วันนี้เฟยเฟยตื่นนอนด้วยความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ใบหน้าของเธอดูเหนื่อยล้า เธอยังคงทำกิจวัติประจำวัน เหมือนอย่างเช่นในทุกๆ วันที่ผ่านมา และพยายามฝืนกินข้าว แต่ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวทำให้เธอไม่มีสมาธิ เสี่ยวเฉียวเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน เสียงฝีเท้าดังสะท้อนในห้องเงียบ
“คุณหนูเ้าคะ มีคนจากจวนเสนาบดีมาพบเ้าค่ะ”
เฟยเฟยหันมามองด้วยความสงสัย เธอรู้สึกถึงลางไม่ดีที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอรีบเดินออกไป เดินไปถึงลานบ้านเธอมองเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่ เธอจึงเอ่ยปากถามว่า
“พ่อบ้านหยวนมีอะไรหรือไม่”
พ่อบ้านหยวนมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก แววตาของเขาดูกังวล เขาคุกเข่าและเริ่มร้องไห้ เฟยเฟยยืนนิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น น้ำเสียงของพ่อบ้านหยวนสั่นเครือและเต็มไปด้วยความทุกข์
“คุณหนู นายท่านถูกตัดสินโทษจำคุกข้อหายักยอกเงินหลวง บ้านโดนยึดทรัพย์ จวนถูกปิด และครอบครัวทั้งหมดของคุณหนูต้องอพยพไปเมืองเหว่ยแล้วขอรับ”
คำพูดเหล่านี้เป็เหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจของเฟยเฟย ใบหน้าของเธอซีดขาว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เธอรู้สึกว่าโลกทั้งใบพังทลายลงมา ความคิดของเธอสับสนและวุ่นวายไปหมด ทันใดนั้นร่างกายของเธอก็ทรุดลงอย่างช้าๆ ร่างของเธอร่วงลงสู่พื้น เธอใจนหมดสติไป เสี่ยวเฉียวกรีดร้องด้วยความใ รีบวิ่งไปพยุงร่างของเ้านายนางขึ้นมา
เมื่อฟื้นขึ้นมา เฟยเฟยรู้สึกวิงเวียนและความใยัง เสี่ยวเฉียวคุกเข่าข้างเตียงด้วยความกังวล เฟยเฟยพยายามรวบรวมสติ เธอถามเสียงแ่เบา "การเดินทางไปเมืองเหว่ยนานแค่ไหน" เสี่ยวเฉียวที่พยายามควบคุมความรู้สึกตอบด้วยเสียงสั่นเครือ "นั่งรถม้าประมาณ 3 วันเ้าค่ะ"
เฟยเฟยลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอสั่งเสี่ยวเฉียวให้เก็บกระเป๋า “เตรียมเก็บกระเป๋า เราจะออกเดินทางไปเมืองเหว่ยทันที” เสียงของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจและเด็ดเดี่ยว เสี่ยวเฉียวรีบไปจัดเตรียมของตามคำสั่ง
ก่อนออกจากจวน เฟยเฟยทิ้งจดหมายไว้ให้ท่านอ๋อง ในจดหมายเธออธิบายสั้นๆ ว่าที่บ้านมีเื่ด่วนต้องเดินทางไปเมืองเหว่ย และยังไม่มีกำหนดกลับ เมื่อเธอก้าวออกจากจวน ความรู้สึกหลากหลายปะทุในใจ ทั้งความกังวล ความกลัว เธอถอนหายใจ แล้วก็เดินไปขึ้นรถม้าทันที
เมื่ออ๋องชิงกลับมาถึงจวน
สาวใช้รีบวิ่งเข้าไปรายงาน
"ฮูหยินฝากดหมายไว้ให้ท่านอ๋องเ้าค่ะ"
เขาคลี่จดหมายออกแล้วขมวดคิ้ว
เขาเรียกหามู่ชิง แล้วสั่งว่า
"เ้าส่งคนตามไปอารักขาฮูหยิน นางกำลังเดินทางไปเมืองเหว่ย" มู่ชิงรับคำสั่งแล้วเดินออกไปทันที
สามวันต่อมา เฟยเฟยเดินทางมาถึงเมืองเหว่ย เมืองที่แปลกตาและไม่คุ้นเคย ท้องฟ้าที่นี่ดูหม่นหมองและอากาศเย็นลงเล็กน้อย เมื่อเห็นท่านแม่ เธอรีบวิ่งไปหาและร้องไห้ น้ำตาของเฟยเฟยไหลพราก แม่ของเธอเองก็ร่ำไห้แล้วพูดกับเธอว่า “ตัวข้าเองก็ไม่รู้เื่อันใด จู่ๆ ก็มีทหารก็มาล้อมจวนและจับทุกคนไปรวมกันที่ลานบ้าน แล้วมีราชการโองการ ประกาศว่าพ่อของเ้ายักยอกทรัพย์ ตัวข้าเองไม่เชื่อหรอกขุนนางตงฉินอย่างพ่อของเ้าจะทำเยี่ยงนั้น” นางร้องให้พลางกอดเฟยเฟย
สักพักนางปาดน้ำตาที่แก้มแล้วกล่าวว่า “เ้าจงรีบกลับไปจวนอ๋อง แม่จะได้สบายใจ ท่านอ๋องจะคุ้มครองเ้าได้” แม่ของเธอเกรงว่าเธอจะถูกดึงมาเกี่ยวข้อง
เฟยเฟยปฏิเสธ และบอกนางว่า “ท่านแม่ข้าจะหาวิธีช่วยท่านพ่อให้ได้ ท่านอย่ากังวลไป” นางเข้าสวมกอดแม่นางเพื่อปลอบประโลมอีกครั้ง
แม่จึงเกลี้ยกล่อมให้เฟยเฟยกลับไปอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อจะได้หาทางช่วยพ่อได้สะดวกขึ้น
“’งั้นเ้ากลับไปจวนอ๋องก่อน เมืองหลวงสะดวกในการสืบหาและช่วยเหลือมากกว่าที่นี่” นางกล่าวเสียงสั่น เฟยเฟยเห็นด้วย จึงสั่งให้เสี่ยวเฉียวเตรียมรถม้าเดินทางกลับเมืองหลวง
ก่อนกลับนางบอกลาแม่ และบอกว่าหากขาดเหลืออะไรให้แจ้งนางทันที
“ท่านแม่ท่านอยู่นี่ไม่ต้องคิดมาก ขาดเหลืออะไรให้คนไปแจ้งข้า ข้าจะจัดเตรียมมาให้’ ก่อนออกเดินทางนางคุกเข่าลงและคำนับที่พื้น “ข้าสัญญาว่าจะหาทางช่วยท่านพ่อออกมาให้ได้” หลังจากนั้นนางลุกขึ้นยืนแล้วเดินหันหลังไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าบ้าน
แม่ของเธอมองส่งเธอน้ำตาไหลมองเธอเดินไปจนลับสายตา
ขณะนั่งอยู่บนรถม้า เธอนั่งคิดและวิเคราะห์ว่า “ท่านพ่อไม่มีทางยักยอกเงิน ต้องมีคนใส่ร้ายแน่ ตระกูลโม่เป็ตระกูลขุนนางเก่าแก่ เงินเหลือใช้ ไม่มีทางยักยอกทรัพย์แน่นอน” ที่เธอคิดอย่างนั้นเพราะเธอและท่านพ่อช่วยกันทำกลไกห้องลับที่ใช้เก็บสมบัติตระกูลซึ่งมีมากมายและไม่มีความจำเป็ต้องยักยอกทองหลวงเลย
เมื่อถึงเมืองหลวง เฟยเฟยตรงไปที่บ้านอาจารย์เหวินทันที อากาศในเมืองหลวงตอนนี้เริ่มหนาวเย็น เธอขอร้องให้อาจารย์เหวินช่วยหาสำนวนการดำเนินคดีของพ่อ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความทุกข์ อาจารย์เหวินเห็นสีหน้านางไม่ค่อยดี จึงรับปากว่าจะพยายามหาให้
“ข้าจะหาวิธีหามาให้เ้า เ้าจงกลับไปพักผ่อนก่อนเถิดดูสีหน้าเ้าไม่สู้ดีนัก” เขากล่าว
เขาเรียกสาวใช้ไปเอาเสื้อคลุมมา
เขายื่นให้นางแล้วกล่าวว่า "อากาศหนาวเ้าใส่เสื้อคลุมเพิ่มอีกตัวเถิดจะได้ไม่ป่วย"
เฟยเฟยยื่นมือไปรับเสื้อคลุมกล่าวขอบคุณและกว่าวลาอาจารย์เหวิน แล้วนั่งรถม้ากลับจวน
เมื่อเธอกลับมาถึงจวน เธอเห็นอ๋องชิงที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยท่าทางที่เคร่งเครียดทันใดนั้นเขามองเสื้อคลุมที่นางใส่
แล้วถามเธอด้วยเสียงเข้มว่า “เ้าไปที่ไหนมา?”
เฟยเฟยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงว่า “ข้าไปบ้านอาจารย์”
อ๋องชิงถามด้วยความหงุดหงิดว่า “เ้าไปที่นั่นทำไม ทำไมไม่กลับจวน หากเ้ามีเื่อะไรจะก็มาหาข้าได้”
เฟยเฟยตอบว่า “มันเื่ของข้า ข้าเกรงใจท่าน ท่านยังให้ข้าอาศัยอยู่ที่จวนนี้ไม่ไล่ข้าไป ข้าก็ถือว่าติดค้างท่านแล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วขอตัวไปพักผ่อน
“วันนี้ข้ารู้สึกเพลียข้าขอตัวก่อน”
แล้วนางก็เดินเข้าห้องไป อ๋องชิงมองตามด้วยสายตาห่วงใย