เช้าวันรุ่งขึ้น
“ใครลองอธิบายขั้นตอนต่อจากตรงนี้ได้บ้างคะ”
เสียงของอาจารย์พิชญาดังขึ้นหน้าห้อง กระดานสีเขียวเต็มไปด้วยสมการแคลคูลัสยาวเหยียด แต่ทั้งห้องกลับเงียบกริบ นักศึกษาหลายคนก้มหน้าลงมองสมุด บางคนแสร้งทำเป็จดบันทึก
พีชมองไปรอบห้องก่อนจะเรียกชื่อ
“คุณจักราวุธ”
จักราวุธเงยหน้าขึ้นจากที่นั่ง
“ครับ”
“ลองอธิบายตรงนี้ให้เพื่อนฟังหน่อยค่ะ”
เขาลุกขึ้น เดินออกมาหน้าห้อง
พีชขยับหลบให้ทางเล็กน้อย
จักราวุธหยิบชอล์กขึ้นมา กวาดสายตามองสมการบนกระดานครู่หนึ่งเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง จากนั้นเขาชี้ไปที่สมการ่กลาง
“ถ้าใช้เงื่อนไขนี้”
ปลายชอล์กแตะลงบนกระดาน
“ผลลัพธ์สุดท้ายจะได้แบบนี้ครับ”
เขาเขียนคำตอบต่อจากบรรทัดเดิมอย่างรวดเร็ว เส้นชอล์กตรงและมั่นคง ก่อนจะวางชอล์กลงบนรางกระดาน
พีชเดินเข้ามาดูสมการ
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบชอล์กอีกแท่งขึ้นมา
“วิธีนี้ก็ได้ค่ะ”
เธอเขียนเพิ่มอีกบรรทัดต่อจากคำตอบของเขา
จักราวุธมองสมการนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อย
เขาหยิบชอล์กที่วางไว้ขึ้นมาอีกครั้ง แล้ววงจุดหนึ่งบนกระดาน
“ถ้าแทนค่าแบบนั้น สมการจะเสียรูปครับ”
พีชหันกลับไปที่กระดานทันที เธอเขียนเพิ่มอีกบรรทัด
“ไม่เสียค่ะ”
เธอตอบโดยไม่หันมา
“เพราะฉันแทนค่าตรงนี้ก่อน”
จักราวุธมองตามปลายชอล์กที่เธอเพิ่งเขียน ก่อนจะเอานิ้วเคาะเบา ๆ ที่กระดาน
“แต่เงื่อนไขโจทย์ห้ามย้ายตัวแปรก่อนครับ”
เขาลบสมการ่ท้ายของพีชออก แล้วเขียนแทนลงไปอย่างรวดเร็ว
“ถ้าจะแทนค่าแบบนี้จริง ่ท้ายควรแปรค่าเชิงซ้อนแบบนี้ก่อนครับ”
เสียงกระซิบเบา ๆ เริ่มดังขึ้นจากด้านหลังห้อง นักศึกษาหลายคนมองหน้ากันเหมือนกำลังดูการแข่งขันอะไรบางอย่าง
พีชมองสมการบนกระดานอีกครั้ง
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง
สายตาไล่ตามขั้นตอนที่เขาเขียน
ก่อนจะหลุดหัวเราะเบา ๆ
“โอเคค่ะ”
เธอวางชอล์กลงบนรางกระดาน แล้วหันกลับมามองเขา
“เหตุผลของคุณถูกต้อง”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“ฉันยอมรับ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังห้อง
พีชหันหลังกลับไปที่โต๊ะ เก็บแฟ้มทันที
“วันนี้พอแค่นี้ค่ะ”
“ที่เหลือไปลองทำต่อเอง”
นักศึกษาหลายคนเริ่มเก็บของ เสียงเก้าอี้เลื่อนเบา ๆ ดังขึ้นทั่วห้อง
จักราวุธวางชอล์กลง เหลือบตามองพีชแวบนึงก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
นักศึกษาทยอยลุกขึ้น เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นทั่วห้อง ไม่นานนัก นักศึกษาก็เริ่มทยอยเดินออกจากห้องเรียน เสียงพูดคุยค่อย ๆ ห่างออกไปตามโถงทางเดินกว้างของตึกไม้กึ่งปูน
พีชเดินนำออกมาก่อน จักราวุธก้าวตามหลังมาติด ๆ ลม่สายพัดผ่านระเบียงตึกเข้ามาเบา ๆ หอบเอาความเย็นมาปะทะผิว
เธอหยุดกะทันหันแล้วหันกลับมามองเขา
“คุณจักราวุธ”
เขาหยุดเดิน ขมวดคิ้วเล็กน้อยภายใต้กรอบแว่น
“ครับ”
พีชกอดแฟ้มในอ้อมอก เดินเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าวแล้วถามตรง ๆ
“เมื่อกี้คุณตั้งใจเถียงฉันใช่ไหม”
จักราวุธนิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบเรียบ ๆ
“ผมแค่ตอบตามที่คิดครับ”
พีชเลิกคิ้ว
“ตามที่คิด?”
เธอหัวเราะเบา ๆ
“นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครกล้าเถียงอาจารย์หน้าห้องแบบนั้นนะ”
จักราวุธยิ้มจาง ๆ
“ผมไม่ได้เถียงครับ”
เขาพูดเรียบ ๆ
“ผมแค่แก้โจทย์”
พีชมองหน้าเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก
“ใครบอกว่าฉันแพ้คะ”
เธอยิ้มเ้าเล่ห์นิด ๆ
“ฉันแค่กำลังหาวิธีที่จะเถียงคุณต่อในคาบหน้าต่างหาก”
จักราวุธหลุดหัวเราะเบา ๆ
“งั้นผมคงต้องเตรียมตัวไว้ครับ”
“สำหรับคาบหน้า”
พีชส่ายหัวเบา ๆ เธอมองเขาอย่างพิจารณา
“คุณเป็นักศึกษาที่แปลกดีนะ”
“ดูเหมือนคนที่มีประสบการณ์ชีวิตมาไม่น้อย”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย
“แล้วก็เหมือนคนที่กำลังพยายามปกปิดบางอย่างอยู่”
จักราวุธเลิกคิ้วนิดหนึ่ง
“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ”
พีชยิ้มเ้าเล่ห์นิด ๆ
“แววตาคุณมันไม่เหมือนนักศึกษาปกติทั่วไปเลย”
จักราวุธยิ้มบาง ๆ
“บางทีผมอาจจะแค่ชอบคิดอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น”
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินคุยกันไปตามระเบียง นักศึกษากลุ่มใหญ่เดินสวนมาด้วยความเร่งรีบ พีชเบี่ยงตัวหลบให้ทาง แต่จังหวะที่ก้าวถอยหลัง รองเท้าส้นสูงของเธอกลับลื่นไถลไปกับพื้นหินขัดที่เพิ่งทำความสะอาดใหม่ ร่างของพีชเสียหลักถลาไปข้างหน้า
หมับ!
จักราวุธคว้าต้นแขนเธอไว้ได้ทันท่วงที พร้อมดึงตัวเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเธอลอยเข้ามาในระยะประชิด มือของเขาจับข้อมือเธอไว้แน่น มั่นคงพอที่จะพยุงไม่ให้เธอล้ม
พีชชะงักนิ่ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาผ่านกรอบแว่น สายตาทั้งสองประสานกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเริ่มตั้งหลักได้ จากนั้นเธอจึงค่อย ๆ ดึงแขนตัวเองกลับ
“ขอบคุณค่ะ…”
พีชเพิ่งสังเกตว่าแรงมือของเขานิ่งมาก ไม่เหมือนนักศึกษาทั่วไปที่มักจะลนลานในสถานการณ์แบบนี้
จักราวุธปล่อยมือทันที
“ไม่เป็ไรครับ”
ทั้งสองยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปชั่วขณะ ก่อนที่พีชจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“วันนี้… คาบเรียนสนุกกว่าที่คิดนะคะ”
จักราวุธยิ้มบาง ๆ
“ครับ”
เขาหยุดเล็กน้อย
“ผมก็คิดเหมือนกัน”
หลังจากแยกกันที่ระเบียงตึก จักราวุธเดินลงบันไดมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ ความรู้สึกอุ่นวาบบนฝ่ามือจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังไม่จางหายไป
เขากำลังจะก้าวไปที่ รถ Honda Civic สีดำคันโปรดที่จอดเด่นอยู่ท่ามกลางรถของนักศึกษาคนอื่น แต่เสียงเรียกที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นจากด้านหลังอีกครั้ง
“คุณจักราวุธ”
เขาชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไป พีชเดินตามลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย พลางกอดแฟ้มไว้ในอ้อมอก แววตาเธอมีความลังเลเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ครับ?”
พีชเดินเข้ามาใกล้จนหยุดตรงหน้าเขา
“เมื่อกี้ที่ระเบียง... ฉันลืมบอกไปอย่างหนึ่งค่ะ”
จักราวุธเลิกคิ้วนิดหนึ่ง
“เื่อะไรครับ”
“ถึงคุณจะช่วยพยุงฉันไว้ แต่เื่ที่คุณทำให้ฉันต้อง 'ยอมจำนน' หน้าห้องเมื่อเช้า มันก็ยังเป็ความจริงอยู่นะคะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“ในฐานะลูกศิษย์ที่เก่งเกินหน้าอาจารย์... คุณติดหนี้ฉันหนึ่งมื้อค่ะ”
จักราวุธนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดยิ้มจาง ๆ อย่างนึกขำในเหตุผลของเธอ
“เลี้ยงข้าว... เป็ค่าทำขวัญเหรอครับ?”
“ถือว่าเป็ค่าทำให้คลาสของฉันวันนี้มีสีสันขึ้นมากเลยค่ะ”
พีชยักไหล่เอียงคอเล็กน้อย
“หรือว่าคุณมีธุระด่วนจนไม่กล้าไปกับฉัน?”
จักราวุธหลุดหัวเราะเบา ๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองเธออย่างเปิดเผย
“กล้าครับ... และผมก็กำลังหิวพอดี”
เขาพยักหน้าไปทางรถ Honda Accord สีดำของตัวเอง
“งั้นไปกันเลยไหมครับ?”
พีชเลิกคิ้วอย่างคาดไม่ถึง
“ตอนนี้เลยเหรอคะ?”
“ครับ... ถ้าช้ากว่านี้ร้านแถวนี้น่าจะเต็มหมด”
เธอมองนาฬิกาข้อมือสลับกับใบหน้าเขา ก่อนจะพยักหน้าตกลง
“ก็ได้ค่ะ ถือว่าฉันไม่ใจร้ายปล่อยให้นักศึกษาที่ช่วยฉันเมื่อกี้ต้องหิวข้าวแล้วกัน”
ร้านอาหารอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย เป็ร้านเล็ก ๆ บรรยากาศอบอุ่นที่นักศึกษาชอบมานั่งพักผ่อน พีชนั่งลงฝั่งหนึ่งของโต๊ะไม้ตัวเล็ก โดยมีจักราวุธนั่งลงฝั่งตรงข้าม แสงแดดรำไรจากหน้าต่างสะท้อนเข้าใบหน้าเขาจนดูซอฟต์ลง
เธอมองเมนูอาหารก่อนจะเงยหน้าขึ้นเปรยถาม
“คุณมากินร้านแบบนี้บ่อยไหมคะ?”
“แล้วแต่วันครับ”
“หาร้านดี ๆ เก่งเหมือนกันนะคุณเนี่ย”
พีชยิ้มขำ พนักงานเดินมารับออเดอร์ เธอสั่งอาหารง่าย ๆ สองสามอย่างก่อนจะวางเมนูลงแล้วจ้องหน้าเขาอีกครั้ง
“คุณนี่แปลกจริง ๆ นะคะ”
“วันนี้ผมได้ยินคำนี้มาหลายครั้งแล้วนะครับ”
“ก็คุณแปลกจริง ๆ นี่คะ”
พีชเท้าคางเล็กน้อย ปล่อยให้สายตาสำรวจใบหน้าเขาอย่างเปิดเผย
“นักศึกษาปีหนึ่งที่เถียงอาจารย์หน้าห้องได้แบบไม่ลังเล... แถมยังดูเป็คนที่ไม่ค่อยใอะไรง่าย ๆ ด้วย”
จักราวุธนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพการฝึกบินผาดแผลงและสถานการณ์คับขันบนน่านฟ้าแวบเข้ามาในหัว
“บางทีผมอาจจะแค่... ชินครับ”
“ชินกับอะไรคะ?”
เขายกไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระ
“หลายอย่างครับ”
พีชประสานมือแล้วเท้าคาง มองเขาอย่างพิจารณาเหมือนกำลังพยายามแก้โจทย์ยาก
“คุณนี่น่าสนใจจริง ๆ ... แต่ฉันยังรู้สึกเหมือนเดิมนะคะ”
“เื่อะไรครับ?”
พีชพยักหน้าไปที่ข้อมือของเขา Kentex F-16 บนข้อมือแกร่งสะท้อนแสงไฟในร้านจนเห็นเงาเครื่องบินรบชัดเจน
“นาฬิกาเรือนนั้นค่ะ... นาฬิกาแบบนี้ไม่ค่อยเห็นนักศึกษาใส่กันหรอกนะ ส่วนใหญ่เด็ก ๆ จะใส่แบบแฟชั่น หรือไม่ก็หรูหราไปเลย”
เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาเขา
“แต่ของคุณ... มันดู ‘ใช้งานจริง’ และดูต่างออกไปมาก”
จักราวุธยิ้มบาง ๆ พยายามรักษาความนิ่งไว้
“ผมแค่ชอบนาฬิกาที่มีฟังก์ชันเยอะ ๆ ครับ”
พีชไม่ตอบทันที เธอมองหน้าเขาเนิ่นนานครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“คุณรู้ไหมคะ...”
“อะไรครับ?”
เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เขาไม่วางตา
“ฉันสอนหนังสือมาหลายปี... ฉันดูคนเก่งพอสมควรนะคุณจักราวุธ”
เขานิ่งรอฟัง...
“คุณไม่ใช่นักศึกษาซิ่วธรรมดา”
พีชเว้นจังหวะ สายตาเธอมั่นคงจนเขาเริ่มรู้สึกถึงความกดดันที่น่าสนใจ
“และคุณก็ดูเหมือนคนที่เคยผ่านการทำงานอะไรบางอย่างที่... หนักหน่วงมาแล้ว”
เธอมองเขานานกว่าปกติเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะถามคำถามนี้ดีหรือไม่
เธอขยับเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิดก่อนจะถามตรง ๆ
“คุณทำงานไปด้วย แล้วมาเรียนไปด้วยใช่ไหมคะ?”
จักราวุธนิ่งไปครู่หนึ่ง
เขามองหน้าพีช ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มช้า ๆ
“ประมาณนั้นครับ”
คำตอบสั้น ๆ แต่ไม่ได้ปฏิเสธ
พีชหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนกำลังอ่านสีหน้าเขา
“งานแบบไหนคะ”
จักราวุธยิ้มบาง ๆ
“งานที่…ต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นนิดหน่อยครับ”
เธอเลิกคิ้วทันที
“ฟังดูไม่ใช่งานพาร์ตไทม์ของนักศึกษาทั่วไปเลยนะคะ”
เขาเพียงยักไหล่เล็กน้อย
“บางอย่าง… เงียบไว้จะง่ายกว่าครับ”
พีชมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“คุณนี่ลึกลับจริง ๆ”
อาหารเริ่มถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ กลิ่นหอมลอยขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ของร้านเล็ก ๆ บทสนทนาที่เหลือหลังจากนั้นไม่ได้จริงจังเหมือน่แรกอีก
แต่สายตาของพีชยังคงจับจ้องเขาเป็ระยะ เหมือนกำลังพยายามแก้โจทย์อีกข้อหนึ่งที่ยังหาคำตอบไม่เจอ
--------------------
หลังจากมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยบทสนทนาเชิงรุกและรับ ทั้งสองกลับมาที่ลานจอดรถของคณะอีกครั้ง แสงสีส้มรำไรของยามเย็นเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความสลัวของพลบค่ำ ลมอ่อน ๆ พัดผ่านลานจอดรถจนทำให้บรรยากาศรอบตัวดูนุ่มนวลขึ้น
หลังจากลงจากรถของจักราวุธแล้ว พีชหยุดเดินตรงทางแยกไปจุดจอดรถ เธอหันกลับมามองจักราวุธที่ยังคงเดินมาส่ง เขาเดินขนาบข้างอย่างรักษาระยะห่าง
“ขอบคุณสำหรับมื้อนี้นะคะ... อิ่มกว่าที่คิดไว้เยอะเลย”
จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย แววตาหลังกรอบแว่นดูผ่อนคลายขึ้น
“ยินดีครับ”
เธอยิ้มบาง ๆ พลางชี้ไปทางรถของตัวเองที่จอดอยู่อีกโซน
“ฉันจอดไว้ทางโน้นค่ะ”
“ครับ... เดี๋ยวผมเดินไปส่ง”
ทั้งสองเดินไปพร้อมกันอีกเพียงไม่กี่ก้าวก่อนจะถึงจุดที่ต้องแยกทางกันจริง ๆ
พีชหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง แสงไฟจากเสาไฟฟ้าในลานจอดรถตกกระทบใบหน้าเธอ จนดูอ่อนหวานกว่าตอนอยู่ในห้องเรียน
“แล้วเจอกันในคลาสนะคะ... คุณจักราวุธ”
“ครับ... อาจารย์”
พีชหลุดหัวเราะเบา ๆ
ดูเหมือนเธอจะเริ่มชินกับความสุภาพที่ดูแข็งทื่อของเขา
“นอกคลาส... เรียกพีชเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้แก่กว่าคุณขนาดนั้นหรอก”
จักราวุธนิ่งไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาทีกับคำอนุญาตที่เป็กันเองนั้น ก่อนจะพยักหน้า
“ครับ... คุณพีช”
เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น
“เรียกผมว่าไอซ์ก็ได้เหมือนกันครับ... เวลานอกคลาส”
พีชชะงักไปนิด แววตาเป็ประกายขึ้นมาทันที
“ตกลงค่ะ... คุณไอซ์”
เธอยิ้มกว้างส่งท้าย ก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินไปที่รถของตัวเอง
จักราวุธยืนมองตามแผ่นหลังนั้นจนเธอขึ้นรถไปเรียบร้อย เขาจึงหันกลับไปที่ รถซีดานสีดำ ของตัวเองบ้าง ไม่นานนัก รถทั้งสองคันก็เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถแยกย้ายกันไปคนละเส้นทาง ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกจาง ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ค่ำวันนั้น...
จักราวุธกลับถึงบ้าน เขาวางกุญแจรถและนาฬิกา Kentex F-16 ลงบนโต๊ะ ก่อนจะถอดแว่นตากรอบหนาออกเพื่อพักสายตา เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ปล่อยให้ความเงียบโอบล้อมร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน
แต่แล้วมือถือที่วางอยู่ข้างตัวก็สั่นเตือนขึ้นมา
Peachy : ถึงบ้านหรือยังคะ?
เขาขยับตัวเล็กน้อย พิมพ์ตอบกลับไปตามความจริง
Chakrawut : ถึงแล้วครับ
ไม่กี่อึดใจ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา
Peachy : ดีค่ะ
ตามด้วยรูปจานอาหารกึ่งกลางโต๊ะที่พวกเขาเพิ่งทานด้วยกันเมื่อเย็น
Peachy : ร้านนี้อร่อยกว่าที่คิดนะเนี่ย ไว้คราวหน้าต้องไปซ้ำค่ะ
จักราวุธยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก ตอนแรกเขาตั้งใจจะถ่ายรูปแก้วน้ำเรียบ ๆ บนโต๊ะส่งกลับไป แต่เมื่อเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาก็เปลี่ยนใจ เขาหันไปถ่ายรูปวิวแสงไฟสีนวลที่ตกกระทบกับสวนหินหน้าบ้าน แล้วส่งกลับไปพร้อมข้อความ
Chakrawut : เห็นด้วยครับ
พีชตอบกลับแทบจะทันที
Peachy : คุณนี่ตอบสั้นจริง ๆ เลยนะ แต่รูปสวยดีค่ะ ดูสงบจัง
จักราวุธพิมพ์ตอบสั้น ๆ
Chakrawut : นิสัยครับ
อีกฝั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีข้อความส่งท้ายพร้อมสติกเกอร์ตัวการ์ตูน
Peachy : งั้นวันนี้พักผ่อนนะคะ ฝันดีค่ะ” ????
จักราวุธมองหน้าจอนั้นอยู่เนิ่นนาน
ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
Chakrawut : ฝันดีครับ คุณพีช
หน้าจอดับลง ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่รอยยิ้มจาง ๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขา
คืนนี้...
นักบินรบ F-16 คนหนึ่งหลับไปพร้อมความรู้สึกของนักศึกษาปีหนึ่งธรรมดาคนหนึ่ง และบางที...
ในคลาสวันพรุ่งนี้เขาอาจจะได้เห็นรอยยิ้มแบบเดียวกันนั้นอีกครั้งจากหน้าห้องเรียน