ค่ำคืนในวังหลวงเงียบผิดปกติ
เงียบจนเสียงลมหายใจของตัวเองฟังดูดังเกินไป
ซูอินนั่งอยู่ในเรือนพักลับ แสงโคมสีอำพันส่องเงาไหวบนผนัง มือเธอกำห่อกระดาษที่ผู้ข้ามภพคนที่สองทิ้งไว้แน่น ราวกับถ้ามันหลุดมือไป ความจริงบางอย่างจะหายไปพร้อมกัน
“คืนหน้า—เลือกเอา
วัง หรือ หัวใจของเจ้า”
คำขู่นั้นไม่ใช่คำพูดเล่น
มันคือ “เส้นตาย”
ประตูเรือนเปิดเบาๆ
ฉีอวิ้นก้าวเข้ามาโดยไม่ส่งเสียง ชุดคลุมสีเข้มทำให้เขากลมกลืนกับเงา แต่สายตาเขาคมชัด—จับทุกการสั่นไหวของเธอได้ทันที
“เจ้าไม่ได้นอน” เขาพูด
ซูอินส่ายหน้า “ข้านอนไม่ลง”
ฉีอวิ้นนั่งลงตรงข้าม โต๊ะเตี้ยกั้นกลางระหว่างคนสองคน แต่บรรยากาศกลับตึงเครียดราวกับไม่มีอะไรคั่น “เพราะคำขู่?”
“เพราะเขารู้จักข้ามากเกินไป” ซูอินตอบตรงไปตรงมา “รู้วิธีคิด…รู้วิธีเล่นกับความกลัว”
ฉีอวิ้นพยักหน้า “เขาไม่ใช่ศัตรูธรรมดา”
ซูอินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่เก็บไว้ในใจมานาน
“องค์ชาย…ถ้าเขาเข้าหาข้าไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่เพื่อ ‘ดึงข้าไปอยู่ฝั่งเขา’ ล่ะคะ”
ฉีอวิ้นชะงักเล็กน้อย
“เขาอาจเสนอทางกลับโลกเดิม” ซูอินพูดเสียงเบา “หรือเสนอพลัง…ความรู้…สิ่งที่คนยุคนี้ให้ข้าไม่ได้”
ความเงียบปกคลุม
หนักอึ้ง
ฉีอวิ้นลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ใกล้พอให้เธอต้องเงยหน้ามอง “แล้วเจ้า…จะเลือกหรือไม่”
ซูอินหัวใจเต้นแรง
คำถามนี้…ไม่ใช่แค่เรื่องคดี
แต่เป็นเรื่องหัวใจ
“ข้าไม่รู้” เธอตอบตามตรง “แต่ข้ารู้ว่า…ข้าไม่อยากให้ใครต้องบาดเจ็บเพราะข้า”
ฉีอวิ้นยื่นมือมา—ไม่แตะ แต่ค้างไว้กลางอากาศ “ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องเลือกเพียงลำพัง”
1) แผนซ้อนแผน: ล่อเสือเข้าถ้ำรุ่งเช้า
ข่าวลือแพร่กระจายอย่างตั้งใจ
คืนนี้จะมีงานเลี้ยงเล็กในตำหนักตะวันออก
ซูอินจะเป็นคนจัดเมนูเอง
นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ
แต่มันคือ “เหยื่อล่อ”
ซูอินรู้ดีว่าการประกาศตัวเช่นนี้อันตราย แต่เธอจำเป็นต้องทำ เพราะผู้ข้ามภพคนที่สองไม่ใช่คนที่จะโผล่มาเพราะการตามล่า—เขาจะโผล่มาเมื่อเห็น “โอกาส”
และโอกาสนั้น…คือเธอ
ฉีอวิ้นจัดกำลังเงียบ กระจายองครักษ์เงาไปตามเส้นทางเข้าออกทั้งหมด แต่จงใจ “เว้นช่อง” หนึ่งไว้—ช่องที่ดูเหมือนหลุดการคุ้มกัน
“เขาจะมาทางนี้” ซูอินชี้จุดบนแผนผัง “เพราะมันใกล้ครัว และใกล้ตำหนักที่ข้าจะอยู่”
ฉีอวิ้นมองเธอครู่หนึ่ง “เจ้ากำลังเอาตัวเองเป็นเหยื่อ”
ซูอินยิ้มบาง “ข้าคือเหยื่ออยู่แล้ว ไม่ว่าข้าจะทำอะไร”
คำพูดนั้นทำให้ฉีอวิ้นขมวดคิ้ว แต่เขาไม่ห้าม—เพราะเขารู้ดีว่าเธอคิดมาถี่ถ้วนแล้ว
2) งานเลี้ยงที่หวานเกินไปค่ำลง
ตำหนักตะวันออกสว่างไสวด้วยแสงโคมและเสียงดนตรีเบาๆ
เมนูบนโต๊ะเรียบง่ายแต่แปลกใหม่
ของทอดสีทองกรอบนอกนุ่มใน
น้ำซอสหวานเค็มหอมเครื่องเทศ
ขุนนางหลายคนชมไม่ขาดปาก
แต่ซูอินกลับรู้สึกเหมือนถูกจับจ้อง
ทุกครั้งที่เธอเงยหน้า
เธอรู้สึกได้…ว่ามีใครบางคนมองอยู่จากเงามืด
ฉีอวิ้นยืนอยู่ไม่ไกล สายตาไม่เคยละจากเธอ
เหมือนนักล่าที่รอจังหวะ
แล้ว—
เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูเธอ
“คิดถึงกลิ่นนี้ไหม”
ซูอินสะดุ้ง
หัวใจแทบหยุดเต้น
เธอหันไป—แต่ไม่เห็นใคร
มีเพียงเงาโคมสั่นไหว
“อย่าหัน” เสียงนั้นกระซิบต่อ “ถ้าไม่อยากให้คนแตกตื่น”
ซูอินกลืนน้ำลาย “เจ้ามาแล้ว”
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น “แน่นอน ข้าจะพลาดงานเลี้ยงที่เจ้าทำได้อย่างไร”
3) แมวกับหนู รอบใหม่ซูอินค่อยๆ ลุกจากที่นั่ง เดินออกจากตำหนักตามแผน
หัวใจเต้นแรงทุกย่างก้าว
เงาหนึ่งตามเธอมา
เร็ว เงียบ และมั่นใจ
เมื่อถึงระเบียงด้านหลัง—พื้นที่ที่ถูก “เว้นช่อง” ไว้—เธอหยุด
“ออกมาเถอะ” ซูอินพูด “ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ตรงนั้น”
ชายคนนั้นก้าวออกจากเงา
ใบหน้าอยู่ใต้หน้ากากผ้าบาง แต่ดวงตา…เป็นดวงตาของคนยุคเดียวกับเธอ
“เจ้าใจกล้าขึ้นมาก” เขาว่า “หรือเพราะมีองค์ชายคอยหนุนหลัง?”
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเถียง” ซูอินตอบ “ข้ามาเพื่อถาม—เจ้าต้องการอะไรจากข้าแน่”
ชายคนนั้นหัวเราะ “ตรงไปตรงมา…ข้าชอบ”
เขาเดินเข้ามาใกล้
ใกล้จนซูอินต้องถอยหลังหนึ่งก้าว
“ข้าต้องการพันธมิตร” เขาพูดชัด “คนที่เข้าใจโลกนี้และโลกเดิม”
“แล้ววังหลวงล่ะ”
“เป็นเพียงกระดาน” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ “หมากตัวหนึ่งเท่านั้น”
คำพูดนั้นทำให้ซูอินเย็นวาบ
นี่ไม่ใช่คนที่อยากกลับบ้าน
แต่เป็นคนที่อยาก “ครอบครองเกม”
“เจ้าคิดว่าองค์ชายฉีอวิ้นจะปกป้องเจ้าได้ตลอดหรือ” เขาถามเสียงต่ำ “เมื่อถึงวันที่ต้องเลือกระหว่างอำนาจกับเจ้า…เขาจะเลือกอะไร”
ซูอินกำมือแน่น “อย่าเอาเขามาเกี่ยว”
ชายคนนั้นยิ้ม “นั่นแปลว่าเจ้าเริ่มรู้สึก”
เขาขยับเข้ามาอีกก้าว
ใกล้เกินไป
ทันใดนั้น—
ดาบเย็นเฉียบแตะคอเขา
“ถอยไป” เสียงฉีอวิ้นดังขึ้นจากด้านหลัง “ข้าไม่ชอบให้ใครยืนใกล้นางของข้าเกินไป”
คำว่า นางของข้า
ทำให้หัวใจซูอินกระแทกแรง
ผู้ข้ามภพคนที่สองชะงัก ก่อนจะหัวเราะ “หวงเก่งกว่าที่คิดนะ องค์ชาย”
ฉีอวิ้นไม่ตอบ
แรงกดดันจากคมดาบชัดเจนขึ้น
“เกมนี้” ชายคนนั้นพูดต่อ “สนุกขึ้นมากแล้ว”
5) Cliffhanger: ตัวตนที่ยังไม่เปิดเผยทันใดนั้น—เสียงสัญญาณจากที่ไกลดังขึ้น
ผู้ข้ามภพคนที่สองดีดตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
“วันนี้พอแค่นี้” เขาพูด “ข้าได้คำตอบบางอย่างแล้ว”
“คำตอบอะไร” ซูอินถาม
เขามองเธอ—สายตาซับซ้อนกว่าครั้งไหน “ว่าเจ้าจะลังเล…เพราะหัวใจ”
แล้วเขาก็หายไปในเงามืด
อีกครั้ง
ฉีอวิ้นลดดาบ หันมามองซูอิน “เขาพูดอะไรกับเจ้า”
ซูอินลังเล
ก่อนจะตอบเบาๆ “เขาบอกว่า…วันหนึ่งท่านอาจต้องเลือก”
ฉีอวิ้นขยับเข้ามาใกล้
ใกล้จนเธอไม่อาจหลบสายตาเขาได้
“ถ้าวันนั้นมาถึง” เขาพูดช้าๆ หนักแน่น “ข้าจะเลือกเจ้า”
คำพูดนั้น…
ทำให้เกมทั้งหมดเปลี่ยนความหมาย
แต่ในเงามืดที่ไกลออกไป
ผู้ข้ามภพคนที่สองยืนมองอยู่
และเขายิ้ม—
เหมือนคนที่รู้ว่า
เกมนี้ยังอีกยาว
—จบบทที่ 47—