ภารกิจสังหารกองโจร
เมื่อถูกเจียงเฉินถามกลับใบหน้าของหวังสู่ก็บิดเบี้ยวและน่าเกลียดทันที และในตอนนั้นเองศิษย์รอบๆก็เริ่มกากันซุบซิบนินทากันอย่างแผ่วเบา"นี่ก็แสดงว่าหวังสู่หวาดกลัวอู่หมิงและไม่สามารถสู้อู่หมิงได้จึงเอาเรื่องของหวังตี้มาข่มอู่หมิงสินะ" ศิษย์หญิงคนหนึ่งกล่าว"น่ารังเกียจที่สุดข้าละเกลียดผู้ชายแบบนี้จริงๆไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย" ศิษย์หญิงอีกคนก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงรังเกียจ"พวกเจ้าใครกล้าว่าข้า พวกเจ้าไม่รู้รึยังไงว่าข้าหวังสู่ไม่ใช่คนที่พวกเจ้าจะนินทาได้" หวังสู่คำรามออกมาด้วยความโกรธ"โอ๊ะ โอ๋ ท่านหวังสู่ผู้ยิ่งใหญ่ทำไมพวกเราไม่ไปที่สนามประลองแล้วประลองกันสักรอบดูละ เพราะข้าผู้ต่ำต้อยเองก็อยากจะรู้นักว่าท่านหวังสู่ผู้ยิ่งใหญ่จะแข็งแกร่งสักแค่ใหน" อู่หมิงกล่าวเยาะเย้ย"อู่หมิงเจ้าอย่าได้ใจไปนัก เมื่อไม่นานมานี้พี่ชายหวังตี้ของข้าสามารถเอาชนะศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักเหลียงซานมาได้แล้วและได้นำเกียรติยศมาสู่หอกระบี่ อย่างตัวเจ้ามีอะไรเทียบกับพี่ชายข้าได้บ้าง" หวังสู่กล่าวด้วยความโกรธ"เฮ้อ หวังสู่เอ่ย หวังสู่ข้ายังจำไม่เห็นได้เลยว่าข้าเอาตัวเองไปเทียบกับหวังตี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ข้ากล่าวคือเจ้า ตัวเจ้านั้นกล้ามาประลองกับข้าหรือไม่ถ้าไม่กล้าก็ใสหัวออกไปแล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกเพราะข้าไม่อยากเห็นหน้าคนที่ดีแต่ปากแต่มีนิสัยขี้ขาด" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปรับภารกิจโดยไม่สนใจหวังสู่ที่ยืนสั่นด้วยความโกรธ ศิษย์คนอื่นๆก็แอบหัวเราะเยาะหวังสู่ในใจเพราะตั้งแต่เริ่มหวังสู่ทำตัวเองทั้งนั้น"ภารกิจกำจัดกองโจรภูเขาเองก็ไม่เลวเหมือนกันนะ" เจียงเฉินกล่าวพร้อมกับหยิบแผ่นภารกิจออกมา"รายละเอียดภารกิจค่อนข้างซับซ้อนและดูเหมือนจะไม่ใช่แค่กลุ่มของหอกระบี่ที่ได้รับภารกิจนี้แต่ยังมีขุมอำนาจอื่นที่ได้รับภารกิจนี้อีกด้วย ซึ่งก็หมายความว่าพวกเรามีโอกาสได้พบกับศิษย์ของขุมอำนาจอื่นอย่างแน่นอน" จิงเสวี่ยนกล่าว"ฮ่า ฮ่า อย่างที่แม่หนูนั่นกล่าว ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ต้องใช้กำลังคนเป็นจำนวนมากในการทำเพราะกลุ่มโจรภูเขานั้นค่อนข้างแข็งแกร่งและมีโจรที่อยู่ปราณนภาขั้นกลางเป็นจำนวนมากและมีข่าวลือว่าหัวหน้าโจรอยู่ปราณนภาขั้นสูงอีกด้วย " ผู้อาวุโสที่ดูแลตำหนักภารกิจกล่าวขึ้น"แบบนี้นี่เองน่าสนุกดีนี่ พวกเราเองก็ไม่เคยพบกับอัจฉริยะของขุมอำนาจอื่นเลยนี่เป็นโอกาสดีที่จะได้เปิดหูเปิดตา" อู่หมิงกล่าวด้วยความตื่นเต้น"กลุ่มของพวกเจ้ามี 6 คนสินะอืมปกติต้องใช้จำนวน 10 คน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเจ้าค่อนข้างสูงเพราะงั้นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา" ผู้อาวุโสที่ดูแลตำหนักภารกิจกล่าวขึ้น"ขอบคุณผู้อาวุโส" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับรับภารกิจและลงชื่อกลุ่มไว้และกลับไปที่พักเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางทันที กลุ่มโจรที่พวกอู่หมิงต้องกำจัดนั้นเป็นกลุ่มโจรที่ทรงพลังในระดับกลาง กลุ่มโจรเหล่านี้มักจะคอยออกปล้นหมู่บ้านรอบๆเมืองใหญ่และมักจะลักพาตัวคนสำคัญของตระกูลใหญ่เพื่อเรียกค่าไถ่เสมอ มีข่างลือว่าเคยมีองค์หญิงของอาณาจักรแห่งหนึ่งถูกกลุ่มโจรเหล่านี้ลักพาตัวไปทำให้ตระกูลราชสงค์แห่งนั้นดกรธเกรี้ยวอย่างมากและบุกเข้าไปช่วยแต่ว่าเมื่อพวกเขาไปถึงก็ไม่พบกับกลุ่มโจรพบเพียงร่างขององค์หญิงที่ถูกกระทำต่างๆนาๆและเป็นเรื่องระบายความไคร่ให้กับพวกโจรจนจิตใจขององค์หญิงคนนั้นแตกสลายและกลายเป็นบ้าในที่สุดพวกอู่หมิงที่ได้รับข้อมูลนี้มาก็เริ่มมีความคิดที่อยากจะสังหารกลุ่มโจรเหล่านี้ให้สิ้นซาก และวันต่อมากลุ่มของอู่หมิงก็ออกเดินทางไปยังสถานที่นัดรวมตัวกับศิษย์ของขุมอำนาจอื่นๆ ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ค่อนข้างใกล ผู้อาวุโสของหอกระบี่จึงได้พาพวกอู่หมิงไปส่งที่นัดรวมตัวเพื่อประหยัดเวลาใช้เวลา 5 วันพวกอู่หมิงก็มาถึงอาณาจักซู่ที่เป็นจุดนัดรวมตัว พวกอู่หมิงล่ำลากับผู้อาวุโสที่มาส่งก่อนจะเข้าไปในโรงเตี้ยมชั้นยอดของอาณาจักรแห่งนี้"หืม ในที่สุดก็มาสักดี พวกเจ้าหอกระบี่ทำให้ข้ารอจนเบื่อแล้ว" เมื่ออู่หมิงเข้ามาในโรงเตี้ยมชายร่างใหญ่ก็กล่าวขึ้นแล้วมองมาที่กลุ่มอู่หมิงด้วยสายตาดูถูก"ขออภัยที่ทำให้ทุกคนต้องรอนาน" อู่หมิงกล่าว"อะไรกัน นี่หอกระบี่คิดจะเล่นตลกหรือยังไงถึงได้ส่งศิษย์สายในมาแค่หกคนแถมยังมีแค่สามคนที่อยู่ปราณนภาขั้นกลางอีกด้วย" ศิษย์อีกคนก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูกเมื่อมองไปยังกลุ่มอู่หมิง"เรื่องนั้นพวกข้านิกายหมัดราชันไม่ได้สนใจพวกข้าสนใจแค่ว่าจะเริ่มภารกิจตอนใหนแค่นั้น" ชายร่างใหญ่อีกกลุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"โอ้ นั่นไม่ใช่คุณชายอู่หมิงผู้ไร้พ่ายมิใช่หรือ" เสียงหญิงสาวที่สดใสดังขึ้นพร้อมกับปรากฎกลุ่มหญิงสาวสวมชุดสีฟ้าและสลักชื่อ หอหิมะโปรย ไว้"อย่างนี้นี่เองที่แท้ก็เป็นเขาศิษย์ใหม่ที่เข้ามาได้ 1 ปีก็กลายเป็นศิษย์สายในแถมยังไม่เคยมีประวัติการต่อสู้แล้วแพ้มาก่อน" เสียงดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อกลุ่มคนชุดดำที่มีดาบาะพายอยู่ข้างหลังเห็นได้ชัดว่าคนกลุ่มนี้มาจากนิกายดาบคลั่ง"แข็งแกร่งมากคนพวกนี้มีความแข็งแกร่งกว่าศิษย์สายในของหอกระบี่เสียอีก" อู่หมิงคิดในใจแล้วเริ่มประเมิณศิษย์ของกลุ่มอื่นๆ"เอาละในเมื่อมาครบแล้วพวกเราก็มาวางแผนกันเถอะ ก่อนอื่นเลยจากข้อมูลที่พวกเรารู้มาเส้นทางการเข้าออกของภูเขาลูกนั้นมีทั้งหมด 5 เส้นทาง เส้นทางหลัก 1 เส้นทางและเส้นทางย่อยอีก 3 ซึ่งเส้นทางหลักพวกข้านิกายดาบคลั่งและหอหิมะโปรยจะรับผิดชอบ ส่วนเส้นทางย่อยวพวกเจ้าที่เหลือรับผิดชอบ ตกลงหรือไม่" ชายหนุ่มนิกายดาบคลั่งกล่าว"เฮ้ย เฮ้ย แบบนั้นจะใหวเหรอพวกเจ้าย่าลืมสหายหอกระบี่ของเรามีแค่ 6 คนเองนะแถมยังอ่อนแอขนาดนี้จะรับมือกับกลุ่มโจรพวกนั้นใหวเหรอวะ ฮ่า ฮ่า" ชายหนุ่มสำนักเหลียงซานกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย"เรื่องของพวกเราหอกระบี่ไม่จำเป็นต้องให้สำนักเหลียงซานมาเป็นห่วงหรอก" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เหอะ ทำเป็นอวดดีข้าอยากจะรู้นักว่าเมื่อถึงเวลาต่อสู้กับกลุ่มโจรแล้วพวกเจ้าจะทำอย่างไร เอาแบบดีเป็นอย่างไรพวกเจ้านำผู้หญิงในกลุ่มของพวกเจ้ามาฝากพวกข้าไว้ก่อนก็ได้นะ พวกข้าจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลย ฮ่า ฮ่า" เหยียนหม่าหัวหน้าของกลุ่มศิษย์สำนักเหลียงซานกล่าวด้วยสายตาหื่นกระหายเมื่อจ้องมองไปยังร่างกายอันสมบูรณ์แบบของจิงเสวี่ยน"เจ้าอยากตายงั้นหรือ" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแรงกดดันไร้รูปเข้ากดดันเหยียนหม่าทำให้เหยียนหม่ารู้สึกกดันและถอยหลังออกมาสองก้าว กลุ่มขุมอำนาจอื่นๆต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึงกดับพลังที่อู่หมิงแสดงออกมาเห็นได้ชัดว่าอู่หมิงไม่ใช่กระดูกอ่อนที่เคี้ยวได้ง่ายๆอย่างที่เหยียนหม่าคิด-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------