สี่หนุ่มตะลุยโลกดนตรี : [Another God !? : Melodies ~♪]

    บทที่ 6 อัศวินมังกร ตอนที่ 1 คู่สัญญา

    หลังจากที่พี่อ๊อสได้รับฟังคำแนะนำของพี่เอิร์ธแล้ว เขาจึงตัดสินใจเดินไปยังมังกรหนุ่มที่ยืนสั่งงานเหล่ามังกรและสัตว์น้อยใหญ่ เพื่อตามหาสิ่งของที่ถูกซ่อนไว้บนเกาะแห่งนี้ ตามคำบัญชาของมหาเทพแห่งพิภพและโลกา

     

    “เจ้านะ สนใจเป็นคู่สัญญากับข้าหรือไม่” พี่อ๊อสถามไปตามตรง

     

    “เจ้ามนุษย์ เจ้าเรียกข้าหรือ” มังกรหนุ่มในร่างมนุษย์หันมาเมื่อถูกอีกฝ่ายถาม

     

    “ใช่ ข้ามีความต้องการ ให้เจ้าเป็นคู่สัญญาของข้า”

     

    “เข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าต้องการอะไร ตอนนี้ข้าต้องรีบช่วยตามหาของที่พวกเจ้าต้องการอยู่”

     

    “ข้ารู้ แต่เจ้าไม่สนใจมาทำสัญญาเป็นคู่หูกับข้าหรือ แล้วออกไปผจญภัยโลกภายนอกด้วยกัน” พี่อ๊อสเสนอในสิ่งที่ได้รับคำแนะนำมา

     

    “เจ้ามนุษย์ ข้ามีหน้าที่สำคัญบนเกาะแห่งนี้ คงไปกับเจ้าไม่ได้หรอกนะ” จากนั้นมังกรหนุ่มจึงเลิกสนใจพี่อ๊อสแล้วกลับไปสั่งงานต่อ พี่อ๊อสได้แต่เดินกลับมานั่ง

     

    “เขายังไม่สนใจนาย นายต้องทำให้เขาประทับใจ พยายามเข้า” พี่เอิร์ธบอก

     

    “แล้วผมต้องทำอย่างไรละเนี่ย” พี่อ๊อสได้แต่ถอนใจ

     

    “มังกรในบางเรื่องก็เหมือนคนนั่นละ เห็นแบบนั้นที่จริงเขาก็ยังเป็นเด็กอยู่นะ อายุน้อยกว่านายอีก นายหลอกเด็กเก่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” พี่เอิร์ธพูดไปขำไป กับมุมมองที่เขารู้จักพี่อ๊อสมา

     

    “เจ้านั่นไม่ใช่โตแล้วหรือครับ เห็นดูเหมือนคนอายุ 20 21 ปี”

     

    “มังกรกับคนไม่เหมือนกันสะหน่อย เมื่อฟักออกจากไข่แล้วพวกเขาก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต 8 ปีแรกก็เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ แล้วจะชะลอการเติบโตจนอายุ 15 ถึงจะเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย จากนั้นจะคงอายุยืนยาวไปอีกหลายหมื่นปี ถึงจะแก่และตายลง มังกรหนุ่มตนนี้เขาเพิ่งอายุ 14 เอง เห็นไหมว่ายังเด็กอยู่เลย” พี่เอิร์ธบอกถึงความจริงที่ใครหลายคนยังไม่รู้ ของโลกคีตาแห่งนี้

     

    “จริงสิพี่ สงสัยผมต้องไปตีสนิทใหม่สะแล้ว” พี่อ๊อสพูดพร้อมกับเดินไปยังมังกรหนุ่มอีกครั้ง

     

    “เจ้ามาทำไมอีก” มังกรหนุ่มถามก่อนที่พี่อ๊อสจะพูดอะไรออกไปด้วยซ้ำ

     

    “ข้าก็แค่อยากรู้จักและอยากเป็นเพื่อนกับเจ้า ข้าชื่อ อ๊อสโตบาล เมกามูนวัล เจ้ามีชื่อเรียกหรือไม่”

     

    “หึหึ เจ้ามนุษย์ ในเมื่อเจ้าถามนามแห่งข้า ก็จงสรรเสริญสดุดีให้แก่ข้าผู้นี้เสีย เมื่อได้รับฟังนามแห่งข้า ข้า แมทเธอวิส อาร์ชดราโกนิส เวสเทียแลนด์ ฮ่า ๆ เป็นเช่นใดนามแห่งข้า” มังกรหนุ่มแนะนำตัวอย่างภูมิใจ

     

    “ชื่อ แมทธิว นี่เอง เช่นนั้นเรียกข้าว่า อ๊อส ก็ได้”

     

    “ไม่ชื่อข้า แมทเธอวิส อาร์ชดราโกนิส เวสเทียแลนด์ ต่างหาก”

     

    “ก็นั่นละ มันยาวไปเรียก แมทธิว นี่ละเรียกง่ายดี” พี่อ๊อสเสนอ

     

    “แล้วทำไมข้า ต้องย่อชื่อให้สั่นเช่นนั้นด้วย”

     

    “ถ้าให้เจ้าเรียกข้าว่า อ๊อสโตบาล เมกามูนวัล กับ เรียกอ๊อสเฉย ๆ เจ้าจะเรียกข้าแบบไหน” พี่อ๊อสถาม

     

    “แน่นอนอยู่แล้ว ใยข้าต้องเรียกชื่ออันยาวของเจ้าให้เหนื่อย ข้าจะเรียกเจ้าว่า อ๊อส แค่นั่น”

     

    “ก็นั่นละ ข้าจะเรียกเจ้า แมทธิว เช่นกัน ชื่อที่เรียกง่าย ๆ เช่นนี้ไว้ใช้ยามพูดคุยทักทาย ชื่อเต็มพวกนั้นมันไว้ใช้ยามมีโอกาสสำคัญจะดีกว่านะ เจ้าว่าจริงไหม แมทธิว”

     

    “หึ ข้าไม่เห็นจำต้องเข้าใจเรื่องพวกมนุษย์”

     

    “เช่นนั้นเจ้าดูท่านมหาเทพ เทอรารุซ ผู้นั้น ยามอยู่ในร่างมนุษย์ เขายังใช้เพียงชื่อเอิร์ธ ให้พวกข้าเรียกได้อย่างสนิทชิดเชื้อ แต่เจ้าเป็นแค่สัตว์อสูรมังกรกับต้องการให้ผู้อื่นเรียกขานตัวเองด้วยชื่อที่ยาวกว่ามหาเทพอีกหรือ เจ้าไม่คิดว่าเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหรือไร ข้าเรียกเจ้า แมทธิว ยามเมื่อเจ้าอยู่ในร่างมนุษย์นับว่าสมควรแล้ว หรือเจ้าคิดว่าตัวเองสมควรหักหน้ามหาเทพ…” เมื่อโดนพี่อ๊อสใช้ชื่อมหาเทพแอบอ้าง ไหนเลยมังกรหนุ่มจะหาญกล้า

     

    “เช่นนั่นข้าจะยอมรับชื่อเรียกขานใหม่นี้ ยามเมื่อข้าอยู่ในร่างมนุษย์ เจ้าจงจำเอาไว้”

     

    “ได้สิ แมทธิว เจ้าช่วยบอกเล่าเรื่องราวบนเกาะให้ข้าฟังได้หรือไม่ ถึงข้าจะเป็นมนุษย์ก็อยากรู้จักว่ามังกรเช่นเจ้า วันหนึ่ง ๆ เจ้าทำอะไรบ้าง มีอะไรน่าสนใจหรือไม่” พี่อ๊อสเอ่ยถาม

     

    “ทำไมข้าต้องมาเสียเวลาเล่าอะไรมากมาย”

     

    “นี่ข้าช่วยเจ้าอยู่นะ ไม่รู้หรือ หากเจ้านั่งพูดคุยกับข้า เจ้าก็ไม่ต้องออกไปตามหาของที่ซ่อนอยู่ เช่นลูกน้องเจ้าพวกนั้น แถมเมื่อเจ้าพูดคุยกับข้า มหาเทพผู้นั้นย่อมเข้าใจว่าเจ้าเป็นสหายกับข้า เขาย่อมไม่เอาความ ดีไม่ดีอาจนึกเอ็นดูเจ้ามากขึ้นก็ได้ หากเจ้าได้รับพรแห่งมหาเทพ เผ่าพันธุ์เจ้าย่อมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เจ้าไม่คิดว่าดีหรือไร ที่มาเป็นเพื่อนเป็นสหายกับข้า” พี่อ๊อสโน้มน้าวราวโฆษณาชวนเชื่อให้มังกรหนุ่มฟัง ส่วนพี่เอิร์ธที่นั่งอยู่ไกล แต่หูทิพย์ของเขานั้นก็ได้ยินชัดเจน จึงอดไม่ได้ที่จะขำออกมากับการหลอกเด็กของพี่อ๊อส

     

    “เจ้ามนุษย์นี่ เจ้าเป็นผู้มีความคิดที่ดีนัก”

     

    “บอกแล้วไง เรียข้าว่าอ๊อส”

     

    “ตามแต่ใจเจ้า เจ้ามนุษย์อ๊อส”

     

    “อย่างน้อยก็มีชื่อข้าออกมาแล้ว ไหนเจ้าเล่าเรื่องพวกเจ้ามา แล้วข้าจะเล่าเรื่องของบนแผ่นดินใหญ่ แลกเปลี่ยนกลับไป”

     

    ไม่นานแมทธิวก็ยอมเปิดปากเล่าเรื่องต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นบนเกาะให้พี่อ๊อสฟัง ซึ่งเป็นอะไรที่แตกต่างกับเรื่องของเหล่ามนุษย์พอควร แต่โดยหลักแล้วแมทธิวนั้นแค่คอยช่วยเหลือมังกรตัวอื่นปกป้องเกาะจากเหล่าสัตว์อสูรจากทะเลเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาคราเค้นและปูยักษ์ ที่คอยขึ้นมาบนเกาะก่อความวุ่นวายต่อสัตว์ตัวอื่น ๆ แต่เมื่อพี่อ๊อสเล่าเรื่องของเขาและพวกมนุษย์ให้แมทธิวฟัง โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวออกผจญภัยจากเมืองหนึ่งไปเมืองหนึ่ง ได้พบเจอผู้คนและประสบปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนอาหารการกินหลากหลายชนิด มันทำให้หัวใจมังกรหนุ่มสั่นไหว จนอยากออกท่องเที่ยวในโลกกว้างเช่นเดียวกับมนุษย์

     

    “ข้าจะออกไปท่องเที่ยวบนแผ่นดินใหญ่ เช่นพวกเจ้า” มังกรหนุ่มพูดขึ้นมา

     

    “มันก็ดีที่เจ้ามีความคิดเช่นนั้น แต่ใช่ว่าสัตว์อสูรเช่นเจ้าออกไปแล้วจะปลอดภัยเมื่ออยู่ลำพัง ยิ่งเจ้าเป็นมังกรด้วยแล้ว มีผู้คนมากมายที่อยากได้ตัวเจ้า โดยเฉพาะแก่นอสูรที่เติมเต็มมานาให้กับมนุษย์ที่โลภในพลังอำนาจ เจ้าจะถูกตามล่าจนอาจตกตายได้เมื่ออยู่บนแผ่นดินใหญ่ แต่ถ้าเจ้ามาเป็นคู่สัญญากับข้า เจ้าจะปลอดภัยจากพวกนั้น หากเจ้ายังไม่เชื่อในฝีมือข้า พี่เอิร์ธมหาเทพผู้นั้นก็ยังเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพวกเราได้ หากพวกเราต้องพบเจออะไรที่เป็นอันตราย เจ้าไม่คิดว่าไปกับพวกเราจะปลอดภัยกว่าหรือ ทั้งยังมีเพื่อนมีสหายให้พูดคุย ยามออกผจญภัยด้วยกัน”

     

    “ก็ได้ข้าจะยอมรับเจ้ามนุษย์อ๊อส แล้วข้าต้องทำเช่นใดหากจะเป็นคู่สัญญากับเจ้า” มังกรหนุ่มถาม

     

    “เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้ พวกเราไปหาพี่เอิร์ธกันก่อนดีกว่า” จากนั้นทั้ง 2 หนุ่มจึงเดินไปยังต้นไม้ที่มีพี่อ๊อสนั่งดื่มน้ำผลไม้เย็น ๆ อยู่ราวกับมานั่งพักตากอากาศ

     

    “มาแล้วเหรอ มันก็ไม่ยากอะไรหรอก แค่จำเป็นต้องมีตัวกลางในการเชื่อมคู่สัญญา เอานี่ไป” พี่เอิร์ธที่รู้อยู่แล้วจึงส่งมอบผลึกแก่นมานาระดับตำนานให้พี่อ๊อสไป

     

    “ผมต้องทำอย่างไรต่อหรือครับ” 

     

    “นายก็แค่ถ่ายพลังมานาของนายลงไปในผลึกแก่นมานาก้อนนี้ จากนั้นให้เอ่ยคำพูดสัญญาระหว่างกัน ถ้าอีกฝ่ายตกลงก็ให้ดูดกลืนผลึกแก่นมานาก้อนนี้เข้าไป เป็นอันเสร็จสิ้นการทำคู่สัญญา” พี่เอิร์ธบอกถึงวิธีการ

     

    “นายแน่ใจแล้วนะแมทธิว” พี่อ๊อสถามยืนยันอีกครั้ง

     

    “เจ้ามนุษย์อ๊อสเมื่อข้าตัดสินใจแล้ว ย่อมไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนใจข้าได้” แมทธิวยืนยัน

     

    “เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลย” พี่อ๊อสถือก้อนผลึกแก่นมานาขนาดใหญ่ไว้ในมือพร้อมกับถ่ายพลังมานาของตนเองลงไปในผลึก ไม่นานแสงสว่างก็กระจ่างขึ้นจนสดใส

     

    “ข้า อ๊อสโตบาล เมกามูนวัล ขอรับเจ้า แมทเธอวิส อาร์ชดราโกนิส เวสเทียแลนด์ เป็นอสูรคู่พันธสัญญาแห่งข้า” เมื่ออ๊อสเอ่ยปากจบผลึกแก่นมานาก็ลอยตรงไปยังแมทธิว พร้อมกันนั้นร่างมนุษย์ของแมทธิวก็แปรเปลี่ยนกลับคืนร่างต้น เป็นมังกรสีดำขนาดใหญ่โตที่ดูสูงส่งตามสายพันธุ์ของตน

     

    “ข้า แมทเธอวิส อาร์ชดราโกนิส เวสเทียแลนด์ ยินดีรับ อ๊อสโตบาล เมกามูนวัล เป็นคู่สัญญาแห่งข้า” จากนั้นผลึกแก่นมานาก็ตรงหายเข้าไปยังใจกลางหัวใจ หลอมรวมกับแก่นมานาเดิมของแมทธิว พร้อมกันนั้นบังเกิดเสียงแตรสวรรค์เกิดขึ้นมา 1 ครั้งเพื่อบอกให้รู้ว่า ทั้งสองได้ทำสัญญาต่อกันแล้ว ด้วยพลังดั้งเดิมของแมทธิวนั้นอยู่ที่ระดับตำนานขั้นต้น แต่เมื่อเป็นอสูรคู่สัญญาที่ได้หลอมรวมแก่นมานาที่มีพลังของอ๊อสลงไป มันจึงทำให้แมทธิงเลื่อนขั้นกลายเป็นระดับตำนานขั้นปลายทันที 

     

    “นี่พวกเรากลายเป็นคู่สัญญากันแล้วหรือนี่ ข้ารู้สึกเข้าใจตัวเจ้ามากขึ้น” พี่อ๊อสพูดออกมา

     

    “นี่มันสุดยอดไปเลย ข้ารู้สึกว่าข้าแข็งแกร่งกว่าเดิมมากมายนัก ข้าขอลองอะไรสักอย่าง” จากนั้นร่างมังกรอันใหญ่โตของแมทธิวก็สลายหายไปกลายเป็นแสงมุ่งตรงสู่ร่างกายของอ๊อส ก่อนจะกลายเป็นรอยสักรูปมังกรสีดำที่ต้นแขนขวาของพี่อ๊อส

     

    “อย่างเท่” พี่อ๊อสพูดออกมาเมื่อเห็นรอยสักที่เพิ่งเกิดขึ้น

     

    “นี่มันดีกว่าที่ข้าคิดไว้ เมื่อข้าเข้ามาในตัวเจ้า ข้าก็พบว่าในนี้มีรังมังกรที่ข้ารู้สึกว่ามันดีมาก ๆ อย่างบอกไม่ถูกอยู่” จากนั้นแมทธิวก็กลับออกมาเป็นร่างชายหนุ่มเช่นเดิม

     

    “เจ้าพอใจกับการเป็นคู่สัญญาหรือไม่” พี่อ๊อสถาม

     

    “ฮ่า ๆ เจ้าอ๊อสเอ๋ย ข้านั้นพอใจในตัวเจ้านัก ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการข้าเพื่อเป็นอัศวินมังกรคนแรกของโลก และข้าก็ยังได้เป็นสัตว์อสูรตัวแรกที่ได้ทำสัญญากับมนุษย์ในโลกแห่งนี้ เช่นนี้แล้วมีหรือข้าจะไม่พอใจ ข้าชักอยากให้พวกนั่นพบเจอของที่เจ้าตามหาโดยเร็ว เพื่อข้าจะไปออกเดินทางไปกับพวกเจ้าเสียที” แมทธิวยินดีอย่างมาก

     

    “แล้วเรื่องพ่อเจ้าละ เขาจะไม่ว่าพวกเราหรือ” พี่อ๊อสถาม

     

    “พ่อข้านะรึ ขอแค่ข้าต้องการ ก็ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะปฏิเสธ”

     

    หลังจากนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดพบเจอของที่ซ่อนไว้ จนถึงวันที่ 3 มังกรตัวหนึ่งก็คาบบางสิ่งบางอย่างมาให้แมทธิว

     

    “นี่คงเป็นของที่เจ้าต้องการ เพราะนอกจากสิ่งนี้แล้วก็ไม่พบเจอสิ่งใดแปลกตาอีกเลย” แมทธิวบอกกับพี่อ๊อส

     

    “ขอบใจพวกเจ้าทุกคนมาก” พี่อ๊อสพูดพร้อมกับโอบกอดสิ่งนั้นไว้แนบอก

     

    “ได้แล้วสินะ สิ่งที่พ่อแม่นายซ่อนเอาไว้” พี่เอิร์ธพูดเมื่อเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ในวงแขนของพี่อ๊อส

     

    “พวกเรารีบกลับไปหาน้อง ๆ ของพวกเรากันพี่เอิร์ธ ผมคิดถึงพวกนั้นแล้ว”

     

    “เดี๋ยวก่อนสิ พวกเราใช้พวกเขาขนาดนี้จะไม่มีของตอบแทนได้อย่างไร” พี่เอิร์ธพูดพร้อมกับปรากฎร่างมหาเทพขนาดใหญ่โตเหมือนครั้งก่อนหน้าอีกครั้ง แต่รอบนี้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นกว่ามาก

     

    “ข้า เทอรารุซ มหาเทพแห่งพิภพและโลกา ทราบซึ้งในการช่วยเหลือของพวกเจ้าทุกตน เพื่อเป็นการแสดงความมีน้ำใจ ข้าจะมอบโล่แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ให้กับเจ้าเกาะมังกรนิล มันจะสร้างการป้องกันต่อผู้ที่ต้องการขึ้นมาบนเกาะแห่งนี้ และลดพลังศัตรูของพวกเจ้า พวกเจ้าเพียงหยดเลือดลงไปบนโล่อันนี้ มันจะจดจำพวกเจ้าไว้ หากผู้ใดที่ไม่มีเลือดของพวกเจ้าไหลอยู่ภายในกาย บุคคลเหล่านั้นจะไม่สามารถมีพลังอำนาจเหนือพวกเจ้าได้ ยามเมื่ออยู่บนเกาะแห่งนี้” จากนั้นโล่แสงก็ลอยไปหาพ่อของแมทธิว

     

    “ขอบพระทัย ท่านมหาเทพฯ” เจ้ามังกรกล่าว เมื่อแมทธิวล่ำลาครอบครัวแล้วก็กลายเป็นรอยสักของพี่อ๊อส ก่อนที่พี่เอิร์ธและพี่อ๊อสจะลอยขึ้นฟ้าแล้วพุ่งไปทางแผ่นดินใหญ่ เพื่อพบเจอเหล่าน้องชายที่จากกันนานถึง 3 วัน

    คล้ายกับเรื่องสี่หนุ่มตะลุยโลกดนตรี : [Another God !? : Melodies ~♪] ที่คุณอ่าน