ตอนที่ 1 เกิดใหม่ด้วยความทรงจำเก่า
ย้า!!
“เอานี้ไปกินซะ!!”
“เจอวิชานี้หน่อยเป็ยังไง ฮ่า ฮ่าฮ่า”
"ตัวผมชื่อจิ๋นหยางผมเป็คนที่ชอบเื่กำลังภายในหรือวรยุทธ์มาก ผมไปทุกสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวรยุทธ์ทั้งหมดแล้วเพื่อศึกษาถึงหลักการและวิธีการและผมก็มักจะอยู่แต่ในห้องสมุดไม่ก็อินเตอร์เน็ตเพื่อเข้าไปอ่านนิยายและดูการ์ตูนรวมถึงหนังกำลังภายในอยู่ตลอดผมเคยไปแข่งขันงานประลองความรู้เื่กำลังภายในมาหลายเวทีแล้ว และผมก็ชนะมาเสมอผมเคยฝันว่าถ้าเกิดว่าเกิดทันยุคนั้นก็คงจะดีไม่น้อย"
เห้ย!!
"ไอ้บ้ากำลังภายในวันนี้ไม่ไปวิ่งบนน้ำอีกหรือไง?"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
"เื่ของข้าพวกเ้าไม่ต้องมายุ่งเลย!!"
"เื่ของข้าพวกเ้าไม่ต้องมายุ่งเลย?นี่มันสมัยในแล้วยังใช้คำพูดแบบนั้นอีก ไม่แนวเลยวะ ตูว่ามึงนี้ชักจะเยอะแล้วนะหาเวลาไปแดนซ์มั่งนะ จะได้หลุดพ้นซะที"
เชอะ!!
"ความชอบใครความชอบมันโว้ย!!"
จิ๋นหยางมักจะโดนเพื่อนๆล้ออยู่เป็ประจำแต่ตัวเขาก็ไม่ได้แคร์ใครอยู่แล้วั้แ่เล็กจนโตเขามักจะเจอแบบนี้อยู่แล้วจิ๋นหยางจึงไม่คิดมากขอเพียงทำสิ่งที่เขาชอบก็เป็พอ...
"วันนี้หนังจีนเื่ใหม่กำลังจะเข้าด้วยเราไปดูดีกว่า (เดชคำภีร์หมัดเ้ายุทธจักร)"
เหมี๊ยววววว!!
หึ!!
ระวังไอ้เหมียว!!
ขณะที่จิ๋นหยางกำลังจะไปดูหนังใหม่อยู่นั้นเขาก็ไปเจอแมวที่กำลังจะข้ามถนนและขามันก็ติดช่องระบายน้ำทำให้มันขยับไม่ได้ดังนั้นจิ๋นหยางจึงได้กระโดนเข้าไปช่วยมันทันที แต่ทันใดนั้นเอง......
ปี๊ดดดดดดดดด!!
เห้ย!! หลบไป หลบไป!!
"แย่แล้วเราต้องรีบแล้ว"
จู่ๆก็มีรถขับมาด้วยความเร็วสูงและตรงมาทางเขาพร้อมกับบีบแตรมาตลอดทางอีกทั้งคนขับยังสีหน้าเหมือนคนเมาและขับเซไปเซมาอีกด้วย......
ตู้มมมม!!
ว้ายยยยย!!
คนโดนรถชน!!
"นี่เราตายแล้วหรอเนี่ย?ทำไมรอบๆตัวถึงได้มืดไปหมดขนาดนี้?"
ทว่าทุกอย่างมันก็ไม่ทันแล้วเพราะรถคันนั้นได้ชนจิ๋นหยางเข้าไปอย่างจังจนทำให้ร่างของเขาลอยกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรพร้อมกับละอองเืที่ไหลออกจากปากของเขาก่อนที่ความรู้สึกและทัศนียภาพของจิ๋นหยางจะค่อยๆมืดดับลง.......
..........................................................
ฟิ้ววว!!
อุแว้!! อุแว้!!
นายท่าน!!
“นายท่าน ท่านได้ลูกชายเ้าค่ะ”หมอตำแยที่ทำคลอดได้ะโเสียงดังลั่นในขณะที่ออกมาหาชายวัยกลางคนที่รออยู่ข้างนอกห้องให้ได้รับว่าเขาได้ลูกชาย......
ข้าได้ลูกชาย!? ข้าลูกชาย!!
ฮ่า ฮ่า อ่า!!!
“แต่ว่า.......”
"แต่อะไรอย่างนั้นรึแม่หมอ?"
“แต่ว่าร่างกายของเขาอ่อนแอกว่าเด็กปกติทั่วไปนักขะ...ข้าเกรงว่าเขาจะ....” หมอตำแยรู้สึกไม่สบายใจที่จะพูดเื่นี้ เธอพยายามที่จะพูดด้วยเสียงที่เบาและติดๆตัด......
"ไม่ต้องพูดแล้วขอแค่เขาออกมาครบสมประกอบ ข้าก็ดีใจแล้ว"ชายวัยกลางคนผู้เป็พ่อขอเด็กรู้ดีว่าหมอตำแย้าที่จะพูดอะไรดังนั้นเขาจึงสั่งให้หมดตำแยไม่ต้องพูดต่อเพราะเขาขอเพียงแค่ลูกชายของเขาไม่เป็อะไรก็พอแล้ว......
เ้าค่ะนายท่าน!!
"ยินดีกับท่านผู้าุโด้วยที่ได้ลูกชาย"ทันใดนั้นชายวัยกลางคนอีกคนที่อยู่ใกล้ๆกันก็กล่าวแสดงความยินดีให้กับชายวัยกลางคนที่พึ่งได้ลูกชาย"แล้วท่านคิดชื่อเขาไว้หรือยังหละ?" ก่อนที่จะถามชื่อของเด็กว่ามีนามอย่างไร......
"ขอบคุณมาก! ข้ากับน้องหลิงได้คิดชื่อเขาไว้แล้วละ ซึ่งข้าจะให้เขาชื่อ “เจิ้งฟู่” และเมื่อรวมกับแซ่เทียนถ่างแล้วมันจะได้มีความหมายว่า“พิชิต์” ยังไงละ”ชายวัยกลางคนได้ตอบกลับผู้าุโคนนั้นกลับไปทันทีด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข.......
"เป็ชื่อที่ดูหน้าเกรงขามยิ่งนักเมื่อเขาโตขึ้นเขาต้องเป็คนที่แข็งแกร่งไม่แพ้ท่านแน่นอน"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
สามปีผ่านไป(ไวเหมือนนิยาย)
เจิ้งฟู่!!!
อยู่ไหนลูก!!?
"ผมอยู่นี่ห๊ะแม่..."
"วันนี้เป็ยังไงบ้างลูกเหนื่อยไหม?"
"ไม่เลยขอรับท่านแม่วันนี้ข้าตั้งใจฝึกอย่างมาก ข้าต้องแข็งแกร่งเหมือนท่านพ่อให้ได้"
"ดีมากลูกแม่ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วก็มากินข้าวกัน"
ขอรับท่านแม่!!
ผ่านมาสามปีแล้วั้แ่ที่จิ๋นหยางกลับมาเกิดใหม่ในโลกนี้เขาใช้ชีวิตของเขาในฐานะลูกชายของผู้าุโคนหนึ่งในตระกูลเทียนถ่าง....
ตุบ!! ตุบ!! ตุบ!!
วิ้งงงงง!
"ภาพเมื่อครู่นี้มันอะไรกัน?"
ั้แ่เขาเริ่มที่จะรู้ความและสามารถรับรู้เื่ราวต่างๆได้เจิ้งฟู่ก็มักจะเห็นภาพแปลกโผล่ขึ้นมาในสมองของเขาอยู่เป็ประจำเขามักจะนึกว่าตัวเองฝันไป ซึ่งเขาเคยเล่าเื่นี้ให้กับพ่อและแม่ของเขาฟังแล้วแต่ทั้งพ่อและแม่ของเขากลับมองว่ามันเป็แค่เื่ตลกของเด็กเท่านั้นซึ่งตัวเขาเองก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดและไม่คิดอะไรมากนัก......
แต่ใน่หลังๆมานี้ที่เขาเริ่มฝึกฝน ภาพเ่าั้ก็ปรากฏให้เขาเห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆพร้อมกันกับอาการปวดหัวเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนกับว่ามีความคิดและความทรงขำบางอย่างแทรกเขามาในหัวของเขาราวกับว่ามีใครอีกคนที่เขาไม่รู้จักอยู่ในตัวของเขาอย่างนั้นแหละ......
เช้าวันถัดมา.......
"เจิ้งฟู่ตื่นหรือยังลูกสายมากแล้วนะ วันนี้เ้าไม่ไปฝึกหรือไง?"
......?
เจิ้งฟู่!!
ก๊อกๆ ก๊อกๆ!!!
ลูกเจิ้ง!!?
ในเช้าวันนี้มารดาของเจิ้งฟู่ยังไม่เห็นเจิ้งฟู่ออกมาจากห้องนางจึงรีบมาที่ห้องของเขาและเคาะประตูเรียกแต่ว่าเคาะอยู่หลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา.......
‘หรือว่าเขาออกไปแล้วนะ?แต่ว่าเมื่อเช้าเราไม่เห็นเขาเลยนิ’
"งั้นแม่เข้าไปนะลูก"
เอี๊ยดดดดด!!
เจิ้งฟู่!!!
เมื่อเห็นว่าลูกชายตัวเองไม่ยอมเปิดหรือส่งเสียงตอบกลับนางจึงตัดสินใจเปิดประตูห้องเข้าไปดูว่าลูกชายของเธอนั้นยังอยู่หรือว่าออกไปแล้วแต่ทว่าในตอนที่ประตูถูกเปิดออกจนหมดแล้วนั้น นางก็พบว่าเจิ้งฟู่ลูกชายของตัวเองกำลังนอนสลบอยู่ที่พื้นนางจึงรีบเข้าไปอุ้มเจิ้งฟู่ขึ้นมาทันทีด้วยความเป็ห่วง และเมื่อนางจับไปที่ตัวของเจิ้งฟู่นางก็พบว่าตัวของเขานั้นร้อนอย่างมาก แถมยังมีเหงื่อไหล่ออกเต็มไปหมดทั้งตัวเลย......
ท่านพี่!!!
ท่านพี่! ลูกเราเป็อะไรไม่รู้!!
ตุบ!! ตุบ!! ตุบ!!
เกิดอะไรขึ้นน้องหลิง!!?
ด้วยเสียงะโที่ดังลั่นบ้านพักบิดาของเจิ้งฟู่ที่อยู่ไม่ไกลก็รีบมาที่ห้องของเจิ้งฟู่ทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจและเมื่อเขามาถึงเขาก็รีบะโถามภรรยาของเขาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นและก่อนที่เขาจะได้รับคำตอบจากภรรยา ตัวเขาก็เหลือมองไปเห็นบุตรชายของเขาพอดี.......
เจิ้งฟู่!!!
พึ่บ!!
บิดาของเจิ้งฟู่รีบพุ่งตัวเข้าไปยกร่างของเจิ้งฟู่ขึ้นและรีบถ่ายถอดพลังงานเข้าไปในตัวเจิ้งฟู่ทันทีอย่างไม่ลังเลเพราะตอนนี้ชีพจรของเจิ้งฟู่นั้นอ่อนแอมาก แถมมันยังเต้นไม่เป็จังหวะอีกด้วย......
"ท่านพี่ต้องช่วยลูกเราให้ได้นะ!!"ส่วนมารดาของเจิ้งฟู่นั้น เธอเอาแต่ร้องไห้ด้วยความสงสารและเป็ห่วงลูกชายของเธอ และสิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้ก็คือการภาวนาให้เทพเ้าคุ้มครองเจิ้งฟู่.......
อือ!!
สองชั่วยามผ่านไป.....
ฟู้ววววววว!!
หลังจากที่ผ่านไปถึงสองชั่วยาม ในที่สุดบิดาของเจิ้งฟู่ก็หยุดถ่ายพลังให้ก่อนที่จะถอนลมหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยล้า
"เป็ยังไงบ้างท่านพี่?"
"เขาไม่เป็ไรแล้วหละแค่นอนพักฟื้นอีกหน่อยก็คงจะหายดีแล้ว เดียวข้าจะให้ท่านหมอจัดยามาให้เขาล่ะกันตอนนี้ให้เขาพักก่อนเถอะน้องหญิง!"
"อ้า ลูกแม่เ้าอย่าเป็อะไรไปนะ...."
ปัง!!(ปิดประตู)
หลังจากที่ทั้งสองคนออกมาจากห้องนอนของเจิ้งฟู่แล้วมารดาของเจิ้งฟู่ก็มีสีหน้าที่แปลกๆและดูเหมือนจะมีบางอย่างที่อยากจะพูดกับสามีของตัวเองและในที่สุดเธอก็ตัดสินใจพูดออกมาว่า.....
"ท่านพี่ ข้าว่าลูกเราคงจะไม่เหมาะกับการฝึกยุทธหรอกร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไป ข้าว่า...."
"พี่เองก็รู้น้องหญิงแต่จะให้พี่ทำยังไงล่ะ ก็มันเป็ความ้าของลูกชายเราเอง พี่เป็พ่อของเขา และเมื่อพ่อเห็นความตั้งใจของลูกมีหรือที่พ่อจะไม่อยากจะสนับสนุนลูก ถึงแม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่ามันอาจจะทำร้ายเขาในอนาคตอีกอย่างพี่เองก็พยายามหาหมอหลายคนในเมืองนี้มารักษาสภาพร่างกายที่อ่อนแอของเขาแล้วแต่ก็ไม่มีใครช่วยได้เลยสักคนเดียว แม้แต่ยาของท่านหมอโอสถจากตระกูลเรายังช่วยเขาไม่ได้เลย"
บิดาของเจิ้งฟู่กล่าวตอบภรรยาอย่างเศร้าใจและเสียใจเขาพยายามทำทุกอย่างแล้วเพื่อช่วยลูกชายของเขาให้กลับมาแข็งแกร่งเหมือนกับคนอื่นๆแต่ไม่ว่าจะหาหมอจากที่ไหนมันก็ไม่มีหมอคนไหนหรือยารักษาใดในอาณาจักรนี้ที่ช่วยลูกชายของเขาได้.......
เฮ้อ!!
"เื่นี้น้องไม่ต้องห่วงยังไงพี่ก็ไม่มีทางปล่อยให้ของลูกเราเป็อะไรแน่ น้องไปพักผ่อนเถอะนะอยู่เฝ้าลูกมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวคืนนี้พี่นวดให้น้องเอง"เพื่อไม่ให้ภรรยาของเขาเป็อะไรไปอีกคนบิดาของเจิ้งฟู่จึงทำเป็หยอกล้อเพื่อทำให้ภรรยาอารมณ์ดีขึ้น.....
คนบ้า!!
กลับมาที่ร่างของเจิ้งฟู่.........
"ที่นี่ที่ไหนกัน?เมื่อกี่เราจำได้ว่าเรากำลังช่วยน้องเหมียวอยู่นิ่? หรือว่าเราตายไปแล้ว?"
ในพื้นที่ที่มืดมิดที่หนึ่งที่ที่มีแต่ความมืดและว่างเปล่าที่ยาวจนมองไม่เห็นเส้นสุดขอบของมันจิ๋นหยางได้ลุกขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่เจ็บไปทั่วทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูกซึ่งเขาพยายามที่ลืมตาให้กว้างและมองดูว่าเขากำลังอยู่ที่ไหน แล้วเขาตายไปหรือยัง แต่ทว่าในขณะนั้นเองจู่ๆก็มีลำแสงขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักค่อยๆสว่างและชัดขึ้นอย่างช้าๆก่อนที่มันจะชัดขึ้นจนแสงสว่างนี้สว่างเกินกว่าที่ดวงตาจะรับไหว.......
วิ้ง!!!
โอ้ยยยยย!!
"ตาข้า! อ้า!! ทำไมถึงปวดหัวแบบนี้นะ!"จิ๋นหยางรู้สึกแสบตาในทันทีที่แสงสว่างนั้นกระทบกับดวงตาของเขาก่อนที่เขาจะรู้สึกเจ็บที่หัวและปวดจนต้องเอามือจับที่หัวของตัวเองเอาไว้ แต่ไม่นานความปวดก็ลดน้อยลงรวมถึงสายตาของเขาก็เริ่มที่จะมองเห็นได้ชัดขึ้น.......
ฟิ้ววววว!!
หือ?!