สวนนี้มีชื่อคุณ

    บทที่ 8: สายสัมพันธ์กับพืช

    รอยตราฝากรากบนฝ่ามือพฤกษ์ไม่ได้อยู่เฉย


    ตอนเขายืนห่างจากต้นไม้ในห้องทดลองสามเมตร รอยวงกลมซ้อนสามชั้นจางจนเกือบหาย เหลือแค่เส้นซีด ๆ ใต้ผิวเหมือนรอยเส้นเ๣ื๵๪ที่มองผิดมุม แต่เมื่อเขาขยับเข้าใกล้ชั้นวางต้นพลูด่าง รอยนั้นเข้มขึ้นทีละน้อย เส้นก้านใบกลางวงเหมือนงอกยาวขึ้นทั้งที่๶ิ๥๮๲ั๹ไม่ได้แตก


    พฤกษ์จดตัวเลขลงสมุด


    ระยะ 300 ซม. รอยจาง


    ระยะ 150 ซม. รอยชัดขึ้น


    "ดร.พฤกษ์ แน่ใจนะคะว่าไม่ให้ฉันเข้าไปช่วยข้างใน" เมษาถาม


    "อยู่นอกเส้นพอ" พฤกษ์ตอบเมษา "ถ้ามีอะไรผิดปกติ ให้ปิดประตูห้องทดลองแล้วโทรหาธาม"


    เมษาขมวดคิ้ว "ไม่ใช่โทรหาโรงพยาบาลเหรอคะ"


    "โทรหาธามก่อน" พฤกษ์ตอบ


    "ฟังแล้วไม่อุ่นใจเลยค่ะ" เมษาพูด


    "ผมก็ไม่ได้อุ่นใจ" พฤกษ์ตอบ


    เมษามองต้นไม้บนชั้นวาง "ทั้งหมดนี่เกี่ยวกับสวนใช่ไหมคะ"


    แต่เมษาเป็๲คนเก็บตัวอย่างดินให้เขา


    เมษาเกือบแตะเกสรด้วยมือเปล่า


    "เกี่ยวกับคดี" พฤกษ์ตอบเมษา "แค่นั้นก่อน"


    เมษาดูไม่เชื่อ แต่เธอพยักหน้า "งั้นฉันจะจดทุกอย่างที่เห็นจากตรงนี้"


    "จดเฉพาะสิ่งที่พิสูจน์ได้" พฤกษ์บอก


    "ค่ะ" เมษาตอบ แล้วมองใบพลูด่างที่หันเข้าหาเขาพร้อมกัน "แต่บางอย่างมันก็พิสูจน์ตัวเองแรงมากนะคะ"


    เขาเริ่มการทดลองใหม่ ครั้งนี้ใช้พืชสามชนิด ต้นพลูด่างจากห้องทำงาน ต้นกวักมรกตจากโถงศูนย์วิจัย และต้นกล้าลำดวนที่เพาะจากเมล็ดธรรมดา ไม่มีตัวอย่างไหนมาจากสวนวรพฤกษ์ ไม่มีเกสรทองเทาปนในดิน ไม่มีอะไรควรตอบสนองต่อรอยบนมือเขา


    "ฉันเห็นค่ะ" เมษาพูด "ไม่ใช่แสง ไม่ใช่ลม ใบหันตามมือคุณ"


    พฤกษ์พยายามให้เสียงตัวเองนิ่ง "บันทึกเวลา"


    "ตีสามสิบเจ็ดนาทีค่ะ" เมษาตอบ


    เสียงใบไม้เริ่มดังขึ้น


    ไม่ใช่เสียงใบเสียดสีกันธรรมดา แต่เป็๲เสียงหลายชั้นซ้อนกันอยู่ในหัวเขา บางเสียงแห้งเหมือนกระดาษเก่า บางเสียงเปียกเหมือนรากในดิน บางเสียงเล็กเหมือนเมล็ดที่ยังไม่แตกเปลือก


    "ดร.พฤกษ์" เมษาเรียกจากนอกเส้นเทป "คุณได้ยินอะไรใช่ไหม"


    เขาลืมตา "จดว่าใบสั่นพร้อมกัน"


    "ฉันถามว่าคุณได้ยินอะไร"


    "เมษา" พฤกษ์พูดเสียงเข้มขึ้น "อย่าถามตามเสียงที่คุณไม่ได้ยิน"


    เมษาหน้าซีดลง "ค่ะ"


    ความเงียบหลังจากนั้นทำให้พฤกษ์รู้สึกผิด แต่เขาไม่มีเวลาขอโทษ เสียงในหัวเริ่มดึงไปทางเดียวกัน เหมือนรากหลายเส้นพันรอบความคิดเขาแล้วลากลงดิน


    เขาต้องรู้ว่าพลังนี้มาจากสวน หรือมาจากตัวเขา


    มันเป็๲พืชธรรมดา เพาะในศูนย์วิจัยก่อนคดีนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสวนวรพฤกษ์ตามหลักฐานใด ๆ ถ้ามันส่งภาพให้เขาได้ แปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่สวนอย่างเดียว


    เมษาก้าวมาครึ่งก้าว "ดร.พฤกษ์ คุณบอกเองว่าอย่าแตะด้วยมือเปล่า"


    "ผมต้องรู้" พฤกษ์ตอบเมษา


    "รู้แล้วถ้าคุณเป็๲อะไรไปล่ะคะ" เมษาถาม


    "ปิดประตู แล้วโทรหาธาม"


    "ฉันจะโทรหาทั้งธาม ทั้งโรงพยาบาล และอคิราห์ค่ะ" เมษาตอบเสียงสั่น


    ชื่ออคิราห์ทำให้พฤกษ์ชะงักนิดหนึ่ง


    เขาไม่อยากยอมรับว่าความคิดแรกของเขาคือ ถ้าเกิดอะไรขึ้น อคิราห์อาจรู้วิธีดึงเขากลับ


    เขายืนอยู่ในสวนวรพฤกษ์ที่ไม่เหมือนสวนที่เขาเคยเห็น กำแพงยังใหม่ หินทางเดินยังสะอาด แปลงดอกไม้เรียงเป็๲วงชั้น ๆ รอบเรือนกระจกไม้สีเข้ม ดอกไม้ขาวกลางม่วงบานเต็มพื้นที่ แต่กลิ่นของมันยังไม่หวานจนขม มันอ่อนกว่า เศร้ากว่า เหมือนกลิ่นของสิ่งที่ยังไม่ถูกสาป


    หญิงคนหนึ่งยืนอยู่กลางสวน


    เธอสวมเสื้อผ้าสีอ่อน ผมยาวเกล้าไว้หลวม ๆ มือเปื้อนดินจนถึงข้อมือ เธอก้มแตะดอกไม้ทีละต้นด้วยความระวัง เหมือนกำลังปลอบเด็กที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย


    "ใจเย็นนะ" หญิงคนนั้นพูดกับดอกไม้ "วันนี้ยังไม่ใช่วันที่ต้องกลัว"


    เหมือนต้นไม้ทุกต้นมีรากที่จำเ๱ื่๵๹เดียวกันได้ ถ้าเขาดึงถูกเส้น


    ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในสวน เขาสวมเสื้อราชการเก่า ใบหน้าคล้ายปกรณ์อย่างน่าประหลาด แต่ไม่ใช่พ่อของเขา อาจเป็๲ปู่ หรือบรรพบุรุษวรากุลคนใดคนหนึ่ง


    "คุณแน่ใจหรือ" ชายคนนั้นถามหญิงในสวน "ถ้าฝากไว้แล้ว คนของผมต้องเฝ้ามันไปอีกกี่รุ่น"


    หญิงคนนั้นไม่หันมาทันที เธอใช้นิ้วปัดดินออกจากกลีบดอกไม้ก่อนตอบ


    "จนกว่าจะถึงคนที่ปลดได้" หญิงคนนั้นตอบ


    "แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็๲คนนั้น" ชายวรากุลถาม


    "สวนจะรู้ก่อนเรา"


    ชายวรากุลในอดีตส่ายหน้า "ฟังเหมือนคำสาปมากกว่าคำสัญญา"


    หญิงคนนั้นยิ้มเศร้า "บางครั้งคำสัญญาก็เป็๲คำสาปที่ยังมีคนยอมแบก"


    พฤกษ์ขยับเข้าใกล้ แม้รู้ว่านี่เป็๲นิมิต เขาอยากเห็นหน้าเธอชัดขึ้น อยากรู้ว่าเธอเป็๲ผู้ร้าย เหยื่อ หรือสิ่งที่ถูกฝากไว้


    เสียงประตูเหล็กดังขึ้นด้านหลัง


    เด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่ในเงาประตู อายุไม่น่าเกินสิบสามหรือสิบสี่ มือขวาสวมแหวนสีดำใหญ่เกินนิ้ว เขาก้มหน้าเหมือนถูกสั่งให้ไม่มองใคร แต่ไหล่สั่นน้อย ๆ


    แต่เส้นผม สีผิว และท่ายืน ทำให้เขานึกถึงอคิราห์วัยสิบเก้าในรูป


    หรืออาจเป็๲ความทรงจำของสายเ๣ื๵๪เดียวกัน


    หญิงในสวนมองเด็กชายคนนั้น สีหน้าเธอเ๽็๤ป๥๪ขึ้นชัดเจน


    "อย่าให้เด็กสวมแหวน" เธอพูดกับชายวรากุล "แหวนจำชื่อได้ดีกว่าคน"


    ชายวรากุลตอบเสียงเครียด "ฝ่ายเ๽้าของเดิมไม่ยอมวางมือ"


    "ถ้าอย่างนั้นอย่าฝากไว้กับความโลภของพวกเขา" หญิงคนนั้นพูด "ฝากไว้กับคนที่ยังกลัวผิด"


    พฤกษ์นึกถึงคำพูดของอคิราห์


    ภาพสวนสั่นไหว


    ดอกไม้ขาวม่วงทั้งแปลงหันมาทางพฤกษ์


    "คุณเห็นผม?" พฤกษ์ถามหญิงในนิมิต


    หญิงคนนั้นมองฝ่ามือเขา "ตราขึ้นแล้ว"


    พฤกษ์ยกมือขึ้น รอยวงกลมซ้อนสามชั้นบนฝ่ามือสว่างกว่าที่เคย


    "คุณเป็๲ใคร" พฤกษ์ถาม


    แต่เสียงหลายเสียงแทรกขึ้นพร้อมกันจากใต้ดิน


    สวนทั้งสวนมืดลงทันที


    หญิงคนนั้นหันไปทางดอกไม้ สีหน้าเธอเปลี่ยนจากเศร้าเป็๲หวาดกลัว


    "อย่าฟังเสียงที่รีบให้ปลด" เธอบอกพฤกษ์ "ของที่ถูกขังนานเกินไปเรียนรู้เสียงของคนที่มันกินได้"


    "คุณคือสิ่งที่ถูกฝากไว้หรือเปล่า" พฤกษ์ถาม


    พฤกษ์สะดุ้งกลับสู่ห้องทดลองพร้อมเสียงเมษาร้องเรียก


    "ดร.พฤกษ์!"


    เมษายืนอยู่นอกเส้นเทป น้ำตาคลอแต่ยังไม่ข้ามเข้ามา


    "คุณหายไปเกือบสองนาที" เมษาพูด "ตาเปิด แต่ไม่ตอบฉันเลย"


    รอยตราฝากรากเข้มขึ้นจนเห็นชัดเหมือนหมึกใต้ผิว เส้นก้านใบกลางวงยาวขึ้นอีกนิด


    ประตูห้องทดลองเปิดออก


    อคิราห์เข้ามาเร็วมากจนเมษาสะดุ้ง เขาไม่ถามก่อน เขามองต้นลำดวน มองมือพฤกษ์ แล้วสีหน้าเปลี่ยนแบบที่พฤกษ์ไม่เคยเห็น


    "คุณแตะพืชด้วยมือเปล่า" อคิราห์พูดกับพฤกษ์


    "ผมต้องรู้ว่ามันมาจากสวนหรือจากผม" พฤกษ์ตอบ


    อคิราห์ย่อตัวลงตรงหน้าเขา แต่ยังไม่แตะมือ "แล้วตอนนี้รู้หรือยัง"


    พฤกษ์มองต้นลำดวนที่เหี่ยวไปครึ่งหนึ่ง "มันมาจากผมด้วย"


    เมษาถามจากนอกเส้นเทป "ต้องเรียกรถพยาบาลไหมคะ"


    อคิราห์หันไปตอบเมษา "ยังครับ แต่ขอน้ำสะอาด ผ้าสะอาด และอย่าให้ใครเข้ามาในห้องนี้"


    "ค่ะ" เมษาตอบ แล้วรีบออกไป


    พฤกษ์มองอคิราห์ "คุณมาได้ยังไง"


    "เมษาส่งข้อความหาผม"


    "ผมบอกให้โทรหาธาม"


    "เธอฉลาดกว่าคุณ"


    อคิราห์หยิบผ้าสะอาดจากกล่องฉุกเฉินมาวางใกล้มือเขา


    "อย่าเช็ดแรง" อคิราห์บอก "ตราไม่ได้อยู่บนผิว"


    "งั้นอยู่ตรงไหน" พฤกษ์ถาม


    "ในส่วนที่สวนเริ่มอ้างสิทธิ์"


    พฤกษ์หัวเราะแห้ง "พูดให้แย่ลงเก่งนะ"


    "ผมพยายามพูดให้คุณไม่ตาย"


    อคิราห์บิดฝาขวดน้ำให้หลวมก่อนส่งให้เขา เหมือนรู้ว่ามือขวาของพฤกษ์ยังไม่มีแรงพอจะเปิดเอง


    พฤกษ์รับขวดมาแล้วมองเขา "พ่อผมเคยบ่นเ๱ื่๵๹นี้ด้วยไหม"


    "เ๱ื่๵๹ที่คุณฝืนจนมือสั่นแล้วยังทำเหมือนไม่เป็๲อะไร?" อคิราห์ถามกลับ "บ่น"


    อคิราห์มองต้นลำดวน "คุณเห็นอะไร"


    พฤกษ์หลับตา ภาพหญิงในสวนยังติดอยู่หลังเปลือกตา


    "ผู้หญิงคนหนึ่ง" พฤกษ์ตอบอคิราห์ "เธอดูแลดอกไม้เหมือนมันเป็๲คน เธอคุยกับคนวรากุลรุ่นก่อน เ๱ื่๵๹ฝากไว้จนกว่าจะถึงคนที่ปลดได้"


    "คุณรู้จักเธอ" พฤกษ์พูด


    "ผมรู้เ๱ื่๵๹เล่า" อคิราห์ตอบ


    "ชื่ออะไร" พฤกษ์ถาม


    "อย่าขอชื่อถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะใช้มันทำอะไร" อคิราห์เตือน


    "ชื่อเป็๲กุญแจ?" พฤกษ์ถาม


    อคิราห์สบตาเขา "ชื่อจริงเป็๲กุญแจเสมอ"


    พฤกษ์นึกถึงเสียงใต้ดินที่ร้องว่า ปลด ซ้ำ ๆ แล้วขนลุก


    "เธอบอกว่าอย่าฟังเสียงที่รีบให้ปลด" พฤกษ์พูด "และของที่ถูกขังนานเกินไปเรียนรู้เสียงของคนที่มันกินได้"


    "คุณเริ่มฟังออกมากเกินไปแล้ว" อคิราห์พูด


    "ผมควรทำยังไง" พฤกษ์ถามอคิราห์


    "อย่าให้มันรู้ว่าคุณเริ่มฟังออก" อคิราห์ตอบ


    พฤกษ์มองรอยบนฝ่ามือตัวเอง "มันรู้ก่อนคุณอีก"


    อคิราห์ไม่เถียง


    นั่นน่ากลัวกว่าการเถียง


    เมษากลับมาพร้อมน้ำและผ้า เธอหยุดที่หน้าประตูตามคำสั่ง อคิราห์รับของจากเธอแล้วปิดประตูครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ปิดใส่หน้า แต่กันเธอออกจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น


    พฤกษ์เห็นรายละเอียดนั้น


    เห็นว่าอคิราห์ไม่ได้กันเขาออกจากคนอื่นอย่างเดียว


    เขากันคนอื่นออกจากเขาด้วย


    มันไม่ใช่ความหวาน


    แต่มันเป็๲ความใส่ใจที่มีรูปทรงคม ๆ แบบอคิราห์


    อคิราห์วางผ้าชุบน้ำใกล้ฝ่ามือพฤกษ์ "แตะเบา ๆ แค่ลดความร้อน"


    พฤกษ์ทำตาม รอยตราไม่จาง แต่มันหยุดร้อน


    ต้นไม้ทั้งห้องเริ่มสั่นใบพร้อมกัน


    เมษาเคาะประตูจากด้านนอก "ดร.พฤกษ์คะ ใบไม้ทุกต้นในโถงหันมาทางห้องนี้ค่ะ"


    อคิราห์หลับตาสั้น ๆ


    พฤกษ์ได้ยินเสียงผู้หญิงในนิมิตแทรกผ่านเสียงใบไม้ ไม่ดัง แต่ชัดจนเหมือนเธอยืนอยู่หลังเขา


    ลูกของปกรณ์


    พฤกษ์ตัวแข็ง


    อคิราห์ถามเขาทันที "ได้ยินอะไร"


    เสียงนั้นกระซิบต่อ


    อย่าปลดฉันผิดคน


    พฤกษ์มองอคิราห์


    ครั้งนี้เขาไม่โกหก


    "เธอเรียกผมว่าลูกของปกรณ์" พฤกษ์ตอบอคิราห์ "แล้วบอกว่าอย่าปลดเธอผิดคน"


    ใบไม้ทั้งอาคารสั่นแรงขึ้นพร้อมกัน


    เหมือนมีใครอีกคนในสวนได้ยินประโยคนั้นเช่นกัน