[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    52 รางวัลใหญ่

    “มีแค่นี้เหรอนักฆ่า โอ๊ย พวกแกจะน้อยไปไหม มาเยอะกว่านี้ไม่ได้หรือไง แค่นี้เอาฉันไม่ลงหรอกนะ มาให้เยอะกว่านี้หน่อย!”


    แอนเดอร์สันแคะจมูกพลางแคะหูแสดงท่าทางเหมือนกับว่าการตายเป็นแค่เรื่องเล่นๆสำหรับเขา วันนี้ก้าวเข้าสู่วันที่ 7 แล้วสำหรับการเข้ามาในสถานีโคเวีย


     2 วันแรกเขาขายบะหมี่แต่กลับได้ตั๋วมาทั้งหมด 409 ใบ แต่หลังจากเขาได้ผูกมิตรกับลุงแผงขายอุปกรณ์เวทย์ เขาก็ใช้เวลา 5 วันในการรอสมุนไพรที่หน้าผาปีกหักสุกงอมให้คุ้มค่าที่สุดด้วยการยั่วยุนักฆ่า ซึ่งการยั่วยุของเขาทำให้นักฆ่าโกรธเป็นอย่างมากจนเพิ่มจำนวนคนของพวกมัน ขึ้นไปอีก แต่แอนเดอร์สันกลับสามารถเก็บตั๋วจากพวกมันได้วันละ 2 ครั้งเท่านั้นคือช่วงเช้าและช่วงเย็น ด้วยการพูดยั่วยุของเขาทำให้วันแรกที่เดินไปหน้าประตูทางออกสถานีเขาสามารถกระตุ้นให้อันตรายเพิ่มระดับขึ้นเป็น 11 และ 12 จนได้ตั๋วมา 230 ใบ


    ในวันที่สองจำนวนนักฆ่าที่เขายั่วยุเอาไว้ในวันแรกก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจจนระดับอันตรายเข้าสู่ระดับ 13 และ 14 ส่งผลให้เขาได้ตั๋วมาอีก 270 ใบ


    เข้าสู่วันที่ 3 เขาสามารถกระตุ้นให้นักฆ่าเพิ่มจำนวนขึ้นได้ส่งผลให้เขาได้ตั๋วมาอีก 310 ใบ


    พอถึงช่วงวันที่ 4 เขาสามารถกระตุ้นอันตรายให้เป็นระดับ 17 และ 18 จนได้ตั๋วมาอีก 350 ใบ ทว่าวันที่ 5 กลับไม่เป็นเหมือนที่เขาคิดเอาไว้ ระดับความอันตรายกลับหยุดอยู่ที่ 18 ทำให้เขารู้ว่ากลุ่มคนที่ต้องการฆ่าเขามีจำนวนไม่มากอย่างที่คิด  

    ซึ่งรวมแล้วไม่ว่าจะเป็นตั๋วเก่าหรือตั๋วที่ได้มาในช่วง 5 วันรอเดินทางไปหน้าผาปีกหัก แอนเดอร์สันได้ตั๋วมาทั้งหมด  1,569 ใบ นับว่าเป็นจำนวนที่มากมายมหาศาลเป็นอย่างมาก


    “ให้ตายสิ นี่พวกแกจะมาน้อยเกินไปแล้ว วันนี้ไม่ไปดีกว่า”


    แอนเดอร์สันเดินทางกลับสหพันธ์จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับไปยังวิทยาลัย วันนี้เขาไม่ได้ตั๋วเลยสักใบจึงต้องกลับไปเตรียมแผนการ คืนนี้เขาจะต้องหาวิธีเดินทางออกจากสถานีโคเวียให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะสูญเสียประโยชน์ที่จะได้จากหน้าผาปีกหัก สำหรับนักฆ่าแอนเดอร์สันพอแล้ว จำนวนพวกมันไม่ยอมเพิ่มขึ้นเลย หากเขาอยู่ต่อไปมีแต่พวกมันจะสลายตัวเท่านั้นจนทำให้เขาเสียเวลาเปล่า


    “ระบบเปิดวงล้อสุ่มร่างวัล”


    ด้วยตั๋วสุม 1,569 ใบ แอนเดอร์สันจะต้องทำให้เขาแน่ใจว่าตัวเองจะรอดจากการถูกผู้คนจำนวนมากไล่ล่า 


    “เวทย์ไร้ระดับราคาจะอยู่ที่ 130 ใบ”


    แอนเดอร์สันสังเกตจำนวนเวทย์ที่เขาสามารถซื้อได้ ราคาของเวทย์ระดับ 1 ในตอนนี้นับว่าถูกมาก คงเป็นเพราะว่าระดับพลังเวทย์ของเขาก้าวเข้าสู่ระดับที่ต้องเรียนรู้เวทย์ระดับ 2 ราคาของมันจึงลดลงไป เขาสามารถใช้ตั๋วจำนวน 10 ใบในการแลกมาใช้งาน อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันกลับมองข้ามไปก่อนเพราะมีของอีกมากให้เขามองดู 



    สำหรับราคาของเวทย์ระดับ 2 ทุกบทสามารถซื้อได้ด้วยตั๋ว 40 ใบ เวทย์ระดับ 3 สามารถใช้ตั๋ว 80 ใบในการซื้อมาใช้งาน อย่างไรก็ตามเขามองข้ามมันไปในทันทีเพราะระบบไม่มีฟังก์ชันช่วยให้เขาใช้เวทย์ระดับ 3 ได้โดยไม่ต้องใช้งานพลังเวทย์


    ด้วยพลังเวทย์ของเขาในตอนนี้ มีเพียงพอต่อการใช้เวทย์ระดับ 3 ได้จำนวน 1 ครั้ง ดังนั้นระบบที่เห็นว่าความสามารถของเขามากพอจะใช้เวทย์ระดับ 3 จึงไม่มีความช่วยเหลือใดๆ เขาไม่สามารถใช้ฟังก์ชันร่ายเวทย์ฟรี 1 ครั้งต่อ 1 วันเหมือนเวทย์ระดับ 4 และเวทย์ระดับ 5 แอนเดอร์สันจึงมองผ่านไปดูเวทย์ระดับ 4 และ 5 ในทันที 


    แม้เวทย์ระดับ 4 จะมีราคาสูงถึง 160 ตั๋ว เวทย์ระดับ 5 ต้องใช้ตั๋ว 300 ใบ เขากลับคิดว่าคุ้มค่ามากเพราะถ้าซื้อพวกมันเก็บเอาไว้ เขาสามารถใช้สกิลเหล่านี้ในการเอาตัวรอด  ถึงจะใช้ได้วันละ 1 ครั้งก็ตามเขากลับเห็นประโยชน์มหาศาลจากมัน


    “อาวุธเวทย์ระดับสูงก็ดี แต่เรายังไม่สามารถใช้งานมันได้ ที่จำเป็นต้องซื้อคงมีเพียงสกิลและการ์ดเท่านั้น”


    สมุนไพรเพิ่มพลังเวทย์โดยตรงไม่มีขาย มีเพียงต้องสุ่มเพื่อให้ได้พลังเวทย์สะสมเท่านั้น แอนเดอร์สันจึงมองไปยังเวทย์ที่จะทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกๆสถานการณ์ จากนั้นเขาจึงตัดสินใจซื้อเวทย์ระดับ 2 มาทั้งหมด 6 บทด้วยกัน จากที่อาจารย์วิเอร่าแสดงให้เห็นนั้น นักเวทย์จำเป็นต้องมีความเร็ว 


    หนทางที่สามารถเพิ่มความเร็วให้กับนักเวทย์ได้มี 2 ทางด้วยกัน หนึ่งคือใช้วิธีหน่วงเวทย์ สองใช้อาวุธเวทย์ ด้วยสองวิธีนี้จะทำให้นักเวทย์ใช้เวทย์ได้เร็วกว่า 1 วินาที


    ทว่าแอนเดอร์สันไม่สามารถพึ่งอาวุธเวทย์ได้ เนื่องจากเขาคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์อันตรายแล้วอาวุธเวทย์เสียหาย ชีวิตของเขาที่ฝากไว้กับอาวุธเวทย์จะเสี่ยงเกินไป จึงยอมใช้ตั๋ว 240 ใบในการซื้อเวทย์ระดับ 2 มาทั้งหมด 6 บทด้วยกัน


    เวทย์แรกที่เขาซื้อนั้นคือเวทย์สายลมเสริมกำลัง  จากนั้นเขาก็ซื้อเวทย์สายลมเสริมความเร็ว เวทย์ทั้งสองบทนี้จะเป็นตัวช่วยทำให้เขาตายยากมากยิ่งขึ้นเพราะความสามารถทางด้านร่างกายจะถูกยกระดับจนเทียบเท่านักเวทย์ 200 ปีด้วยความสามารถของฉายาผู้ใช้สายลม มันจะเปิดโอกาสให้แอนเดอร์สันสามารถใช้เวทย์ประจำตระกูลที่เหนือกว่านี้ได้ด้วย


    เวทย์ที่ 3 สายลมสะเทือน เป็นเวทย์ธาตุลมสำหรับเสริมใบมีดให้กับอาวุธที่เขาถือในมือ เวทย์ที่ 4 เวทย์หอกไม้ เนื่องจากว่าหอกไม้ที่สร้างขึ้นมันจะกลายเป็นวัตถุไม่ได้สูญสลายเหมือนลมเขาจึงเลือกเวทย์นี้ ด้วยความรวดเร็วในการร่ายที่เท่ากัน แอนเดอร์สันจึงคิดว่าหอกไม้มีพลังโจมตีที่มากกว่า ถึงความเร็วในการพุ่งของลูกศรจะลดลงมามากก็ตาม  เขากลับมองอนาคตเพราะสุดท้ายถ้าเขาร่ายเวทย์ตระกูลเฟียร์ได้สำเร็จ เวทย์ศรสายลมก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปมันจะกลายเป็นเวทย์ซ้อนทับ เขาจึงเลือกเวทย์หอกไม้มาใช้แทน


    เวทย์ที่ 5 เวทย์เกราะพฤกษา เขาจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้ตัวเองหากว่าเหตุการณ์นั้นอันตรายเกินไปจนโอกาสรอดเหลือน้อย เวทย์นี้จะทำให้เขามีโอกาสรอดเพิ่มขึ้น เวทย์ที่ 6 เวทย์เกสรแห่งการเยียวยา เป็นเวทย์รักษาที่เขาใช้แทนเวทย์รักษาธาตุแสง เนื่องจากว่าฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณทำให้เวทย์ธาตุไม้ของเขารุนแรงกว่านักเวทย์ทั่วไป 1 เท่า เวทย์รักษาของธาตุไม้ที่เขาใช้จึงรุนแรงกว่าเวทย์รักษาธาตุแสง


    “ต่อไป  ระบบซื้อตั๋วป้องกัน 5 ใบ”


    ตั๋วถูกใช้ไปอีก 200 ใบจากนั้นแอนเดอร์สันก็ซื้อการ์ดเร่งการเรียนรู้มาเก็บเอาไว้อีก 10 ใบใช้ตั๋วจ่ายไปอีก 100  ใบ จากนั้นเขาก็ซื้อการ์ดโจมตีอีก 6 ใบ ใช้ตั๋วจ่ายไปอีก 240 ใบ รวมแล้วเขามีการ์ดอย่างละ 10 ใบไว้ใช้งาน


    “เหลือตั๋วอีก 789 ใบจะเอาไปทำอะไรดีนะ”


    แอนเดอร์สันมองเวทย์ระดับ 4 และเวทย์ระดับ 5 มันเป็นเวทย์ที่น่าซื้อเป็นอย่างมาก ทว่าพวกมันกลับมีข้อจำกัดที่สามารถใช้เพียงวันละ 1 ครั้งเท่านั้น ถึงมันจะใช้ได้ทุกวัน แต่เขาก็ยังมองว่ามันแพงเกินไป การ์ดโจมตีสามารถทดแทนได้และมีราคาถูกกว่ามาก แม้ 1 เดือนจะซื้อได้เพียง 10 ใบก็ตาม หากศัตรูของเขาไม่ได้น่ากลัวมากแอนเดอร์สันคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้ตั๋วไปมากขนาดนั้นกับเวทย์ระดับ 4 หรือเวทย์ระดับ 5


    “ซื้อไว้อีกสักเวทย์ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั๊ง ระบบซื้อเวทย์คำสาปโลหิตทะลักระดับ 4”


    ตั๋วจำนวน 160 ใบใช้กับการซื้อเวทย์ระดับ 4 มาใช้งาน สำหรับแอนเดอร์สันเพียงเท่านี้ก็น่าจะทำให้เขารอดได้มากยิ่งขึ้นเพราะก่อนหน้าเขาได้เวทย์อัสนีสะท้านระดับ 4 จากการสุ่ม ด้วย 2 เวทย์ระดับ 4 คงน่าจะพอให้เขาเปิดทางในการหนี


    “ที่เหลือก็สุ่มเลยแล้วกัน”


    จำนวนตั๋วที่เหลือ 629 ใบสุดท้ายถูกใช้ไปกับการสุ่ม แอนเดอร์สันที่นั่งอยู่ภายในห้องเขาทำเพียงนั่งหลับตาลุ้นกับสิ่งที่กำลังจะได้จากทางระบบ แม้การแจ้งเตือนจะมีบะหมี่ปรากฎมากมาย มันยังคงมีพลังเวทย์สะสม 1 ปีโผล่ออกมาให้  ด้วยบะหมี่และพลังเวทย์สะสมที่สลับกันปรากฎตัวส่งผลให้เขาเกร็งไปทั้งตัวกลัวจะดวงไม่ดีกับการสุ่ม


    [แจ้งเตือน ท่านได้รับเวทย์ระดับ 5 เพลิงอุกกาบาต]


    “เยี่ยม มาเรื่อยๆเลยนะลูกพ่ออย่าให้ขาด”


    เสียงบะหมี่ยังคงแจ้งเตือนต่อไป อาวุธเวทย์ระดับ 2 และ 3 ก็ปรากฎเป็นครั้งคราว ทันใดนั้นแอนเดอร์สันกลับโห่ร้องด้วยความดีใจเมื่อเขาได้ยินการแจ้งเตือนที่ทำให้เขาแทบจะโบยบินเพราะสิ่งที่ประกาศ 2 ครั้งติดเป็นรางวัลใหญ่ของระบบ


    [แจ้งเตือน ท่านได้รับพลังเวทย์สะสม 50 ปี]


    [แจ้งเตือน ท่านได้รับฉายาผู้เชี่ยวชาญในการหลบหนี]


    “ฮ่าๆๆ เท่านี้ก็คุ้มที่สุดแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ”


    แอนเดอร์สันปล่อยตัวไปกับความสุข รอให้การสุ่มจบลงด้วยของรางวัลใหญ่ที่มอบให้เขาแทบจะบ้าตายกับมัน


    [การสุ่มเสร็จสิ้น โปรดตรวจสอบรางวัลที่ได้รับ]


    แอนเดอร์สันมองไปยังหน้าต่างระบบที่มีของรางวัลมากมายกองรวมกันเอาไว้ กองใหญ่สุดเป็นบะหมี่ถ้วยใหญ่ รองลงมาเป็นอาวุธเวทย์ระดับ 1 ไม่ว่าจะเป็นชุดเกราะหรือจะเป็นอาวุธต่างๆ เขาใช้เป็นแค่มีดจึงเก็บทุกอย่างเอาไว้ในระบบตามเดิมจากนั้นก็มองจ้องสิ่งมีค่าที่สุดที่เขาได้มา


    อย่างแรกที่เขาคิดว่ามีค่าคือพลังเวทย์สะสมรวมทั้งหมดเขาได้มา 97 ปี หากเขาไม่ได้พลังเวทย์สะสม 50 ปี คงจะได้เวทย์สะสมจากการสุ่มเพียง 47 ปีเท่านั้น


    อย่างที่สองที่ทำให้เขาตื่นเต้นกับมันคือเวทย์ระดับ 5 เพลิงอุกกาบาต หากเขาเรียกใช้งานจะปรากฎอุกกาบาตเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 เมตรตกลงไปในตำแหน่งที่เขาระบุ โดยมีความห่างไม่เกินจากจุดที่เขาอยู่ 2 กิโลเมตร สำหรับเขานับว่าเป็นสกิลที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก


    อย่างที่สามที่ทำให้เขายิ้มกว้างคือฉายาผู้เชี่ยวชาญในการหลบหนี  ทุกเวทย์ที่ใช้สำหรับเคลื่อนที่จะถูกยกเลิกการใช้งานพลังเวทย์  ด้วยผลของมันนี้เองทำให้แอนเดอร์สันสามารถวิ่งข้ามวันข้ามคืนได้โดยไม่จำเป็นต้องหยุดพัก


    “ฮ่าๆ ต่อไปนี้เขต 1 ก็ไม่ต่างจากสวรรค์ของเราสินะ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังพลังเวทย์ 197 ปี เพียงแค่เข้าไปในมิสเทอรี่ 7 วันพลังเวทย์ของเขาเพิ่มจาก 101 ปีมาถึง 197 ปีโดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรนอกจากยั่วยุนักฆ่า


    วิ๊ง!


    เวทย์สายลมเสริมกำลังถูกเรียกใช้งาน แอนเดอร์สันไม่จำเป็นต้องร่ายเวทย์ใดๆเลยสักนิด เขาเพียงแค่คิดเวทย์สายลมเสริมกำลังก็ทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทันใดนั้นเขากลับย่นคิ้วเมื่อสัมผัสได้ว่าตัวเองมีบางอย่างถูกควบคุมเอาไว้


    “หมายความว่ายังไงกัน”


    แอนเดอร์สันสัมผัสได้ว่าพละกำลังที่เพิ่มขึ้นมาถูกจำกัดเอาไว้ที่ 300 ปีเพียงเท่านั้น ฉายาผู้ใช้สายลมควรจะทำให้พลังเวทย์ 197 ปีของเขาเพิ่มเป็น 1 เท่า มันควรจะพลังเวทย์ใกล้เคียงสี่ร้อยปี แอนเดอร์สันจึงลองเปลี่ยนไปใช้เวทย์ไม้เสริมกำลังดูอีกทีปรากฎว่ามันถูกจำกัดเอาไว้ที่ 300 ปีเช่นเดียวกัน เวทย์ต่างๆที่ถูกฉายาผู้ใช้สายลมและเจ้าแห่งพืชพรรณช่วยส่งเสริมถูกล็อกความสามารถเอาไว้ที่ 300 ปี ไม่สามารถแสดงพลังเกินกว่านี้ได้


    ก็อกก็อกก็อก


    “อาจารย์วิเอร่าอยู่ไหมครับ”


    คนเดียวที่สามารถตอบคำถามได้ในตอนนี้คืออาจารย์วิเอร่า แอนเดอร์สันจึงเดินทางมาหาในช่วงค่ำ เขาต้องรู้คำตอบให้ได้ว่าทำไมถึงใช้พลังได้แค่ 300 ปี ถ้าไม่สามารถรู้คำตอบได้การล่าอาจจะมีปัญหา






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน