"เสียงดังอะไรกัน?"
นางเมืองรังเรขแห่งศิลานครที่นอนพักผ่อนอยู่บนฟูกหนาสีสะอาดเพราะล้มป่วยหนักั้แ่วันพิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์ที่ผ่านมาเหตุจากบุตรชายมีปากเสียงรุนแรงกับผู้เป็บิดาซ้ำร้ายยังโยนธำมรงค์ศักดิ์สิทธิ์ลงในทะเลสาบแห่งองค์เทพอัมฤทธิ์อีกยิ่งพาให้ะเืใจหนักต้องลืมตาตื่นเพราะถูก_รบกวน
"เอ่อ!.." หนึ่งในสองนางรับใช้อึกอัก แต่ก็ต้องรีบตอบออกไปเพราะเหลือบเห็นดวงตาเรียวสวยของนางเมืองที่เขม็งมองอย่างคาดคั้น
"องค์เมืองอติระเข้าพบคุณชายทันวาเมื่อสักครู่นี้เ้าค่ะ"คนฟังใจหายวูบ
"อย่างนั้นรึ!”
พ่อลูกคงได้ทะเลาะกันแน่
"ทำไมเ้ากล้าดีอย่างนั้น!"เสียงทุ้มดุดันไม่แพ้สีหน้าเกรี้ยวกราดของผู้ทรงอำนาจแห่งศิลานครที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ
“ข้าเพียง้ายืนยันความตั้งใจเท่านั้นท่านพ่อ”
“ตั้งใจจะหักหน้าอัครธานีแล้วรั้นจะแต่งงานกับหญิงเ้าจันทร์จนต้องโยนธำมรงค์ศักดิ์สิทธิ์ลงทะเลสาบอัมฤทธิ์น่ะรึ”องค์เมืองจ้องมองบุตรชายด้วยความรู้สึกฉุนเฉียว “ทำเสียเื่แท้ๆ”
"แล้วต้องให้ข้าบอกท่านพ่อสักกี่หนว่าข้าไม่ได้รักคนของอัครธานีทำไมท่านพ่อไม่ฟังข้าบ้าง"
“ฮึ! อย่านึกว่าข้าไม่รู้ เ้าแน่ใจหรือว่านั่นคือความรักอย่างแท้จริงไม่ใช่เพราะว่าเ้าเพียงแค่อยากเอาชนะมิณเยศหรอกรึ”เสียงทุ้มห้าวดั่งอ่านทะลุล่วงถึงนิสัยบุตรชาย
เป็ที่รู้กันดีว่าทายาททันวาแห่งศิลานครกับทายาทมิณเยศแห่งอัครธานีต่างเป็บุรุษผู้ทรงสง่าคมหน้าเข้มชัดชวนหลงใหล อีกทั้งฝีมือทางอาวุธยังเลื่องลือไกล จึงต่างแย่งชิงความเป็หนึ่งในทุกด้านทุกเชิงชั้นมาแต่ไหนแต่ไรความจริงที่ทำให้คนฟังต้องเบือนหน้าหนี
ท่านพ่อกล่าวไม่ผิดแต่ครั้งนี้ไม่ใช่
"หยุดถือดีแบบโง่ๆ ได้แล้ว ถึงอย่างไรพวกเ้าก็ไม่มีใครได้แต่งงานกับนางเพราะนางจะสมัครตนเป็พราหมจารีย์คอยรับใช้องค์เทพอัมฤทธิ์อยู่แล้ว"
"แต่..."
"หุบปากเ้าซะทันวา! หญิงอื่นมีมากมายทำไมต้องเป็นาง ข้าไม่ยอมให้นครของเราต้องคำสาปเด็ดขาด"
"แต่ข้าไม่ได้รักใคร นอกจากหญิงจันทร์"
ความรู้สึกประทับใจเมื่อครั้งเยาว์วัยที่ยังติดตรึงตราบทุกวันนี้ ทำให้สามารถยืนยันหนักแน่นได้โดยไม่ต้องยั้งคิดนางผู้จุดประกายหัวใจรักของเขา..เ้าจันทร์
..ห้าปีก่อน ครั้งหนึ่งในวันพิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์เขาได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากซุ้มพิธีของพนารัฐ เมื่อผู้ดูแลและนางรับใช้พี่เลี้ยงต่างเที่ยวตามหาท่านหญิงของตนกันอลหม่านท่านหญิงน้อยที่ปลีกตัวออกจากการอารักขาหนาแน่นเพื่อช่วยเหลือเด็กหญิงชาวเมืองคนหนึ่งที่กำลังตกน้ำป๋อมแป๋มมือเล็กๆ ของเด็กหญิงโบกบ่ายขอความช่วยเหลือไม่ขาดระยะ เขาชะเง้อมองด้วยใจระทึกจนสองร่างหายลับตาไปแถวพุ่มไม้ริมฝั่งแถบนั้น
แล้วเหตุใดจึงไม่สมหวังเพียงเพราะกลัวคำทำนาย
จงเฝ้ามองรัตติกาลกระจ่างฟ้าในคืนเดือนเพ็ญหญิงงามจากจันทราสวาทได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางนวลแสงแห่ง์
ให้พินิจพิศมองดวงหน้างามนั้นไว้เถิด
สตรีสูงศักดิ์ผู้งดงามดั่งทิวาสร้างแลกระจ่างดั่งยามราตรีสรร นางผู้นั้นจะสั่นคลอนบัลลังก์องค์ราชัน
ดุจวายสัญมอดด้วยจิตมลาย
มือใหญ่กำแน่นอย่างพยายามควบคุมกระแสอารมณ์ทั้งปวง นึกขุ่นใจกับคำทำนายคร่ำครึอันเหลวไหลสิ้นดี
ข้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทำไมจะรักนางไม่ได้
“ข้าไม่มีวันเปลี่ยนใจ แม้นางจะเป็สตรีตามคำทำนายอย่างที่ท่านพ่อเกรงก็ตาม”
"ทันวา!"
"ก่อนวันพิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์คราวหน้าข้าจะทำให้นางยอมแต่งงานกับข้าให้ได้" ทายาทหนุ่มประกาศกร้าว เพราะนี่ไม่ใช่การเอาชนะเพื่อชิงดีชิงเด่นเฉกเช่นครั้งก่อนๆแต่เป็ความ้าแท้จริงจากหัวใจ
องค์เมืองผู้เกรียงไกรเผยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวลรู้ดีว่าคงห้ามบุตรชายผู้ดื้อรั้นคนนี้ไม่ได้ ความมั่นใจในตนเองเปี่ยมล้นเสียขนาดนั้นหากจะโทษใครได้เล่าคงเป็เพราะสายเืที่ถ่ายทอดจากองค์เองกระมัง จึงตัดสินใจยื่นคำขาด
"หากเ้ายังดื้อดึงต่อไปข้าจะถอดเ้าออกจากตำแหน่งทายาทแห่งนคร"
คนฟังถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ คาดไม่ถึงว่าบิดาจะใช้วิธีนี้มาบังคับตนแต่เพียงครู่เขาก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็เรียบเฉย ก่อนส่งท้ายคำประชดประชันแล้วรีบรุดออกไปทั้งๆ ที่ในห้องนั้นคือห้องรับรองส่วนตัวของเขา
"ท่านพ่อจะกังวลไปทำไม เพราะหากข้าต้องแต่งงานกับท่านหญิงมุณาทัยจริงๆองค์เทพอัมฤทธิ์คงบันดาลให้นางได้พบธำมรงค์ศักดิ์สิทธิ์เอง และเมื่อนั้นข้าคงไม่มีอะไรจะแย้งท่านพ่อได้อีก"
นางเมืองรังเรขพร้อมสองนางรับใช้ที่เพิ่งมาถึง จึงได้เห็นเพียงหลังไวๆของชานิล ผู้ดูแลคนสนิทของบุตรชายที่ตามติดนายหัวไปทุกฝีก้าวอย่างอ่อนใจ
"ท่านแม่"เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นทางเื้ัจนนางเมืองรังเรขต้องหยุดฝีเท้าและหันมามอง"ฑกาณ" นางพยายามแย้มยิ้ม แต่เหมือนจะแสนยากเย็น
"ท่านพี่มีปากเสียงกับท่านพ่ออีกแล้ว่นี้บ่อยจริง" คนมาใหม่กล่าวพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ตอบรับ
"ก็ถูกบังคับจับคู่นะท่านพี่เป็ใครคงต้องขอขัดบ้างล่ะ" เสียงหวานใสจากอีกคนดังแทรกทันควันทำให้คู่สนทนาหันพรืดมามอง
"ธารา!" นางเมืองรังเรขเน้นเสียงปรามวาจาไม่สมควรของบุตรสาว ท่านชายฑกาณรีบเข้ามากระซิบน้องสาวใกล้ๆ
"เ้ายังเด็กเกินไป ไม่รู้เื่ของผู้ใหญ่หรอก"
"ปีนี้ข้า 11 แล้วนะท่านพี่" ธาราตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ส่วนคนร่างใหญ่กว่าเห็นว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมาอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ..ว่านี่เป็เื่ใหญ่ที่‘เด็ก’ ไม่ควรคิด ขนาดท่านพ่อท่านแม่ยังคิดไม่ตก
"แต่วันก่อนเห็นนางในพี่เลี้ยงมาบอกกับท่านแม่ว่าเ้ายังนอนน้ำลายยืดเป็ทางอยู่เลย"
"ท่านพี่!" ท่านหญิงน้อยนิ่วหน้าเบิกตาโพลงก่อนวิ่งเข้าใส่หมายทุบคนแซวให้อายเบาๆสักทีสองที แต่คนร่างใหญ่กว่ากลับสวมกอดเต็มรัด
คนในอ้อมกอดกันและกันที่ดูรักใคร่ชวนมองเวลานี้ หนึ่งคือ‘ท่านชายฑกาณ’ น้องชายของทายาททันวา ผู้มีนิสัยสุขุมนิ่งและอ่อนโยนอีกหนึ่งคือ 'ท่านหญิงธารา' น้องนุชสุดท้องผู้มีนิสัยร่าเริงรักความสนุกสนานเป็ที่สุด ที่สำคัญช่างเจรจาจนเป็ที่รักใคร่ของทุกคน
"เอาล่ะๆ เ้าโตแล้วพอใจไหม" คนเป็พี่กระเซ้าถาม พลางหอมแก้มฟอดใหญ่เข้าหนึ่งทีให้คนเป็น้องได้คลี่ยิ้มออกมา
นางเมืองรังเรขเฝ้ามองคนทั้งคู่ด้วยความรักใคร่เอ็นดูหากส่วนลึกยังคงนึกห่วงอีกหนึ่งที่ดื้อรั้นไม่เลิก
ทันวา...
"ข้าอยากรู้นักใครกันจะพบธำมรงค์ศักดิ์สิทธิ์ตามที่ท่านพี่ลั่นวาจาไว้ ความศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์เทพอัมฤทธิ์จะนำพาใครมานะ"ดวงหน้าชวนสงสัยของท่านหญิงน้อยไม่ทำให้มารดาและพี่ชายรู้สึกขัดเคืองแต่อย่างใดกลับต้องคิดตามอย่างน่าสนเท่ห์ใจเช่นกัน
เสียงผลักประตูอย่างแรง ทำให้สามชีวิตตื่นจากภวังค์ความคิด
"พวกเ้ามาทำอะไรกัน"เสียงทุ้มห้าวแ่เบา แต่ยังแฝงความกร้าวไว้ลึกๆ สีหน้าผู้ทรงอำนาจยังคงยิ้มยากคนรับใช้ใกล้ชิดพากันหัวหดไปหมด
"ข้า.." ยังไม่ทันที่นางเมืองจะได้พูดสิ่งใด องค์เมืองก็หันขวับไปทางบุตรชายและบุตรสาว
"พวกเ้ารึที่พาท่านแม่ออกมาเดินเล่น"
"ท่านพ่อต่างหากล่ะเ้าคะที่ทำให้ท่านแม่ต้องออกมาเดิน"
"พ่อรึ"องค์เมืองอติระใช้สองมือเข้าประคองดวงหน้าน้อยๆ อย่างทะนุถนอม
"พอท่านแม่ตื่นขึ้นมาไม่เห็นท่านพ่ออยู่ใกล้ๆ ก็คิดว่าท่านพ่อคงต้องไปทำราชภารกิจแล้ว ท่านแม่นึกเป็ห่วงเลยต้องออกมาดูให้เห็นกับตา"เด็กน้อยช่างเจรจาแต่งเื่ลื่นไหล พลางหันมาพยักพเยิดกับพี่ชาย
"จริงไหมท่านพี่"
หาพวกอีก
ท่านชายฑกาณลอบอมยิ้มก่อนช้อนแขนข้างหนึ่งแนบ่ท้องพร้อมโค้งคำนับนอบน้อมเป็การยืนยันผู้เป็มารดาอดยิ้มพราวให้กับคำพูดอันทรงเสน่ห์ของบุตรสาวไม่ได้
"่นี้ท่านพ่อก็สุขภาพไม่ค่อยดีเหมือนกันท่านแม่เป็ห่วงนะเ้าคะ"
องค์เมืองละจากบุตรสาวที่กำลังเจื้อยแจ้วน่าฟังมาประคองแขนเรียวบาง"ข้าว่าเ้าควรกลับไปพักผ่อนดีกว่า สุขภาพเ้าต่างหากที่ไม่ค่อยดี ส่วนข้าก็ปกติดีไม่เห็นมีอะไรน่าเป็ห่วง" สำหรับนางเมืองแล้ว มิเคยมีสิ่งใดทำให้ต้องขัดใจเลยสักครั้ง
ท่านหญิงธารายืนยิ้มหวานกับภาพที่เห็นอยู่ไม่ห่างจากพี่ชายแต่ฉับพลันเสียงดีดนิ้วเปาะก็ดังขึ้นเหมือนนึกบางอย่างได้
"ท่านพี่! ไปดูของที่ชาวเมืองนำมาส่งมอบให้ท่านพ่อกันดีกว่า" เ้าเสียงใสตื่นเต้นไม่น้อยกับเื่ที่พูดถึงคงอยากได้ของแปลกๆ น่าสนใจมาเล่นอีกตามเคย
"แข่งกันไหม ใครถึงก่อนกัน" คนท้าทายดูจะช้าไปเพราะคนร่างเล็กวิ่งนำลิ่วๆ เสียั้แ่ได้ฟังคำแรกแล้ว
“ข้าต้องถึงก่อนท่านพี่อยู่แล้ว”
ความศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์เทพอัมฤทธิ์จะพาใครมาพบ นี่เป็คำถามที่ดังกึงก้องอยู่ในหัวของทายาทหนุ่มเ้าของเื่ไม่ต่างจากคนรอบกาย
พิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์ ณทะเลสาบเป็พิธีอันทรงสิทธิ์ องค์เมืองและนางเมืองพร้อมด้วยเหล่าทายาททั้งสามนครต่างร่วมพิธีพร้อมหน้าท่านพ่อกลับให้เขาประกาศการครองคู่กับท่านหญิงมุณาทัย
ทำอย่างนั้นสู้ฆ่ากันให้ตายเสียดีกว่า!
ข้าจะทำได้อย่างไร...
ข้าจะพูดได้อย่างไร...
ในเมื่อ 'เ้าจันทร์' ก็อยู่ที่นั่นด้วย
“.......หากองค์เทพอัมฤทธิ์ประสงค์ให้หญิงนางใดเป็คู่ครองของข้าโปรดบันดาลให้หญิงนางนั้นได้พบกับธำมรงค์วงนี้ด้วยเถิดและเมื่อถึงตอนนั้นไม่ว่านางจะเป็ท่านหญิงหรือใคร ข้าก็จะน้อมรับแต่โดยดี”
แล้วอะไร! ที่ดลใจให้ข้าพูดอย่างนั้น
ชายหนุ่มสับสนเหลือคณา ข้างในมันร้อนรุ่มยิ่งกว่าถูกเพลิงเผายิ่งคำพูดของบิดาแว่วผ่านเข้ามาตอกย้ำในความคิด
“ฮึ! อย่านึกว่าข้าไม่รู้เ้าแน่ใจแล้วรึว่านั่นคือความรักอย่างแท้จริงหรือเ้าเพียงแค่อยากเอาชนะมิณเยศเท่านั้น”
“เ้ามิณเยศ!” มือใหญ่ทุบกำปั้นหนักระบายโทสะลงกับแนวระเบียงเมื่อนึกได้ว่า..แม้แต่เื่หัวใจยัง้าในสิ่งเดียวกัน ใครเล่าจะยอม ที่สุดของการ่ชิงให้ได้มาซึ่ง'ความ้า' ของตนส่งประกายกล้ายิ่งกว่าครั้งใด
ดวงตาคมกร้าวตวัดมองยังทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาคล้าย้าปลดปล่อยพันธนาการอันร้อนรุ่มให้หมดไป แต่ดูเหมือนว่า..มันไม่ยอมไปไหนไกลเสียเลย!