ท่ามกลางป่าอสูรเมฆาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบจากไอเย็นของน้ำตก เย่เฟิงและศิษย์สำนักวายุอัสนีอีกสี่คนกำลังเดินค้นหาอย่างบ้าคลั่ง
"มันต้องอยู่แถวนี้! าเ็สาหัสขนาดนั้นหนีไปได้ไม่ไกลหรอก!" เย่เฟิงตวาด สายตาเต็มไปด้วยความละโมบและโกรธแค้น "ถ้าใครเจอมัน ข้าจะให้รางวัลเป็หินปราณร้อยก้อน!"
โดยที่พวกมันไม่รู้ตัว... บนยอดไม้สูงเหนือหัว มีดวงตาสีฟ้าครามคู่หนึ่งกำลังจ้องมองลงมาผ่านม่านหมอก เนตรัเหมันต์ ของฟางเสวี่ยหานเพ่งพินิจเห็นการไหลเวียนของปราณในร่างพวกมันอย่างทะลุปรุโปร่ง
‘ห้าคน... สร้างฐานรากขั้นที่ 3 หนึ่งคน ขั้นที่ 1 สองคน และรวบรวมปราณขั้นสูงอีกสองคน’ ฟางเสวี่ยหานวิเคราะห์เงียบๆ ‘ต้องจัดการให้จบในพริบตา และห้ามให้พวกลูกกระจ๊อกส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้’
เขาหยิบกระบี่ 'วายุเหมันต์นิรันดร์' ออกมา ไอเย็นจางๆ จากตัวกระบี่กลมกลืนไปกับสายหมอกอย่างสมบูรณ์แบบ
"นั่นใคร!" ศิษย์คนหนึ่งที่รั้งท้ายขบวนสะดุ้งเมื่อเห็นเงาดำวูบผ่านหน้า
ก่อนที่มันจะทันได้อ้าปากร้องเรียกเพื่อน ไอเย็นสายหนึ่งก็พุ่งทะลวงผ่านลำคอของมันด้วย ความเร็วที่เหนือยิ่งกว่าประกายแสง! ฉัวะ!
เกล็ดน้ำแข็งที่ห่อหุ้มด้วยวายุเชือดเฉือนหลอดลมของมันจนขาดสะบั้น าแถูกแช่แข็งทันทีทำให้ไม่มีเืแม้แต่หยดเดียวที่หยดลงพื้น ร่างของมันล้มลงอย่างเงียบเชียบในม่านหมอก
คนที่สอง และคนที่สาม ดับดิ้นไปในลักษณะเดียวกันภายในเวลาไม่ถึงสิบอึดใจ เย่เฟิงที่เดินอยู่ข้างหน้าเริ่มรู้สึกถึงความเงียบที่ผิดปกติ
"เฮ้ย! พวกเ้าหายไปไหนหมด!" เย่เฟิงหันกลับมา พลางชักกระบี่สายฟ้าออกมาเตรียมพร้อม
วูบ...
ฟางเสวี่ยหานเดินออกมาจากหมอกช้าๆ เขาไม่ได้ใส่ผ้าคลุมศีรษะแล้ว เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาเยือกเย็นและลวดลายเกล็ดัที่โชนแสงสว่างจ้าที่โหนกแก้ม
"เ้า! เ้ายังไม่ตาย! พลังนั่น... ระดับสร้างฐานรากงั้นรึ!" เย่เฟิงหน้าถอดสี เมื่อััได้ถึงแรงกดดันิญญาที่แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า
"เ้าถามช้าไป..." ฟางเสวี่ยหานสะบัดมือซ้าย เกล็ดน้ำแข็งนับสิบชิ้นลอยวนรอบตัวเย่เฟิงอย่างเชื่องช้า "วิชาใหม่ของข้า... เ้าคือคนแรกที่จะได้ลิ้มรส"
"อย่ามาดูถูกกันนะ! 'วิชากระบี่วายุอัสนี: พิโรธสายฟ้า!'" เย่เฟิงะเิพลังทั้งหมด พุ่งกระบี่สายฟ้าเข้าใส่ฟางเสวี่ยหานหมายจะแลกชีวิต
ฟางเสวี่ยหานเพียงแค่กระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาบังคับเกล็ดน้ำแข็งนับสิบชิ้นให้พุ่งเข้าปะทะเพื่อเบี่ยงเบนสายตา ก่อนจะจุดะเิพลังวายุที่เกล็ดน้ำแข็งชิ้นสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ในเงา
ฟุ่บ!
เกล็ดน้ำแข็งชิ้นนั้นพุ่งแหวกอากาศ ราวกับถูกตัดด้วยความเร็วแสง มันพุ่งผ่านคมดาบสายฟ้าและเจาะทะลุกลางหน้าผากของเย่เฟิงอย่างแม่นยำ!
เย่เฟิงตาค้าง ร่างกายแข็งทื่อ สายฟ้าในมือสลายไปทันที รอยแยกเล็กๆ บนหน้าผากของมันไม่มีเืไหลออก มีเพียงไอเย็นสีขาวที่พวยพุ่งออกมา
ฟางเสวี่ยหานเดินเข้าไปที่ศพของเย่เฟิง เขาไม่ได้ทิ้งร่องรอยน้ำแข็งไว้เพียงอย่างเดียว แต่เขาหยิบ 'ป้ายไม้ดอกบัวสีชาด' ของตระกูลหลิวที่เขาชิงมาได้ก่อนหน้านี้ ทิ้งไว้ข้างศพ
นอกจากนั้น เขายังใช้ปราณกระบี่กรีดาแบนร่างของพวกมันให้ดูเหมือนถูก 'ปราณเพลิงพิษ' เผาผลาญ (โดยการใช้ไอเย็นกัดกร่อนจนเนื้อตายดูคล้ายรอยไหม้) ซึ่งเป็วิชาเด่นของ สำนักอัคคีผลาญฟ้า
ด้วยพยานวัตถุและลักษณะาแ สำนักวายุอัสนีจะต้องพุ่งเป้าไปล้างแค้นสำนักอัคคีผลาญฟ้าและตระกูลหลิวอย่างแน่นอน าระหว่างสองขุมกำลังใหญ่จะดึงดูดความสนใจของคนทั้งเมืองชายแดนไปจนหมดสิ้น
ฟางเสวี่ยหานสวมผ้าคลุมศีรษะอีกครั้ง เขามองดูผลงานด้วยความเ็า
"ตอนนี้... ทางไปเมืองหลวงของข้าก็ไร้ขวากหนามแล้ว"
เขาทะยานร่างหายไปในม่านหมอก มุ่งหน้าออกจากป่าอสูรเมฆาเพื่อไปสมทบกับข่าวคราวของท่านแม่ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า "มัจจุราช" ที่แท้จริงคือใคร