ตอนที่ 9 หลังพายุพัดผ่าน (จบภาคปฐมบท)
หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น
ข่าวการบุกปล้นคฤหาสน์ของมหาเศรษฐีอย่างพงษ์เทพโชติจิระนันท์ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง แต่เนื้อหาของข่าวออกมาแค่ว่ากลุ่มโจรสี่คนปลอมตัวเป็พนักงานของบริษัททำความสะอาดบุกเข้ามาแล้วจับแม่บ้านกับคนสวนเป็ตัวประกันแต่ในส่วนที่โจรได้ทำการข่มขืนเมียและลูกสาวของพงษ์เทพไม่ปรากฏอยู่ในสื่อเลย
หลังเกิดเหตุพอพ้นงานศพของป้านวลเพียงตาก็คุยกับคนในคฤหาสน์ว่าจะไม่จ้างแม่บ้านคนใหม่และจะไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านอีกเด็ดขาดบริษัททำความสะอาดจะเข้ามาทำก็ต้องให้ตำรวจตรวจค้นอย่างละเอียดส่วนเื่ของอาหารการกินก็จะสั่งจากภัตตาคารที่ไว้ใจให้มาส่งให้ที่บ้าน
“คุณแม่ค่ะแล้วเสื้อผ้าหล่ะคะ ใครจะเป็คนจัดการ” แพรวาพูดกับเพียงตาเพียงตาได้ยินอย่างนั้นก็น้ำตาซึมเล็กน้อย
“คุณแม่ร้องไห้ทำไมคะ” แพรวาถาม
“เพียงดีใจน่ะค่ะที่ถูกคุณแพรวาเรียกว่าแม่”เพียงตาใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่ซึมออกมาแล้วยิ้ม
“ดีใจทำไมคะแพรวาก็เรียกไปตั้งหลายครั้งแล้ว แล้วก็อีกอย่างเลิกเรียกหนูว่าคุณแพรวาเถอะนะคะเรียกแพรวาเฉยๆดีกว่าไหมคะ คุณแม่” แพรวายิ้มตอบกลับไป
“ได้ค่ะ....อ๋อส่วนเื่เสื้อผ้าใช้เครื่องซักผ้าซักไม่น่ามีปัญหาอะไรเดี๋ยวแม่ซักให้ก็ได้ค่ะแพรวา” เพียงตาพูด
“เอ๊ะ...แต่คุณแม่ต้องดูแลงานที่บริษัทอีกงั้นไม่เป็ไรค่ะ หนูน่าจะจัดการเองได้” แพรวาตอบ
“คุณหนูคุณเพียงครับ เดี๋ยวเื่เสื้อผ้าผมจัดการให้ก็ได้ครับ” ลุงฉิมเสนอตัว
“แต่แผลที่ขาลุงฉิมยังไม่หายดีเลยนะคะ” แพรวาพูด
“งั้นเดี๋ยวผมช่วยไอ้ฉิมมันเองครับไม่ต้องห่วง พวกเราเหลือกันอยู่เท่านี้ก็ช่วยๆกันไปน่ะครับ” ลุงอ่ำพูดขึ้น
“งั้นเพียงฝากทั้งสองคนด้วยนะคะอ๊ะ ลุงอ่ำคะ ได้เวลาไปบริษัทกันแล้วหล่ะคะ” เพียงตามองนาฬิกาแล้วพูดขึ้น
“ได้ครับเดี๋ยวผมไปเตรียมรถก่อนครับ” ลุงอ่ำพูดจบก็เดินออกไปเอารถหลังจากนั้นเพียงตาก็ไปบริษัทส่วนแพรวาก็ไปมหาลัยตามปกติ
ใน่บ่ายของวันนั้นแพรวาเลิกเรียนกลับมาก็ขับรถตรงไปจอดที่โรงจอดรถก็เจอลุงฉิมกำลังทำสวนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย
“ลุงฉิมคะไปพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวแผลที่ขาจะเปิดเอานะคะ” แพรวาย่อตัวลงไปคุยไม่ระวังตัวกระโปรงนักศึกษาที่สั้นอยู่แล้วก็เลิกขึ้นสูงจนเห็นกางเกงในรำไร
“อ....เอ่อขอบคุณครับเดี๋ยวผมไปพักเลยครับ” ลุงฉิมลอบมองไปที่ขาอ่อนของแพรวาแบบไม่ให้รู้ตัว
“ดีมากค่ะแพรวาไปก่อนนะคะ” แล้วแพรวาก็เดินไปที่ตัวบ้านทันที
อาบน้ำเสร็จแพรวาก็เปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็เสื้อเกาะอกลายทางสีดำกับกระโปรงสั้นเลยเข่ามาหน่อยนึงเข้าชุดแบบที่เคยแต่งเป็ประจำเดินลงไปที่ครัวเห็นข้าวเหนียวมะม่วงอยู่ในตู้เย็นเลยอุ่นแล้วเดินเอาไปให้ลุงฉิมที่ห้องพักคนงาน
ก๊อก ก๊อก
“ลุงฉิมคะแพรวาเอาข้าวเหนียวมะม่วงมาให้ค่ะ.....แพรวาขอเข้าไปเลยนะคะ” แล้วแพรวาก็ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปก็เห็นลุงฉิมนั่งอยู่บนที่เตียง
“นี่ค่ะแพรวาเอามาให้ แต่เดี๋ยวแพรวาป้อนให้ดีกว่านะคะ” แพรวาพูดแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง
“คุณหนูครับไม่ต้องหรอกครับผมกินเองได้” ลุงฉิมพูด
“ไม่ได้หรอกค่ะลุงฉิมเจ็บขาเพราะเอาตัวมาบังะุให้แพรวาแท้ๆ แพรวาต้องตอบแทนน่ะค่ะ” แพรวาพูด
“โอ้ยตอบแทนอะไรกันครับที่คุณพงษ์เทพท่านช่วยรับผมมาทำงานที่นี่ก็ถือเป็บุญคุณแก่ผมมากแล้วหล่ะครับคุณหนูไม่ต้องตอบแทนอะไรผมหรอกครับ ผมตายแทนคุณหนูได้เลยครับ” ลุงฉิมจ้องตาแพรวาแล้วพูดขึ้น
“เื่นั้นก็ส่วนเื่นั้นแต่เื่ที่ลุงฉิมต้องมาเจ็บตัวมันก็เป็เพราะหนู เอ้านี่ค่ะ อ้าปาก”แพวาพูดขึ้นขณะตักข้าวเหนียวมะม่วงใส่ช้อนไปจ่อที่ปากของลุงฉิม
“เอ่อ...ก็ได้ครับขอบคุณครับ อืม อืม จานนี้อร่อยที่สุดในโลกเลยๆครับ” ลุงฉิมพูดขึ้นขณะที่สายตาก็ลอบมองขาขาวของแพรวาที่โผล่พ้นออกมาจากกระโปรงซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาตักข้าวเหนียวคำต่อไปให้
“นี่ก็เป็เ้าเดียวกับที่คุณแม่เคยซื้อมาให้กินเลยนะคะ อะ นี่คะ” แพรวาพูดขณะที่ตักข้าวเหนียวคำต่อไปให้ลุงฉิม
“อ้าวหรอครับสงสัยมันอร่อยกว่าเดิมเพราะคุณหนูมาป้อนให้กินน่ะครับ” ลุงฉิมพูด
“แหม...ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งคะ” แพรวาก้มหน้าเขินอายเล็กน้อยเป็จังหวะให้ลุงฉิมลอบมอง่ไหล่กับหน้าท้องขาวที่โผล่พ้นเกาะอกออกมา
“เอ่อ...คุณหนูครับผมกินเองดีกว่าครับ คุณหนูกลับไปอ่านหนังสือที่ห้องเถอะครับ” ลุงฉิมพูดขึ้น
“อืม...งั้นก็ได้ค่ะหนูไปหล่ะ” แล้วแพรวาก็เดินออกจากห้องไป
พอเดินมาถึงหน้าบ้านแล้วแพรวาเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าในกระเป๋ากระโปรงมีมือถือเครื่องใหม่ที่ซื้อมาให้ลุงฉิมจึงเดินกลับไปที่ห้องพักของลุงฉิมเพื่อเอาไปให้กำลังจะเดินไปถึงหน้าห้องพอเดินผ่านหน้าต่างก็ได้ยินเสียงบางอย่างเข้าจึงชะโงกตัวแอบดูก็พบกับภาพที่ลุงฉิมกำลังช่วยตัวเอง
“โอ้ยยอ้าสส อ้าสส โอ้ยยย” สิ่งที่น่าใสำหรับแพรวาไม่ใช่แค่ภาพที่ลุงฉิมช่วยตัวเองเพียงอย่างเดียวแต่เป็ท่อนเอ็นของลุงฉิมที่กำลังถูกรูดขึ้นลงอย่างรวดเร็วเพราะนอกจากขนาดที่ใหญ่มากและรูปร่างของมันที่ปูดโปนน่าเกลียดน่ากลัวเป็อย่างมากแล้วรอบๆลำของมันก็ยังมีเม็ดตะปุ่มตะป่ำอะไรซักอย่างที่แพรวาก็ไม่เคยเห็นมาก่อนแต่เคยได้ยินคนเรียกว่าเม็ดมุกทำให้แพรวาตื่นใจเป็อย่างมาก
“โอ้ยยคุณหนูแพรวาครับ อ้าสส โอ้ยย ผมจะเสร็จแล้วครับ อ้าสสส โอ้ววววว” แพรวางงมากไม่รู้ว่าทำไมลุงฉิมถึงเรียกชื่อของตัวเองในตอนที่ช่วยตัวเองด้วยแพรวาทำอะไรไม่ถูกก็หันหลังเดินกลับไปที่ตัวบ้านตรงไปที่ห้องนอนทันทีแพรวาสับสนอย่างมากทั้งๆที่ก็เข้าใจดีว่าการช่วยตัวเองเป็เื่ปกติของผู้ชายอยู่แล้วแต่ที่ไม่เข้าใจเลยคือทำไมลุงฉิมถึงจินตนาการถึงเธอตอนช่วยตัวเองด้วยทั้งๆที่ลุงฉิมก็เห็นเธอมาั้แ่เด็กๆแท้ๆไม่น่าจะมาคิดอะไรกับเธออย่างนี้
เวลา 19.48 น.
รถของเพียงตาก็มาถึงคฤหาสน์ลุงอ่ำจอดส่งเพียงตาที่หน้าตัวบ้านแล้วตัวเองก็ขับรถไปจอดที่โรงจอดรถเพียงตาเดินเข้าไปในห้องกินข้าวก็เจอกับแพรวาที่กำลังนั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่บนเก้าอี้
“แพรวาคิดอะไรอยู่หรอคะ รอทานข้าวอยู่หรอ” เพียงตาเดินไปแตะไหล่แล้วพูดขึ้น
“เอ๊ะเปล่าค่ะ....ไม่มีอะไร กินข้าวกันเถอะค่ะ” แพรวาหันมามองหน้าแล้วพูด
“อ้าวสงสัยจะลืมมือถือไว้ในรถ...แพรวากินไปก่อนเลยนะคะ เดี๋ยวคุณแม่ไปเอามือถือก่อนนะคะ” เพียงตาควานหาในกระเป๋าไม่เจอโทรศัพท์มือถือจึงพูดขี้น
แล้วเพียงตาก็เดินออกจากตัวบ้านไปที่โรงจอดรถพอไปถึงหน้าโรงจอดรถเห็นประตูโรงจอดรถแง้มไว้และไฟยังคงเปิดอยู่พอไปถึงหน้าประตูโรงจอดรถก็ได้ยินเสียงบางอย่างเข้าจึงแอบมองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้ก็เห็นด้านหลังของลุงอ่ำกำลังทำมือยุกยิกอยู่ตรงหว่างขาพร้อมใช้จมูกดมและลิ้นเลียเบาะหลังที่เพียงตาเพิ่งนั่งมาเพียงตาเห็นอย่างนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าลุงอ่ำกำลังช่วยตัวเองโดยใช้เบาะที่เธอนั่งมาเป็ตัวช่วย
“อ้าสสสโอวว คุณเพียงตาครับ ฟืด โอวว ฟืด หอมจริงๆครับ แผล่บ แผล่บ อ้าสส คุณเพียงตาโอ้วววววว” แล้วลุงอ่ำก็ถึงจุดสุดยอดปลดปล่อยน้ำกามลงบนเบาะที่ตัวเองเพิ่งเลียและดมไป
เพียงตาใเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็คิดว่ามันก็คงเป็ธรรมชาติของผู้ชายแล้วเพียงตาก็เดินถอยออกไปประมาณสิบเมตรแล้วทำแสร้งะโเรียกลุงอ่ำ
“ลุงอ่ำคะ....ลุงอ่ำอยู่ในโรงจอดรถหรอคะ” เพียงตาะโเรียก
“ค....ครับอยู่ครับ คุณเพียงมีอะไรหรอครับ” ลุงอ่ำลุกลี้ลุกลนวิ่งออกมาที่หน้าโรงจอดรถเพื่อตอบเพียงตา
“คือว่าเพียงลืมมือถือไว้ในรถน่ะค่ะเพียงขอไปเอาหน่อยนะคะ” พูดจบเพียงตาก็เดินพุ่งตรงมาที่ประตู
“ด....เดี๋ยวครับเดี๋ยวผมไปหยิบให้เองดีกว่า คุณเพียงรออยู่ตรงนี้หล่ะกัน” ลุงอ่ำชิงเดินไปที่โรงจอดรถก่อนทำให้เพียงตาต้องหยุดรอที่หน้าโรงจอดรถ
“อ๊ะนี่ครับ คุณเพียงตา”ซักพักลุงอ่ำก็ออกมาจากโรงจอดรถแล้วยื่นมือถือของเพียงตาให้
“ขอบคุณค่ะแล้วนี่ลุงอ่ำทำอะไรอยู่คะเนี่ยยังไม่ไปกินข้าวอีกหรอคะ”เพียงตาถามโดยจ้องไปที่ดวงตาของลุงอ่ำ
“อ...อ๋อคือผมจะมาเช็ดคราบสกปรกในรถหน่อยนะครับ แล้วเดี๋ยวจะไปแล้วครับ” ลุงอ่ำตอบ
“คราบอะไรหรอคะเพียงไม่เห็นจะมีคราบอะไรเลย” เพียงตาถามโดยที่ตาก็ยังคงจ้องจะจับอะไรบางอย่างในดวงตาของลุงอ่ำ
“ต....ต่อให้มันไม่มีคราบแต่ผมก็ต้องเช็ดทุกวันอยู่แล้วครับ” ลุงอ่ำก้มหน้าตอบ
“อ๋อเข้าใจแล้วค่ะ ตอนแรกเพียงเห็นไฟเปิดอยู่ก็นึกว่าจะมีคนไม่ดีเข้ามาอีกแล้วซะอีกใแทบแย่” เพียงตาพูด
“คุณเพียงครับผมสัญญาเลยว่ารอบนี้ถ้ามีใครมาทำอะไรพวกคุณๆทั้งสองคนอีกคราวนี้ผมจะปกป้องไว้ด้วยชีวิตเลยครับ”ลุงอ่ำเงยหน้ามองเพียงตาด้วยแววตาจริงจังขัดกับการกระทำในโรงจอดรถก่อนหน้านี้สิ้นเชิง
“เอ๊ะ...ไม่ต้องถึงกับชีวิตหรอกค่ะแต่ก็ขอบคุณล่วงหน้านะคะ เพียงขอตัวก่อนนะคะ” เพียงตาพูดแล้วก็เดินตรงไปที่ตัวบ้าน
เพียงตารู้สึกแปลกเล็กน้อยที่ลุงอ่ำทำอะไรพิเรนท์พรรค์นั้นอยากจะไล่ออกอยู่เหมือนกันแต่ลุงอ่ำก็ยังไม่ได้ทำอะไรที่เลวร้ายไปกว่าการช่วยตัวเองแต่เพียงตาก็คิดว่าถ้าลุงอ่ำมีท่าทีจะทำอะไรไม่ดีกับเธอและแพรวาเธอจะไล่ออกทันที