ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 76 สำรวจที่


    สุดสัปดาห์ที่บ้านของณรัชต์
    วันนี้ที่บ้านเขาก็เหลือแค่เขากับพี่สาวเช่นเคย ส่วนพ่อกับแม่มีงานราษฎร์งานหลวงมากมายตามปกติ
    ณรัชต์กำลังนั่งกรอกเอกสารที่ทางบริษัทหลักทรัพย์ที่เขาเปิดบัญชีหุ้นส่งมาให้ ส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไร เป็นเอกสารทั่วไปเรื่องประเมินความเสี่ยง หรือเอกสารการยืนยันที่อยู่ที่สะดวกสำหรับส่งของให้ ซึ่งก็คงเป็นพวกกระเช้าหรือของขวัญปีใหม่กระมัง เพราะตอนนี้บัญชีหุ้นเขาถึงจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรแต่ก็ไม่เล็กแล้วล่ะนะ
    นางสาวนันทรัตน์เดินถือถุงขนมผ่านมา เห็นน้องชายง่วนอยู่กับเอกสาร หลังจากนั่งลงโซฟาหน้าโทรทัศน์ก็หันมาเอ่ยปากถามน้องชายที่กำลังก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างอยู่
    “ทำอะไรน่ะ”
    “กรอกเอกสารส่งโบรกฯ อ่ะเจ๊” ณรัชต์กล่าวตอบขณะกำลังกรอกข้อความ
    “อ้อ เบอร์ประกาศขายที่ดินที่ฝากเจ๊โทรฯ ถามราคาให้อ่ะ เจ๊โทรฯ ถามยัง”ณรัชต์หันมาคุยกับพี่สาว
    “ยัง”
    “อ้าวเจ๊ วานแค่นี้ก็ไม่ได้”
    “ขี้เกียจ ยังไม่มีอารมณ์” พี่สาวเขาตอบ
    ณรัชต์กลอกตาก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่
    “ถ้าเจ๊จัดการได้ดีมีโบนัสเป็นค่าคอมมิชชั่น 3 เปอร์เซ็นต์” เขาใช้ท่าไม้ตาย
    “ห้าเปอร์เซ็นต์” เสียงพี่สาวเขาต่อรอง
    “สี่เปอร์เซ็นต์” เขาต่อรอง
    “ห้าเปอร์เซ็นต์” พี่สาวเขายืนยันคำเดิม
    “เอ้า ห้าก็ห้า ”ณรัชต์ตอบปลงๆ
    พอตกลงผลประโยชน์เสร็จพี่สาวเขาก็เดินไปหยิบปากกากับกระดาษมาเตรียมพร้อมทันที
    “ต้องทำอะไรบ้าง” ถือปากกาจ่อกับกระดาษขณะเงยหน้าขึ้นมาถามน้องชายเตรียมจด
    “โทรฯ ถามราคาก่อน ที่แถวนั้นตารางละเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ได้ราคาแล้วเจ๊ก็ลองต่อราคาดู ผมเชื่อฝีมือเจ๊”
    “หลังจากนั้นเจ๊ก็ขอเลขที่โฉนด ไปเช็กดูที่สำนักงานที่ดินดูว่าโฉนดเป็นผืนเดียวหรือเปล่า ติดภาระอะไรไหม ชื่อเจ้าของโฉนดเป็นใคร คร่าว ๆ ก็ประมาณนี้ล่ะมั้ง” เขาบอกขั้นตอน
    พี่สาวเขาก้มหน้าจดรายละเอียดอย่างจริงจัง หลังจากจดเสร็จไม่เห็นว่ามีอะไรเพิ่มเติมแล้วเธอก็หันมาปรึกษาเรื่องตึกแถวสี่คูหาล่าสุดที่เพิ่งได้มาเมื่อต้นเดือน
    “ตึกแถวสี่คูหานั่นจัดการเรื่องน้ำไฟเรียบร้อยแล้วนะ ขอค่าปรับปรุงอาคารหน่อยสิ รีโนเวทดีๆ จะได้เก็บค่าเช่าได้แพงไง” คนงกค่าเช่ากล่าว
    “ตึกไม่ได้เก่านี่เจ๊ ไม่ต้องรีโนเวทหรอก ให้คนเช่าเขาทำเองไปเหอะเปลืองเปล่าๆ"เขาตอบก่อนกล่าวเพิ่มเติม
    "ที่จริงตึกนั่นผมกะเก็บไว้ขายทั้งเซ็ทอ่ะ ยังไงคนซื้อก็ต้องรีโนเวททั้งหมดอยู่แล้วถ้าเขาจะมาซื้อเอาไปทำอะไรอ่ะนะ”ณรัชต์บอกแผนการที่เขาวางไว้สำหรับตึกแถวทั้งหกคูหานั้น
    “อ้อเจ๊ เรื่องที่ดินนี่รีบหน่อยก็ดีนะ เพราะถ้าซื้อได้เดี๋ยวอาจต้องเสียเวลาเรื่องจัดการซากตึกกับปรับพื้นที่ด้วย”เขาบอกพี่สาวขณะกรอกเอกสารให้เบอร์โทรศัพท์ใหม่ของที่บ้านที่เพิ่งติดตั้งเผื่อกรณีฉุกเฉินนอกจากการติดต่อทางอีเมลที่ทำอยู่ประจำ แน่นอนไม่ลืมวงเล็บชื่อเขา พร้อมเวลาติดต่อเฉพาะเสาร์อาทิตย์


    อาทิตย์ต่อมาในช่วงกลางสัปดาห์
    วันนี้เป็นวันหยุด รด. ซึ่งณรัชต์ผู้ไม่ได้เรียน รด. จึงมีวันหยุดสบายๆ เพิ่มมาอีกหนึ่งวันในสัปดาห์และเป็นวันว่างที่เขาวางแผนจะไปสำรวจที่ดินผืนนั้นอีกครั้ง หลังจากนอนเล่นอยู่ที่ห้องจนบ่ายแก่ ๆ เขาจึงออกจากที่พักไป
    ที่ดินกับตึกแถวร้างผืนนั้นสามารถเดินทางไปมาสะดวกพอสมควร เพราะแม้ไม่ใช่ถนนสายหลัก แต่ก็มีรถสองแถวในเมืองวิ่งออกจากเมืองผ่านถนนเส้นนี้ ดังนั้นณรัชต์เลยสามารถนั่งรถสองแถวมาได้อย่างสะดวก
    พี่สาวณรัชต์โทรศัพท์มาบอกเขาที่หอพักตั้งแต่เย็นวานแล้วสำหรับงานที่เขามอบหมายให้เธอไปทำ เมื่อมีคอมมิสชันก้อนโตเป็นเป้าหมายเธอจึงทำงานได้อย่างรวดเร็ว
    หลังจากจ่ายค่ารถสองแถวเสร็จณรัชต์ก็เดินข้ามฝั่งถนนมาสถานที่เป้าหมาย
    ที่ดินผืนนี้อยู่ติดถนนเส้นหนึ่งที่ตรงออกจากตัวเมือง เลยไปหน่อยไม่ถึงสองร้อยเมตรทางโน้นก็เป็นสี่แยกตัดกับถนนเส้นรอบเมืองแล้ว ส่วนใหญ่เป็นบ้านคน
    ส่วนฝั่งตรงข้ามเยื้องไปหน่อย รั้วยาว ๆ นั่นณรัชต์เพิ่งนึกได้ว่าเป็นบ้านของส้มนั่นเอง
    พี่สาวเขาให้รายละเอียดว่าที่ดินผืนนี้ทั้งหมด 15 ไร่เศษ เจ้าของต้องการขาย ตารางวาละ 4 พันบาท ตกไร่ละ 1,600,000 บาท คำนวณแล้วทั้งผืนตกราคาประมาณ 24 ล้านบาท

    ปกติณรัชต์ไม่ค่อยสนใจอสังหาริมทรัพย์เท่าไหร่นัก เพราะสินทรัพย์พวกนี้มีสภาพคล่องต่ำ เวลาจะแปลงเป็นเงินทำได้ช้ามาก เงินจมนาน เหมาะสำหรับเป็นการลงทุนของคนที่มีเงินเย็นมากกว่า
    เดินดูพื้นที่ด้านหน้าแล้วณรัชต์ก็ควักกระดาษขึ้นมาลองวาดพื้นที่คร่าวๆ ดู เดินดูสุดมุมซ้ายด้านที่ติดถนนเห็นหมุดยังปักอยู่ชัดเจน เขาจึงลองเดินเรียบเขตที่ดินเข้าไปดู
    แม้พื้นที่จะรกบ้างแต่ก็เป็นพวกหญ้าเท่านั้นที่ต้นสูงรกพื้นที่ จึงพอเดินสำรวจได้ และคงเคยมีคนเดินเลาะริมด้านข้างที่ดินผืนนี้บ้างจึงมีร่องทางเดินให้เดินได้
    ณรัชต์เดินสำรวจดูหมุดตามมุมของเขตที่ดินแล้วก็มุดออกมา เขาพอเห็นภาพคร่าวๆ ของที่ดินผืนนี้แล้วจึงเขียนขนาดกว้างและยาวออกมาในกระดาษ

    ขณะยืนร่างขนาดพื้นที่คร่าวๆ อยู่ฟุตบาทหน้าตึกแถวร้างติดถนนหางตาณรัชต์ก็เห็นรถเบนซ์สีดำคันหนึ่งขับชะลอมาแล้วจอดริมถนนข้างๆ เขา
    ณรัชต์หันไปมอง ก็เห็นมีคนเปิดประตูออกมาจากที่นั่งด้านหลัง ก่อนเขาจะรีบยกมือไหว้เมื่อเห็นคนที่ลงจากรถเดินเข้ามาหา
    “สวัสดีครับ” เขากล่าวขณะยกมือไหว้พ่อของส้ม

    กำนันคนดังยกมือรับไหว้ก่อนมองกระดาษในมือณรัชต์และเลยไปที่เศษใบไม้บนไหล่และความขะมุกขะมอมของคนยกมือไหว้
    “มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ มอมแมมเชียว”
    “มาดูอะไรนิดหน่อยครับ” เขาตอบขณะกับปัดเศษใบไม้ออกจากไหล่
    “ปะ ไปล้างหน้าล้างตาที่บ้านก่อน”เสียงพ่อของเพื่อนร่วมห้องเขากล่าว
    ณรัชต์กำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่ถูกสายตาพ่อของส้มจ้องมาจึงได้แต่เดินตามไปขึ้นรถเงียบๆ
    หลังจากปิดประตูรถ คนขับก็เคลื่อนรถออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ตีไฟเลี้ยวยูเทิร์นกลับมา แล้วเลี้ยวเข้าบ้านหลังใหญ่ที่มีรั้วยาวที่สุดในละแวกนี้
    ณรัชต์แอบเหล่นักการเมืองท้องถิ่นที่นั่งข้างๆ ดูเหมือนพ่อของส้มจะมีเรื่องให้คิดอยู่จึงนั่งเงียบไม่พูดอะไร
    หลังจากปีใหม่ก็มีการปรับคณะรัฐมนตรีขนาดเล็กสองสามตำแหน่ง โดยที่ สส. เขตพื้นที่เขาตอนนี้เข้ารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงขนาดกลางกระทรวงหนึ่งแล้ว
    ทำให้ตอนนี้ ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนฯ เขตพื้นที่นี้ว่างลง และเริ่มประกาศรับสมัครผู้สมัครเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลงแล้วณรัชต์ได้ฟังจากพ่อของเขาว่าตอนนี้ผู้สมัครทุกคนเริ่มเปิดตัวแล้ว รวมถึงคนที่นั่งข้างๆ เขา
    รถวิ่งเข้าจอดที่โรงรถ ณรัชต์เปิดประตูลงรถออกมา หลังจากลงรถ พ่อของเพื่อนเขาก็โบกมือให้คนขับรถกับคนคุ้มกันกลับได้
    ณรัชต์เดินตามพ่อของเพื่อนออกมาจากโรงรถก็เห็นคนเล่นบาสเกตบอลกันอยู่ที่แป้นบาสใกล้ลานจอดรถหลายคน
    เขาเหล่มองกลุ่มคนที่กำลังเล่น นอกจากส้มที่ใส่เสื้อบาสฯ อยู่คนเดียว ผู้เล่นคนอื่นนอกนั้นเป็นชุดพละโรงเรียนเอกชนคริสต์ชื่อดังของจังหวัด แสดงว่ากลุ่มนี้เป็นเพื่อนโรงเรียนเก่าของส้มและคงเพิ่งเลิกเรียนเลยแวะมาเล่นกับเพื่อนที่นี่
    ณรัชต์เหล่มองด้วยความสนใจขณะเดินผ่าน ก็เสื้อบาสแขนมันกว้างอ่ะ เซ็กซี่เลยล่ะนะสำหรับสายตาหนุ่มๆ
    จู่ ๆ ผู้เล่นคนเดียวที่ใส่เสื้อบาสฯ ก็ผลักลูกบาสพุ่งตรงมาที่เขา ดีที่ณรัชต์มองอยู่ก่อนจึงยื่นสองมือออกมารับลูกบาสทันก่อนที่ลูกจะพุ่งเข้าชนท้องเขา
    “ทำอะไรน่ะส้ม” พ่อของเพื่อนเขาที่เดินนำหน้าหันกลับมา
    “บอลมันหลุดมือค่ะพ่อ” ส้มตอบ
    กำนันพลส่ายหัวกับคนทำลูกบาสฯ หลุดมือ ก่อนหันมาผงกคือศีรษะให้ณรัชต์ตามมา เขาส่งลูกบาสฯ กลับคืนก่อนเดินตามเข้าบ้านไป
    หลังจากเดินเข้ามาในบ้าน เจ้าบ้านก็ชี้บอกทางไปห้องน้ำให้เขา ก่อนเดินไปอีกทาง
    ล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำเสร็จแล้วเดินออกมา ณรัชต์ก็เห็นพ่อของเพื่อนร่วมห้องนั่งอยู่เก้าอี้ชุดรับแขกมุมหนึ่งของหน้าบ้าน กำลังกวักมือเรียกเขาไปหา
    “ดื่มอะไรไหม ไวน์ก็มีนะ”หลังจากนั่งลงที่เก้าอี้เจ้าบ้านก็เอ่ยปากถาม พร้อมชี้ไปทางไวน์ขวดหนึ่งที่แช่อยู่ในถังน้ำแข็ง
    “ขอบคุณครับ น้ำเปล่าดีกว่าครับ” ณรัชต์ตอบพร้อมกับยื่นมือไปรินน้ำเปล่าจากเหยือกใส่แก้ว
    “มีลูกสาวคนเดียวก็เหมือนผู้ชาย” พ่อของเพื่อนร่วมห้องเขาบ่นขึ้นมาลอยๆ ขณะมองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปเห็นลูกสาวที่กำลังเล่นบาสเกตบอลอย่างดุดันที่สนามด้านข้างของบ้าน
    แสดงว่าพ่อของเพื่อนร่วมห้องเขาไม่รู้นิสัยของลูกสาวตอนอยู่โรงเรียนว่าเป็นคนละอย่างกับที่กำลังส่งเสียงดังขณะเล่นบาสฯ อยู่ตอนนี้อย่างลิบลับ
    ณรัชต์รู้ว่าส้มเล่นบาสฯเป็น แต่เพิ่งเคยเห็นเล่นจริงจังนี่ล่ะ เพราะปกติที่โรงเรียนจะเป็นอีกอย่าง ไม่เห็นทำกิจกรรมอะไร เห็นนั่งสวยๆ อยู่เฉยๆ แล้วใช้เพื่อนผู้ชายอย่างเดียว ว่าไปแล้วก็น่าสนใจแฮะ อันไหนเป็นตัวจริงของเธอกันนะ
    “สนใจที่ดินตรงนั้นเหรอ” เสียงพ่อของเพื่อนกล่าวขึ้นชวนสนทนา
    “ครับ”
    “ที่ตรงนั้นเป็นของ…. ” พ่อส้มให้ข้อมูล เป็นชื่อคนเดียวกับเจ้าของโฉนดที่พี่สาวเขาบอกมา
    “กำนันรู้จักเจ้าของที่หรือครับ”ณรัชต์เลียบเคียง
    “รู้จัก แต่ไม่สนิทเท่าไหร่” คู่สนทนาตอบ
    “อ้อ เรียกพ่อก็ได้นะ เพื่อนส้มก็เรียกแบบนี้ทั้งนั้น”
    “ครับ”
    หลังจากนั้น พ่อของส้มก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าของที่ดินผืนนั้นเป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับเลขานายกเทศมนตรีของเทศบาลนครอยู่ตอนนี้ และเมื่อตำแหน่ง สจ. เขตนี้ที่เพิ่งว่างลง มีข่าวแว่วมาว่าจะมาลงสมัคร (ก็ตำแหน่งเดิมก็พ่อเพื่อนเขานี่ล่ะ)
    จังหวัดของณรัชต์รวมถึงภาคอีสานแต่ก่อนต่างเต็มไปด้วยกลุ่มการเมืองต่าง ๆ มากมาย เพราะในภาคอีสานนั้นมีพรรคการเมืองอยู่หลายพรรค ไม่ได้ผูกขาดเหมือนสมัยหลัง ๆ ดังนั้นการเมืองในแต่ละพื้นที่จึงอีนุงตุงนังพอสมควร
    พ่อของส้มตอนนี้ลงสมัคร สส. ในนามพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ส่วนกลุ่มการเมืองท้องถิ่นของนายกเทศมนตรีดูเหมือนจะเป็นอีกพรรคหนึ่ง
    “เจ้าของเขาอาจจะต้องรีบหาเงินมาใช้ลงเลือกตั้ง” พ่อของเพื่อนเปรยบอกข้อมูลสำคัญให้เขารู้
    “ขอบคุณครับ” เขากล่าวขอบคุณข้อมูลที่น่าสนใจนี้
    หลังจากนั้นพ่อของส้มก็ชวนคุยถึงธุรกิจโรงแรมกับการค้าของจังหวัดที่ท่านทำอยู่ ณรัชต์ไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่ แต่ก็พอจะพูดคุยตอบโต้กันได้ ก็เขาพอรู้อยู่บ้างล่ะนะว่าจังหวัดเขาจะพัฒนาไปทางไหน
    ณรัชต์นึกถึงตึกแถวร้างในที่ดินที่เขาสนใจ เขามีแผนอยู่ในใจแล้วว่า ถ้าซื้อที่ผืนนั้นได้ก็คงต้องทุบตึกทิ้งและปรับพื้นที่ให้เรียบร้อยต่อไป เมื่อได้คุยกับนักธุรกิจกว้างขวางคนหนึ่งของจังหวัดเขาจึงเอ่ยปากถามเอาความรู้
    “ปกติจ้างทุบตึกแบบนั้นมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ”
    “ไม่รู้สิ ไม่เคยได้ทำเอง ปกติถ้าเป็นพวกตึกใหม่คงทุบฟรี แต่ตึกเก่าแบบนั้นผู้รับเหมาคงไม่ได้อะไรไปขายน่าจะต้องเสียเงิน” เสียงนักธุรกิจใหญ่ของจังหวัดตอบ
    “พอจะแนะนำผู้รับเหมาทุบตึกกับปรับพื้นที่ให้หน่อยได้หรือเปล่าครับ” เขาขอข้อมูลกันตรงๆ เลย
    คู่สนทนาหันหน้าจากกรอบหน้าต่างที่กำลังดูลูกสาวอยู่มาตอบ
    “ก็เพื่อนพ่อของเธอไง” ตอบพลางขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมณรัชต์จึงไม่ได้นึกถึงเพื่อนของพ่อที่เป็นผู้รับเหมาซึ่งเขาเพิ่งได้รู้จักกันมาเมื่อไม่นานนี้
    “อ๊ะ! จริงด้วย” เขาลืมไปเลยว่าพ่อภีเพื่อนของพ่อเขานอกจากเปิดอู่แล้วยังรับเหมาปรับพื้นที่ด้วยนี่นา
    ณรัชต์หันไปยิ้มแหะ ๆ กับคู่สนทนา
    หลังจากนั้นก็คุยกันอีกเล็กน้อย ก่อนณรัชต์จะรีบขอตัวกลับก่อน เพราะถ้าอยู่ต่ออีกหน่อยเขาคงถูกชวนทานมื้อเย็นต่อไปแน่ ๆ




    สุดสัปดาห์วันเสาร์ที่บ้าน
    “เจ๊ลองต่อราคาไปอีก เอาซักเท่าไหร่ดี จากตารางวาละ 4 พัน เจ๊ต่อลงไปอีกเป็น ตารางวาละ 3 พันไปเลย”
    ที่ร่มไม้หลังบ้าน ณรัชต์ที่นอนเล่นอยู่บนเปล บอกพี่สาวที่กำลังนั่งอ่านการ์ตูนอยู่บนเสื่อใกล้ ๆ พี่สาวเขาเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความแปลกใจ คงสงสัยว่าทำไมน้องชายเกิดเขี้ยวขึ้นมา
    “มีข่าวกรองที่เชื่อถือได้บอกว่าเจ้าของจะร้อนเงินอะเจ๊” เขาตอบแววตาสงสัยของพี่สาว
    “ยื่นคำขาดราคาสุดท้ายกดดันเลยใช่ไหม” เสียงพี่สาวเขาวิตกหน่อย ๆ สงสัยกลัวจะไม่ได้ค่าคอมมิสชั่น
    เขาผงกศีรษะรับ ถ้าไม่ได้จริง ๆ เขาก็เก็บเงินไว้ไปลงทุนในหุ้นต่อก็ได้ ดังนั้นจึงไม่เดือดร้อนอะไร ถึงจะเสียดายหน่อยๆ ก็เถอะ

    สักพักพี่สาวเขาเดินกลับเข้าบ้านเพื่อหาขนมมากินเพิ่มเติม ก่อนเดินกลับมาบอกณรัชต์ให้ไปรับโทรศัพท์ในบ้าน
    “ใครโทรมาหาผมอ่ะเจ๊” เขายังไม่ให้เบอร์โทรศัพท์บ้านที่เพิ่งต่อใหม่ให้ใครเลย ยกเว้นคนดูแลบัญชีหุ้นเขาซึ่งก็ติดต่อกันผ่านอีเมลเท่านั้น
    “พี่ยอดโทรฯ มา”
    “ยอดไหน” ณรัชต์ถามถึงคนโทรฯ มา
    ก่อนพี่สาวเขาจะบอกว่าหมายถึงรุ่นพี่ในหมู่บ้านคนหนึ่ง ที่ตอนนี้ทำงานในกรุงเทพฯ แล้วเพิ่งพาคณะกฐินของบริษัทมาลงที่หมู่บ้านเมื่อคราวงานกฐินสามัคคี
    ณรัชต์พยักหน้าก่อนลุกจากเปลที่นั่ง และโดนพี่สาวเปลี่ยนจากนั่งเสื่อมายึดเปลเขาทันที เดินกลับเข้าบ้านมาณรัชต์ก็ตรงไปที่โทรศัพท์ก่อนยกหูขึ้นทักทาย
    “สวัสดีครับ นะ ครับ ”
    “นะเหรอ นี่พี่ยอดนะ”
    “ว่าไงพี่ เป็นยังไงบ้าง มีอะไรหรือครับ”
    “คือว่า ทางบริษัทพี่เขาอยากทำบุญอีกน่ะ เจ้านายพี่ที่ไปงานกฐินคราวก่อนเลยฝากถามว่าที่วัดตอนนี้ยังขาดเหลืออะไรไหม ทางบริษัทจะออกเงินทำบุญให้”
    “วัดบ้านเราน่ะหรือพี่ ก็ขาดเยอะอยู่ เดี๋ยวผมจะลองปรึกษาพ่อดูก่อนนะพี่แล้วจะบอกอีกที” ณรัชต์นึกถึงบิดา เรื่องนี้เป็นเรื่องของวัดประจำหมู่บ้านเขาคงต้องถามท่านดูก่อน
    “อือ งั้นลองถามกำนันดูนะ แต่ปกติบริษัทพี่ก็ทำบุญเยอะอยู่แล้ว เจ้าของเขาธรรมะธัมโมน่ะ ยิ่งเจ้านายคนนึงเขาเจาะจงถามมา ยิ่งน่าจะได้งบมาเยอะ” คนหนุ่มที่ไปทำงานเมืองกรุงฯ แต่ยังไม่ลืมนึกถึงผลประโยชน์ของบ้านเกิดกล่าว
    “ครับพี่”เขากล่าวตอบรับ ก่อนวางสาย
    ตอนนี้ณรัชต์โอนเงินในบัญชีหุ้นมาไว้ในบัญชีธนาคารแล้ว
    ตอนโอนออกทำเอาคนดูแลบัญชีเขาตกอกตกใจน่าดู นึกว่าจะเสียลูกค้า เขาต้องบอกไปว่าจะเอามาทำธุรกรรมบางอย่างชั่วคราวเท่านั้น ไม่เกินเดือนจะโอนกลับเข้าบัญชีหุ้นเหมือนเดิม จึงคลายความกังวลของอีกฝ่ายได้

    ------------------------------------Name : ณรัชต์Asset : ตึกแถว 6 ห้อง ราคาปัจจุบัน 2,050,000 บาท: เงินสดในบัญชีธนาคาร 28,865,300 บาท: เงินสดในบัญชีหุ้น 100 บาท
    มูลค่าสินทรัพย์รวม : 2,050,000 + 100 + 28,643,300
    = ปัจจุบัน 30,915,400 บาท

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน