ตอนนี้ก็ผ่านไปหลายราตรีแล้วที่เหิงเยว่หมกมุ่นอยู่กับการฝึกแขนกลตามตำราที่ได้มาจากจิวซื่อและในที่สุดเขาก็สำเร็จวิชาการใช้แขนกลทั้งหมดภายในตำราเล่มนี้เรียบร้อยแล้ว
แต่ยังมีสิ่งที่ขาดนั่นคือประสบการณ์ต่อสู้จริงดังนั้นการขอให้จิวซื่อเข้ามาช่วยเป็คู่มือให้ก็เป็เื่ที่ดีถ้าหากอยู่ในระดับขั้นพลังที่ไม่ห่างกันมากล่ะนะเพราะความต่างของระดับขั้นระหว่างเขากับนางนั้นมีมากถึงสองหรือสามระดับขั้น
ทำให้การต่อสู้ที่ไร้การอ่อนข้อให้ซึ่งกันและกันทางฝั่งเหิงเยว่จะเป็ฝ่ายเสียเปรียบอย่างมาก ถึงแม้จะมีเหตุผลที่จะไม่ให้เลือกหนทางนี้มากขนาดไหนเหิงเยว่ก็ยังเอ่ยปากถามจิวซื่อที่กำลังเก็บสมุนไพรอยู่ข้างธารน้ำบริเวณใกล้ที่พัก
“ท่านจิวซื่อ ได้โปรดมาเป็คู่ซ้อมกับข้าที” นางได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นแล้วสบตากับเหิงเยว่“พลังปราณของเ้าก็มีเพียงแค่นั้นยังจะกล้ามาท้าข้าอีกนะ”
หลังได้ยินคำตอบกลับเหิงเยว่ก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ “ถึงพลังปราณจะต่างกันเพียงใดแต่ข้าไม่คิดว่าจะแพ้ท่านหรอก จิวซื่อ”
“แหม...ถ้าเช่นนั้นก็ขอชมเสียหน่อยก็แล้วกัน อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ” หลังสิ้นเสียงของนางจิวซื่อโยนสมุนไพรในมือเข้าตระกร้าและพุ่งเข้าใส่ในทันทีราวกับว่าคำพูดของนางคือสัญญาณเริ่มต้นการต่อสู้ในครั้งนี้
เตะสูงเหวี่ยงซัดเข้ากลางลำคอเหิงเยว่ยกแขนกลขึ้นตั้งรับด้วยสัญชาตญาณ แรงปะทะทำเอาชายหนุ่มไถลไปตามแรงร่วมสองจั้ง[1] ฝุ่นควันฟุ้งเหนือพื้นดินทันควัน
ยังดีที่เขาโคจรพลังเพื่อใช้ทักษะลับของแขนกลได้ทันจึงลดแรงไถลลงได้มาก
ปลายเท้าถัดไปเหวี่ยงมาอย่างต่อเนื่องเหิงเยว่ตัดสินใจก้มตัวหลบเตะสูง จากนั้นใช้แรงจากฝ่าเท้าเพื่อดีดตัวให้ห่างจากนางเขาหวังเว้นระยะห่างเพื่อชะลอกระแสการต่อสู้นี้
ทว่าการดีดตัวถอยห่างไม่ได้ไกลอย่างที่คิดจิวซื่อเห็นเช่นนั้นชักเท้ากลับลงพื้นก่อนจะก้าวเข้าใกล้ด้วยความเร็วเท้าข้างหนึ่งยกขึ้นเตะใส่กลางลำตัวของเหิงเยว่
เพราะการดีดตัวเท้าของเขาจึงยังไม่แตะพื้น ซึ่งการหลบลูกเตะที่พุ่งมาด้วยความเร็วราวดาวตกเช่นนี้จึงเป็ไปไม่ได้เหิงเยว่ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจในการตัดสินใจยกแขนทั้งสองพาดกันเป็กากบาทเพื่อรับลูกเตะนั่น
ปลายเท้ายังไม่ทันแตะพื้นแรงปะทะจากลูกเตะดันร่างของเหิงเยว่กระเด็นออกไปไกลราวห้าจั้งก่อนจะไถลไปตามพื้นอีกครั้งจนฝุ่นฟุ้งไปหมด
พลังปราณที่ส่งผ่านลูกเตะนั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจความรุนแรงของมันจึงมิใช่ลูกเตะธรรมดา
เหิงเยว่ที่เสียหลักหลังจากไถลจึงล้มลงนอนไปนอนกองกับพื้นและในชั่วอึดใจนั้นเอง ลมกรรโชกก็ผ่าน่ลำคอของเขาไปหนึ่งละลอก ซึ่งต้นลมนั้นมาจากปลายเท้าของจิวซื่อที่หยุดบริเวณกลางลำคออย่างกะทันหันนั่นเอง
“ยังเร็วไปอีกหลายปีที่เ้าจะเอาชนะข้าเ้าหนู”นางดึงเท้ากลับมาอยู่ในท่ายืน เหิงเยว่ใช้มือดันพื้นพยุงร่างให้ยืนขึ้น
[1]1 จั้ง เท่ากับ ประมาณ 3.3 เมตร