Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 61 สำนักคุ้มภัยเหยาตี้

    หยางรุ่นชิงซึ่งเคยนัดหมายกับหยางไคเอาไว้ให้มาเจอกัน ณ เมืองอู่ฮั่นหลังจากที่เสร็จธุระของตนแล้ว แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขากลับได้รับข่าวสารเรื่องความปลอดภัยของอาจารย์น้อยของตนจากชายผู้หนึ่ง จึงจำเป็นต้องรีบมาที่อำเภออู่ชางแห่งนี้โดยด่วน ครั้นทราบว่าหยางไคใกล้ออกจากห้องสอบแล้วก็มารอคอยอยู่ที่คอกม้า เพราะมั่นใจว่าแม้อย่างไรอีกฝ่ายต้องกลับมารับม้าขาวตัวนี้แน่แต่ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าอีกฝ่ายจะเดินร้องมาทั้งน้ำตาเช่นนี้เลย ห้วงความคิดแรกในหัวย่อมปรากฏคำถามขึ้นว่า 'หรืออาจารย์น้อยจะทำข้อสอบมิได้ ?' แต่ก็คิดค้านในใจขึ้นมาอีกว่า 'ที่กวดวิชาให้มาก็ตรงตามข้อสอบทุกข้อ แม้แต่ตัวเราเองยังสอบบู๊ซิ่วไฉ่ได้ถึงอันดับ 2 ของอำเภอชิงซาน หรืออาจารย์น้อยจะพลาดภาคปฏิบัติอันสำคัญกันแน่นะ ?' แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนและฟุ้งซ่านไปเสียเปล่า มิสู้สอบถามตรง ๆ ไปเลยยังดีเสียกว่า เมื่อหยางรุ่นชิงได้ข้อสรุปเช่นนั้นแล้ว จึงกล่าวออกไปให้อีกฝ่ายระบายสิ่งต่าง ๆ ออกมาเองว่า"อาจารย์น้อยอย่าได้กังวลไป โปรดเล่าเรื่องราวมาทั้งหมดเถิด ข้าพเจ้าจะตั้งใจฟัง" หยางไคครั้นได้ยินเช่นนั้นก็ทั้งเล่าทั้งระบายเรื่องราวที่สำคัญไปทั้งหมด ฝ่ายหยางรุ่นชิงครั้นได้ฟังก็รู้สึกดีใจมากกว่าความกังวลใจเสียอีก ครั้นเห็นกระบี่ที่หยางไคถือไว้ก็ขอดูจึงได้ทราบว่านอกจากเด็กหนุ่มจะสอบผ่านขึ้นเป็นบู๊ซิ่วไฉ่แล้วยังมีตำแหน่ง ‘หลิ่นเซิง’ ของผู้ทำคะแนนสูงสุดอีกด้วยครั้นชักกระบี่ออกมาแกว่งดูสามสี่ที ก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า"กระบี่ดี! ส่วนเรื่องสำนักคุ้มภัยเซี่ยงอวี่อย่าได้กังวล ตอนนี้พวกเราหาสิ่งใดรับประทานกันก่อนเถิด" เพราะบัดนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้วและต่างก็ยังมิได้มีผู้ใดได้รับประทานอาหารกลางวัน จึงต่างจับม้าแล้วตรงไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ ๆ นั้นเอง หลังจากทั้งสองสั่งสุราอาหารแล้วส่วนสุรานั้นย่อมมาก่อนอาหาร หยางไคจึงเป็นผู้เริ่มการสนทนาขึ้นมาก่อนว่า"พี่ใหญ่หวง แล้วผลการสอบของท่านเป็นเช่นใดเล่า ?" หยางรุ่นชิงได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ้มแป้นจากนั้นนำใบรับรองส่งออกไปให้กับมือ พอหยางไคอ่านดูก็ยิ้มด้วยความยินดีแล้วยกจามสุราขึ้นมา จากนั้นกล่าววาจาว่า"ขอแสดงความยินดีกับบู๊ซิ่วไฉ่คนใหม่ขอรับ" จอมยุทธอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหยางก็รีบยกชามสุราขึ้นมารับคำนับ แล้วกล่าววาจาไปในทำนองเดียวกันว่า"ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์น้อยเช่นเดียวกัน" ขณะนั้นเองสี่สาวเจ้าเก่าก็ก้าวเท้าเข้ามาในร้านด้วยใบหน้าอันเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ครั้นเห็นสองหนุ่มนั่งดื่มสุราอยู่ ก็เข้าไปหาแล้วกล่าวขึ้นว่า"ในวันนั้นพวกเราพลาดท่าเสียที วันนี้จะมาขอแก้มือ!" หยางรุ่นชิงเห็นแต่ละนางล้วนแต่หน้าตาหมดจดงดงามก็นึกเอ็นดูอยู่ จึงกล่าวไปว่า"แม่นางทุกท่านเชิญนั่งก่อนเถิด ข้าพเจ้าหยางรุ่นชิงเป็นพี่ชายของหยางไค แล้วพวกท่านชื่อแซ่อันใดบ้าง" หยางไคเห็นพี่ใหญ่ของตนรับมือกับสตรีได้อย่างมีชั้นเชิงนักจึงรู้สึกเคารพนับถืออยู่ไม่น้อยฝ่ายสตรีทั้งสี่คนย่อมรู้สึกยินดีเป็นอันมาก ต่างคนก็ต่างนั่งลงอย่างเรียบร้อย จากนั้นสตรีที่สมควรจะเป็นพี่ใหญ่จึงกล่าวแนะนำตัวทุกคนว่า"พวกเราล้วนแล้วแซ่เหยา 姚 โปรดเรียกข้าพเจ้าว่าอ้ายเสิน (爱神 กามเทพ) ส่วนน้องรองคนนี้อ้ายฉิง (爱情 ความรัก) น้องสามอ้ายเหริน (爱人 คนรัก) และน้องสาวคนสุดท้องอ้ายซ่าง (爱上 หลงรัก) " ทั้งสองหนุ่มพอได้ยินชื่อแซ่ของพวกนางก็ล้วนมีความรู้สึกแตกต่างกันออกไป ส่วนหยางรุ่นชิงแค่เพียงได้ฟังชื่อแซ่เท่านั้นกลับสามารถลำดับความคิดเชื่อมโยงขึ้นมาได้อย่างประหลาด จากนั้นกล่าวสอบถามไปว่า“พวกท่านทั้งสี่คนน่าจะเป็นบุคคลใน ‘สำนักคุ้มภัยเหยาตี้’ ใช่หรือไม่ใช่ ?” สำนักคุ้มภัยเหยาตี้นั้นถือเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับท้าย ๆ ของมณฑลหูเป่ย์ ทั้งในระดับอำเภอยังเป็นรองสำนักคุ้มภัยเซี่ยงอวี่อย่างมากมายหลายขุมนัก เนื่องด้วยตระกูลนี้ปราศจากทายาทอันเป็นบุรุษเพศ และนอกจากจะไร้ผู้สืบทอดแล้ว ยังหมดโอกาสที่คนในตระกูลจะมีโอกาสเลื่อนจากสถานะสามัญชน ซึ่งแตกต่างจากตระกูลเซี่ยงที่บุตรคนรอง ‘เซี่ยงป๋อ’ ได้รับตำแหน่งบู๊ซิ่วไฉ่ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนยิ่งนับวันก็ยิ่งสร้างความแตกต่างระหว่างสำนักคุ้มภัยทั้งสอง ซ้ำร้ายอีกฝ่ายยังพยายามจะฮุบเอากิจการของสำนักคุ้มภัยเหยาตี้ผ่านการสมรสจากลูกหลานในตระกูล พวกนางทั้งสี่คนจึงต่างดิ้นรนให้ตระกูลของตนไม่ถูกครอบงำไปมากกว่านี้ จึงทอดสะพานให้บู๊ซิ่วไฉ่คนใหม่อย่างเต็มกำลัง วันนี้เมื่อได้ข่าวว่าหยางไคมาที่ร้านนี้ จึงติดตามมาอย่างที่เห็น แต่ครั้นหยางรุ่นชิงกล่าวเปิดเผยฐานะของตนเช่นนี้ก็จนใจ จึงต้องรับคำว่า “..ใช่เจ้าค่ะ..” แล้วต่างก้มหน้านิ่งงันกันอยู่ หยางรุ่นชิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ้ม ครั้นมีคนยกข้าวปลาอาหารมาแล้วก็รับประทานอาหารกันตามมารยาทจนอิ่มหนำสำราญแล้ว จึงกล่าวว่า“ข้าพเจ้าเคยได้ยินได้ฟังว่าสุราที่ตระกูลเหยาอร่อยลึกล้ำนัก หากพวกท่านสะดวก พวกเราทั้งสองจะขอไปลิ้มลองดูสักครา” คำกล่าวนั้นฟังดูสองแง่สองง่ามอยู่บ้างจึงทำให้พวกนางทั้งสี่พอได้ฟังเช่นนั้นก็ตกใจ แต่จุดมุ่งหมายของพวกตน ก็คือเชื้อเชิญหยางไคผู้เป็นบู๊ซิ่วไฉ่คนใหม่ไปเยือนที่ตระกูลสักครามิใช่หรือ ? จึงตอบรับคำว่า“หากท่านไม่รังเกียจตระกูลเล็ก ๆ ของเรา อ้ายเสินขอเชิญท่านทั้งสองเจ้าค่ะ” หลังจากหยางรุ่นชิงจ่ายค่าสุราอาหารแล้วก็ออกไปจากร้าน สองหนุ่มนั้นขึ้นม้าขาว-ดำ คนละตัว ส่วนสี่สาวก็ขึ้นไปยังรถม้านำทางไป  กุบ กุบ กุบกุบ ๆ ๆ ขณะขี่ม้าอยู่นั้นเอง หยางไคย่อมอดสงสัยพฤติกรรมของพี่ใหญ่หวงของตนเป็นมิได้ จึงสอบถามว่า“ทีแรกข้าพเจ้าปฏิเสธน้ำใจของพวกนางไปด้วยไม่รู้จักกัน แต่บัดนี้ไม่ทราบว่าเหตุพี่ใหญ่จึงรับน้ำใจของพวกนางเล่า ?” หยางรุ่นชิงก็ตอบว่า“น้ำใจของชาวยุทธ์ย่อมกว้างขวางกว่าทะเล แม้นรับเอามาไว้แล้วย่อมสนองคุณท่านกลับคืน โดยทั้งนี้อาจจะมีบางสิ่งเชื่อมโยงไปยังสำนักคุ้มภัยเซี่ยงอวี่อันเป็นเป้าหมายของพวกเราก็เป็นได้” ไม่มีทางเลยที่ผู้ใดจะสามารถกำจัดปัญหาให้หมดสิ้นไปได้หากไม่กล้าจะเข้าไปคลุกคลีเพื่อให้เข้าใจกับปัญหานั้น และพวกเขามีเวลาอีกเพียงไม่กี่วันเพื่อจัดการปัญหานี้ให้เสร็จสิ้น ก่อนจะกลับคืนไปยังตระกูลหยางอันยิ่งใหญ่ของตน ณ เมืองเป่ยจิง อันเป็นราชธานีของแผ่นดินต้าหมิงแห่งนี้