มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 85 : จางเนี่ยหงรับศิษย์

    ตอนที่ 85


     


    ผู้อาวุโสสี่ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากตอนนี้เขายืนอยู่เบื้องหน้า บุคคลที่สามารถสังหารเขาได้ ภายในพริบตา “ผ...ผู้อาวุโสสูงสุด ข้าแค่ไม่อยากรบกวนการบ่มเพาะพลังของท่าน หาได้มีเจตนาปิดบังแม้แต่น้อย"



     


    “หึ ไม่มีเจตนาปิดบังงั้นหรือ เจ้ากลัวข้าลงโทษ เรื่องที่ปล่อยให้ผู้บุกรุกหนีไปเสียมากกว่า" แรงกดดันมหาศาล กดทับร่างของผู้อาวุโสสี่ จนแนบติดไปกับพื้น กระดูกเริ่มส่งเสียงแตกหัก ทวารทั้ง 7 มีโลหิตไหลซึมออกมา


     


     


    “ว...ไว้ชีวิตข้าด้วย ผู้อาวุโสใหญ่ ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว" ชายวัยกลางคน ร้องขอความเมตตา


     


    อามุนอยากจะฆ่าผู้อาวุโสสี่ ให้ตายคามือ เพียงแต่เขาพึ่งจะสูญเสียผู้อาวุโสเก้าไป การที่จะปล่อยให้ตำแหน่งผู้อาวุโสว่างลง ถึงสองตำแหน่ง ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก “เป็นถึงขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญาณขั้นต้น แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับเด็กเมื่อวานซืน ที่อยู่เพียงขอบเขตเปลี่ยนแปลงร่างกาย เจ้ายังมีความละอายอยู่บ้างไหม!!?"


     


    แรงกดทับเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว คราวนี้ผู้อาวุโสสี่กระอักเลือดออกมาไม่หยุด เขารู้สึกราวกับมีภูเขาลูกใหญ่ วางทับไว้บนแผ่นหลัง ไม่กี่อึดใจต่อมา แรงกดทับทั้งหมดก็สลายหายไป “เจ้าต้องถูกลงโทษด้วยการกักตนสำนึกผิด เป็นเวลาหนึ่งปี" อามุนสั่งให้บริวาร พาตัวผู้อาวุโสสี่ไปขัง จากนั้นจึงเรียกประชุมผู้อาวุโสทุกคน เพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุการที่เกิดขึ้น


     


    “ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่?" อามุน กล่าวถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ เขาและผู้อาวุโสใหญ่ มีอายุไล่เลี่ยกัน จึงค่อนข้างจะมีความเคารพต่ออีกฝ่ายอีกไม่น้อย 



     


    “เรียนผู้อาวุโสสูงสุด ข้าเองก็ปิดด่านฝึกฝนเช่นกัน จึงไม่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" ผู้อาวุโสใหญ่ตอบด้วยความสุภาพ ระดับพลังเขาอยู่ใน ขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญาณขั้นสูง ซึ่งเป็นรองเพียงผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้น



     


    ผู้อาวุโสคนอื่นก็ติดภารกิจที่เมืองอื่น จึงพึ่งจะได้กลับมาได้ไม่นาน และไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆทั้งสิ้น พวกเขาพึ่งจะรู้ด้วยซ้ำว่า ผู้อาวุโสเก้าเสียชีวิตแล้ว ส่วนเรื่องการเซ่นสังเวย ยังไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากจางเนี่ยหง มีขีดจำกัดการสูบพลังชีวิตอยู่ จึงพอที่จะมีเวลา จับตัวหญิงสาวมาชดเชยส่วนที่เสียไป จากคำให้การของผู้อาวุโสสี่ ผู้บุกรุกมีใบหน้าคล้ายกับชายชาวเอเชีย ซึ่งเป็นคนลงมือสังหารเหล่าสมาชิก ที่บริเวณทะเลแปซิฟิกใต้


     


    อามุนนั่งครุ่นคิดอยู่สักครู่ “ผู้อาวุโสสาม จงไปตามหาและจับตัวชายหนุ่มคนนี้มาให้ข้า ส่วนคนที่เหลือ ดูแลเรื่องการรวบรวมทรัพยากรการบ่มเพาะ"


     


    “ทราบแล้วครับ/ค่ะ" ผู้อาวุโสตอบรับอย่างพร้อมเพรียง


     


    ผู้อาวุโสสาม คือชายที่มีอายุน้อยที่สุดในเหล่าผู้อาวุโส ถึงกระนั้นเขาก็สามารถก้าวมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ โดยปัจจุบันเขามีพลังอยู่ใน ขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญานขั้นต้น อีกทั้งยังมีเนตรโลหิตคลั่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตกทอดมาทางสายเลือด ประวัติที่มายังคงเป็นปริศนา หากปลดปล่อยพลังเนตรออกมา เขาอาจจะมีความแข็งแกร่ง เทียบเท่ากับผู้อาวุโสสอง ซึ่งอีกเพียงครึ่งก้าวก็จะสามารถทะลวง ขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญาณขึ้นสูงได้สำเร็จ


     


    ภายในห้องคุมขังเหลือหญิงสาวเพียงไม่กี่สิบคน อามุนมองไปที่ผิวหนังของตนเอง ซึ่งเริ่มเห็นได้ถึงร่องรอยความเหี่ยวย่น การคงความเยาว์วัย จะมีผลเพียงหนึ่งถึงสองเดือนเท่านั้น เขาเข้าไปเลือกหญิงสาวมาหนึ่งคน เมื่อการดูดซับพลังชีวิตเสร็จสิ้น ร่างของหญิงสาวก็แห้งเหี่ยวไม่ต่างจากซากศพอายุพันปี


     


    อามุนดูอ่อนเยาว์ลงไม่น้อยกว่าสิบปี เขาลงไปยังชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นที่อยู่ของจางเนี่ยหง ภายในห้องคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ร่างที่นอนหลับอยู่ในม่านพลังลืมตาตื่น หลังจากที่จางเนี่ยหงดื่มเลือดของหญิงบริสุทธิ์ ไปมากกว่าร้อยคน เขาต้องนอนพัก เพื่อนำพลังงานมาฟื้นฟูให้กับร่างกาย


     


    “มีธุระอะไร?" จางเนี่ยหงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


     


    อามุนคุกเข่าลง “นายท่าน..." ข้าเพียงลงมาตรวจดูความเรียบร้อย


     


    ดูเหมือนว่าจางเนี่ยหง จะยังไม่รับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวภายนอก เนื่องจากภายในห้องถูกวางรูปแบบ เพื่อป้องกันการรบกวนเอาไว้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี ไม่เช่นนั้นคนที่ต้องเดือดร้อนก็คือตัวเขาเอง หากมองย้อนกลับไป การกระทำของอามุน ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้อาวุโสสี่นัก


     


    “เจ้ามาได้จังหวะพอดี มานี่สิ ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ และสอนเคล็ดวิชา ‘โลหิตกลืนสวรรค์' ให้กับเจ้า" 


     


    อามุนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น เขารับใช้จางเนี่ยหงมานานกว่า 300 ปี ดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่เขาลงแรงไป จะได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาแล้ว 


     


    *********************************


     


    ชิงเทียนนั่งดื่มชากับฮวงเทียนหลง ที่ศาลากลางสระน้ำ บรรยากาศโดยรอบช่างร่มรื่น สายลมบางเบาพัดผ่านใบหน้า


     


    “สหายน้อยชิงเทียน ผู้ชรามีข่าวเกี่ยวกับงานประมูลในตลาดมืด ไม่ทราบว่าสหายน้อยสนใจหรือไม่" ฮวงเทียนหลง ยกชาจิบอย่างสบายใจ เขาได้รับข่าวนี้มาจากลูกชาย หรือก็คือผู้นำตะกูลฮวงคนปัจจุบันนั่นเอง


     


    ชิงเทียนขมวดคิ้ว “งานประมูลในตลาดมืด มีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บ่มเพาะด้วยหรือ ผู้เยาว์นึกว่ามีเพียงแต่ของผิดกฏหมาย ที่สามารถนำเข้าประมูลได้"


     


    “เปล่าเลย... ที่นั่นมีแต่ของน่าสนใจ ถึงแม้จะมีสิ่งไม่น่าอภิรมย์ปะปนมาบ้างก็เถอะ คราวก่อนผู้ชราได้รับสมุนไพรประหลาดมาสองต้น ซึ่งมีพลังปราณอัดแน่นอยู่ภายใน หลังจากที่ดูดซับสมุนไพรจนหมด ชายชราก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนแปลงร่างกายได้สำเร็จ 


     


    "น่าสนใจไม่น้อย... ถ้าเช่นนั้นผู้เยาว์ขอทราบได้ไหมว่า การประมูลครั้งต่อไป จะถูกจัดขึ้นภายในวันไหน" ชิงเทียนเองก็ต้องการทรัพยากรเช่นกัน สมุนไพรทั่วไป เริ่มจะไม่ส่งผลต่อระดับการบ่มเพาะของเขาแล้ว


     


    “อีก 7 วัน นับจากนี้ หากสหายน้อยต้องการ เราสามารถเดินทางไปพร้อมกันได้" ฮวงเทียนหลงกล่าวออกมา


     


    ชิงเทียนพยักหน้าเล็กน้อย “ขอบคุณผู้อาวุโสมาก ถ้าเช่นนั้นผู้เยาว์ขอตัวไปทำธุระก่อน อีก 7 วัน ค่อยพบกันใหม่" 


     


    ชายหนุ่มประสานมือให้กับฮวงเทียนหลง หากนับตามอายุวิญญาน แม้แต่บรรพบุรุษของตระกูลฮวง ยังต้องให้เกียรติชิงเทียน แต่เนื่องจากตอนนี้เขาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มซึ่งมีอายุเพียง 19 ปีบริบูรณ์ จึงจำเป็นต้องเคารพฮวงเทียนหลงตามมารยาท หลังจากที่กล่าวอำลาเหล่ามิตรสหาย ชิงเทียนก็พาร่างของหลานลู่ซือบินหายลับไปบนท้องฟ้า



     


    ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ หลานกงเซิ่งพึ่งจะกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าไฟในบ้านถูกเปิดทิ้งไว้ ช่วงนี้มีข่าวโจรย่องเบาอยู่บ่อยครั้ง เขารีบหยิบปืนพกขึ้นมาเตรียมพร้อมทันที 



     


    หลานกงเซิ่งถีบประตูเข้ามา แล้วเล็งปืนไปยังร่างเงาซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า “หยุด!! อย่าขยับ ยกมือขึ้น"


     


    ชิงเทียนที่กำลังยืนดูรูปหลานลู่จื่อ ยกมือทั้งสองข้างชูขึ้นเหนือศรีษะ “เอ่อ...ผมยังไม่ได้ล่วงเกินลูกสาวคุณนะครับ สารวัตรหลาน"


     


    หลานลู่จื่อวิ่งออกมาจากห้องครัว ด้วยความแตกตื่น เธอไม่คิดว่าหลานกงเซิ่งจะกลับบ้านเร็วขนาดนี้ “พ่อ!! นี่หนูเอง"


     


    “ลู่จื่อ... คุณหมอชิงเทียน" หลานหงเซิ่งลดปืนในมือลง ตั้งแต่ที่หลานลู่จื่อลาออกจากการเป็นครู เขาก็ไม่ได้รับการติดต่อจากลูกสาวอีกเลย หลานกงเซิ่งเก็บปืน แล้วเข้าโผกอดลูกสาว ภรรยาของเขาประสบอุบัติทางรถยนต์ เสียชีวิตไปตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว หลานลู่จื่อจึงเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ “ลูกไปอยู่ไหนมา ทำไมถึงไม่โทรหาพ่อเลย"


     


    “เรื่องนี้ผมสามารถอธิบายได้ครับ ตอนนี้ลู่จื่อกำลังทำงานให้กับผม อยู่ที่เกาะไห่หลิง ถ้าสารวัตรอยากจะเยี่ยมเธอ ก็สามารถโทรบอกผมล่วงหน้า หรือติดต่อไปที่หอนพเก้าได้นะครับ" ความสัมพันธ์ระหว่างชิงเทียนและหญิงสาว ค่อนข้างที่จะซับซ้อน ข่าวการแต่งงานระหว่างเขาและเย่เสวี่ยหลัน ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศ ขืนบอกไปว่าเขาและหลานลู่ซืออยู่ในฐานะคนรัก มีหวังได้ถูกหลานกงเซิ่งไล่ยิงกันพอดี



     


    หลานลู่จื่อยกอาหารออกมาเสริฟ เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการทำอาหาร แม้แต่จิ่วหยวนปิงยังเคยขอร้อง ให้เธอไปช่วยงานในครัวของหอนพเก้า หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ ทั้งสองคนก็ได้แวะไปที่บริษัทชิงเทียน จางจื่อฉิงรายงานว่า ตึกสำนักงานในเมืองหลวง จะสามารถเปิดให้ใช้งานได้ ในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า และชิงเทียนควรจะสละเวลามาที่พิธีเปิด เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่บริษัท ซึ่งเขาก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้



     


    เมื่อกลับมาถึงหอนพเก้า ชิงเทียนและหลานลู่จื่อต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ชายหนุ่มพบกับถังเหยียน ที่ด้านหน้าหอตำรา ดูเหมือนว่าเธอจะขออนุญาตโอ้วหยางเจิ้งหยู มายังที่นี่เพื่อประลองฝีมือกับสมาชิกหอนพเก้า 


     


    ทันทีที่หญิงสาวพบเห็นชิงเทียน เธอก็ประสานมือคารวะ ด้วยความเคารพ “สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์ปู่..."


     


    “อยากจะเข้าไปในหอตำราหรือ?" ชิงเทียนเห็นหญิงสาวยืนทำหน้าลำบากใจ อยู่ที่ด้านหน้าหอตำรา ก็พอจะเดาได้ ว่าเธอต้องการจะทำอะไร


     


    ถังเหยี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย เธอพึ่งจะเข้ามาภายในมิติส่วนตัวได้เพียงไม่กี่วัน และการจะเข้าไปในหอตำรา ก็จำเป็นที่จะต้องมีบัตรผ่าน 


     


    ชิงเทียน หยิบป้ายหยกออกมาจากแหวนมิติ แล้วยื่นให้กับถังเหยียน บนป้ายมีตัวอักษรสีทองเขียนไว้ว่า ‘ระดับ 4' อย่างชัดเจน ถังเหยียนรับมาด้วยความตื่นเต้น แต่ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะกล่าวขอบคุณ ชิงเทียนก็ยื่นนิ้วมาแตะที่หน้าผากของเธอ เคล็ดวิชาถูกถ่ายทอดเข้าสู่สมอง ในเมื่อถังเหยียนเป็นศิษย์ของโอวหยางเจิ้งหยู เคล็ดวิชาทั่วไปที่ชิงเทียนถ่ายทอดให้ก่อนหน้านี้ คล้ายจะเป็นการดูถูกความสามารถของหญิงสาวจนเกินไป


     


    หลังจากที่ถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้แก่ถังเหยี่ยน ชิงเทียนก็เผยรอยยิ้มออกมา “เคล็ดวิชาที่มอบให้เมื่อครู่มีชื่อว่า ‘เคล็ดวิชา คมมีดรัตติกาลทมิฬ' ไว้เดียวจะสร้างมีดสั้นให้ทีหลังนะ"


     


    ถังเหยียนตื่นตะลึง ในความสามารถของเคล็ดวิชานี้มาก โดยเฉพาะการเดินทางผ่านเงา และการใช้เงาในการโจมตี เป็นเรื่องที่เธอไม่เคยฝันถึงมาก่อน


     


    ---------------------------------------


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771

     

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258