ตอนที่ 9: เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัย
หลังจากเหตุการณ์ที่หุบเขาหมอกอสรพิษ บรรยากาศในการเดินทางก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ภายนอกทุกอย่างจะดูสงบเรียบร้อย แต่เฟิงหวงััได้ถึงกระแสคลื่นใต้น้ำที่รุนแรงขึ้น
เฟิงหลวนไม่ได้เอ่ยปากถามถึงการตายปริศนาของโจรสามคนนั้นอีกเลย แต่นางก็ไม่ได้ปล่อยผ่านมันไป สายตาที่นางใช้มองมายังรถม้าของเขานั้นแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังและการค้นหาความจริงที่ลึกซึ้งกว่าเดิม นางไม่ได้ลดการคุ้มกันลง แต่กลับเพิ่ม "การจับตามอง" เขามากขึ้น
องครักษ์หญิงคนสนิทของนาง 'เสี่ยวเยว่' มักจะหาเื่เข้ามาในรถม้าเพื่อถวายน้ำชาหรือผลไม้ให้เฟิงหวงอยู่เสมอ ทุกการกระทำของนางล้วนเป็การสังเกตการณ์อย่างแเี
"องค์ชาย ทรงดูมีพระวรกายที่ดีขึ้นนะเพคะ" เสี่ยวเยว่กล่าวขณะรินชา "ไม่เหมือนคนที่เพิ่งผ่านเื่เลวร้ายมาเลย"
เฟิงหวงไอออกมาสองสามครั้งอย่างจงใจ ใบหน้ากลับมาซีดเผือดอีกครั้ง "เป็เพราะโอสถของน้องเจ็ดนั่นแหละ...แต่ภายในของข้ายังคงว่างเปล่าอยู่ดี" เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เหม่อลอย "บางครั้งข้าก็คิดว่า...ตายไปในป่าเสียยังจะดีกว่าการมีชีวิตอยู่อย่างไร้ค่าเช่นนี้"
คำพูดที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังนั้นทำให้เสี่ยวเยว่ไม่พบพิรุธอะไร นางจึงได้แต่ปลอบใจเล็กน้อยแล้วล่าถอยออกไป
เฟิงหวงรู้ดีว่านี่คือการทดสอบทางจิตวิทยา เฟิงหลวน้าจะดูว่าเขาจะเผยพิรุธออกมาหรือไม่เมื่อถูกกดดันด้วยคำพูด แต่สำหรับเขาที่เคยเป็นักเรียนมัธยมปลายในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร การแสดงละครตบตาเช่นนี้ถือเป็เื่ง่ายดาย
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้ตัวเองตกเป็ฝ่ายถูกกระทำเพียงอย่างเดียว
สองวันต่อมา ขณะที่ขบวนหยุดพักใกล้กับเมืองหน้าด่านแห่งหนึ่ง เฟิงหวงได้เรียกเสี่ยวเยว่เข้ามาพบเป็การส่วนตัว
"ข้ามีเื่อยากจะรบกวนเ้าสักเล็กน้อย" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอ
"มีอะไรให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ?"
เฟิงหวงหยิบถุงเงินเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ "ข้าอยากจะให้เ้าช่วยไปซื้อ 'หมึกศิลาวารี' กับ 'กระดาษใยหยก' จากในเมืองให้ข้าหน่อยได้หรือไม่...ข้าอยากจะลองคัดลอกบทกวีเพื่อทำจิตใจให้สงบ"
หมึกและกระดาษที่เขาเอ่ยชื่อนั้นเป็ของชั้นเลิศที่มีราคาแพงอย่างยิ่ง เป็สิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจหาซื้อได้
เสี่ยวเยว่รับคำและนำเื่ไปรายงานเฟิงหลวนตามคาด
"หมึกศิลาวารี? กระดาษใยหยก?" เฟิงหลวนทวนคำด้วยความประหลาดใจ "พี่สามน่ะหรือจะใช้ของสิ้นเปลืองเช่นนี้? ในยามที่เขาตกต่ำถึงขีดสุด?"
ในอดีต องค์ชายสามเฟิงหวงแม้จะเป็อัจฉริยะ แต่ก็เป็คนทะนงตนและไม่เคยสนใจเื่สุนทรียภาพเช่นการคัดบทกวีมาก่อน การกระทำนี้จึงดูผิดปกติอย่างยิ่ง
"ไปซื้อมาให้เขาตามที่ขอ" เฟิงหลวนสั่งในที่สุด "แล้วจับตาดูให้ดีว่าเขาจะนำมันไปทำอะไร"
คืนนั้นเอง เฟิงหวงใช้เวลาทั้งหมดไปกับการคัดลอกบทกวีจริงๆ เขาวาดพู่กันอย่างตั้งใจ บทกวีที่เขาเลือกคือ "บทเพลงแห่งการปลดปลง" ซึ่งเป็ผลงานของปราชญ์โบราณที่กล่าวถึงความว่างเปล่าของชื่อเสียงและอำนาจ
เมื่อเฟิงหลวนแอบมาดูผ่านช่องม่านเล็กๆ นางก็เห็นพี่ชายของตนนั่งอยู่ใต้แสงเทียน ใบหน้าของเขาดูสงบนิ่งและจดจ่ออยู่กับตัวอักษรบนกระดาษ ท่าทางนั้นดูไม่เหมือนการเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
ทว่า...สิ่งที่เฟิงหลวนไม่รู้ก็คือ ในขณะที่มือขวาของเฟิงหวงกำลังคัดบทกวีอย่างสง่างามนั้น มือซ้ายของเขาที่อยู่ใต้โต๊ะกำลังควบคุมใบมีดลมปราณขนาดจิ๋วให้กรีดสลักอักขระโบราณที่ซับซ้อนลงบนแผ่นไม้เล็กๆ อย่างเงียบเชียบ! มันคือการฝึกฝนการควบคุมพลังสองอย่างในเวลาเดียวกัน!
เมื่อเฟิงหลวนจากไปแล้ว เฟิงหวงก็วางพู่กันลง เขามองบทกวีที่ตัวเองคัดด้วยรอยยิ้ม
"น้องสาวที่รัก...เ้าคงคิดว่าข้าเปลี่ยนไปเพราะสิ้นหวัง แต่เ้าไม่มีทางรู้หรอกว่า...จิติญญาของพี่ชายเ้าคนนี้ มันได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ"
การเดินทางดำเนินต่อไปอีกสามวัน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงริมแม่น้ำัหลับ ซึ่งเป็ปราการด่านสุดท้ายก่อนจะถึงเมืองหลวงเทียนหลงที่ตั้งอยู่อีกฟากของแม่น้ำ
ขณะที่ขบวนกำลังรอเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ ทันใดนั้นองครักษ์คนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเฟิงหลวน
"เรียนองค์หญิง! ที่ท่าเรือ...มีคนนำของสิ่งนี้มาแขวนไว้พ่ะย่ะค่ะ!"
สิ่งที่เขานำมาคือ ขวานใหญ่ ที่เปื้อนเืจนแห้งกรัง...มันคืออาวุธของหัวหน้ากลุ่มโจรวายุทมิฬ! และที่ด้ามขวานนั้น มีกระดาษแผ่นหนึ่งผูกติดอยู่
เฟิงหลวนรับกระดาษแผ่นนั้นมาเปิดอ่าน สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนเป็เย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม
บนกระดาษเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า:
"ครั้งนี้แค่โจรป่า...ครั้งหน้าคือหัวของเ้า"
มันคือคำขู่ที่ชัดเจนและอุกอาจ! แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ...มันไม่ได้ระบุว่าจดหมายนี้ส่งถึงใคร
เฟิงหลวนกำกระดาษในมือแน่น นางมองไปยังรถม้าของพี่ชาย...แล้วหันไปมองทิศทางของเมืองหลวงที่อยู่ไกลออกไป
การตายปริศนาของโจรสามคน...การลอบสังหารในเมืองเมฆาหยก...และตอนนี้คือคำขู่ที่มาพร้อมกับอาวุธของหัวหน้าโจร...ทุกอย่างดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่การกลับมาขององค์ชายสามผู้ไร้ค่าคนนี้
แต่ทำไม? ทำไมต้องลงทุนลงแรงกับคนที่กลายเป็คนไร้ประโยชน์ไปแล้ว?
หรือว่า...มีบางอย่างที่นางมองข้ามไป?
เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยในใจของเฟิงหลวน...บัดนี้ได้เริ่มแตกหน่อและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว