“เรามีเพียง 19 คนแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะอ่อนแอกว่าผู้ใด”
คำพูดนั้นสร้างความฮึกเหิมให้กับกลุ่มแต่ในใจของนาง เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงชายหนุ่มที่ยังตราตึงใจของนาง "เจ้าจะมาหรือไม่...นาฟ?"
บนอัฒจันทร์ชั้นสูงสุดของสนามแข่งขันซึ่งถูกจัดให้เป็นพื้นที่กิตติมศักดิ์สำหรับผู้ทรงเกียรติบรรยากาศเต็มไปด้วยความสง่างามและอำนาจที่แผ่กระจายจากผู้ที่นั่งอยู่ในที่แห่งนี้ รองผู้อำนวยการสถานศึกษากลางยืนอยู่ใกล้กับบันไดทางขึ้น คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้วยความเคารพด้านหลังเขาเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
ตัวแทนราชวงศ์แห่งอาณานิคมนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เด่นที่สุด องค์ชายสาม และ องค์หญิงอิงอิง ต่างนั่งอยู่ในที่ของพวกเขาอย่างสง่างามองค์ชายสามในชุดสีทองที่ประดับด้วยลวดลายสัญลักษณ์แห่งราชวงศ์มีสีหน้าผ่อนคลายแต่แฝงด้วยความฉลาดหลักแหลมส่วนองค์หญิงอิงอิงในชุดสีขาวที่งดงามจับตาดวงตาของนางกวาดมองลงไปยังสนามแข่งขันราวกับค้นหาบางสิ่งแต่ใบหน้ากลับไม่แสดงอารมณ์ใด
กลุ่มตระกูลใหญ่และสมาคมหลักแต่ละกลุ่มล้วนมีตำแหน่งเฉพาะของตน ล้วนแล้วแต่เป็นระดับผู้นำของตระกูลใหญ่ ต่างนั่งอยู่ในชุดที่แสดงถึงฐานะอันสูงส่งใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในลูกหลานของตระกูลที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน
บรรยากาศโดยรอบ มีเสียงพูดคุยเบาๆและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ในสนามด้านล่างแต่ทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเพราะพวกเขาตระหนักถึงความสำคัญของการแข่งขันครั้งนี้การชนะหรือแพ้ไม่ได้เป็นเพียงศักดิ์ศรีของสถานศึกษา แต่ยังเป็นหน้าตาของตระกูลสมาคม และราชวงศ์ของพวกเขาเอง
ในมุมหนึ่งของอัฒจันทร์หัวหน้านักบวชหญิงแห่งสถานแสงสว่างนั่งอยู่ในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ใบหน้าของนางยังคงสงบนิ่งและสุขุมขณะที่สายตาของนางมองลงไปยังสนามแข่งขันและเหล่าผู้เข้าแข่งขันอย่างเงียบๆ ใกล้ๆกันคือเหล่าผู้แทนจากสถานแสงสว่าง ซึ่งแม้จะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่ก็ได้รับความเคารพจากทุกสายตา
รองผู้อำนวยการหันมาสนทนากับโรซ่าเบาๆ
“การที่สถานแสงสว่างส่งเยาวชนเข้าร่วมครั้งนี้ถือเป็นเกียรติของพวกเรา”
โรซ่ายิ้มเล็กน้อย
“เป็นเกียรติของเราที่ได้ร่วมพิสูจน์ว่าความศรัทธาและความรู้สามารถก้าวเคียงข้างกับพลังและอำนาจได้”
บรรยากาศในที่นั่งกิตติมศักดิ์ยังคงเปี่ยมด้วยความสง่างามและความคาดหวังทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังสนามแข่งขันพร้อมจะได้เห็นว่าผู้ใดจะก้าวขึ้นมาเป็นจุดสูงสุดในครั้งนี้
“ครืนนนน!”
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วสนามแข่งขันอันกว้างใหญ่ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับเกิดความสั่นไหวพื้นสนามที่ถูกสร้างอย่างมั่นคงพลันสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ทันใดนั้นเอง สนามแข่งขันที่เคยเป็นลานประลองอันโอ่อ่ากลับสั่นสะเทือนขึ้นอย่างฉับพลันลมพายุหมุนวนอย่างรุนแรงที่ใจกลางสนามพื้นดินที่เคยแข็งแกร่งแตกร้าวออกเป็นวงกว้าง แสงสีทองและม่วงวูบวาบขึ้นเหนือพื้นเสียงคำรามของพลังมิติแผ่กระจายไปทั่ว
ทันใดนั้นเอง หลุมมิติขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางสนามแข่งขัน มันไม่ใช่เพียงช่องว่างธรรมดา แต่เป็น เกลียวมิติที่บิดเบี้ยวและแผ่พลังอันลึกลับราวกับเป็นรอยแยกที่เชื่อมโยงไปสู่อีกห้วงมิติ
เสียงของผู้ประกาศดังขึ้นก้องไปทั่วทั้งสนาม
"นี่คือ… 'เจดีย์บรรพกาล' สิ่งที่ถูกกล่าวขานในตำนาน!เจดีย์แห่งนี้มีอยู่ทั้งหมดเก้าชั้น แต่แตกต่างจากเจดีย์ทั่วไปนี่คือเจดีย์สลับด้าน… นักศึกษาทุกคน หากต้องการผ่านแต่ละชั้นไปท่านจะต้องดำดิ่งลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ!"
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วอัฒจันทร์ทั้งผู้ชมและผู้เข้าแข่งขันต่างหันไปมองหลุมมิตินั้นด้วยความตกตะลึงภายในความมืดมิดของมันพลังงานอันเร้นลับไหลเวียนราวกับมวลพายุที่หมุนวนไม่มีที่สิ้นสุด
"เจดีย์บรรพกาล...!" เสียงกระซิบจากเหล่าผู้ชมสะท้อนอยู่ทั่วบริเวณไม่มีใครคาดคิดว่า สนามแข่งขันของสุดยอดสถาบันจะเปิดฉากด้วยสิ่งนี้
ภายในหลุมมิติ เงาร่างของเจดีย์ที่คว่ำกลับอยู่ใต้พิภพปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง แผ่กลิ่นอายแห่งกาลเวลาที่เก่าแก่ทุกชั้นของมันเปล่งแสงเรืองรองที่แตกต่างกัน แต่ยิ่งต่ำลงไปเท่าไหร่แสงนั้นก็ยิ่งริบหรี่และอันตรายมากขึ้น
"การแข่งขันของพวกเจ้าจะเริ่มต้น ณ ที่แห่งนี้!" ผู้ประกาศกล่าวต่อด้วยเสียงทรงอำนาจ"แต่ละชั้นเต็มไปด้วยบททดสอบจากยุคโบราณท่านที่ต้องการไปให้ถึงที่สุด... จงเตรียมตัวให้พร้อม!"
ทันใดนั้นเอง พลังดึงดูดมหาศาลก็เริ่มแผ่ออกมาจากหลุมมิติเหล่านักศึกษาที่เข้าแข่งขันต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านไปตามพลังแห่งกาลเวลา การแข่งขันอันแท้จริงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น...!