บทที่ 52 ดาราสาวมากเสน่ห์ทำผิดมหันต์
แฟนคลับ สื่อ เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และคนกินแตง*[1] ทั่วประเทศต่างพากันตื่นตาตื่นใจตลอดทั้งคืน
แอนตี้แฟนที่ด่าทอ แฟนคลับที่สนับสนุน หน้าม้าโซเชียลที่คอยก่อกวน ฝั่งตรงข้ามที่ปล่อยข่าวลือปลุกปั่น...และผู้ชมที่รอดูการแสดง
พลิกไปพลิกมา พลิกมาพลิกไป
ข่าวลือที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นก็ออกมาว่ามู่จือเป็นเมียน้อย มู่จือใช้ลูก ๆ ของเธอเพื่อให้ได้ตำแหน่งนี้มา
“มู่จือเป็นสาวร้ายพราวสเน่ห์แห่งวงการบันเทิง เธอซ่อนความลับไว้เยอะจริง ๆ!”
“ใช่แล้ว โตมาแบบนี้จะมีอะไรดีล่ะ ขอให้นังงูพิษรถคว่ำฮ่า ๆ ๆ”
“ปกติเธอก็โอ้อวดรู้กันให้ทั่ว ล้มไปซะเถอะ ไสหัวออกจากวงการบันเทิงไปซะยัยผู้หญิงชั่ว”
แน่นอนว่ายังมีคนคิดว่ามู่จือกับประธานอินเป็นคู่กิ่งทองใบหยก ถ้าพวกเขาเป็นคู่กันจริง ๆ คงจะดูดีไม่น้อย หากทั้งสองคนรู้ว่ามีคนคิดแบบนี้ พวกเขาคงอยากจะฆ่ากันตายเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์
ในขณะเดียวกัน หลายคนก็กำลังพูดถึงเด็กน้อยคนนั้น
เด็กคนนั้นสวยจริง ๆ! เด็กหญิงผิวพรรณขาวผ่อง เนื้อตัวดูนุ่มนิ่ม แม้รูปที่ถ่ายออกมาจะเบลอจนมองเห็นไม่ชัด แต่ก็ยังคงเห็นแพขนตายาว ใบหน้าจ้ำม่ำทำให้อดไม่ได้ที่จะมีคนเรียกว่าชินจัง
เด็กน่ารักแบบนี้ป้า ๆ น้า ๆ ต่างชอบกันทั้งนั้น!
จนกระทั่งอินซื่อกรุ๊ปได้ออกประกาศโดยละเอียดอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างถึงได้สงบลง
อะไรนะ ที่แท้ก็มีความสัมพันธ์เป็นเพียงพรีเซนเตอร์กับเจ้านายเท่านั้น!?
ปรากฏว่าเด็กหน้าตาเหมือนตุ๊กตาตัวน้อยนั้นเป็นเพียงน้องสาวของมู่จือ ทันทีที่มีการประกาศออกมา ทุกคนก็ค้นพบว่าข่าวลือก่อนหน้านี้มันช่างไร้สาระ
มู่จือเริ่มต้นสายอาชีพด้วยการเป็นนางแบบ ตั้งแต่เดบิวต์ไม่มีวันหยุดมาหนึ่งปี แล้วจะมีเวลาตกหลุมรักกันจนท้องได้ยังไง
นอกจากนี้ แม้ว่าเด็กคนนี้จะหน้าตาดีพอ ๆ กับมู่จือ แต่ถ้ามองอย่างละเอียดก็จะเห็นว่าดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาที่เฉี่ยวขึ้นของมู่จือดูน่าดึงดูด แต่ดวงตาของเด็กน้อยคนนั้นกลับกลมโตมีรูปทรงอัลมอนด์ถ้าบอกว่าเป็นน้องสาวห่าง ๆ ก็ค่อนข้างสมเหตุสมผลไม่น้อย
ตัวแทนทั้งอินซื่อกรุ๊ปและมู่จือต่างร่วมมือกันควบคุมคำวิพากษ์วิจารณ์ให้เป็นไปตามแผนอย่างรวดเร็ว
ไม่เพียงไม่มีการสูญเสีย แต่ยังสร้างแรงผลักดันมหาศาลให้กับมู่จือและอินซื่อกรุ๊ปได้ พวกเขาแทบไม่ต้องใช้เงินในการโปรโมต แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นรูปถ่ายของมู่จือตอนที่เธอฉีกกระโปรงจนเผยให้เห็นขาเรียวยาว ก่อนกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ด้วยท่วงท่าสง่างาม ทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งพูดว่า
“ถนนกลายเป็นสีชมพู!”
“เดิมทีฉันคิดว่ามู่จือจะเลือกเส้นทางของสาวเจ้าเล่ห์ แต่สุดท้ายแล้วเธอสุดจะเท่~”
“พี่สาวอย่าขี่มอเตอร์ไซค์เลย มาขี่ฉันเถอะ!”
……
จินเหยียนมองดูบทสนทนาวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ก่อนจะกระแทกแท็บเล็ตลงกับพื้น
“นังบ้า! ให้ตายเถอะ...เธอทำแบบนั้นได้ยังไง!”
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นกับดักที่ทำให้คนเข้าใจผิด ในฐานะคนวางแผน เธอเชิญนักลงทุนหลายรายให้มา ‘เสพสุข’ กับมู่จือ และเธอรับประกันว่าทำได้แน่นอน
เดิมทีทุกอย่างเป็นไปตามแผน… แต่จู่ ๆ นังเด็กนั่นก็ปรากฏตัวขึ้น และประธานอินก็ตามมาได้ทันเวลา
ประธานอิน...
ใครบ้างจะไม่รู้จักชื่อของอินซื่อกรุ๊ป
ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลโจวซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมการบันเทิงก็ถูกจัดการอย่างเงียบ ๆ ได้ยินว่าเกิดปัญหากับครอบครัวเขาไม่น้อย
ส่วนอินซื่อกรุ๊ปที่เพิ่งเข้าสู่วงการบันเทิงก็ขยับขยายพื้นที่วงการบันเทิง และมีสัญญาณคลุมเครือว่าพวกเขากำลังจะแซงหน้าตระกูลโจว มีคนในอุตสาหกรรมการบันเทิงจำนวนมากที่พร้อมจะเคลื่อนไหว
ถ้าจับเรือตระกูลอินได้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงหรือไม่
จินเหยียนก็มีความคิดนี้เช่นกัน แม้กระทั่งพยายามติดต่อตัวแทนเพื่อร่วมมือกับตระกูลอิน แต่ไม่คาดคิดว่านังแพศยามู่จือคนที่เธอเกลียดที่สุดจะติดต่อกับคุณอินโดยที่เธอไม่ได้ยินข่าวคราวใด ๆ
เธอสมควรได้รับมันเหรอ?
จินเหยียนเปิดตัวเข้าวงการตอนอายุสิบหกปี และตอนนี้เธอก็เป็นรุ่นพี่ในวงการบันเทิง เธออยู่ในแนวหน้ามาโดยตลอด เป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมทุกปี จนกระทั่งมู่จือปรากฏตัว
มู่จือที่มาทีหลังและไต่เต้ามาถึงระดับของเธอภายในระยะเวลาเพียงสองปี
ตั้งแต่ที่มูจื่อคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเมื่อปีที่แล้ว เธอก็เก็บกดเอาไว้ คิดเพียงว่าไม่มีใครในวงการบันเทิงจะเทียบกับเธอได้
ตอนนี้เมื่อพูดถึงดาราหญิงแถวหน้าสักคน เธอและมู่จือจะต้องถูกกล่าวถึงอย่างแน่นอน โดยส่วนใหญ่แล้วสื่อจะเปรียบเทียบเธอกับมู่จือ
แต่เธอรู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในช่วงขาลง ในขณะที่มู่จือกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น
แต่อาศัยอะไร มู่จือไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง ก็แค่พึ่งพาใบหน้านั้นไม่ใช่เหรอ
จินเหยียนหายใจเข้าลึก ๆ แล้วโทรหาผู้จัดการของเธอ
“เรื่องนังเด็กผู้หญิงคนนั้นไปถึงไหนแล้ว”
ผู้จัดการได้ยินเสียงที่ไม่สู้ดีของจินเหยียนก็รู้ว่าเธอเกลียดมู่จือ เธอจึงพยายามปลอบโยนเธอ
“วางใจเถอะ คนที่ฉันเลือกเธอไม่ต้องกังวล”
“น้องสาวห่าง ๆ ของเธออายุห้าขวบแล้ว หน้าตาก็น่ารัก พ่อแม่ของเธออยากให้เธอเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่เล็ก พวกเขาฝึกฝนเธอในด้านนั้นมาตลอด รู้ว่าคนดูต้องการเห็นอะไร สอนเธอไปมากมายเลยละ”
“ฉลาดและเชื่อฟัง จะต้องเหมาะกับเธออย่างแน่นอน”
จินเหยียนพยักหน้า “งั้นดีเลย”
ไม่เป็นไร ครั้งนี้ถือว่าพลาดไปแล้ว ยังมีครั้งหน้า
‘คบกับประธานอิน’ ครองคำค้นหามาแรงหรือแม้กระทั่งยืนตำแหน่ง C คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม เธอต้องทวงทุกอย่างกลับคืนมาจากมู่จือให้ได้
……
ซิงซิงนอนหลับจนถึงเที่ยงวันรุ่งขึ้น เมื่อเจ้าตัวน้อยตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอมู่จือแล้ว ในบ้านเหลือเพียหญิงสาวผมสั้นเรียบร้อยคนหนึ่ง
ซิงซิงขยี้ตาแล้วยิ้มบาง ๆ ราวกับว่ายังไม่ตื่นดี “สวัสดีค่ะคุณน้า หนูชื่อซิงซิงค่ะ”
จวงรุ่ยระเบิดหัวเราะออกมา
“ฉันรู้จ้ะ! เรียกฉันว่าน้าจวงก็ได้ น้าเป็นผู้จัดการของมู่จือพี่สาวของหนู”
“มู่จือไปคุยเรื่องสื่อแล้ว น้าจะดูแลหนูเอง เดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดให้หนูฟังเกี่ยวกับรายการในอีกไม่กี่วันข้างหน้านะ”
“ผู้จัด… ผู้จัดการคืออะไรคะ” ซิงซิงเอียงหัวเล็กน้อย
จวงรุ่ย “...”
จวงรุ่ย “ซิงซิง ผู้จัดการก็คือเพื่อนที่ดีต่อพี่สาวของหนูจ้ะ”
“อ๋อ งั้นพี่จวงต้องเป็นคนที่ดีมากแน่ ๆ เลย” ซิงซิงเข้าใจแล้ว!
เด็กน้อยเพิ่งตื่น ผมเผ้าของเธอชี้โด่ชี้เด่เหมือนเม่นทะเล ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ ตอนเรียกพี่ดูอ่อนหวานและนุ่มนวลมาก
แม้จวงรุ่ยจะอายุ 35 ปีแล้ว แต่เธอก็รู้สึกยินดีที่ถูกเด็กสามขวบครึ่งเรียกว่าพี่สาว ฉะนั้นจึงคลี่ยิ้มใจดีออกมา
“ปากเล็ก ๆ นี่หวานจังเลยนะ! มาเถอะพี่สาวจะพาไปหาของอร่อยกิน”
จวงรุ่ยช่วยซิงซิงล้างหน้า แปรงฟัน มัดผมเปีย เมื่อเธอเห็นซิงซิงนั่งอย่างว่าง่ายอยู่หน้าโต๊ะ มือเล็กถือขนมปังชิ้นเล็ก ๆ แล้วแทะมันช้า ๆ ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมมู่จือถึงเลือกเด็กน้อยที่ไม่เคยอยู่ในวงการบันเทิงมาก่อนคนนี้
เด็กหญิงคนนี้ค่อนข้างแตกต่าง
ความเป็นจริงมันมีความเสี่ยงมากที่จะพาเด็กมาเข้าร่วมรายงานกับผู้ใหญ่ และเด็กที่ไม่เคยสัมผัสกับกิจกรรมแบบนี้มาก่อน
เนื่องจากเด็ก ๆ ไม่มีตรรกะเหตุผล และมีแนวโน้มว่าพวกเขาจะร้องไห้โวยวาย หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ มันจะมีผลกระทบต่อผู้ใหญ่ที่เป็นคู่ไปด้วย
เดิมทีเธอเคยค้นหาดาราเด็กคนดังทางอินเทอร์เน็ตเพื่อให้มาเป็นคู่กับมู่จือ แต่จู่ ๆ มู่จือก็ค้นพบเจอด้วยตัวเองแล้ว
แม้ว่าเด็กคนนี้จะยังเด็ก แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีความมั่นคงทางอารมณ์และที่สำคัญคือซิงซิงสวยมาก! ซิงซิงอารมณ์ดีและกินเก่ง แม้ว่าร่างกายจะไม่ได้อวบอ้วน แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีแดงก่ำมองดูแล้วน่ารักน่าชัง
ดวงตาสีนิลคู่นั้นแทบจะส่องสว่าง ใบหน้าเล็กกลมรูปทรงไข่เปล่งประกายยามกระทบแสงแดด
เด็กหญิงตัวเล็กที่เนื้อตัวอ่อนนุ่มถูกมัดด้วยเชือกผูกเปียสีแดง เหมือนกับตุ๊กตาหยกแกะสลักสีชมพูที่หลุดออกมาจากภาพถ่ายอย่างไรอย่างนั้น
แม้ว่าเธอจะไม่ทำอะไรเลย แค่อยู่ที่นี่เพื่อจัดการกับขนมปังก้อนใหญ่ในมือของเธอ มันก็ดูน่ารักมาก ๆ แล้ว!
เธอรู้ว่าตนเองสามารถนั่งมองซิงซิงกินได้ทั้งวันเลย
จวงรุ่ยมองเห็นความชัดเจนและความไร้เดียงสาในตัวซิงซิงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในวงการบันเทิง นี่ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง
มู่จือช่างเลือกจริง ๆ สมกับเป็นมู่จือที่คิดแต่เรื่องมืออาชีพเท่านั้นและสามารถคว้าทุกโอกาสได้
หลังจากที่ซิงซิงกินเสร็จ จวงรุ่ยก็นั่งข้างซิงซิงและบอกกับซิงซิงว่าควรระมัดระวังในการปรากฏตัวในรายการอย่างไรบ้าง
ซิงซิงดูเหมือนจะเข้าใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองไปที่จวงรุ่ย ทำให้จวงรุ่ยรู้สึกผิดขึ้นมาทันที!
มู่จือทำผิดร้ายแรงมาก!
ใช้ประโยชน์จากเด็กน้อยน่ารักขนาดนี้ได้ยังไง!
จวงรุ่ยเปี่ยมไปด้วยความรักของแม่ พลางลูบหัวของซิงซิง “ไม่เป็นไร ซิงซิงทำทุกอย่างที่อยากทำได้เลย”
ถึงจะล้มก็ไม่เป็นไร คนอย่างมู่จือที่เป็นตัวร้ายของวงการบันเทิงจะโดนด่าสักเท่าไหร่เชียว
อย่างไรเธอก็ไม่ได้คาดหวังว่ามู่จือจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองผ่านรายการวาไรตี้เล็ก ๆ นี้หรอกนะ
[1] กินแตง คำนี้มีความหมายเหมือนคำว่ากินเผือกของคนไทย