【Perfect Life】

    68 – รางวัลชิ้นใหญ่

    68 – รางวัลชิ้นใหญ่

             

            หลังงานแต่งงานของราชันย์มังกรแห่งความมืดเคออสกับปีศาจสาววาเนสซ่าสิ้นสุดลงราชันย์ไลแคนสีครามตัดสินใจกักตัวเองอยู่แต่ในห้องทำงานของเมืองลับแลโดยมีราชินีดรายแอดเทียร่าคอยช่วยอยู่ข้างกาย

            “แบบนี้คิดว่าไง” เดฟไกส์หยิบกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา

            เทียร่าส่ายหน้า “คิดว่าไม่เหมาะไม่ควร”

            “นี่ล่ะ!!” หยิบอีกใบขึ้น

            นางก็ยังคงส่ายหน้าเป็นเชิงไม่ผ่าน

            “นี่!”

            ไม่ผ่าน

            “อันนี้!!”

            ไม่ผ่าน

            “เรื่องมากนัก อันนี้เป็นไง!!” หยิบใบกระดาษที่ยับสุดออกมากางต่อหน้า

            ราชินีดรายแอดตาโตเป็นประกาย “อันนี้ดีค่ะ!!”

            “จริงดิ... ข้าว่ามันค่อนข้าง...เสี่ยง”

            “เสี่ยงแต่คุ้มก็ถือว่าดีนะคะท่านเดฟไกส์” ยิ้มบาง“ยังไงในอนาคตภายภาคหน้าพวกท่านต้องอยู่ร่วมกันช่วยเหลือกันไปอีกนานนะคะ”

            ไลแคนหนุ่มถอนหายใจมองข้อความบนใบกระดาษนั่นเจ้ากระดาษแผ่นนี้เขาเขียนไว้แผ่นแรก เพราะเห็นว่ามันดูเสี่ยงเลยขยำทิ้งเขียนแผ่นใหม่ใครจะคิดเล่าว่าดรายแอดสาวให้ผ่านกับความคิดนี้

            ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยกับสิ่งที่คิดว่ากำลังจะเกิดขึ้น “รีบไปเชิญ‘นาง’ มา...”

            ยอมเสี่ยงดูก็ได้(ฟะ)!

            “น้อมรับคำสั่งค่ะ”

             

    ◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

             

            ผ่านมาได้หนึ่งอาทิตย์ สาวผมเงินกลับขึ้นห้องนอนบนเตียงกว้างหลังปิดร้านเรียบร้อยวันนี้ทั้งวันพริสทีนใช้เวลาไปกับการทำงานที่ร้านของวาเนสซ่าแทนเจ้าหล่อนที่ต้องไปเข้าคอร์สการเตรียมตัวการเป็นคุณแม่กับสาวๆในเมืองส่วนผู้เป็นพ่ออย่างเคออสยังต้องไปทำงานช่วยราชันย์มังกรแห่งนภาลูเจที่อาณาจักรท้องฟ้าอยู่

            กระนั้นเขาก็มักบินไปกลับมานอนที่นี่กับภรรยาตนเองไม่เคยค้างที่อาณาจักรท้องฟ้าเลยสักครั้ง

            เล่นทำเอาผู้เป็นพี่ชายคนโตเศร้าไม่ใช่น้อย

            พริสทีนแอบขำเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเมื่อสามวันก่อนที่น้องชายของตนกลับมาเร็วและถูกชวนให้ไปร่วมเรียนกับพวกคุณพ่อมือใหม่เธอใช้เวทแอบส่องน้องชายเพราะกลัวจะเข้ากับใครไม่ได้ยังไงซะเขาก็เป็นถึงราชันย์มังกรแห่งความมืดที่ทุกคนหวาดกลัว

            ทว่า...เมื่อได้เห็นภาพสะท้อนบนกระจกนั่นทำให้เธอรู้ว่าเธอแค่กังวลมากเกินไปเอง

            พวกคุณพ่อมือใหม่กับคนอื่นๆพยายามช่วยสอนวิธีดูแลบุตรของตนเองให้กับอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเองแม้มีบางคนยังหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นตีสนิทที่ดี สำคัญกว่าคือเธอได้เห็นภาพน้องชายตัวเองโก๊ะๆลนลานเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกตอนเรียนเสียด้วย

            เรื่องนี้เล่ากี่รอบก็น่าจะทำให้น้องชายเขินได้ตลอดนั่นแหล่ะ

            พูดถึงเรื่องน้องชาย ตอนนี้น้องชายคนโตอย่างลูเจยังคงอยู่ที่อาณาจักรท้องฟ้าจัดการปัญหาต่างๆในอาณาจักรเสียใหม่เรียกได้ว่าพวกที่ก่อปัญหาทั้งหมดโดนจัดเก็บเรียบในทันที

            ส่วนเรื่องคู่ครองยังไม่มี!

            น้องชายคนต่อมา ราชันย์มังกรเพลิงเอลล์กลับไปยังถ้ำกับภรรยาตัวเองเรียบร้อย จดหมายล่าสุดที่ได้เมื่อสามวันก่อนคือตอนนี้อยู่กินกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วตัดปัญหาวุ่นวายใจในอดีตไปหมดและดูเหมือนว่าน้องสะใภ้ของเธอวางมือจากเป็นนักผจญภัยมาเป็นแม่บ้านแทน

            เธอเองก็กำลังคาดหวังว่าจะได้อุ้มหลานจากคู่นี้เหมือนกัน~

            ต่อมาคือน้องคนสุดท้อง ราชันย์มังกรวารีมาเอล รายนี้เธออยากบอกมากจริงๆเธอห่วงน้องเล็กมาก!! เพราะน้องชายคนนี้ของเธอคือแบบสวย! น่ารัก! ทำเอาเธอเข้าใจแล้วว่าทำไมน้องชายอีกสามคนถึงได้โมโหนักตอนรู้ว่าโดนทำร้าย!

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเธอนึกถึงใบหน้าตอนออดอ้อนไม่อยากให้กลับขึ้นมาเบื้องบนอ้อนขอให้อยู่ที่แอตแลนติสต่อ

            คือ....พริสทีนเครียดสุดๆไปเลย อ้อนแบบนี้พี่สาวไปไม่เป็นไม่เคยมีน้องชายให้อ้อนมาก่อน!

            แต่ก็นะ... หวงไปก็เท่านั้นในเมื่อมีคนข้างกายคอยคุ้มครองปกป้องแล้ว

            แถมปกป้องน้องเล็กมาตลอดหลายร้อยปีเลยด้วย

            เอาเถอะ ถึง ‘เขา’ จะเป็นเพียงผู้รับใช้แต่ถ้าน้องชายรักเธอก็ไม่ขัดขวางเพราะเรื่องแบบนี้เธอชอบอยู่แล้ว~

            ส่วนน้องชายอีกสามคน....ดูแล้วน่าจะไม่ยอมรับอ่ะนะ

            สเตลล่าจำต้องกลับไปดินแดนไลท์เอลฟ์เพื่อเรียนรู้การขึ้นเป็นราชินีของเหล่าเอลฟ์เมื่อเข้าพิธีแต่งงานและสถาปนาให้เธอเป็นราชินีเคียงข้างราชาผู้นำของทั้งสองเผ่าจะวางมือลงจากตำแหน่งในทันที

            การเป็นปรปักษ์กันมาอย่างยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์...

            นับจากนี้ไลท์เอลฟ์และดาร์คเอลฟ์จะอยู่ร่วมกันโดยไม่มีผู้ใดขัดขวางได้...

            มิโกะสาวอายาโกะพักอยู่ที่หมู่บ้านเคตลินน์ และเลือกที่จะสร้างบ้านของเธอกับทามาโมะอยู่ที่หมู่บ้านนี้แทนจะกลับไปบ้านเกิด

            โดยให้เหตุผลว่า...

            ‘ที่นั่นแม้จะเป็นบ้านเกิดของฉันถึงสองชาติแต่ว่ายังไงพวกเขาก็หวาดกลัวทามาโมะ ฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสองขึ้นอีกอีกอย่างทุกคนก็รังเกียจฉันที่เห็นวิญญาณ  เพราะงั้นอยู่ที่นี่แหล่ะดีที่สุดแล้วจะได้อยู่กับพริสทีนด้วยไง! อ้อใช่ ยังมีชิอินะคุงด้วย ไว้เป็นเพื่อนคุยแก้เหงาได้อยู่นะ~’

            ด้วยเหตุผลนี้ทั้งคู่จึงพักอยู่โรงเตี๊ยมชั่วคราวขณะออกร่างสร้างแบบบ้านในฝันกันอยู่

            พอนึกๆดู นี่ก็เป็นวันที่ค่อนข้างสบายใจไปอีกวัน

            ....

            ไม่สิ ไม่สบายใจเท่าไหร่

            ตลอดเวลาที่ขายของอยู่ที่นี่ หากเป็นเมื่อก่อนวาเนสซ่าจะเป็นฝ่ายโดนขายขนมจีบทว่าตอนนี้แต่งงานรวมถึงตั้งครรภ์เป็นที่เรียบร้อยเป้าหมายใหม่ของพวกลูกค้าชายคือเธอแทนซะอย่างนั้น!

            พอไปรับงานที่กิลด์ก็โดนชวนเข้ากลุ่มไม่หยุดพยายามเสนอตัวเองว่ามีฝีมือไม่แพ้ใครจนต้องให้ไนกีช่วยตรวจสอบให้ปรากฏว่าโกหกทั้งเพถ้าไม่ใช่เพราะคนในกลุ่มของเธอทุกคนมีหน้าที่นะป่านนี้คงสบายกว่านี้เลยต้องหันไปพึ่งกลุ่มนักผจญภัยของนักดาบสาวเซน่อนเหมือนเดิม

            “น่าหงุดหงิดจังเลยน๊า...”

            บ่นพึมพำงึมงำด้วยความเซ็งปนหงุดหงิดเล็กน้อยนี่ก็ครบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เดฟไกส์หายหน้าหายตาไป...

            บุกไปหาดีไหมนะ?

            อ๊ะ ไม่ได้ๆ เธอส่ายหน้าไปมา ในเมื่อสัญญาไว้แล้วว่าจะรอถ้าบุกไปหานั่นย่อมหมายถึงผิดสัญญา

            “เอาไงดีนะเรา...”

            ก๊อกๆ ไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพริสทีนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้ดีๆลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูก่อนจะพบกับเจ้าหมาป่าหนุ่มฟีเรเงือกหนุ่มไลรอน และเงือกสาวมาริอา

            “มีอะไรเหรอทั้งสามคน”

            “เอาจดหมายของยัยมิโกะนั่นมาส่ง เห็นบอกว่าเป็นเกมแก้ปัญหา”

            ฟีเรหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้พริสทีนเธอก็รับมาเปิดอ่านเสียตรงนั้น

    < 

             มาเล่นเกมกันเถอะ!!

            ถ้าเล่นแล้วเข้าใจความหมายจะได้รับรางวัลที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยนะพริสทีน!

            > 

            บนกระดาษเขียนไว้แบบนั้น

            “รางวัล?? รางวัลอะไรน่ะ?”

            มาริอาส่ายหน้า “เรื่องนี้พวกเราไม่รู้เลยค่ะ...”

            แต่ไลรอนกลับยิ้มกว้าง “แต่อายาโกะบอกข้าว่ามันเป็นของที่น่าตกใจมากกกกกก!!เอาเป็นว่าเล่นมั้ย?”

            “อืมมม ก็ดีเหมือนกัน แก้เบื่อได้ จัดมาเลย!”

            “งั้นก็ตอบคำถามที่เขียนลงบนกระดาษนี่ซะ”

            ฟีเรหยิบกระดาษอีกใบออกมากางให้ดู พออ่านจบเป็นอันคิ้วขมวดเล็กน้อยคำถามอะไรล่ะเนี่ย...?

            “ภาษาโบราณของโลกเราคือภาษาอะไร?”

            จะว่ายังไงดี ค่อนข้าง....ง่าย...ล่ะมั้ง

            “ว่าไง ตอบว่าอะไร?”

            “อ่า...ภาษาอังกฤษ” เพราะมันเป็นภาษาโบราณที่ไม่ว่าใครก็อ่านไม่ออก

            “เออ แค่นั้นแหล่ะ”

            ว่าจบฟีเรก็ยื่นดอกไม้ให้เธอหนึ่งดอกจากการตรวจสอบมันคือดอกวอลล์ฟลาวเวอร์(Wallflower) สีชมพูอ่อน

            บอกตามตรงนี่เป็นครั้งแรกที่ฟีเรรู้ว่าภาษาโบราณที่พวกเขาอ่านไม่ออกนั่นมีชื่อว่า‘อังกฤษ’ จากปากของอายาโกะ มันค่อนข้างแปลกหูและพูดยากพอควร แถมยังเข้าใจยากด้วย

            “เก็บไว้ให้ดีด้วย จำไว้!!” หมาป่าหนุ่มกำชับ

            “จ้าๆ” รับมาเก็บใส่กระเป๋าข้างเอว

            “ต่อไปตาข้ากับมาริอา!” ไลรอนขยับหยิบกระดาษอีกแผ่นออกมา “มีคนสามคนยืนเรียงกันคนนำหน้าเตี้ยมาก! คนตรงกลางสูงขึ้นมาหน่อย คนข้างหลังคือสูงที่สุด คำถามมีอยู่ว่า!!เพื่อกำหนดตัวเอกในการแสดงโดยเลือกจากคนที่อยู่หน้าสุด แต่ต้องทำการจัดแถวเรียงใหม่จากระดับส่วนสูงไปต่ำดังนั้นควรเปลี่ยนใครมาอยู่ข้างหน้าแทนคนที่เตี้ยเพื่อจะได้ถูกเลือกเป็นตัวเอกกันเอ่ย!”

            คำถามนี้ทำเอาเธอขำเล็กๆ “มันก็ต้องคนสูงกว่ามาอยู่ด้านหน้าสิเพราะเขาต้องการคนตัวสูงใช่มั้ย”

            “ถูกต้องค่ะ” มาริอาปรบมือแปะๆๆ

            “ใช่แล้วคนนำหน้าจะได้กลายเป็นพระเอก เชิญรับรางวัลได้เลย~”

            ไลรอนยื่นดอกไอวี่ (Ivy) สีม่วงสวยให้พริสทีนเธอก็รับมาเก็บใส่กระเป๋าข้างเอว

            “เก็บไว้ให้ดีๆเหมือนกันนะพริสทีนเพราะว่ามันสำคัญต่อการเล่นด่านต่อไปมากๆเลย อ้อใช่ ดอกไม้ทุกดอกนั้นต้องเป็นภาษาโบราณนะ!”

            “หา?”

            “ดอกไม้พวกนี้อายาโกะเป็นคนเลือกมาแจกให้พวกเรามอบให้เป็นรางวัลค่ะและฝากบอกพริสทีนด้วยว่ามันคือภาษาโบราณและไม่ต้องสนเรื่องสี”

            “อ่า...เข้าใจแล้ว”

            เข้าใจบ้าอะไรล่ะ! ไม่เข้าใจเลยซักนิด!

            “เป้าหมายต่อไปที่จะได้ดอกไม้คือยัยเอลฟ์นั่นไปหาที่ดินแดนเอลฟ์เองละกัน อ้อใช่! ต้องหาให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้เท่านั้นด้วยเพราะเกมมีจำกัดแค่วันพรุ่งนี้รีบทำแล้วไปรับรางวัลจากยัยนั่นที่หมู่บ้านซะ!” ฟีเรกำชับอีกที

            “เข้าใจแล้ว มั่นใจได้เลยว่ารางวัลใหญ่นี่ฉันไม่พลาดแน่!”

            “หึ ทำให้ได้อย่างที่ว่าละกัน”

            “งั้นพวกเราขอตัวนะพริสทีน ไว้เจอกัน~”

            “เจอกันจ้ะ” โบกมือให้ทั้งคู่ที่ขอตัวเธอก็กลับเข้าห้องไปนั่งบนเตียง มือแตะกระเป๋าข้างเอวตนเบาๆด้วยความสงสัยทำไมต้องเล่นเกมแล้วได้ดอกไม้มาด้วย หรือมันมีความหมายอะไร

            “ไนกี เธอพอเข้าใจไหม?”

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: เข้าใจค่ะแต่ดิฉันไม่สามารถบอกได้ พระเจ้าท่านเองก็นั่งยิ้มบอกว่าเป็นรางวัลที่น่าสนใจค่ะและยังสั่งให้ดิฉันห้ามช่วยท่านนอกจากสะกดชื่อดอกไม้ในภาษาอังกฤษ ขออภัยจริงๆค่ะ

            “ไม่เป็นไรๆ ฉันไม่มีปัญหาอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ”

            เพราะตอนนี้เธอต่างหากที่ต้องคิดมาก

            พระเจ้าท่านเล่นพูดแบบนี้ยิ่งต้องสงสัยเป็นธรรมดาว่ารางวัลที่จะได้รับคืออะไรกันแน่สงสัยตอนนี้ไปก็เท่านั้น ถอนหายใจไปอาบน้ำและเข้านอนเตรียมพร้อมเดินทางไปหาสเตลล่าตั้งแต่เช้า

             

            เช้าวันใหม่มาถึง พริสทีนตื่นขึ้นมาจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเปิดเกทวาร์ปไปหาสเตลล่าที่อาณาจักรเอลฟ์เอลฟ์ทั้งหลายก้มหัวต้อนรับเธอเป็นอย่างดีก่อนพาเธอไปหาองค์หญิงน้อยของพวกตนจนมาถึงห้องรับรองสเตลล่ากำลังรออยู่ ข้างกันคือดาร์คเอลฟ์ลูเธียน

            “พริสทีน~” เอลฟ์สาววิ่งไปกอดเพื่อนสนิท “คิดถึงจังเลย”

            “คิดถึงเหมือนกันจ้า แล้ววว...การฝึกเป็นราชินีสบายมั้ยสเตลล่า”

            “งื้อออ ไม่สบายเลยซักนิด! มันยากมากเลย!”สเตลล่าแอบงอแงเล็กน้อยเมื่อโดนถามจี้ปม

            ดาร์คเอลฟ์หนุ่มกระแอมไอเล็กน้อย “มาเริ่มเกมกันเลยดีกว่านะ”

            สเตลล่าพยักหน้า “มาแข่งยิงธนูกันค่ะพริสทีน!”

            เป็นการแข่งที่...ที่เครียดสุดแล้ว!

            พริสทีนโดนสเตลล่าลากออกมาที่ลานฝึกยิงธนูของเหล่าเอลฟ์สองสาวแข่งกันยิงธนูกันอย่างไม่ลดละ ไม่ได้เคร่งเครียดมากนัก ผลัดกันยิงผลัดกันชมออกจะสนุกสนานกันซะมากกว่าพริสทีนก็ไม่ถนัดการยิงธนูสักเท่าไหร่แต่ผลก็ออกมาเสมอกับสเตลล่า

            “นี่ค่ะรางวัล” สเตลล่ายื่นดอกลาเวนเดอร์ (Lavender) สีม่วงสวยให้เธอสองดอก

            “สองดอกเลยเหรอ?”

            “ค่ะ สองดอกเลย ต่อไปก็ไปหาชิอินะที่เมืองหลวงนะคะพริสทีนที่ห้องเสื้อผ้าของเชื้อพระวงศ์นะคะ”

             

            พริสทีนเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆหลังผ่านด่านแต่ละด่านที่ห้องเสื้อผ้าของเชื้อพระวงศ์ที่ชิอินะต้องมาทำงานในช่วงนี้คำถามนั้นค่อนข้างง่ายเพียงแค่ยอมให้อีกฝ่ายวัดตัวกับลองชุดจนกว่าเขาจะพอใจก็ได้ดอกลิลลี่สีชมพูมาทว่าภูติหนุ่มกลับย้ำว่าต้องเป็นภาษาบ้านเกิดของตน

            ไม่ใช่ลิลลี่ แต่เป็น ยูริ (Yuri)

            ต่อมาคือไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิเจตต์และองค์ราชินีเบียทริซเหมือนเป็นการประลองย้อนหลังสมัยก่อนที่ไม่อาจตอบคำถามเลขได้ จนได้รับดอกกล้วยไม้(Orchid) สีแดงมาหนึ่งดอก

            สถานที่ต่อมาคือด้านนอกสถานศึกษาที่เธอจบมาโอรีเซียกับลาพิสยืนรออยู่ข้างหน้า ไม่มีคำถามอะไรนอกจากไปกินขนมกันก่อนมอบดอกเออร์ซิเนีย(Ursinia) สีส้มสวยให้

            สถานที่ต่อมาคืออาณาจักรท้องฟ้าเมื่อมาถึงน้องชายไม่ว่าเปล่าบ่นโน่นบ่นนี่ระบายความเครียดให้ฟังเพื่อให้เธอลูบหัวปลอบเขาลูเจกล่าวว่าสมัยคุณแม่อยู่เขาชอบให้กอดและลูบหัวแบบนี้ตลอดเวลาที่เขามีเรื่องกังวลใจ...พอพูดถึงตรงนี้เขาก็ยกยิ้ม เมื่อพอใจแล้วก็มอบดอกแมกโนเลีย (Magnolia)ให้

            “หากเป็นไปได้ข้าอยากเจอท่านพี่ให้เร็วกว่านี้อีกสักหน่อยเพื่อจะได้ปกป้องท่านได้มากกว่านี้...”

            พริสทีนไม่เข้าใจความหมายนั้น ไม่ทันเอ่ยถามลูเจก็ถูกเรียกตัวเขาหันมากอดเธออีกครั้งก่อนบอกให้เดินทางไปหาเอลล์...

            ในถ้ำของเอลล์เรียกได้ว่าไม่แปลกใจว่าเหตุใดถึงมีพวกนักผจญภัยชอบบุกเข้ามาขโมยเงินหรือข้าวของในเมื่อรอบถ้ำเต็มไปด้วยแก้วแหวนเงินทองกองท่วมหัวเอลล์ไม่ถามแต่เป็นขอร้องว่าเมื่อใดที่เขามีลูกขอให้เธอเป็นคนตั้งชื่อให้ฝ่ายภรรยาเองก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วยเธอจึงไม่ปฏิเสธ ไม่นานก็ได้รับดอกอาซาเลีย(Azalea) หรือกุหลาบพันปีมา

            กลับมาหาเคออสกับวาเนสซ่าที่เมืองอควอเทียท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีอาทิตย์อัสดงคำขอของน้องชายคนนี้ไม่ต่างจากเอลล์เท่าไหร่คือเมื่อมีบุตรคนแรกขอให้เธอเป็นคนตั้งชื่อให้ก่อนได้รับดอกกุหลาบ (Rose) สีแดงมา

            เมื่อมาเยือนอาณาจักรแอตแลนติสอีกครั้ง คำขอของมาเอลคือขอหนุนตักเธอให้เธอลูบหัวจนกว่าเขาจะหลับ ความอบอุ่นนี้ทำให้หวนคิดถึงผู้เป็นแม่ทั้งเขาและพี่ลูเจชอบออดอ้อนแย่งกันหนุนตักและผู้ได้รับสิทธิ์นั้นเยอะสุดคือเขาเพราะพี่ชายคนโตมักยอมมาเอลเสมอไม่นาน...เขาก็ผล็อยหลับไปด้วยรอยยิ้ม ผู้รับใช้ข้างกายราชันย์มังกรวารี ซีล ยื่นดอกกุหลาบสีม่วงให้แก่เธอพริสทีนตอนนี้ได้รับกุหลาบสองดอก ก่อนขอตัวกลับโดยให้ซีลมานั่งให้มาเอลหนุนตักแทน

            จนถึงตอนนี้เธอยังไม่เข้าใจความหมายของดอกไม้พวกนี้แม้แต่น้อย

            วู้ม... สาวผมเงินก้าวออกมาจากเกทเบื้องหน้าของเธอคือหมู่บ้านเคตลินน์ ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นยามราตรีเมื่อถามจากซิลเวอร์ทำให้ทราบว่าทั้งสองคนนั้นกำลังรออยู่อีกทีทำให้เธอรีบร่ายเวทเร่งความเร็วให้ตนเอง ยามนี้รั้วไม้ขวางกั้นเส้นทางแล้วทำให้ไม่ต้องก้าวข้ามผ่านทางทะเลสาบอีกสองเท้าเร่งวิ่งก้าวข้ามผ่านทุกอย่าง

            จนกระทั่งมาถึงหน้าปากทางเข้าอุโมงค์ไปยังเขตต้องห้ามของเธอเข้าไปยังมหาพงไพรวีลิธ ซึ่งมิโกะสาวอายาโกะกับโฮมุนครุสอิรินากำลังยืนรออยู่เบื้องหน้าเธอ...

            “นี่คือจบเกมแล้วเหรอ...?”

            “ยังไม่จบหรอกจ้ะ” อายาโกะยิ้ม “พวกเราแค่มีหน้าที่พาไปอีกที่หนึ่งเท่านั้นเนอะอิรินา”

            อิรินาพยักหน้า “มาเถอะ ถ้าช้ามากกว่านี้ ไม่ดี เร่งความเร็ว กันเถอะ”

            สองสาวเดินมาขนาบข้างพริสทีน พากันจูงมือพริสทีนคนละข้างนำพากันเข้าไปด้านในอุโมงค์นั้นตลอดเส้นทางมีแสงจากหิ่งห้อยคอยนำทางทำให้ไม่ต้องหวาดกลัวหรือหลงทางชนกับต้นไม้หรือสะดุดก้อนหินล้มลง

            ครั้งสุดท้ายที่พริสทีนมาที่นี่คือวันที่รับรู้ความเป็นไปของโลกใบนี้...

            ทางเดินนี้... ยามนี้ช่างงดงามเพราะหิ่งห้อยและดอกมูนไลท์ดรีมดอกไม้แสนงามที่เธอเคยเด็ดมาทัดหูเล่นตอนออกจากเขตต้องห้ามทอประกายสวยงามแข่งกับแสงจันทร์สมชื่อความหมาย

            “มันก็นานแล้วเนาะ” อายาโกะเอ่ยขึ้น“ตั้งแต่ที่พวกเรามาอยู่โลกนี้ก็เกือบยี่สิบปีแล้วและสำหรับอมนุษย์เช่นพวกเราก็คงอยู่ด้วยกันไปอีกยาวนานนัก”

            เมื่อใดที่อายาโกะแต่งงานกับทามาโมะต้องรับสายเลือดจิ้งจอกเข้าไปในร่างนั่นย่อมหมายถึงนางจะมีชีวิตที่ยืนยาวเฉกเช่นผู้อื่นเป็นเหมือนด้ายแดงพันธนาการเธอและเขาให้อยู่เคียงข้างกันไม่มีวันพรากจากอีกตลอดไป

            “นั่นสินะ ยาวนานมากเลยล่ะ”

            “ข้าด้วย” อิรินาเอ่ย “หากไม่ได้พบพริสทีน ข้าคง รับใช้เขาคนนั้นไม่ได้พบกับดือกเตอร์แน่...เพราะงั้น ขอบคุณ...”

            “ด้วยความยินดีเลย” ยิ้มน้อยๆ

            “นี่ๆ รู้มั้ยตอนแรกหากฉันไม่เจอทามาโมะฉันคิดว่าไม่น่าอยู่รอดจนถึงตอนนี้ได้แน่เลย คนในหมู่บ้านน่ะนะน่ากลัวสุดๆ!”

            “ฉันเองก็คิดว่าอาจจะติดอยู่แต่ในอาณาเขตต้องห้ามตลอดไปซะอีก”

            มิโกะสาวทำหน้างุนงง “ไหงงั้นล่ะ?”

            “ก็โดนโซ่คล้องไว้กับต้นไม้น่ะสิ แต่พอสิบวันต่อมาก็ได้ออกมาจากที่นั่นจนได้พบกับทุกคน”เมื่อนึกถึงวันวานอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความสุข

            รู้สึกโชคดีนักที่เปิดใจถึงได้พบกับเพื่อนที่แสนดีในชีวิตนี้...

            ไม่สิ... ไม่ใช่แค่เพื่อน

            ยังมีเขา...

            เพราะได้พบกับเขาที่นั่น...

            เธอถึงเปิดใจรับความรู้สึกนั้นกลับมาอีกครั้ง...

            ตึก... อายาโกะกับอิรินาหยุดเดินเมื่อถึงบริเวณที่มีเถาวัลย์ปกคลุมเส้นทางก้าวมายืนขวางพริสทีนเอาไว้จนเธอฉงนเล็กน้อย

            อายาโกะยกยิ้มให้เธอ “คำถามของฉันกับอิรินาคือ...เธอมีความสุขกับโลกนี้มั้ย”

            มันช่าง...เป็นคำถามที่ง่ายดายนัก

            “มีสิ...”

            สองสาวมองหน้ากันก่อนยื่นคอร์นฟลาวเวอร์ให้แก่เธอ“ดอกนี้เหมือนดอกของชิอินะ ชื่อภาษาญี่ปุ่นของมันคือ ยากูรุมากิคุ(Yagurumagiku) ...”

            พริสทีนยื่นมือไปรับดอกไม้นั้นมา แม้ไม่เข้าใจแต่ก็ไม่เอ่ยปากถามอายาโกะมองหน้ากับอิรินาก่อนใช้มือแหวกเถาวัลย์เปิดทางให้เธอเข้าไปภายใน

            สองเท้าก้าวผ่านม่านเถาวัลย์ที่ปิดลงหลังเธอผ่านออกมาบริเวณนี้เปลี่ยนไปจนเธอแทบจำไม่ได้เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าแฟรี่บินผ่านมารายล้อมเธอกระซิบบอกให้ก้าวเดินไปข้างหน้า...

            เธอยังคงเดินตรงไปผ่านเส้นทางที่คุ้นเคยจนกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ลอยมาเตะจมูก นั่นทำให้เธอยิ่งเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้น...!

            สถานที่ตรงหน้าที่คุ้นเคยแปรเปลี่ยนไปจนดวงตากลมโตสีแดงเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจ...ดอกไม้หลากนานาพันธุ์ประดับตกแต่งไปทั่วบริเวณไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่เธอรู้จักและดอกไม้ที่แปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อนรายล้อมราวกับว่าเธออยู่ในเทศกาลดอกไม้งามร่างกายนำพาก้าวผ่านทางเดินหินลอยได้เชื่อมไปยังต้นไม้ใหญ่ซึ่งทอแสงสว่างจากหิ่งห้อยงดงามจนยากจะลืมเลือนโดยเฉพาะกุหลาบสีแดงที่ปลูกรายล้อมจนลานตา จนไนกีกล่าวว่ามันมีทั้งหมด... 9,999ดอก...

            เพราะมัวแต่จับจ้องภาพตรงหน้าจึงไม่ทันเอะใจว่ามีใครบางคนเดินมาข้างหลังเมื่อใกล้มากพอทำให้เธอรู้สึกตัว พริสทีนจึงรีบหันไปมอง

            จนพบกับไลแคนหนุ่มในรูปลักษณ์ที่แท้จริงและในชุดที่ดูคุ้นตา...ชุดที่อีกฝ่ายเคยสวมในคืนเทศกาลขอบคุณพระเจ้าประจำเมืองลับแลที่ไม่เคยเห็นอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้นหลังจากเทศกาลครั้งนั้นเดฟไกส์ก็เปลี่ยนไปใส่ชุดอื่นแทนตอนเด็กพริสทีนเคยคิดว่ามันเท่ห์และดูดีมากเหมาะสมกับอีกฝ่ายนัก

            ทว่ายามนั้นเธอยังไม่รู้สึกอะไร จนตอนนี้เธอยอมรับจริงๆ...ว่ามันเหมาะสมกับเดฟไกส์มากจริงๆ

            มากพอจะทำให้ใบหน้าแดงระเรื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย...

            “มาถึงด่านสุดท้ายซะทีนะเจ้าน่ะ”

            “อ่า..อื้อ เดฟเป็นคนถือรางวัลเหรอ?”

            “จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิงน่ะนะ... เพราะเดิมทีเกมนี่ข้าเป็นคนคิดแต่ให้ยัยมิโกะนั่นเป็นคนช่วยอีกแรง.... ถึงได้ใช้เวลาถึงหนึ่งอาทิตย์ไง...”

            พริสทีนพยักหน้าเล็กน้อย “แล้ว...คำถามล่ะ”

            “ก่อนจะเริ่มคำถาม...” เขากระแอมไอเล็กน้อย“เจ้า...เข้าใจความหมายก่อนหน้านี้หรือยัง...”

            “ไม่เลย ไม่เข้าใจเลยซักนิด” เธอหัวเราะแห้งๆ

            เดฟไกส์ยกยิ้มเล็กน้อย “คำถามของข้ามีสามข้อ ข้อแรก... เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้คือวันอะไร...”

            เป็นคำถามที่เธอเลือกที่จะส่ายหัว...ไม่อยากตอบกวนประสาทว่าเป็นวันจันทร์หรือวันศุกร์ให้อีกฝ่ายโวยใส่เธอจำไม่ได้จริงๆ

            “ขอยอมแพ้ได้มั้ยข้อนี้”

            “งั้นฟังเฉลยให้ดี...” เขานิ่งไปสักพัก...“วันนี้...คือวันที่ข้ากับเจ้าได้พบกันครั้งแรก...”

            คำตอบนั้นทำให้เธอนิ่งงัน เธอจำไม่ได้จริงๆ...เพราะตอนนั้นยังไม่มีปฏิทิน และเธอยังไม่เริ่มนับหรือคำนวณวันเวลาเลยสักนิด

            ทว่า... ถึงแม้เธอจะลืมวันที่พบกัน...

            แต่เธอไม่เคยลืมเหตุการณ์ในวันนั้น...

            “อา... จำได้แล้ว...วันที่โดนตะคอกใส่แถมโดนไต่ถามว่าทำไมถึงมาอยู่ที่ต้นไม้นี่ อ้อใช่ยังโดนตรวจสอบอีกต่างหาก” พริสทีนขำเล็กๆ

            “ก็จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง เล่นอยู่ในที่ต้องห้ามแบบนั้น”

            “นั่นสินะ” เธอยกยิ้มบางเบา “เป็นวันแรกที่ได้พบเดฟ....คนที่ทำให้การมีชีวิตในโลกใหม่นี้ไม่เคยน่าเบื่อเลย...”

            ไลแคนหนุ่มยกยิ้ม “ข้าต่างหากที่ควรเป็นคนพูดคำนั้นเพราะข้าได้พบกับเจ้า...ตัวข้าถึงได้พบเจอสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยคาดคิดและเคยพบเจอมาก่อน...

            ข้าได้สหายที่เหมือนจะดูไม่สนิทกันแต่พวกนั้นก็ไม่เคยทอดทิ้งและคอยช่วยเหลือข้าตลอดแม้ไม่ทราบถึงตัวตนที่แท้จริง

            ข้าได้ออกเดินทางไปนอกมหาพงไพรวีลิธในขณะที่ราชันย์ไลแคนตนอื่นยามดำรงตำแหน่งยังไม่สามารถก้าวออกไปได้ผ่านเหตุการณ์หลายอย่างที่ไม่คาดฝันมาก่อน มันสนุกมากจนยากจะลืมเลือน

            ข้าได้รับรู้ถึงความเป็นไปของโลกใบนี้ว่ามันเคยพบเจอกับสิ่งใดประสบเหตุการณ์อะไรมาถึงได้สูญสิ้นแม้เจ็บปวดแต่นั่นก็ทำให้ข้าได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้

            และข้า...ก็ได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อปกป้องคนสำคัญและอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอมา...

            เจ้าเข้ามาทำให้ชีวิตของข้าไม่น่าเบื่ออีกต่อไป... ข้าขอบคุณจริงๆ....”

            สบสายตากับดวงตาเรียวคมสีฟ้างดงามจนทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นจนแทบหลุดออกมาจากอก

            อา... สายตานั่น อันตรายจริงๆ... อันตรายต่อใจเธอเหลือเกิน...

            ทั้งที่ตอนมีคนรักในอดีต ยังไม่รู้สึกถึงขนาดนี้มาก่อนแท้ๆ...

            “คำถามสุดท้าย.... น่าจะง่ายสำหรับเจ้า”

            “อะ อืม ว่ามาเลย...”

            “คำว่า ‘ข้า’ ในภาษาโบราณ... หรือภาษาอังกฤษ คืออะไร”

            “อ่า... ME น่ะ”

            ชายหนุ่มพยักหน้า “ส่วนข้อที่สามข้าขอให้เจ้านำคำข้างหน้าของดอกไม้ทุกดอกที่ข้าฝากยัยมิโกะนั่นแจกจ่ายให้ทุกคนมารวมกันรวมถึงเจ้าคำว่า ME...”

            พริสทีนนิ่งเงียบไปซักพัก คำนำหน้าเหรอ...?

            หยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาจากกระเป๋าข้างเอว ลองเขียนเรียบเรียงอีกครั้งบวกกับสิ่งที่ฟีเรกับไลรอนบอกในตอนแรกและอีกหลายข้อจากคำบอกเล่าเขียนเรียบเรียงใส่ลงในสมุดเล่มเล็กทีละชนิดจนครบเมื่ออ่านทวนดูเป็นอันชะงักมือไม้สั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าเริ่มแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่

            ไม่คิด... ว่าเขา... จะวางแผนแบบนี้ไว้...

            ไม่ทัน ได้เตรียมใจจริงๆ....

            ไลแคนหนุ่มที่เห็นว่าเธอนิ่งเงียบไปไม่ได้รู้สึกใจหายเขารู้สึกตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ ก่อนเอ่ยปากทวนชื่อดอกไม้เหล่านั้นอย่างเชื่องช้าพลางบอกความหมายของมันให้เธอฟังด้วยความใจเย็น...

    “

            Wallflower เพื่อสื่อให้เห็นถึงความซื่อสัตย์แม้ในช่วงเวลายากลำบาก...

            Ivy เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความซื่อสัตย์และความมั่นคงในรัก

            Lavender

            Lavender เพื่อสื่อถึงความทรงจำที่งดงามของเจ้ากับข้า...

            ”

            W I L L

    “

            Yuri หรือดอกลิลลี่สีชมพูเพื่อต้องการสื่อความหมาย...ว่าที่สุดของหัวใจที่ข้าตามหาคือเจ้า

            Orachid แสดงถึงความกล้าหาญ และความแข็งแกร่งที่ข้าเห็นในตัวเจ้ามาตลอดหลายปี

            Ursinia อันมีความหมายถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่ข้ามีให้

    ”

            Y O U

    “

            Magnolia ยิ่งเหมาะสมกับเจ้านักแม้ว่าภายนอกจะดูอ่อนแอแต่ภายในช่างแข็งแกร่ง ทุกครั้งที่ข้าเห็นเจ้ายืนหยัดได้ข้ายิ่งหลงใหลเจ้ามากขึ้น

            Azalea หรือกุหลาบพันปีที่ข้าเลือกดอกนี้เพราะมีความหมายหนึ่งที่ข้าอยากบอกเจ้าตลอดคือได้โปรดดูแลตัวเองเพื่อข้า...

            Rose กุหลาบสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของรัก ว่าความรักของข้านั้นไม่มีวันจืดจางไปจากหัวใจ

            Rose กุหลาบสีม่วงเพื่อบ่งบอกว่าเพียงแค่เจอกันครั้งแรกก็มิอาจละสายตาไปจากตัวเจ้าได้อีกแล้ว

            และสุดท้าย....

            Yagurumagiku หรือดอกคอร์นฟลาวเวอร์เพื่อสื่อถึงตัวตนของเจ้า แม้ดูแข็งแกร่งแค่ไหน อย่างไรเจ้าก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่บอบบางและอ่อนโยน...

    ”

            M A R R Y

             

            หากเรียบเรียงรวมกับคำว่า ME ในคำถามสุดท้าย...

             

    ‘  W I LL   Y O U   M A R R Y   M E  ’

             

            เมื่อมาถึงตรงนี้สาวผมเงินน้ำตาคลอ เธอ...ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย...

            ไม่ได้เตรียมใจไว้จริงๆว่าจะเจอกับเหตุการณ์นี้ด้วยซ้ำ...

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้อีกฝ่ายคุกเข่าลงยื่นกล่องแหวนที่เปิดออกจนเห็นแหวนเพชรเม็ดงามข้างใน

            “แต่งงานกับข้านะ... พริสทีน...”

            น้ำสีใสไหลอาบใบหน้า ยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นอย่างห้ามไม่ได้...ไม่ได้เสียใจเลยแม้แต่น้อย เธอดีใจมาก... ดีใจมากๆด้วยซ้ำดีใจจนไม่รู้จะพูดอะไรออกไปนอกจากสะอื้นไห้ จะว่าอย่างไรดี... ครั้งหนึ่งในชีวิตไม่ว่าใครก็เคยวาดฝันอยากแต่งงานกับคนที่ตนรัก...

            เหมือนฝันที่เป็นจริง แม้มันจะข้ามขั้นตอนการขอเป็นแฟนเลยก็ตามที...

            แต่แล้วอย่างไรเล่า... ช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันมันมากเกินพอที่จะเป็นแฟนแล้ว...ทั้งยามทุกข์ ยามเศร้า ยามสนุกหรือยามลำบาก เขาคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา...

            มันมากพอที่จะทำให้เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ....

            “ยินดี... มาก... ค่ะ...”

            จะให้เธอปฏิเสธได้อย่างไร...

            ในเมื่อหัวใจดวงนี้ยกให้ชายหนุ่มตรงหน้าไปหมดแล้ว...

            คำตอบนั้นทำเอาชายหนุ่มยิ้มกว้างหยิบแหวนขึ้นมาบรรจงสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายอันสั่นเทาก่อนลุกขึ้นสวมกอดร่างบางที่สั่นเทา

            “ขี้แยซะจริงเลยนะเจ้าน่ะ”น้ำเสียงหยอกล้อขบขันหมายอยากให้เธอยิ้มออก ปรากฏว่าโดนทุบเบาๆเป็นคำตอบเสียอย่างนั้น“อะไรเล่า ข้าพูดผิดรึไง”

            “ตาบ้า.. ฮึก.... ทำอะไร... ไม่ถูกแล้วเนี่ย...” สะอื้น มือก็ทุบอกอีกฝ่ายเบาๆเป็นการลงโทษที่ทำให้เธอร้องไห้ไม่หยุด“ข้ามขั้นตอนไม่พอ... ยังทำฉันร้องไห้อีก.. แย่ แย่ที่สุดเลย”

            “ข้าไม่สนแล้วใครมันจะทำไม ยังไงเจ้าก็ตกลงอยู่ดี”

            อย่างน้อยคำนินทาพวกนั้นก็ไม่เป็นผลกับเขาอีกแล้ว!

            “เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าเหนื่อยขนาดไหน ไปสรรหาดอกไม้ ง่วนอยู่แต่ในห้องสมุดของเจ้าด็อกเตอร์ของยัยอิรินาเพื่อหาความหมายของดอกไม้พวกนั้นที่เหมาะกับเจ้ามากที่สุดแถมยังเป็นคนขนมาที่นี่คนเดียวด้วยนะ ต้องเรียนเจ้าภาษาอังกฤษนั่นด้วยทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้าตอบตกลงเลยนะรู้ไหม”

            “บ้าจริงๆนั่นแหล่— !! ว้าย!!”

            บ่นด่าอยู่ดีๆอีกฝ่ายก็ปล่อยแล้วอุ้มเธอโดยไม่ทันตั้งตัวทำเอาน้ำตาหยุดไหลฉับพลันแถมยังหมุนไปมาจนเธอต้องเกาะบ่าอีกฝ่ายแน่นเพราะกลัวตกเสียอย่างนั้นแถมยังหัวเราะชอบใจเสียงดังอีกต่างหากพอเห็นหน้าที่อยากจะด่าแต่ด่าไม่ได้นี่น่ะ ใจก็นึกอยากจะดุสักทีแต่พอเห็นรอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความสุขนั่นสุดท้ายเธอก็หัวเราะตามจนได้

            เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้อายาโกะกับอิรินาที่แอบอยู่หลังเถาวัลย์นั้นตามมาดู พอเห็นภาพทั้งสองหมุนตัวกอดกันไปมาทำให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีก็รีบถอยห่างออกมา...และแอบกลับไปหมู่บ้านกันเงียบๆ ปล่อยให้ทั้งสองใช้เวลาส่วนตัวร่วมกันเพียงลำพัง...

            เมื่อหมุนรอบนี้จบชายหนุ่มก็ซุกกอดเธอเสียแน่น

            ดีใจ ดีใจจริงๆที่ไม่ถูกปฏิเสธ...

            ตอนเห็นพริสทีนเงียบไป เขานึกว่าจะถูกปฏิเสธเพราะข้ามขั้นตอนเสียแล้วแต่เมื่อเธอเลือกที่จะรับรักยิ่งทำเอาหัวใจพองโตกว่าเดิม

            นี่สินะความรัก...

            มันช่างมีความสุขอะไรขนาดนี้

            “เจ้าชอบรางวัลใหญ่ชิ้นนี้ไหมพริสทีน...”

            เธอเงียบไปสักพัก “ชอบสิ... ชอบมากเลย...”

            มันช่างเป็นรางวัลใหญ่ที่คาดไม่ถึงจริงๆ...

            คำตอบนั้นทำให้ไลแคนหนุ่มยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวซุกอีกฝ่ายกว่าเดิม

            “ข้ารักเจ้า... รักเจ้าเหลือเกินพริสทีน...”

            สาวผมเงินนิ่งไปเล็กน้อยคลี่ยิ้มกว้างใช้สองมือประคองใบหน้าเดฟไกส์ขึ้นมาสบตาตนเอง“ฉันก็รักนาย.. รักมากๆเลยด้วย...”

            สิ้นคำทั้งสองยิ้มให้แก่กันอีกครั้ง พริสทีนเป็นฝ่ายก้มหน้าลงไปใกล้จนหน้าผากสัมผัสกับหน้าผากของชายหนุ่มจนอดยิ้มขำให้กันไม่นานริมฝีปากบางก็ประทับลงบนปากของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแผ่วเบา...

            ท่ามกลางสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรักและการพบพาน...

             

             

             

             

    ++++++++++++++++++++++

    อ้ากกกกกกกกกก ในที่สุดดดดดดดดดดดดด

    ในที่สุดเราก็พบว่าฉากขอแต่งงานนั้นยากพอๆกับฉากต่อสู้55555555

    ในที่สุดก็ขอแต่งงานแล้ววววว เพื่อนๆไม่บ่นแล้วเนาะ!!!!

    ส่วนตอนต่อไปหลายคนก็คงเดาได้แล้วแหล่ะ

    แต่งงานไง! 55555

     

    ปล.ลบแล้วก็เขียนใหม่ 4 รอบได้เพราะไม่ถูกใจ คืออันนี้คิดว่าโอเคสุดแล้วที่เขียนมาเลยออกมาช้ามาก5555

    คล้ายกับเรื่อง【Perfect Life】 ที่คุณอ่าน