68 – รางวัลชิ้นใหญ่
หลังงานแต่งงานของราชันย์มังกรแห่งความมืดเคออสกับปีศาจสาววาเนสซ่าสิ้นสุดลงราชันย์ไลแคนสีครามตัดสินใจกักตัวเองอยู่แต่ในห้องทำงานของเมืองลับแลโดยมีราชินีดรายแอดเทียร่าคอยช่วยอยู่ข้างกาย
“แบบนี้คิดว่าไง” เดฟไกส์หยิบกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา
เทียร่าส่ายหน้า “คิดว่าไม่เหมาะไม่ควร”
“นี่ล่ะ!!” หยิบอีกใบขึ้น
นางก็ยังคงส่ายหน้าเป็นเชิงไม่ผ่าน
“นี่!”
ไม่ผ่าน
“อันนี้!!”
ไม่ผ่าน
“เรื่องมากนัก อันนี้เป็นไง!!” หยิบใบกระดาษที่ยับสุดออกมากางต่อหน้า
ราชินีดรายแอดตาโตเป็นประกาย “อันนี้ดีค่ะ!!”
“จริงดิ... ข้าว่ามันค่อนข้าง...เสี่ยง”
“เสี่ยงแต่คุ้มก็ถือว่าดีนะคะท่านเดฟไกส์” ยิ้มบาง“ยังไงในอนาคตภายภาคหน้าพวกท่านต้องอยู่ร่วมกันช่วยเหลือกันไปอีกนานนะคะ”
ไลแคนหนุ่มถอนหายใจมองข้อความบนใบกระดาษนั่นเจ้ากระดาษแผ่นนี้เขาเขียนไว้แผ่นแรก เพราะเห็นว่ามันดูเสี่ยงเลยขยำทิ้งเขียนแผ่นใหม่ใครจะคิดเล่าว่าดรายแอดสาวให้ผ่านกับความคิดนี้
ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยกับสิ่งที่คิดว่ากำลังจะเกิดขึ้น “รีบไปเชิญ‘นาง’ มา...”
ยอมเสี่ยงดูก็ได้(ฟะ)!
“น้อมรับคำสั่งค่ะ”
◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌
ผ่านมาได้หนึ่งอาทิตย์ สาวผมเงินกลับขึ้นห้องนอนบนเตียงกว้างหลังปิดร้านเรียบร้อยวันนี้ทั้งวันพริสทีนใช้เวลาไปกับการทำงานที่ร้านของวาเนสซ่าแทนเจ้าหล่อนที่ต้องไปเข้าคอร์สการเตรียมตัวการเป็นคุณแม่กับสาวๆในเมืองส่วนผู้เป็นพ่ออย่างเคออสยังต้องไปทำงานช่วยราชันย์มังกรแห่งนภาลูเจที่อาณาจักรท้องฟ้าอยู่
กระนั้นเขาก็มักบินไปกลับมานอนที่นี่กับภรรยาตนเองไม่เคยค้างที่อาณาจักรท้องฟ้าเลยสักครั้ง
เล่นทำเอาผู้เป็นพี่ชายคนโตเศร้าไม่ใช่น้อย
พริสทีนแอบขำเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเมื่อสามวันก่อนที่น้องชายของตนกลับมาเร็วและถูกชวนให้ไปร่วมเรียนกับพวกคุณพ่อมือใหม่เธอใช้เวทแอบส่องน้องชายเพราะกลัวจะเข้ากับใครไม่ได้ยังไงซะเขาก็เป็นถึงราชันย์มังกรแห่งความมืดที่ทุกคนหวาดกลัว
ทว่า...เมื่อได้เห็นภาพสะท้อนบนกระจกนั่นทำให้เธอรู้ว่าเธอแค่กังวลมากเกินไปเอง
พวกคุณพ่อมือใหม่กับคนอื่นๆพยายามช่วยสอนวิธีดูแลบุตรของตนเองให้กับอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเองแม้มีบางคนยังหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นตีสนิทที่ดี สำคัญกว่าคือเธอได้เห็นภาพน้องชายตัวเองโก๊ะๆลนลานเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกตอนเรียนเสียด้วย
เรื่องนี้เล่ากี่รอบก็น่าจะทำให้น้องชายเขินได้ตลอดนั่นแหล่ะ
พูดถึงเรื่องน้องชาย ตอนนี้น้องชายคนโตอย่างลูเจยังคงอยู่ที่อาณาจักรท้องฟ้าจัดการปัญหาต่างๆในอาณาจักรเสียใหม่เรียกได้ว่าพวกที่ก่อปัญหาทั้งหมดโดนจัดเก็บเรียบในทันที
ส่วนเรื่องคู่ครองยังไม่มี!
น้องชายคนต่อมา ราชันย์มังกรเพลิงเอลล์กลับไปยังถ้ำกับภรรยาตัวเองเรียบร้อย จดหมายล่าสุดที่ได้เมื่อสามวันก่อนคือตอนนี้อยู่กินกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วตัดปัญหาวุ่นวายใจในอดีตไปหมดและดูเหมือนว่าน้องสะใภ้ของเธอวางมือจากเป็นนักผจญภัยมาเป็นแม่บ้านแทน
เธอเองก็กำลังคาดหวังว่าจะได้อุ้มหลานจากคู่นี้เหมือนกัน~
ต่อมาคือน้องคนสุดท้อง ราชันย์มังกรวารีมาเอล รายนี้เธออยากบอกมากจริงๆเธอห่วงน้องเล็กมาก!! เพราะน้องชายคนนี้ของเธอคือแบบสวย! น่ารัก! ทำเอาเธอเข้าใจแล้วว่าทำไมน้องชายอีกสามคนถึงได้โมโหนักตอนรู้ว่าโดนทำร้าย!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเธอนึกถึงใบหน้าตอนออดอ้อนไม่อยากให้กลับขึ้นมาเบื้องบนอ้อนขอให้อยู่ที่แอตแลนติสต่อ
คือ....พริสทีนเครียดสุดๆไปเลย อ้อนแบบนี้พี่สาวไปไม่เป็นไม่เคยมีน้องชายให้อ้อนมาก่อน!
แต่ก็นะ... หวงไปก็เท่านั้นในเมื่อมีคนข้างกายคอยคุ้มครองปกป้องแล้ว
แถมปกป้องน้องเล็กมาตลอดหลายร้อยปีเลยด้วย
เอาเถอะ ถึง ‘เขา’ จะเป็นเพียงผู้รับใช้แต่ถ้าน้องชายรักเธอก็ไม่ขัดขวางเพราะเรื่องแบบนี้เธอชอบอยู่แล้ว~
ส่วนน้องชายอีกสามคน....ดูแล้วน่าจะไม่ยอมรับอ่ะนะ
สเตลล่าจำต้องกลับไปดินแดนไลท์เอลฟ์เพื่อเรียนรู้การขึ้นเป็นราชินีของเหล่าเอลฟ์เมื่อเข้าพิธีแต่งงานและสถาปนาให้เธอเป็นราชินีเคียงข้างราชาผู้นำของทั้งสองเผ่าจะวางมือลงจากตำแหน่งในทันที
การเป็นปรปักษ์กันมาอย่างยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์...
นับจากนี้ไลท์เอลฟ์และดาร์คเอลฟ์จะอยู่ร่วมกันโดยไม่มีผู้ใดขัดขวางได้...
มิโกะสาวอายาโกะพักอยู่ที่หมู่บ้านเคตลินน์ และเลือกที่จะสร้างบ้านของเธอกับทามาโมะอยู่ที่หมู่บ้านนี้แทนจะกลับไปบ้านเกิด
โดยให้เหตุผลว่า...
‘ที่นั่นแม้จะเป็นบ้านเกิดของฉันถึงสองชาติแต่ว่ายังไงพวกเขาก็หวาดกลัวทามาโมะ ฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสองขึ้นอีกอีกอย่างทุกคนก็รังเกียจฉันที่เห็นวิญญาณ เพราะงั้นอยู่ที่นี่แหล่ะดีที่สุดแล้วจะได้อยู่กับพริสทีนด้วยไง! อ้อใช่ ยังมีชิอินะคุงด้วย ไว้เป็นเพื่อนคุยแก้เหงาได้อยู่นะ~’
ด้วยเหตุผลนี้ทั้งคู่จึงพักอยู่โรงเตี๊ยมชั่วคราวขณะออกร่างสร้างแบบบ้านในฝันกันอยู่
พอนึกๆดู นี่ก็เป็นวันที่ค่อนข้างสบายใจไปอีกวัน
....
ไม่สิ ไม่สบายใจเท่าไหร่
ตลอดเวลาที่ขายของอยู่ที่นี่ หากเป็นเมื่อก่อนวาเนสซ่าจะเป็นฝ่ายโดนขายขนมจีบทว่าตอนนี้แต่งงานรวมถึงตั้งครรภ์เป็นที่เรียบร้อยเป้าหมายใหม่ของพวกลูกค้าชายคือเธอแทนซะอย่างนั้น!
พอไปรับงานที่กิลด์ก็โดนชวนเข้ากลุ่มไม่หยุดพยายามเสนอตัวเองว่ามีฝีมือไม่แพ้ใครจนต้องให้ไนกีช่วยตรวจสอบให้ปรากฏว่าโกหกทั้งเพถ้าไม่ใช่เพราะคนในกลุ่มของเธอทุกคนมีหน้าที่นะป่านนี้คงสบายกว่านี้เลยต้องหันไปพึ่งกลุ่มนักผจญภัยของนักดาบสาวเซน่อนเหมือนเดิม
“น่าหงุดหงิดจังเลยน๊า...”
บ่นพึมพำงึมงำด้วยความเซ็งปนหงุดหงิดเล็กน้อยนี่ก็ครบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เดฟไกส์หายหน้าหายตาไป...
บุกไปหาดีไหมนะ?
อ๊ะ ไม่ได้ๆ เธอส่ายหน้าไปมา ในเมื่อสัญญาไว้แล้วว่าจะรอถ้าบุกไปหานั่นย่อมหมายถึงผิดสัญญา
“เอาไงดีนะเรา...”
ก๊อกๆ ไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพริสทีนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้ดีๆลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูก่อนจะพบกับเจ้าหมาป่าหนุ่มฟีเรเงือกหนุ่มไลรอน และเงือกสาวมาริอา
“มีอะไรเหรอทั้งสามคน”
“เอาจดหมายของยัยมิโกะนั่นมาส่ง เห็นบอกว่าเป็นเกมแก้ปัญหา”
ฟีเรหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้พริสทีนเธอก็รับมาเปิดอ่านเสียตรงนั้น
<
มาเล่นเกมกันเถอะ!!
ถ้าเล่นแล้วเข้าใจความหมายจะได้รับรางวัลที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยนะพริสทีน!
>
บนกระดาษเขียนไว้แบบนั้น
“รางวัล?? รางวัลอะไรน่ะ?”
มาริอาส่ายหน้า “เรื่องนี้พวกเราไม่รู้เลยค่ะ...”
แต่ไลรอนกลับยิ้มกว้าง “แต่อายาโกะบอกข้าว่ามันเป็นของที่น่าตกใจมากกกกกก!!เอาเป็นว่าเล่นมั้ย?”
“อืมมม ก็ดีเหมือนกัน แก้เบื่อได้ จัดมาเลย!”
“งั้นก็ตอบคำถามที่เขียนลงบนกระดาษนี่ซะ”
ฟีเรหยิบกระดาษอีกใบออกมากางให้ดู พออ่านจบเป็นอันคิ้วขมวดเล็กน้อยคำถามอะไรล่ะเนี่ย...?
“ภาษาโบราณของโลกเราคือภาษาอะไร?”
จะว่ายังไงดี ค่อนข้าง....ง่าย...ล่ะมั้ง
“ว่าไง ตอบว่าอะไร?”
“อ่า...ภาษาอังกฤษ” เพราะมันเป็นภาษาโบราณที่ไม่ว่าใครก็อ่านไม่ออก
“เออ แค่นั้นแหล่ะ”
ว่าจบฟีเรก็ยื่นดอกไม้ให้เธอหนึ่งดอกจากการตรวจสอบมันคือดอกวอลล์ฟลาวเวอร์(Wallflower) สีชมพูอ่อน
บอกตามตรงนี่เป็นครั้งแรกที่ฟีเรรู้ว่าภาษาโบราณที่พวกเขาอ่านไม่ออกนั่นมีชื่อว่า‘อังกฤษ’ จากปากของอายาโกะ มันค่อนข้างแปลกหูและพูดยากพอควร แถมยังเข้าใจยากด้วย
“เก็บไว้ให้ดีด้วย จำไว้!!” หมาป่าหนุ่มกำชับ
“จ้าๆ” รับมาเก็บใส่กระเป๋าข้างเอว
“ต่อไปตาข้ากับมาริอา!” ไลรอนขยับหยิบกระดาษอีกแผ่นออกมา “มีคนสามคนยืนเรียงกันคนนำหน้าเตี้ยมาก! คนตรงกลางสูงขึ้นมาหน่อย คนข้างหลังคือสูงที่สุด คำถามมีอยู่ว่า!!เพื่อกำหนดตัวเอกในการแสดงโดยเลือกจากคนที่อยู่หน้าสุด แต่ต้องทำการจัดแถวเรียงใหม่จากระดับส่วนสูงไปต่ำดังนั้นควรเปลี่ยนใครมาอยู่ข้างหน้าแทนคนที่เตี้ยเพื่อจะได้ถูกเลือกเป็นตัวเอกกันเอ่ย!”
คำถามนี้ทำเอาเธอขำเล็กๆ “มันก็ต้องคนสูงกว่ามาอยู่ด้านหน้าสิเพราะเขาต้องการคนตัวสูงใช่มั้ย”
“ถูกต้องค่ะ” มาริอาปรบมือแปะๆๆ
“ใช่แล้วคนนำหน้าจะได้กลายเป็นพระเอก เชิญรับรางวัลได้เลย~”
ไลรอนยื่นดอกไอวี่ (Ivy) สีม่วงสวยให้พริสทีนเธอก็รับมาเก็บใส่กระเป๋าข้างเอว
“เก็บไว้ให้ดีๆเหมือนกันนะพริสทีนเพราะว่ามันสำคัญต่อการเล่นด่านต่อไปมากๆเลย อ้อใช่ ดอกไม้ทุกดอกนั้นต้องเป็นภาษาโบราณนะ!”
“หา?”
“ดอกไม้พวกนี้อายาโกะเป็นคนเลือกมาแจกให้พวกเรามอบให้เป็นรางวัลค่ะและฝากบอกพริสทีนด้วยว่ามันคือภาษาโบราณและไม่ต้องสนเรื่องสี”
“อ่า...เข้าใจแล้ว”
เข้าใจบ้าอะไรล่ะ! ไม่เข้าใจเลยซักนิด!
“เป้าหมายต่อไปที่จะได้ดอกไม้คือยัยเอลฟ์นั่นไปหาที่ดินแดนเอลฟ์เองละกัน อ้อใช่! ต้องหาให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้เท่านั้นด้วยเพราะเกมมีจำกัดแค่วันพรุ่งนี้รีบทำแล้วไปรับรางวัลจากยัยนั่นที่หมู่บ้านซะ!” ฟีเรกำชับอีกที
“เข้าใจแล้ว มั่นใจได้เลยว่ารางวัลใหญ่นี่ฉันไม่พลาดแน่!”
“หึ ทำให้ได้อย่างที่ว่าละกัน”
“งั้นพวกเราขอตัวนะพริสทีน ไว้เจอกัน~”
“เจอกันจ้ะ” โบกมือให้ทั้งคู่ที่ขอตัวเธอก็กลับเข้าห้องไปนั่งบนเตียง มือแตะกระเป๋าข้างเอวตนเบาๆด้วยความสงสัยทำไมต้องเล่นเกมแล้วได้ดอกไม้มาด้วย หรือมันมีความหมายอะไร
“ไนกี เธอพอเข้าใจไหม?”
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: เข้าใจค่ะแต่ดิฉันไม่สามารถบอกได้ พระเจ้าท่านเองก็นั่งยิ้มบอกว่าเป็นรางวัลที่น่าสนใจค่ะและยังสั่งให้ดิฉันห้ามช่วยท่านนอกจากสะกดชื่อดอกไม้ในภาษาอังกฤษ ขออภัยจริงๆค่ะ
“ไม่เป็นไรๆ ฉันไม่มีปัญหาอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ”
เพราะตอนนี้เธอต่างหากที่ต้องคิดมาก
พระเจ้าท่านเล่นพูดแบบนี้ยิ่งต้องสงสัยเป็นธรรมดาว่ารางวัลที่จะได้รับคืออะไรกันแน่สงสัยตอนนี้ไปก็เท่านั้น ถอนหายใจไปอาบน้ำและเข้านอนเตรียมพร้อมเดินทางไปหาสเตลล่าตั้งแต่เช้า
เช้าวันใหม่มาถึง พริสทีนตื่นขึ้นมาจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเปิดเกทวาร์ปไปหาสเตลล่าที่อาณาจักรเอลฟ์เอลฟ์ทั้งหลายก้มหัวต้อนรับเธอเป็นอย่างดีก่อนพาเธอไปหาองค์หญิงน้อยของพวกตนจนมาถึงห้องรับรองสเตลล่ากำลังรออยู่ ข้างกันคือดาร์คเอลฟ์ลูเธียน
“พริสทีน~” เอลฟ์สาววิ่งไปกอดเพื่อนสนิท “คิดถึงจังเลย”
“คิดถึงเหมือนกันจ้า แล้ววว...การฝึกเป็นราชินีสบายมั้ยสเตลล่า”
“งื้อออ ไม่สบายเลยซักนิด! มันยากมากเลย!”สเตลล่าแอบงอแงเล็กน้อยเมื่อโดนถามจี้ปม
ดาร์คเอลฟ์หนุ่มกระแอมไอเล็กน้อย “มาเริ่มเกมกันเลยดีกว่านะ”
สเตลล่าพยักหน้า “มาแข่งยิงธนูกันค่ะพริสทีน!”
เป็นการแข่งที่...ที่เครียดสุดแล้ว!
พริสทีนโดนสเตลล่าลากออกมาที่ลานฝึกยิงธนูของเหล่าเอลฟ์สองสาวแข่งกันยิงธนูกันอย่างไม่ลดละ ไม่ได้เคร่งเครียดมากนัก ผลัดกันยิงผลัดกันชมออกจะสนุกสนานกันซะมากกว่าพริสทีนก็ไม่ถนัดการยิงธนูสักเท่าไหร่แต่ผลก็ออกมาเสมอกับสเตลล่า
“นี่ค่ะรางวัล” สเตลล่ายื่นดอกลาเวนเดอร์ (Lavender) สีม่วงสวยให้เธอสองดอก
“สองดอกเลยเหรอ?”
“ค่ะ สองดอกเลย ต่อไปก็ไปหาชิอินะที่เมืองหลวงนะคะพริสทีนที่ห้องเสื้อผ้าของเชื้อพระวงศ์นะคะ”
พริสทีนเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆหลังผ่านด่านแต่ละด่านที่ห้องเสื้อผ้าของเชื้อพระวงศ์ที่ชิอินะต้องมาทำงานในช่วงนี้คำถามนั้นค่อนข้างง่ายเพียงแค่ยอมให้อีกฝ่ายวัดตัวกับลองชุดจนกว่าเขาจะพอใจก็ได้ดอกลิลลี่สีชมพูมาทว่าภูติหนุ่มกลับย้ำว่าต้องเป็นภาษาบ้านเกิดของตน
ไม่ใช่ลิลลี่ แต่เป็น ยูริ (Yuri)
ต่อมาคือไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิเจตต์และองค์ราชินีเบียทริซเหมือนเป็นการประลองย้อนหลังสมัยก่อนที่ไม่อาจตอบคำถามเลขได้ จนได้รับดอกกล้วยไม้(Orchid) สีแดงมาหนึ่งดอก
สถานที่ต่อมาคือด้านนอกสถานศึกษาที่เธอจบมาโอรีเซียกับลาพิสยืนรออยู่ข้างหน้า ไม่มีคำถามอะไรนอกจากไปกินขนมกันก่อนมอบดอกเออร์ซิเนีย(Ursinia) สีส้มสวยให้
สถานที่ต่อมาคืออาณาจักรท้องฟ้าเมื่อมาถึงน้องชายไม่ว่าเปล่าบ่นโน่นบ่นนี่ระบายความเครียดให้ฟังเพื่อให้เธอลูบหัวปลอบเขาลูเจกล่าวว่าสมัยคุณแม่อยู่เขาชอบให้กอดและลูบหัวแบบนี้ตลอดเวลาที่เขามีเรื่องกังวลใจ...พอพูดถึงตรงนี้เขาก็ยกยิ้ม เมื่อพอใจแล้วก็มอบดอกแมกโนเลีย (Magnolia)ให้
“หากเป็นไปได้ข้าอยากเจอท่านพี่ให้เร็วกว่านี้อีกสักหน่อยเพื่อจะได้ปกป้องท่านได้มากกว่านี้...”
พริสทีนไม่เข้าใจความหมายนั้น ไม่ทันเอ่ยถามลูเจก็ถูกเรียกตัวเขาหันมากอดเธออีกครั้งก่อนบอกให้เดินทางไปหาเอลล์...
ในถ้ำของเอลล์เรียกได้ว่าไม่แปลกใจว่าเหตุใดถึงมีพวกนักผจญภัยชอบบุกเข้ามาขโมยเงินหรือข้าวของในเมื่อรอบถ้ำเต็มไปด้วยแก้วแหวนเงินทองกองท่วมหัวเอลล์ไม่ถามแต่เป็นขอร้องว่าเมื่อใดที่เขามีลูกขอให้เธอเป็นคนตั้งชื่อให้ฝ่ายภรรยาเองก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วยเธอจึงไม่ปฏิเสธ ไม่นานก็ได้รับดอกอาซาเลีย(Azalea) หรือกุหลาบพันปีมา
กลับมาหาเคออสกับวาเนสซ่าที่เมืองอควอเทียท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีอาทิตย์อัสดงคำขอของน้องชายคนนี้ไม่ต่างจากเอลล์เท่าไหร่คือเมื่อมีบุตรคนแรกขอให้เธอเป็นคนตั้งชื่อให้ก่อนได้รับดอกกุหลาบ (Rose) สีแดงมา
เมื่อมาเยือนอาณาจักรแอตแลนติสอีกครั้ง คำขอของมาเอลคือขอหนุนตักเธอให้เธอลูบหัวจนกว่าเขาจะหลับ ความอบอุ่นนี้ทำให้หวนคิดถึงผู้เป็นแม่ทั้งเขาและพี่ลูเจชอบออดอ้อนแย่งกันหนุนตักและผู้ได้รับสิทธิ์นั้นเยอะสุดคือเขาเพราะพี่ชายคนโตมักยอมมาเอลเสมอไม่นาน...เขาก็ผล็อยหลับไปด้วยรอยยิ้ม ผู้รับใช้ข้างกายราชันย์มังกรวารี ซีล ยื่นดอกกุหลาบสีม่วงให้แก่เธอพริสทีนตอนนี้ได้รับกุหลาบสองดอก ก่อนขอตัวกลับโดยให้ซีลมานั่งให้มาเอลหนุนตักแทน
จนถึงตอนนี้เธอยังไม่เข้าใจความหมายของดอกไม้พวกนี้แม้แต่น้อย
วู้ม... สาวผมเงินก้าวออกมาจากเกทเบื้องหน้าของเธอคือหมู่บ้านเคตลินน์ ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นยามราตรีเมื่อถามจากซิลเวอร์ทำให้ทราบว่าทั้งสองคนนั้นกำลังรออยู่อีกทีทำให้เธอรีบร่ายเวทเร่งความเร็วให้ตนเอง ยามนี้รั้วไม้ขวางกั้นเส้นทางแล้วทำให้ไม่ต้องก้าวข้ามผ่านทางทะเลสาบอีกสองเท้าเร่งวิ่งก้าวข้ามผ่านทุกอย่าง
จนกระทั่งมาถึงหน้าปากทางเข้าอุโมงค์ไปยังเขตต้องห้ามของเธอเข้าไปยังมหาพงไพรวีลิธ ซึ่งมิโกะสาวอายาโกะกับโฮมุนครุสอิรินากำลังยืนรออยู่เบื้องหน้าเธอ...
“นี่คือจบเกมแล้วเหรอ...?”
“ยังไม่จบหรอกจ้ะ” อายาโกะยิ้ม “พวกเราแค่มีหน้าที่พาไปอีกที่หนึ่งเท่านั้นเนอะอิรินา”
อิรินาพยักหน้า “มาเถอะ ถ้าช้ามากกว่านี้ ไม่ดี เร่งความเร็ว กันเถอะ”
สองสาวเดินมาขนาบข้างพริสทีน พากันจูงมือพริสทีนคนละข้างนำพากันเข้าไปด้านในอุโมงค์นั้นตลอดเส้นทางมีแสงจากหิ่งห้อยคอยนำทางทำให้ไม่ต้องหวาดกลัวหรือหลงทางชนกับต้นไม้หรือสะดุดก้อนหินล้มลง
ครั้งสุดท้ายที่พริสทีนมาที่นี่คือวันที่รับรู้ความเป็นไปของโลกใบนี้...
ทางเดินนี้... ยามนี้ช่างงดงามเพราะหิ่งห้อยและดอกมูนไลท์ดรีมดอกไม้แสนงามที่เธอเคยเด็ดมาทัดหูเล่นตอนออกจากเขตต้องห้ามทอประกายสวยงามแข่งกับแสงจันทร์สมชื่อความหมาย
“มันก็นานแล้วเนาะ” อายาโกะเอ่ยขึ้น“ตั้งแต่ที่พวกเรามาอยู่โลกนี้ก็เกือบยี่สิบปีแล้วและสำหรับอมนุษย์เช่นพวกเราก็คงอยู่ด้วยกันไปอีกยาวนานนัก”
เมื่อใดที่อายาโกะแต่งงานกับทามาโมะต้องรับสายเลือดจิ้งจอกเข้าไปในร่างนั่นย่อมหมายถึงนางจะมีชีวิตที่ยืนยาวเฉกเช่นผู้อื่นเป็นเหมือนด้ายแดงพันธนาการเธอและเขาให้อยู่เคียงข้างกันไม่มีวันพรากจากอีกตลอดไป
“นั่นสินะ ยาวนานมากเลยล่ะ”
“ข้าด้วย” อิรินาเอ่ย “หากไม่ได้พบพริสทีน ข้าคง รับใช้เขาคนนั้นไม่ได้พบกับดือกเตอร์แน่...เพราะงั้น ขอบคุณ...”
“ด้วยความยินดีเลย” ยิ้มน้อยๆ
“นี่ๆ รู้มั้ยตอนแรกหากฉันไม่เจอทามาโมะฉันคิดว่าไม่น่าอยู่รอดจนถึงตอนนี้ได้แน่เลย คนในหมู่บ้านน่ะนะน่ากลัวสุดๆ!”
“ฉันเองก็คิดว่าอาจจะติดอยู่แต่ในอาณาเขตต้องห้ามตลอดไปซะอีก”
มิโกะสาวทำหน้างุนงง “ไหงงั้นล่ะ?”
“ก็โดนโซ่คล้องไว้กับต้นไม้น่ะสิ แต่พอสิบวันต่อมาก็ได้ออกมาจากที่นั่นจนได้พบกับทุกคน”เมื่อนึกถึงวันวานอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความสุข
รู้สึกโชคดีนักที่เปิดใจถึงได้พบกับเพื่อนที่แสนดีในชีวิตนี้...
ไม่สิ... ไม่ใช่แค่เพื่อน
ยังมีเขา...
เพราะได้พบกับเขาที่นั่น...
เธอถึงเปิดใจรับความรู้สึกนั้นกลับมาอีกครั้ง...
ตึก... อายาโกะกับอิรินาหยุดเดินเมื่อถึงบริเวณที่มีเถาวัลย์ปกคลุมเส้นทางก้าวมายืนขวางพริสทีนเอาไว้จนเธอฉงนเล็กน้อย
อายาโกะยกยิ้มให้เธอ “คำถามของฉันกับอิรินาคือ...เธอมีความสุขกับโลกนี้มั้ย”
มันช่าง...เป็นคำถามที่ง่ายดายนัก
“มีสิ...”
สองสาวมองหน้ากันก่อนยื่นคอร์นฟลาวเวอร์ให้แก่เธอ“ดอกนี้เหมือนดอกของชิอินะ ชื่อภาษาญี่ปุ่นของมันคือ ยากูรุมากิคุ(Yagurumagiku) ...”
พริสทีนยื่นมือไปรับดอกไม้นั้นมา แม้ไม่เข้าใจแต่ก็ไม่เอ่ยปากถามอายาโกะมองหน้ากับอิรินาก่อนใช้มือแหวกเถาวัลย์เปิดทางให้เธอเข้าไปภายใน
สองเท้าก้าวผ่านม่านเถาวัลย์ที่ปิดลงหลังเธอผ่านออกมาบริเวณนี้เปลี่ยนไปจนเธอแทบจำไม่ได้เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าแฟรี่บินผ่านมารายล้อมเธอกระซิบบอกให้ก้าวเดินไปข้างหน้า...
เธอยังคงเดินตรงไปผ่านเส้นทางที่คุ้นเคยจนกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ลอยมาเตะจมูก นั่นทำให้เธอยิ่งเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้น...!
สถานที่ตรงหน้าที่คุ้นเคยแปรเปลี่ยนไปจนดวงตากลมโตสีแดงเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจ...ดอกไม้หลากนานาพันธุ์ประดับตกแต่งไปทั่วบริเวณไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่เธอรู้จักและดอกไม้ที่แปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อนรายล้อมราวกับว่าเธออยู่ในเทศกาลดอกไม้งามร่างกายนำพาก้าวผ่านทางเดินหินลอยได้เชื่อมไปยังต้นไม้ใหญ่ซึ่งทอแสงสว่างจากหิ่งห้อยงดงามจนยากจะลืมเลือนโดยเฉพาะกุหลาบสีแดงที่ปลูกรายล้อมจนลานตา จนไนกีกล่าวว่ามันมีทั้งหมด... 9,999ดอก...
เพราะมัวแต่จับจ้องภาพตรงหน้าจึงไม่ทันเอะใจว่ามีใครบางคนเดินมาข้างหลังเมื่อใกล้มากพอทำให้เธอรู้สึกตัว พริสทีนจึงรีบหันไปมอง
จนพบกับไลแคนหนุ่มในรูปลักษณ์ที่แท้จริงและในชุดที่ดูคุ้นตา...ชุดที่อีกฝ่ายเคยสวมในคืนเทศกาลขอบคุณพระเจ้าประจำเมืองลับแลที่ไม่เคยเห็นอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้นหลังจากเทศกาลครั้งนั้นเดฟไกส์ก็เปลี่ยนไปใส่ชุดอื่นแทนตอนเด็กพริสทีนเคยคิดว่ามันเท่ห์และดูดีมากเหมาะสมกับอีกฝ่ายนัก
ทว่ายามนั้นเธอยังไม่รู้สึกอะไร จนตอนนี้เธอยอมรับจริงๆ...ว่ามันเหมาะสมกับเดฟไกส์มากจริงๆ
มากพอจะทำให้ใบหน้าแดงระเรื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย...
“มาถึงด่านสุดท้ายซะทีนะเจ้าน่ะ”
“อ่า..อื้อ เดฟเป็นคนถือรางวัลเหรอ?”
“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิงน่ะนะ... เพราะเดิมทีเกมนี่ข้าเป็นคนคิดแต่ให้ยัยมิโกะนั่นเป็นคนช่วยอีกแรง.... ถึงได้ใช้เวลาถึงหนึ่งอาทิตย์ไง...”
พริสทีนพยักหน้าเล็กน้อย “แล้ว...คำถามล่ะ”
“ก่อนจะเริ่มคำถาม...” เขากระแอมไอเล็กน้อย“เจ้า...เข้าใจความหมายก่อนหน้านี้หรือยัง...”
“ไม่เลย ไม่เข้าใจเลยซักนิด” เธอหัวเราะแห้งๆ
เดฟไกส์ยกยิ้มเล็กน้อย “คำถามของข้ามีสามข้อ ข้อแรก... เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้คือวันอะไร...”
เป็นคำถามที่เธอเลือกที่จะส่ายหัว...ไม่อยากตอบกวนประสาทว่าเป็นวันจันทร์หรือวันศุกร์ให้อีกฝ่ายโวยใส่เธอจำไม่ได้จริงๆ
“ขอยอมแพ้ได้มั้ยข้อนี้”
“งั้นฟังเฉลยให้ดี...” เขานิ่งไปสักพัก...“วันนี้...คือวันที่ข้ากับเจ้าได้พบกันครั้งแรก...”
คำตอบนั้นทำให้เธอนิ่งงัน เธอจำไม่ได้จริงๆ...เพราะตอนนั้นยังไม่มีปฏิทิน และเธอยังไม่เริ่มนับหรือคำนวณวันเวลาเลยสักนิด
ทว่า... ถึงแม้เธอจะลืมวันที่พบกัน...
แต่เธอไม่เคยลืมเหตุการณ์ในวันนั้น...
“อา... จำได้แล้ว...วันที่โดนตะคอกใส่แถมโดนไต่ถามว่าทำไมถึงมาอยู่ที่ต้นไม้นี่ อ้อใช่ยังโดนตรวจสอบอีกต่างหาก” พริสทีนขำเล็กๆ
“ก็จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง เล่นอยู่ในที่ต้องห้ามแบบนั้น”
“นั่นสินะ” เธอยกยิ้มบางเบา “เป็นวันแรกที่ได้พบเดฟ....คนที่ทำให้การมีชีวิตในโลกใหม่นี้ไม่เคยน่าเบื่อเลย...”
ไลแคนหนุ่มยกยิ้ม “ข้าต่างหากที่ควรเป็นคนพูดคำนั้นเพราะข้าได้พบกับเจ้า...ตัวข้าถึงได้พบเจอสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยคาดคิดและเคยพบเจอมาก่อน...
ข้าได้สหายที่เหมือนจะดูไม่สนิทกันแต่พวกนั้นก็ไม่เคยทอดทิ้งและคอยช่วยเหลือข้าตลอดแม้ไม่ทราบถึงตัวตนที่แท้จริง
ข้าได้ออกเดินทางไปนอกมหาพงไพรวีลิธในขณะที่ราชันย์ไลแคนตนอื่นยามดำรงตำแหน่งยังไม่สามารถก้าวออกไปได้ผ่านเหตุการณ์หลายอย่างที่ไม่คาดฝันมาก่อน มันสนุกมากจนยากจะลืมเลือน
ข้าได้รับรู้ถึงความเป็นไปของโลกใบนี้ว่ามันเคยพบเจอกับสิ่งใดประสบเหตุการณ์อะไรมาถึงได้สูญสิ้นแม้เจ็บปวดแต่นั่นก็ทำให้ข้าได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้
และข้า...ก็ได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อปกป้องคนสำคัญและอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอมา...
เจ้าเข้ามาทำให้ชีวิตของข้าไม่น่าเบื่ออีกต่อไป... ข้าขอบคุณจริงๆ....”
สบสายตากับดวงตาเรียวคมสีฟ้างดงามจนทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นจนแทบหลุดออกมาจากอก
อา... สายตานั่น อันตรายจริงๆ... อันตรายต่อใจเธอเหลือเกิน...
ทั้งที่ตอนมีคนรักในอดีต ยังไม่รู้สึกถึงขนาดนี้มาก่อนแท้ๆ...
“คำถามสุดท้าย.... น่าจะง่ายสำหรับเจ้า”
“อะ อืม ว่ามาเลย...”
“คำว่า ‘ข้า’ ในภาษาโบราณ... หรือภาษาอังกฤษ คืออะไร”
“อ่า... ME น่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ส่วนข้อที่สามข้าขอให้เจ้านำคำข้างหน้าของดอกไม้ทุกดอกที่ข้าฝากยัยมิโกะนั่นแจกจ่ายให้ทุกคนมารวมกันรวมถึงเจ้าคำว่า ME...”
พริสทีนนิ่งเงียบไปซักพัก คำนำหน้าเหรอ...?
หยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาจากกระเป๋าข้างเอว ลองเขียนเรียบเรียงอีกครั้งบวกกับสิ่งที่ฟีเรกับไลรอนบอกในตอนแรกและอีกหลายข้อจากคำบอกเล่าเขียนเรียบเรียงใส่ลงในสมุดเล่มเล็กทีละชนิดจนครบเมื่ออ่านทวนดูเป็นอันชะงักมือไม้สั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าเริ่มแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่
ไม่คิด... ว่าเขา... จะวางแผนแบบนี้ไว้...
ไม่ทัน ได้เตรียมใจจริงๆ....
ไลแคนหนุ่มที่เห็นว่าเธอนิ่งเงียบไปไม่ได้รู้สึกใจหายเขารู้สึกตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ ก่อนเอ่ยปากทวนชื่อดอกไม้เหล่านั้นอย่างเชื่องช้าพลางบอกความหมายของมันให้เธอฟังด้วยความใจเย็น...
“
Wallflower เพื่อสื่อให้เห็นถึงความซื่อสัตย์แม้ในช่วงเวลายากลำบาก...
Ivy เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความซื่อสัตย์และความมั่นคงในรัก
Lavender
Lavender เพื่อสื่อถึงความทรงจำที่งดงามของเจ้ากับข้า...
”
W I L L
“
Yuri หรือดอกลิลลี่สีชมพูเพื่อต้องการสื่อความหมาย...ว่าที่สุดของหัวใจที่ข้าตามหาคือเจ้า
Orachid แสดงถึงความกล้าหาญ และความแข็งแกร่งที่ข้าเห็นในตัวเจ้ามาตลอดหลายปี
Ursinia อันมีความหมายถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่ข้ามีให้
”
Y O U
“
Magnolia ยิ่งเหมาะสมกับเจ้านักแม้ว่าภายนอกจะดูอ่อนแอแต่ภายในช่างแข็งแกร่ง ทุกครั้งที่ข้าเห็นเจ้ายืนหยัดได้ข้ายิ่งหลงใหลเจ้ามากขึ้น
Azalea หรือกุหลาบพันปีที่ข้าเลือกดอกนี้เพราะมีความหมายหนึ่งที่ข้าอยากบอกเจ้าตลอดคือได้โปรดดูแลตัวเองเพื่อข้า...
Rose กุหลาบสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของรัก ว่าความรักของข้านั้นไม่มีวันจืดจางไปจากหัวใจ
Rose กุหลาบสีม่วงเพื่อบ่งบอกว่าเพียงแค่เจอกันครั้งแรกก็มิอาจละสายตาไปจากตัวเจ้าได้อีกแล้ว
และสุดท้าย....
Yagurumagiku หรือดอกคอร์นฟลาวเวอร์เพื่อสื่อถึงตัวตนของเจ้า แม้ดูแข็งแกร่งแค่ไหน อย่างไรเจ้าก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่บอบบางและอ่อนโยน...
”
M A R R Y
หากเรียบเรียงรวมกับคำว่า ME ในคำถามสุดท้าย...
‘ W I LL Y O U M A R R Y M E ’
เมื่อมาถึงตรงนี้สาวผมเงินน้ำตาคลอ เธอ...ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย...
ไม่ได้เตรียมใจไว้จริงๆว่าจะเจอกับเหตุการณ์นี้ด้วยซ้ำ...
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้อีกฝ่ายคุกเข่าลงยื่นกล่องแหวนที่เปิดออกจนเห็นแหวนเพชรเม็ดงามข้างใน
“แต่งงานกับข้านะ... พริสทีน...”
น้ำสีใสไหลอาบใบหน้า ยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นอย่างห้ามไม่ได้...ไม่ได้เสียใจเลยแม้แต่น้อย เธอดีใจมาก... ดีใจมากๆด้วยซ้ำดีใจจนไม่รู้จะพูดอะไรออกไปนอกจากสะอื้นไห้ จะว่าอย่างไรดี... ครั้งหนึ่งในชีวิตไม่ว่าใครก็เคยวาดฝันอยากแต่งงานกับคนที่ตนรัก...
เหมือนฝันที่เป็นจริง แม้มันจะข้ามขั้นตอนการขอเป็นแฟนเลยก็ตามที...
แต่แล้วอย่างไรเล่า... ช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันมันมากเกินพอที่จะเป็นแฟนแล้ว...ทั้งยามทุกข์ ยามเศร้า ยามสนุกหรือยามลำบาก เขาคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา...
มันมากพอที่จะทำให้เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ....
“ยินดี... มาก... ค่ะ...”
จะให้เธอปฏิเสธได้อย่างไร...
ในเมื่อหัวใจดวงนี้ยกให้ชายหนุ่มตรงหน้าไปหมดแล้ว...
คำตอบนั้นทำเอาชายหนุ่มยิ้มกว้างหยิบแหวนขึ้นมาบรรจงสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายอันสั่นเทาก่อนลุกขึ้นสวมกอดร่างบางที่สั่นเทา
“ขี้แยซะจริงเลยนะเจ้าน่ะ”น้ำเสียงหยอกล้อขบขันหมายอยากให้เธอยิ้มออก ปรากฏว่าโดนทุบเบาๆเป็นคำตอบเสียอย่างนั้น“อะไรเล่า ข้าพูดผิดรึไง”
“ตาบ้า.. ฮึก.... ทำอะไร... ไม่ถูกแล้วเนี่ย...” สะอื้น มือก็ทุบอกอีกฝ่ายเบาๆเป็นการลงโทษที่ทำให้เธอร้องไห้ไม่หยุด“ข้ามขั้นตอนไม่พอ... ยังทำฉันร้องไห้อีก.. แย่ แย่ที่สุดเลย”
“ข้าไม่สนแล้วใครมันจะทำไม ยังไงเจ้าก็ตกลงอยู่ดี”
อย่างน้อยคำนินทาพวกนั้นก็ไม่เป็นผลกับเขาอีกแล้ว!
“เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าเหนื่อยขนาดไหน ไปสรรหาดอกไม้ ง่วนอยู่แต่ในห้องสมุดของเจ้าด็อกเตอร์ของยัยอิรินาเพื่อหาความหมายของดอกไม้พวกนั้นที่เหมาะกับเจ้ามากที่สุดแถมยังเป็นคนขนมาที่นี่คนเดียวด้วยนะ ต้องเรียนเจ้าภาษาอังกฤษนั่นด้วยทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้าตอบตกลงเลยนะรู้ไหม”
“บ้าจริงๆนั่นแหล่— !! ว้าย!!”
บ่นด่าอยู่ดีๆอีกฝ่ายก็ปล่อยแล้วอุ้มเธอโดยไม่ทันตั้งตัวทำเอาน้ำตาหยุดไหลฉับพลันแถมยังหมุนไปมาจนเธอต้องเกาะบ่าอีกฝ่ายแน่นเพราะกลัวตกเสียอย่างนั้นแถมยังหัวเราะชอบใจเสียงดังอีกต่างหากพอเห็นหน้าที่อยากจะด่าแต่ด่าไม่ได้นี่น่ะ ใจก็นึกอยากจะดุสักทีแต่พอเห็นรอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความสุขนั่นสุดท้ายเธอก็หัวเราะตามจนได้
เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้อายาโกะกับอิรินาที่แอบอยู่หลังเถาวัลย์นั้นตามมาดู พอเห็นภาพทั้งสองหมุนตัวกอดกันไปมาทำให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีก็รีบถอยห่างออกมา...และแอบกลับไปหมู่บ้านกันเงียบๆ ปล่อยให้ทั้งสองใช้เวลาส่วนตัวร่วมกันเพียงลำพัง...
เมื่อหมุนรอบนี้จบชายหนุ่มก็ซุกกอดเธอเสียแน่น
ดีใจ ดีใจจริงๆที่ไม่ถูกปฏิเสธ...
ตอนเห็นพริสทีนเงียบไป เขานึกว่าจะถูกปฏิเสธเพราะข้ามขั้นตอนเสียแล้วแต่เมื่อเธอเลือกที่จะรับรักยิ่งทำเอาหัวใจพองโตกว่าเดิม
นี่สินะความรัก...
มันช่างมีความสุขอะไรขนาดนี้
“เจ้าชอบรางวัลใหญ่ชิ้นนี้ไหมพริสทีน...”
เธอเงียบไปสักพัก “ชอบสิ... ชอบมากเลย...”
มันช่างเป็นรางวัลใหญ่ที่คาดไม่ถึงจริงๆ...
คำตอบนั้นทำให้ไลแคนหนุ่มยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวซุกอีกฝ่ายกว่าเดิม
“ข้ารักเจ้า... รักเจ้าเหลือเกินพริสทีน...”
สาวผมเงินนิ่งไปเล็กน้อยคลี่ยิ้มกว้างใช้สองมือประคองใบหน้าเดฟไกส์ขึ้นมาสบตาตนเอง“ฉันก็รักนาย.. รักมากๆเลยด้วย...”
สิ้นคำทั้งสองยิ้มให้แก่กันอีกครั้ง พริสทีนเป็นฝ่ายก้มหน้าลงไปใกล้จนหน้าผากสัมผัสกับหน้าผากของชายหนุ่มจนอดยิ้มขำให้กันไม่นานริมฝีปากบางก็ประทับลงบนปากของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแผ่วเบา...
ท่ามกลางสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรักและการพบพาน...
++++++++++++++++++++++
อ้ากกกกกกกกกก ในที่สุดดดดดดดดดดดดด
ในที่สุดเราก็พบว่าฉากขอแต่งงานนั้นยากพอๆกับฉากต่อสู้55555555
ในที่สุดก็ขอแต่งงานแล้ววววว เพื่อนๆไม่บ่นแล้วเนาะ!!!!
ส่วนตอนต่อไปหลายคนก็คงเดาได้แล้วแหล่ะ
แต่งงานไง! 55555
ปล.ลบแล้วก็เขียนใหม่ 4 รอบได้เพราะไม่ถูกใจ คืออันนี้คิดว่าโอเคสุดแล้วที่เขียนมาเลยออกมาช้ามาก5555