื่องชู้สาวของตระกูลดังตระกูลหนึ่ง ข่าวฉาวมักจะดังง่ายเสมอ  

            เขาได้ข่าวมาว่าตระกูลใหม่ที่พึ่งเข้ามาในเมืองหลวงชอบทำร้ายทาสหญิงจนตาย แต่ก็รอดไปได้ทุกครั้งเพราะหลักฐานสาวไปไม่ถึงผู้เป็นนาย พวกเขากล่าวโทษว่าพวกบ่าวไพร่ว่าทะเลาะกันเอง

            “สังคมเสื่อมทรามลงทุกวัน อยู่ที่นี่ยังจะมีสังคมที่ดีกว่าในเมืองหลวงสยามมากนัก น่าสงสารทาสหญิงที่ตายไปจริงๆ”

            สมยศกล่าว “คุณท่านใจดีจริงๆ บ้านเราทาสก็เยอะมากแล้วนะขอรับ หากท่านมารับไว้อีกเกรงว่าจะดูแลลำบาก”

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์เป็นคนใจอ่อนเรื่องพวกนี้ จะว่าไปแล้วคุณหนูม่านฟ้าก็เป็นคนใจอ่อนเช่นกัน คุณหนูดูแลคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาดีจริงๆ แต่ถึงอย่างไร คนเรามีพลังจำกัด ไม่สามารถช่วยทุกคนที่ลำบากได้

            ทางด้านของม่านฟ้า เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เธอก็คอยเรียกลูกค้าทางไมค์จนเหนื่อย มะไฟต้องมาเรียกลูกค้าแทนม่านฟ้า หากมะไฟเหนื่อยก็ให้มะเฟืองทำต่อ 

            ลุงผินค่อนข้างพอใจที่ลูกชายและลูกสาวลูกจักค้าขายต่อหน้าคนมากมาย หากเด็กทั้งสองไม่สามารถรับงานราชการได้ในอนาคตก็ยังสามารถทำธุรกิจได้ สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์เพื่อวันข้างหน้า ม่านฟ้าก็สอนมะเฟืองกับมะไฟเรียกลูกค้าอย่างไม่อิดออด สองพี่น้องคู่นี้ชอบเรียกลูกค้าด้วยซ้ำไป

            ช่วงค่ำน้าพายพาภรรยาและเด็กๆทั้งสามคนมาที่ร้าน น้าพายกับภรรยาค่อนข้างตกใจที่เห็นคนมานั่งกินกันจนแน่นร้าน

            หนึ่ง สอง สาม ดึงเสื้อพ่อ “พ่อครับ หนึ่งอยากกินสตรอเบอรี่ของพี่ม่านฟ้า”

            “สองด้วย!!”

            “สามด้วย!!”

            พระพายบอกกับลูกชาย “งั้นเราซื้อใส่ถุงแล้วไปกินข้างนอกละกัน คงจะนั่งกินในร้านไม่ได้ คนเยอะเกินไป ลูกจะอึดอัดเอานะ”

            “แต่ผมอยากกินแบบเหมานี่นา มันกินได้เยอะกว่า”

            ม่านฟ้าเข้ามาทักทายครอบครัวน้าพาย

             “เดี๋ยวไปกินด้านหลังก็ได้ค่ะ พอมีโต๊ะว่างให้คนกันเองค่ะน้าพาย”

            เด็กทั้งสามตาเป็นประกาย

            “พี่สาวดีกับพวกเราที่สุด”

            ม่านฟ้าย่อตัวแล้วทำแก้มพอง เธอเอานิ้วจิ้มแก้มของเธอ เด็กทั้งสามวิ่งไปหอมกันคนละที

            “แหม…ชื่นใจจริงๆ กินเยอะนะๆ ไม่ต้องกลัวว่าร้านของพี่จะเจ๊งหรอก ฮ่าๆ”

            พี่สาวคนนี้ใจป๋ามาก!

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน ที่คุณอ่าน