นักบินคนนั้นคือเด็กปี1คลาสฉัน [จบ]

    EP.6 คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

    เช้าวันรุ่งขึ้น


    “ใครลองอธิบายขั้นตอนต่อจากตรงนี้ได้บ้างคะ”


    เสียงของอาจารย์พิชญาดังขึ้นหน้าห้อง กระดานสีเขียวเต็มไปด้วยสมการแคลคูลัสยาวเหยียด แต่ทั้งห้องกลับเงียบกริบ นักศึกษาหลายคนก้มหน้าลงมองสมุด บางคนแสร้งทำเป็๲จดบันทึก


    พีชมองไปรอบห้องก่อนจะเรียกชื่อ


    “คุณจักราวุธ”


    จักราวุธเงยหน้าขึ้นจากที่นั่ง


    “ครับ”


    “ลองอธิบายตรงนี้ให้เพื่อนฟังหน่อยค่ะ”


    เขาลุกขึ้น เดินออกมาหน้าห้อง

    พีชขยับหลบให้ทางเล็กน้อย


    จักราวุธหยิบชอล์กขึ้นมา กวาดสายตามองสมการบนกระดานครู่หนึ่งเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง จากนั้นเขาชี้ไปที่สมการ๰่๭๫กลาง


    “ถ้าใช้เงื่อนไขนี้”


    ปลายชอล์กแตะลงบนกระดาน


    “ผลลัพธ์สุดท้ายจะได้แบบนี้ครับ”


    เขาเขียนคำตอบต่อจากบรรทัดเดิมอย่างรวดเร็ว เส้นชอล์กตรงและมั่นคง ก่อนจะวางชอล์กลงบนรางกระดาน


    พีชเดินเข้ามาดูสมการ

    เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบชอล์กอีกแท่งขึ้นมา


    “วิธีนี้ก็ได้ค่ะ”


    เธอเขียนเพิ่มอีกบรรทัดต่อจากคำตอบของเขา

    จักราวุธมองสมการนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อย

    เขาหยิบชอล์กที่วางไว้ขึ้นมาอีกครั้ง แล้ววงจุดหนึ่งบนกระดาน


    “ถ้าแทนค่าแบบนั้น สมการจะเสียรูปครับ”


    พีชหันกลับไปที่กระดานทันที เธอเขียนเพิ่มอีกบรรทัด


    “ไม่เสียค่ะ”


    เธอตอบโดยไม่หันมา


    “เพราะฉันแทนค่าตรงนี้ก่อน”


    จักราวุธมองตามปลายชอล์กที่เธอเพิ่งเขียน ก่อนจะเอานิ้วเคาะเบา ๆ ที่กระดาน


    “แต่เงื่อนไขโจทย์ห้ามย้ายตัวแปรก่อนครับ”


    เขาลบสมการ๰่๥๹ท้ายของพีชออก แล้วเขียนแทนลงไปอย่างรวดเร็ว


    “ถ้าจะแทนค่าแบบนี้จริง ๰่๥๹ท้ายควรแปรค่าเชิงซ้อนแบบนี้ก่อนครับ”


    เสียงกระซิบเบา ๆ เริ่มดังขึ้นจากด้านหลังห้อง นักศึกษาหลายคนมองหน้ากันเหมือนกำลังดูการแข่งขันอะไรบางอย่าง


    พีชมองสมการบนกระดานอีกครั้ง

    เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง

    สายตาไล่ตามขั้นตอนที่เขาเขียน

    ก่อนจะหลุดหัวเราะเบา ๆ


    “โอเคค่ะ”


    เธอวางชอล์กลงบนรางกระดาน แล้วหันกลับมามองเขา


    “เหตุผลของคุณถูกต้อง”


    เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ


    “ฉันยอมรับ”


    เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังห้อง


    พีชหันหลังกลับไปที่โต๊ะ เก็บแฟ้มทันที


    “วันนี้พอแค่นี้ค่ะ”

    “ที่เหลือไปลองทำต่อเอง”


    นักศึกษาหลายคนเริ่มเก็บของ เสียงเก้าอี้เลื่อนเบา ๆ ดังขึ้นทั่วห้อง

    จักราวุธวางชอล์กลง เหลือบตามองพีชแวบนึงก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง

    นักศึกษาทยอยลุกขึ้น เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นทั่วห้อง ไม่นานนัก นักศึกษาก็เริ่มทยอยเดินออกจากห้องเรียน เสียงพูดคุยค่อย ๆ ห่างออกไปตามโถงทางเดินกว้างของตึกไม้กึ่งปูน


    พีชเดินนำออกมาก่อน จักราวุธก้าวตามหลังมาติด ๆ ลม๰่๥๹สายพัดผ่านระเบียงตึกเข้ามาเบา ๆ หอบเอาความเย็นมาปะทะผิว

    เธอหยุดกะทันหันแล้วหันกลับมามองเขา


    “คุณจักราวุธ”


    เขาหยุดเดิน ขมวดคิ้วเล็กน้อยภายใต้กรอบแว่น


    “ครับ”


    พีชกอดแฟ้มในอ้อมอก เดินเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าวแล้วถามตรง ๆ


    “เมื่อกี้คุณตั้งใจเถียงฉันใช่ไหม”


    จักราวุธนิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบเรียบ ๆ


    “ผมแค่ตอบตามที่คิดครับ”


    พีชเลิกคิ้ว


    “ตามที่คิด?”


    เธอหัวเราะเบา ๆ


    “นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครกล้าเถียงอาจารย์หน้าห้องแบบนั้นนะ”


    จักราวุธยิ้มจาง ๆ


    “ผมไม่ได้เถียงครับ”


    เขาพูดเรียบ ๆ


    “ผมแค่แก้โจทย์”


    พีชมองหน้าเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก


    “ใครบอกว่าฉันแพ้คะ”


    เธอยิ้มเ๯้าเล่ห์นิด ๆ


    “ฉันแค่กำลังหาวิธีที่จะเถียงคุณต่อในคาบหน้าต่างหาก”


    จักราวุธหลุดหัวเราะเบา ๆ


    “งั้นผมคงต้องเตรียมตัวไว้ครับ”

    “สำหรับคาบหน้า”


    พีชส่ายหัวเบา ๆ เธอมองเขาอย่างพิจารณา


    “คุณเป็๲นักศึกษาที่แปลกดีนะ”

    “ดูเหมือนคนที่มีประสบการณ์ชีวิตมาไม่น้อย”


    เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย


    “แล้วก็เหมือนคนที่กำลังพยายามปกปิดบางอย่างอยู่”


    จักราวุธเลิกคิ้วนิดหนึ่ง


    “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”


    “ใช่ค่ะ”


    พีชยิ้มเ๯้าเล่ห์นิด ๆ


    “แววตาคุณมันไม่เหมือนนักศึกษาปกติทั่วไปเลย”


    จักราวุธยิ้มบาง ๆ


    “บางทีผมอาจจะแค่ชอบคิดอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น”


    ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินคุยกันไปตามระเบียง นักศึกษากลุ่มใหญ่เดินสวนมาด้วยความเร่งรีบ พีชเบี่ยงตัวหลบให้ทาง แต่จังหวะที่ก้าวถอยหลัง รองเท้าส้นสูงของเธอกลับลื่นไถลไปกับพื้นหินขัดที่เพิ่งทำความสะอาดใหม่ ร่างของพีชเสียหลักถลาไปข้างหน้า


    หมับ!


    จักราวุธคว้าต้นแขนเธอไว้ได้ทันท่วงที พร้อมดึงตัวเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเธอลอยเข้ามาในระยะประชิด มือของเขาจับข้อมือเธอไว้แน่น มั่นคงพอที่จะพยุงไม่ให้เธอล้ม


    พีชชะงักนิ่ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาผ่านกรอบแว่น สายตาทั้งสองประสานกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเริ่มตั้งหลักได้ จากนั้นเธอจึงค่อย ๆ ดึงแขนตัวเองกลับ


    “ขอบคุณค่ะ…”


    พีชเพิ่งสังเกตว่าแรงมือของเขานิ่งมาก ไม่เหมือนนักศึกษาทั่วไปที่มักจะลนลานในสถานการณ์แบบนี้


    จักราวุธปล่อยมือทันที


    “ไม่เป็๞ไรครับ”


    ทั้งสองยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปชั่วขณะ ก่อนที่พีชจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ


    “วันนี้… คาบเรียนสนุกกว่าที่คิดนะคะ”


    จักราวุธยิ้มบาง ๆ


    “ครับ”


    เขาหยุดเล็กน้อย


    “ผมก็คิดเหมือนกัน”


    หลังจากแยกกันที่ระเบียงตึก จักราวุธเดินลงบันไดมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ ความรู้สึกอุ่นวาบบนฝ่ามือจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังไม่จางหายไป

    เขากำลังจะก้าวไปที่ รถ Honda Civic สีดำคันโปรดที่จอดเด่นอยู่ท่ามกลางรถของนักศึกษาคนอื่น แต่เสียงเรียกที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นจากด้านหลังอีกครั้ง


    “คุณจักราวุธ”


    เขาชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไป พีชเดินตามลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย พลางกอดแฟ้มไว้ในอ้อมอก แววตาเธอมีความลังเลเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็๲รอยยิ้มเ๽้าเล่ห์


    “ครับ?”


    พีชเดินเข้ามาใกล้จนหยุดตรงหน้าเขา


    “เมื่อกี้ที่ระเบียง... ฉันลืมบอกไปอย่างหนึ่งค่ะ”


    จักราวุธเลิกคิ้วนิดหนึ่ง


    “เ๱ื่๵๹อะไรครับ”


    “ถึงคุณจะช่วยพยุงฉันไว้ แต่เ๱ื่๵๹ที่คุณทำให้ฉันต้อง 'ยอมจำนน' หน้าห้องเมื่อเช้า มันก็ยังเป็๲ความจริงอยู่นะคะ”


    เธอหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ


    “ในฐานะลูกศิษย์ที่เก่งเกินหน้าอาจารย์... คุณติดหนี้ฉันหนึ่งมื้อค่ะ”


    จักราวุธนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดยิ้มจาง ๆ อย่างนึกขำในเหตุผลของเธอ


    “เลี้ยงข้าว... เป็๲ค่าทำขวัญเหรอครับ?”


    “ถือว่าเป็๲ค่าทำให้คลาสของฉันวันนี้มีสีสันขึ้นมากเลยค่ะ”


    พีชยักไหล่เอียงคอเล็กน้อย


    “หรือว่าคุณมีธุระด่วนจนไม่กล้าไปกับฉัน?”


    จักราวุธหลุดหัวเราะเบา ๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองเธออย่างเปิดเผย


    “กล้าครับ... และผมก็กำลังหิวพอดี”


    เขาพยักหน้าไปทางรถ Honda Accord สีดำของตัวเอง


    “งั้นไปกันเลยไหมครับ?”


    พีชเลิกคิ้วอย่างคาดไม่ถึง


    “ตอนนี้เลยเหรอคะ?”


    “ครับ... ถ้าช้ากว่านี้ร้านแถวนี้น่าจะเต็มหมด”


    เธอมองนาฬิกาข้อมือสลับกับใบหน้าเขา ก่อนจะพยักหน้าตกลง


    “ก็ได้ค่ะ ถือว่าฉันไม่ใจร้ายปล่อยให้นักศึกษาที่ช่วยฉันเมื่อกี้ต้องหิวข้าวแล้วกัน”


    ร้านอาหารอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย เป็๲ร้านเล็ก ๆ บรรยากาศอบอุ่นที่นักศึกษาชอบมานั่งพักผ่อน พีชนั่งลงฝั่งหนึ่งของโต๊ะไม้ตัวเล็ก โดยมีจักราวุธนั่งลงฝั่งตรงข้าม แสงแดดรำไรจากหน้าต่างสะท้อนเข้าใบหน้าเขาจนดูซอฟต์ลง


    เธอมองเมนูอาหารก่อนจะเงยหน้าขึ้นเปรยถาม


    “คุณมากินร้านแบบนี้บ่อยไหมคะ?”


    “แล้วแต่วันครับ”


    “หาร้านดี ๆ เก่งเหมือนกันนะคุณเนี่ย”


    พีชยิ้มขำ พนักงานเดินมารับออเดอร์ เธอสั่งอาหารง่าย ๆ สองสามอย่างก่อนจะวางเมนูลงแล้วจ้องหน้าเขาอีกครั้ง


    “คุณนี่แปลกจริง ๆ นะคะ”


    “วันนี้ผมได้ยินคำนี้มาหลายครั้งแล้วนะครับ”


    “ก็คุณแปลกจริง ๆ นี่คะ”


    พีชเท้าคางเล็กน้อย ปล่อยให้สายตาสำรวจใบหน้าเขาอย่างเปิดเผย


    “นักศึกษาปีหนึ่งที่เถียงอาจารย์หน้าห้องได้แบบไม่ลังเล... แถมยังดูเป็๲คนที่ไม่ค่อย๻๠ใ๽อะไรง่าย ๆ ด้วย”


    จักราวุธนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพการฝึกบินผาดแผลงและสถานการณ์คับขันบนน่านฟ้าแวบเข้ามาในหัว


    “บางทีผมอาจจะแค่... ชินครับ”


    “ชินกับอะไรคะ?”


    เขายกไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระ


    “หลายอย่างครับ”


    พีชประสานมือแล้วเท้าคาง มองเขาอย่างพิจารณาเหมือนกำลังพยายามแก้โจทย์ยาก


    “คุณนี่น่าสนใจจริง ๆ ... แต่ฉันยังรู้สึกเหมือนเดิมนะคะ”


    “เ๱ื่๵๹อะไรครับ?”


    พีชพยักหน้าไปที่ข้อมือของเขา Kentex F-16 บนข้อมือแกร่งสะท้อนแสงไฟในร้านจนเห็นเงาเครื่องบินรบชัดเจน

    “นาฬิกาเรือนนั้นค่ะ... นาฬิกาแบบนี้ไม่ค่อยเห็นนักศึกษาใส่กันหรอกนะ ส่วนใหญ่เด็ก ๆ จะใส่แบบแฟชั่น หรือไม่ก็หรูหราไปเลย”


    เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาเขา


    “แต่ของคุณ... มันดู ‘ใช้งานจริง’ และดูต่างออกไปมาก”


    จักราวุธยิ้มบาง ๆ พยายามรักษาความนิ่งไว้


    “ผมแค่ชอบนาฬิกาที่มีฟังก์ชันเยอะ ๆ ครับ”


    พีชไม่ตอบทันที เธอมองหน้าเขาเนิ่นนานครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น


    “คุณรู้ไหมคะ...”


    “อะไรครับ?”


    เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เขาไม่วางตา


    “ฉันสอนหนังสือมาหลายปี... ฉันดูคนเก่งพอสมควรนะคุณจักราวุธ”


    เขานิ่งรอฟัง...


    “คุณไม่ใช่นักศึกษาซิ่วธรรมดา”


    พีชเว้นจังหวะ สายตาเธอมั่นคงจนเขาเริ่มรู้สึกถึงความกดดันที่น่าสนใจ


    “และคุณก็ดูเหมือนคนที่เคยผ่านการทำงานอะไรบางอย่างที่... หนักหน่วงมาแล้ว”


    เธอมองเขานานกว่าปกติเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะถามคำถามนี้ดีหรือไม่


    เธอขยับเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิดก่อนจะถามตรง ๆ


    “คุณทำงานไปด้วย แล้วมาเรียนไปด้วยใช่ไหมคะ?”


    จักราวุธนิ่งไปครู่หนึ่ง

    เขามองหน้าพีช ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มช้า ๆ


    “ประมาณนั้นครับ”


    คำตอบสั้น ๆ แต่ไม่ได้ปฏิเสธ

    พีชหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนกำลังอ่านสีหน้าเขา


    “งานแบบไหนคะ”


    จักราวุธยิ้มบาง ๆ


    “งานที่…ต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นนิดหน่อยครับ”


    เธอเลิกคิ้วทันที


    “ฟังดูไม่ใช่งานพาร์ตไทม์ของนักศึกษาทั่วไปเลยนะคะ”


    เขาเพียงยักไหล่เล็กน้อย


    “บางอย่าง… เงียบไว้จะง่ายกว่าครับ”


    พีชมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ


    “คุณนี่ลึกลับจริง ๆ”


    อาหารเริ่มถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ กลิ่นหอมลอยขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ของร้านเล็ก ๆ บทสนทนาที่เหลือหลังจากนั้นไม่ได้จริงจังเหมือน๰่๭๫แรกอีก

    แต่สายตาของพีชยังคงจับจ้องเขาเป็๲ระยะ เหมือนกำลังพยายามแก้โจทย์อีกข้อหนึ่งที่ยังหาคำตอบไม่เจอ


    --------------------


    หลังจากมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยบทสนทนาเชิงรุกและรับ ทั้งสองกลับมาที่ลานจอดรถของคณะอีกครั้ง แสงสีส้มรำไรของยามเย็นเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความสลัวของพลบค่ำ ลมอ่อน ๆ พัดผ่านลานจอดรถจนทำให้บรรยากาศรอบตัวดูนุ่มนวลขึ้น


    หลังจากลงจากรถของจักราวุธแล้ว พีชหยุดเดินตรงทางแยกไปจุดจอดรถ เธอหันกลับมามองจักราวุธที่ยังคงเดินมาส่ง เขาเดินขนาบข้างอย่างรักษาระยะห่าง


    “ขอบคุณสำหรับมื้อนี้นะคะ... อิ่มกว่าที่คิดไว้เยอะเลย”


    จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย แววตาหลังกรอบแว่นดูผ่อนคลายขึ้น


    “ยินดีครับ”


    เธอยิ้มบาง ๆ พลางชี้ไปทางรถของตัวเองที่จอดอยู่อีกโซน


    “ฉันจอดไว้ทางโน้นค่ะ”


    “ครับ... เดี๋ยวผมเดินไปส่ง”


    ทั้งสองเดินไปพร้อมกันอีกเพียงไม่กี่ก้าวก่อนจะถึงจุดที่ต้องแยกทางกันจริง ๆ

    พีชหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง แสงไฟจากเสาไฟฟ้าในลานจอดรถตกกระทบใบหน้าเธอ จนดูอ่อนหวานกว่าตอนอยู่ในห้องเรียน


    “แล้วเจอกันในคลาสนะคะ... คุณจักราวุธ”


    “ครับ... อาจารย์”


    พีชหลุดหัวเราะเบา ๆ

    ดูเหมือนเธอจะเริ่มชินกับความสุภาพที่ดูแข็งทื่อของเขา


    “นอกคลาส... เรียกพีชเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้แก่กว่าคุณขนาดนั้นหรอก”


    จักราวุธนิ่งไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาทีกับคำอนุญาตที่เป็๲กันเองนั้น ก่อนจะพยักหน้า


    “ครับ... คุณพีช”


    เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น


    “เรียกผมว่าไอซ์ก็ได้เหมือนกันครับ... เวลานอกคลาส”


    พีชชะงักไปนิด แววตาเป็๲ประกายขึ้นมาทันที


    “ตกลงค่ะ... คุณไอซ์”


    เธอยิ้มกว้างส่งท้าย ก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินไปที่รถของตัวเอง

    จักราวุธยืนมองตามแผ่นหลังนั้นจนเธอขึ้นรถไปเรียบร้อย เขาจึงหันกลับไปที่ รถซีดานสีดำ ของตัวเองบ้าง ไม่นานนัก รถทั้งสองคันก็เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถแยกย้ายกันไปคนละเส้นทาง ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกจาง ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ


    ค่ำวันนั้น...

    จักราวุธกลับถึงบ้าน เขาวางกุญแจรถและนาฬิกา Kentex F-16 ลงบนโต๊ะ ก่อนจะถอดแว่นตากรอบหนาออกเพื่อพักสายตา เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ปล่อยให้ความเงียบโอบล้อมร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน


    แต่แล้วมือถือที่วางอยู่ข้างตัวก็สั่นเตือนขึ้นมา


    Peachy : ถึงบ้านหรือยังคะ?


    เขาขยับตัวเล็กน้อย พิมพ์ตอบกลับไปตามความจริง


    Chakrawut : ถึงแล้วครับ


    ไม่กี่อึดใจ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา


    Peachy : ดีค่ะ


    ตามด้วยรูปจานอาหารกึ่งกลางโต๊ะที่พวกเขาเพิ่งทานด้วยกันเมื่อเย็น


    Peachy : ร้านนี้อร่อยกว่าที่คิดนะเนี่ย ไว้คราวหน้าต้องไปซ้ำค่ะ


    จักราวุธยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก ตอนแรกเขาตั้งใจจะถ่ายรูปแก้วน้ำเรียบ ๆ บนโต๊ะส่งกลับไป แต่เมื่อเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาก็เปลี่ยนใจ เขาหันไปถ่ายรูปวิวแสงไฟสีนวลที่ตกกระทบกับสวนหินหน้าบ้าน แล้วส่งกลับไปพร้อมข้อความ


    Chakrawut : เห็นด้วยครับ


    พีชตอบกลับแทบจะทันที


    Peachy : คุณนี่ตอบสั้นจริง ๆ เลยนะ แต่รูปสวยดีค่ะ ดูสงบจัง


    จักราวุธพิมพ์ตอบสั้น ๆ


    Chakrawut : นิสัยครับ


    อีกฝั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีข้อความส่งท้ายพร้อมสติกเกอร์ตัวการ์ตูน


    Peachy : งั้นวันนี้พักผ่อนนะคะ ฝันดีค่ะ” ????


    จักราวุธมองหน้าจอนั้นอยู่เนิ่นนาน

    ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป


    Chakrawut : ฝันดีครับ คุณพีช


    หน้าจอดับลง ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่รอยยิ้มจาง ๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขา


    คืนนี้...

    นักบินรบ F-16 คนหนึ่งหลับไปพร้อมความรู้สึกของนักศึกษาปีหนึ่งธรรมดาคนหนึ่ง และบางที...

    ในคลาสวันพรุ่งนี้เขาอาจจะได้เห็นรอยยิ้มแบบเดียวกันนั้นอีกครั้งจากหน้าห้องเรียน