ตูมมมมมมม!
แรงกระแทกอันหนักหน่วงดุจค้อนเหล็กขนาดั์ทุบเข้ากลางหน้าอกของหลีเฮงอย่างจัง ส่งร่างของชายหนุ่มปลิวกระเด็นลอยเคว้งข้ามลานประลอง ก่อนจะครูดไถลไปกับพื้นศิลาหินและกระแทกเข้ากับเสาหินค้ำจุนขอบเวทีอย่างรุนแรงจนเสาหินเกิดรอยร้าวระแหง หลีเฮงกระอักเืสีแดงฉานออกมาคำโต ร่างกายบอบช้ำจนแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ เสื้อผ้าเนื้อดีที่สวมใส่บัดนี้ขาดรุ่งริ่งหลุดลุ่ยชุ่มไปด้วยรอยเืและเศษฝุ่นละออง
ในศึกการประลองยุทธ์ครั้งนี้ หลีเฮงไม่สามารถต้านทานหรือหลบหลีกการจู่โจมอันรุนแรงและป่าเถื่อนของจ้าวเทียนอวี่ได้เลยแม้แต่น้อย ยามนี้จ้าวเทียนอวี่อยู่ในร่างอสูรคลั่งที่ได้รับพลังบัฟแฝงเร้นจากยาต้องห้าม ‘ยาเม็ดปราณอสูร’ ทวีคูณความเร็วและพละกำลังสูงขึ้นถึงสิบเท่าตัว ร่างกายของจ้าวเทียนอวี่ขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อปูดโปนเต็มไปด้วยเส้นเืสีแดงฉ่ำ และแผ่ไอปราณอสูรสีเืน่าสะพรึงกลัวดุจปีศาจร้ายที่หลุดมาจากอเวจี
แต่สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ของหลีเฮงวิกฤตถึงขีดสุด ไม่ใช่เพราะพลังทำลายล้างของคู่ต่อสู้เพียงอย่างเดียว ทว่าฉากเื้ัที่สำคัญที่สุดก็คือ... สองสาวคู่พันธะระดับ SSS อย่างหลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอิน ไม่ยอมมาปรากฏตัวเพื่อเฝ้าชมการแข่งขันในวันนี้!
เนื่องจากความขัดแย้งและเหตุการณ์เมื่อวานนี้ที่พวกนางจับได้คาหนังคาเขาว่าสามีหนุ่มแอบเปิดห้องพักบริการบีบนวดลูบคลำต้นขาและบั้นเอวของสองสาวเพื่อนร่วมทีมอย่างล่อแหลม สองสาวงามระดับ SSS ต่างพากันโกรธเคือง น้อยใจ และไม่้าเดินมาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่จะทำให้หัวใจของพวกนางปั่นป่วน ทั้งคู่จึงตัดสินใจเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องพักส่วนตัวของตน แสร้งทำเป็เ็าไม่ใส่ใจศึกประลองยุทธ์รอบนี้
เมื่อปราศจากร่างของคู่พันธะระดับ SSS อยู่ในรัศมีการประลองหรือบริเวณลานสายตาของระบบ ทักษะป้องกันยอดวิเศษอย่าง Passive *‘หลบหลังสตรี ขั้น 2’* ในร่างกายของหลีเฮงจึงไม่สามารถตอบสนองทำงานขึ้นมาได้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียว! ไม่มีเกราะป้องกันปราณสีม่วงทองคอยปกป้อง ชายหนุ่ม Rank F จึงต้องรับแรงกระแทกจากพลังอสูรคลั่งระดับสิบเท่าด้วยร่างกายเนื้อเปล่า ๆ จนสะบักสะบอมน่วมไปทั้งร่าง
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้ขยะหลีเฮง! เก่งนักไม่ใช่เรอะฟะ!?” จ้าวเทียนอวี่ในร่างอสูรคลั่งก้าวเดินสามขุมเข้าหาหลีเฮงช้า ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดุจสัตว์ร้ายเหยียบย่ำศิลาร้าวระแหง ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นสะใจพลางหัวเราะร่าลั่นสนามประลอง “ทำไมยามนี้ถึงได้นอนจมกองเืหมดสภาพดั่งสุนัขข้างถนนเช่นนี้ล่ะ!? ไหนลองโชว์วิชานวดโง่ ๆ หรือกางเกราะป้องกันบ้าบอนั่นให้ข้าดูอีกทีสิ! สุดท้ายเ้ามันก็แค่ไอ้เศษขยะแมงดาไร้น้ำยาที่คอยเกาะอยู่ใต้ชายกระโปรงสตรีไปวัน ๆ เท่านั้นแหละ! วันนี้ข้าจะขยี้กระดูกทุกชิ้นของเ้าให้แหลกเป็ผง!”
จ้าวเทียนอวี่ไม่พูดเปล่า มันพุ่งตัวเข้าประชิดเอื้อมฝ่ามือขนาดั์ชุ่มปราณอสูรตะปบเข้าที่ลำคอของหลีเฮงอย่างรุนแรงดุจคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงยกร่างของชายหนุ่มลอยเคว้งขึ้นเหนือพื้นเวทีประลองอย่างง่ายดาย
“อั่ก... แค่ก...” หลีเฮงหน้าเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกโพลงพยายามดิ้นรนทว่ามือของจ้าวเทียนอวี่กลับบีบรัดแ่าจนหลอดลมแทบจะแตกสลาย ชายหนุ่มกระอักเสียงสำลักโลหิตออกมาตามริมฝีปาก อากาศหายใจเริ่มหมดลงทีละน้อย สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง จะอ้าปากะโเอ่ยคำยอมแพ้ต่อกรรมการก็ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียว ผู้ชมรอบสนามประลองต่างพากันส่งเสียงฮือฮา บางคนแอบเบือนหน้าหนีเนื่องจากความโหดร้ายทารุณ ทว่ากรรมการประลองกลับยังไม่สั่งหยุดเนื่องจากหลีเฮงยังไม่ได้เอ่ยยอมแพ้หรือหมดสภาพอย่างเป็ทางการ
---
ขณะเดียวกัน ณ เส้นทางเดินผ่านลานประลองยามสาย
เยี่ยหลัวอินก้าวเดินเยื้องย่างมาตามเส้นทางหินอย่างเนิบนาบ ใบหน้างดงามแสร้งทำเป็บูดบึ้งไม่ใส่ใจ ทว่าในใจของนางมารน้อยบัดนี้กลับปั่นป่วนสับสนอย่างยิ่ง สองมือบางเผลอเอื้อมแตะัับริเวณแผ่นหลังและหลังใบหูที่ยังคงหลงเหลือกระแสความอบอุ่นรัญจวนใจจากฝ่ามือและลิ้นของหลีเฮงเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ยิ่งนางพยายามเ็าเท่าไหร่ หัวใจกลับยิ่งเรียกร้องและเป็กังวลถึงเขามากขึ้นเท่านั้น
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงซุบซิบตื่นตระหนกของกลุ่มศิษย์หน้าใหม่ที่กำลังวิ่งตรงไปยังลานประลองกลับแว่วเข้าสู่โสตประสาทของนาง
“เร็วเข้า! รีบไปดูที่เวทีประลองเร็ว! ทีมห้อง A พ่ายแพ้ร่วงตกรอบไปสองคนรวดแล้ว แต่ยามนี้จ้าวเทียนอวี่แอบกินยาต้องห้ามคลั่งพลังอสูร บุกเข้าไปบีบคอจะฆ่าเ้า Rank F หลีเฮงคาเวทีแล้ว! สภาพเืท่วมตัวปางตายเลยทีเดียว!”
คำว่า *‘ร่างหลีเฮงชุ่มเืปางตาย’* ดุจดั่งสายฟ้าฟาดกลางดวงใจของเยี่ยหลัวอิน!
ริมฝีปากบางของนางซีดเผือดลงในชั่วพริบตา ความโกรธเคืองและงอนง้อทั้งหลายมลายหายไปจนสิ้นหลงเหลือเพียงความตระหนกใลนลานอย่างที่สุด นางลืมสิ้นศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งของนางมารระดับ SSS ร่างบางขยับวูบหายตัวไปกลางอากาศ โคจรทักษะเคลื่อนไหวขั้นสูงสุด *‘มารรัตติกาลกลืนแสง’* ทะยานร่างกลายเป็เงาสายหมอกสีม่วงเข้มพุ่งตรงดิ่งไปยังสนามประลองั์อย่างรวดเร็วปานดาวตก
เมื่อเยี่ยหลัวอินพุ่งตัวมาถึงขอบลานประลอง ภาพเบื้องหน้าที่สะท้อนในแววตาของนางกลับเป็ภาพที่กรีดลึกเข้าไปในจิติญญา
หลีเฮง ชายหนุ่มที่แสนกะล่อนกวนประสาทแต่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและไออุ่นของนาง ยามนี้กำลังถูกจ้าวเทียนอวี่บีบคอร่างลอยชุ่มไปด้วยเืสีแดงฉาน คอเสื้อขาดรุ่งริ่ง และปรือตาลงใกล้จะสิ้นลมหายใจเต็มทนโดยไม่มีทางตอบโต้หรือขอยอมแพ้
*ปี๊บ!*
เสียงสัญญาณเตือนดังสะท้อนขึ้นในหัวของหลีเฮงที่เกือบจะหมดสติ
> [ตรวจพบ: คู่พันธะระดับ SSS เยี่ยหลัวอิน เข้ามาในระยะควบคุมของการประลอง!]
> [เอฟเฟกต์ทักษะ Passive: ‘บัฟเมียรัก’ เริ่มทำงาน!]
กระแสชีพจรในร่างกายของหลีเฮงพลันตอบสนองรับกลิ่นอายมารของเยี่ยหลัวอิน ฟื้นฟูพละกำลังลมปราณและสติสัมปชัญญะกลับคืนมาได้เล็กน้อย ทว่าด้วยการที่เขายังคงถูกฝ่ามือทรงพลังของศัตรูบีบรัดพันธนาการกอดกุมไว้โดยตรง สกิลป้องกันจึงไม่สามารถกางแผ่ออกห่างจากตัวเพื่อสะท้อนพลังจู่โจมของศ้าวเทียนอวี่ออกไปได้ ระบบแจ้งคำเตือนรบกวนติดขัดทันที
เยี่ยหลัวอินยืนอยู่ข้างลานประลอง ใบหน้างดงามสะสวยบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและเสียใจอย่างแสนสาหัส น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารและรู้สึกผิดในใจ *‘ทำไมข้าต้องงอนบ้าบอจนไม่ยอมมาดูเขาแข่งขันกันนะ! หากข้าอยู่ข้างเวทีั้แ่แรก... เขาคงไม่ต้องาเ็เจียนตายเช่นนี้!’*
นางอยากจะกระโจนพุ่งตัวขึ้นไปบนเวทีเพื่อฉีกร่างจ้าวเทียนอวี่ออกเป็ชิ้น ๆ ทว่าข่ายอาคมป้องกันลานประลองปิดกั้นอยู่ อีกทั้งนางรู้ดีว่าหากก้าวแทรกแซงการต่อสู้ จะทำให้หลีเฮงถูกตัดสินพ่ายแพ้ฟาวล์และอาจโดนตัดสิทธิ์ในสำนักทันที จิตมารในร่างของนางมารน้อยปั่นป่วนอย่างรุนแรงจากแรงอารมณ์บ้าคลั่ง ความรัก ความเศร้า และความแค้นผสมปนเปจนดวงตากลมโตแปรเปลี่ยนเป็สีดำสนิทดุจห้วงอเวจีลึก นางพร้อมจะยอมอุทิศสละพลังตบะ บุกทะลวงค่ายอาคม หรือแม้กระทั่งสละชีวิตของตนเอง ขอเพียงแค่ให้หลีเฮงสามารถรอดชีวิตพ้นภัยพิบัติในศึกนี้ได้!
ความรู้สึกอุทิศรักของสตรีระดับ SSS ที่พร้อมสละชีพเพื่อโฮสต์อย่างปราศจากเงื่อนไข พลันกระตุ้นปลดล็อกกลไกพิเศษลึกลับของระบบเทพแมงดาทันที!
*วิ้งงงงงงง!*
> [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบเจตจำนงคู่พันธะระดับ SSS ยินยอมสละพลังชีวิตและจิติญญาเพื่อปกป้องโฮสต์!]
> [เงื่อนไขภารกิจลับด่วน ‘อุทิศรักร่วมชะตา’ บรรลุผลสำเร็จ!]
> [ทำการปลดล็อกและเปิดใช้งานทักษะบัฟเมียรักโดยอัตโนมัติ: ‘ตราประทับคนของข้า’!]
ทันใดนั้นเอง ปราณมารสีม่วงทมิฬเข้มข้นมหาศาลและหนาแน่นของเยี่ยหลัวอินพลันะเิพวยพุ่งทะยานข้ามค่ายอาคม เชื่อมโยงเข้ากับร่างกายของหลีเฮงโดยตรง! แผ่นอกของหลีเฮงส่องแสงเจิดจ้า ปรากฏสัญลักษณ์ตราประทับโบราณสีม่วงขอบทองสลักลึกอยู่บนผิวเนื้อของชายหนุ่มอย่างมั่นคง แผ่อิทธิพลออร่ามารสีม่วงทมิฬเข้มข้นจนก่อตัวเป็ภาพเงาร่างอสูรมารั์ทับซ้อนอยู่เื้ัของหลีเฮง!
*ครืนนนนนน!*
คลื่นพลังกดดันมารระดับ SSS สะกดข่มทับลงมาในชั่วอึดใจ คลื่นปราณอสูรสีเืชั่วคราวของจ้าวเทียนอวี่พลันถล่มทะลายพังทลายลงจนหมดสิ้นดุจฟองอากาศ! จ้าวเทียนอวี่เบิกตากว้าง รู้สึกราวกับมีโซ่ตรวนเหล็กกล้าหมื่นชั่งพันรัดร่างกาย พละกำลังลมปราณที่เคยพวยพุ่งพรั่งพรูสลายวูบหายไปจนหมดสิ้น ร่างกายแข็งทื่อ ขาทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกึ่งคุกเข่า และไม่สามารถบีบเค้นนิ้วมือขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อได้เลยแม้แต่ปลายก้อย แข็งทื่อแน่นิ่งจ้องมองหลีเฮงด้วยความหวาดผวาขีดสุด!
หลีเฮงสบโอกาสจังหวะทองที่จ้าวเทียนอวี่แข็งค้าง ชายหนุ่มรวบรวมลมปราณอุ่นเฮือกสุดท้ายยกฝ่ามือขึ้นมา ดีดนิ้วชี้ใช้ดรรชนีจี้เข้าใส่หน้าผากของมันระยะประชิดทันควัน!
“ดรรชนีอ่อนล้า...!”
*ฟิ้ว!*
รังสีปราณสีเทาหม่นทะลวงตัดผ่านชีพจรหลักของจ้าวเทียนอวี่ในชั่วพริบตา พลังโจมตีและลมปราณที่สะสมปะทุของมันพลันเสื่อมสลายหายไปจนเหลือต่ำกว่าเกณฑ์ปกติริบหรี่เจียนดับ ทว่าจ้าวเทียนอวี่ที่ถูกความแค้นพยาบาทบดบังดวงตาจนมืดบอด กลับปฏิเสธที่จะยอมแพ้ มันะเิพลังเฮือกสุดท้ายเผาผลาญโลหิตหัวใจ (เผาผลาญอายุขัย) เพื่อปลดปล่อยการจู่โจมกลับใส่หลีเฮงในจังหวะสุดท้าย หมัดชกทะลวงปราณหวังสะบั้นชีพหัวใจของหลีเฮงให้จมดินไปด้วยกัน!
“ไอ้หลีเฮง! มึงก็ต้องตายไปพร้อมกับข้า!” จ้าวเทียนอวี่คำรามลั่นสะท้านเวที
---
ทว่าในวินาทีวิกฤตเส้นยาแดงผ่าแปดนั้นเอง!
ร่างของสตรีงามในชุดขาวบริสุทธิ์สะสวยดุจเทพธิดาหิมะ พุ่งทะยานร่างร่อนลงมาจากฟากฟ้าตัดผ่านค่ายอาคมประลองลงมายืนขอบเวทีอย่างร้อนรนกระวนกระวายใจ... หลินเสวี่ยเหยารุดมาถึงสนามประลองแล้ว!
นางไม่สามารถควบคุมความห่วงใยและเสียงเตือนจากหัวใจได้ จึงเร่งเดินทางตามมาในที่สุด และทันทีที่ร่างของหลินเสวี่ยเหยาก้าวเข้ามาในสนามประลอง หน้าต่างอินเตอร์เฟสระบบของหลีเฮงพลันสว่างจ้าะเิเสียงแจ้งเตือนสะท้านเลื่อนลั่นขึ้น 2 เท่าทันที!
*วิ้งงงงงง!*
> [ระบบแจ้งเตือนขั้นสูงสุด: ตรวจพบสตรีคู่พันธะระดับ SSS สองคน อยู่ร่วมในสนามรบเดียวกัน!]
> [เอฟเฟกต์พิเศษของระบบทำงาน: ‘บัฟเมียรัก’ เพิ่มระดับพลังขึ้นสองเท่า (x2)!]
> [ประสานการทำงานระบบ: ทักษะ Passive ‘หลบหลังสตรี ขั้น 2’ ทำงานควบประสานร่วมกับทักษะ ‘ตราประทับคนของข้า’!]
*ตูมมมมมมมม!*
เกราะปราณแสงคุ้มกันทรงกลมผสมผสานระหว่างไอเย็นเกล็ดหิมะขาวบริสุทธิ์และปราณมารสีม่วงทองะเิปะทุแผ่ออกครอบคลุมร่างของหลีเฮงอย่างแ่าดุจูเาน้ำแข็งเพชร์เจ็ดสี หมัดโจมตีพลังแค้นสุดท้ายของจ้าวเทียนอวี่ปะทะเข้ากับเกราะ์เสียงดังสะท้อนกึกก้องปานฟ้าถล่ม ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา พลังโจมตีทั้งหมดกลับถูกสะท้อนกลับย้อนคืนเข้าหาตัวมันเองด้วยความแรงพลานุภาพทวีคูณเพิ่มขึ้นเป็ 2 เท่าทันควันโดยไม่มีโอกาสตั้งหลักหลบหลีก!
*อั่ก! เปรี้ยงงงง!*
แรงสะท้อนกลับกระแทกเข้ากลางยอดอกของจ้าวเทียนอวี่อย่างจังจนเกิดเสียงกระดูกซี่โครงแตกหักดังลั่น ร่างของมันปลิวกระเด็นลอยเคว้งข้ามเวทีก่อนจะตกร่วงหล่นกระแทกพื้นหินนอกสนามประลองเสียงดังสนั่น พ่นโลหิตคำโตชุ่มเปียกชโลมพื้น เส้นชีพจรหลักทั่วร่างและจุดศูนย์รวมลมปราณในท้องน้อยแตกสลายฉีกขาดเสียหายยับเยิน สูญเสียพลังบ่มเพาะฝีมือ (กลายเป็คนพิการไร้วรยุทธ์และปราณอสูรไปตลอดชีวิต) ไปในทันทีในชั่วอึดใจเดียว ชายหนุ่มนอนแน่นิ่งเืท่วมตัวไร้สติหมดสภาพอย่างน่าอนาถ
ผู้ชมรอบสนามประลองต่างพากันเบิกตากว้างเงียบกริบดั่งสุสาน ไร้เสียงพูดคุยชั่วครู่ ก่อนที่กรรมการประลองจะค่อย ๆ ยกธงขึ้นส่งสัญญาณด้วยมือสั่นเทิ้มและป่าวประกาศผลด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อสั่นเครือ
“จ้าวเทียนอวี่... หมดสภาพต่อสู้และตกรอบ!... ทีมห้อง F เป็ฝ่ายชนะการประลองศึกนี้!”
สิ้นเสียงประกาศลั่นสนาม ฝูงชนพากันส่งเสียงโห่ร้องยินดีและวิจารณ์ดังะเิก้องฟ้า หลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอินไม่ใส่ใจสายตาใครทั้งสิ้น สองสาวงามระดับ SSS พุ่งตัววูบเดียวขึ้นมาบนเวทีศิลาประลอง รุดเข้ามารองรับร่างของหลีเฮงที่กำลังหงายหลังล้มพับลงด้วยความเหนื่อยล้าเ็ปสะสมพ้นขีดจำกัด
หลีเฮงใบหน้าซีดเผือดไร้รอยสีเื ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ทว่าแววตายังคงฉายแววกะล่อนดุจสุนัขจิ้งจอกเ้าเล่ห์ ชายหนุ่มปรือตามองยอดรักทั้งสองเบื้องหน้า ส่งยิ้มแห้ง ๆ และเอ่ยพึมพำแ่เบากระซิบประจบสตรีทั้งสอง “พวกเ้า... มาช่วยข้า... ได้ทันเวลาพอดีเลยนะจ๊ะ... ยอดรักทั้งสอง...”
สิ้นเสียงประโยคอันแ่เบา สติสัมปชัญญะของหลีเฮงก็ดับวูบลงทันที
หลีเฮงหมดสติ ซบลงไปบนอกของนาง (ใบหน้าและแก้มของเขาฟุบซบจมลงตรงร่องอกนุ่มนิ่มอวบอิ่มอันแสนอบอุ่นและหอมกรุ่นของเยี่ยหลัวอิน โดยมีหลินเสวี่ยเหยาช่วยกอดประคองร่างที่อ่อนระทวยของเขาไว้) ชายหนุ่มสลบไสลไปพร้อมกับความอบอุ่นและมีความสุขที่สุดในโลก ทิ้งความวุ่นวายรอบกายไว้เื้ั
- จบตอนที่ 24 -