พระอาทิตย์ค่อยๆลาลับขอบฟ้าไม่นานมันก็ถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดโดยมีแสงจากดวงจันทร์ส่องลงมาเล็กน้อยพอให้เห็นวัตถุรอบข้าง หากเป็นคนธรรมดายากจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในเงาตึกรามบ้านช่องได้ เพียงแต่โยฮันกลับมองเห็นทุกอย่างด้วยมุมมองที่หลากหลาย ยิ่งมีลมพัดโชยมายังจุดที่เขายืนยิ่งทำให้เขาตรวจจับทุกอย่างได้ง่าย หลังจากที่ฟ้าเริ่มมืดมิดกลุ่มคนที่นั่งทำสีหน้าเคร่งเครียดภายในตู้ที่ 1 ต่างก็เดินออกมาจากขบวนรถไฟ การประชุมกันเพื่อหาวิธีการเติมน้ำมันจบลงไปแล้ว ต่อให้โยฮันจะไม่ได้อยู่ในตู้รถไฟก็ตาม เขายังคงได้ยินสิ่งที่ทุกคนคุยกัน
“ พี่คะ เราจะเติมน้ำมันในอีก 10 นาทีข้างหน้า ” แอลลี่เดินกลับมาหาพี่ชายหลังจากเธอเข้าไปขอฟังการวางแผน
โดยแผนการณ์ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นจะให้นักสู้ลากรถไฟวิ่งเข้าไปในสถานีเพื่อให้เกิดความเงียบที่สุดแล้วค่อยเติมน้ำมัน เดิมทีมีหลายคนเสนอให้นักสู้หาภาชนะใส่น้ำมันจากถังภายในสถานีแล้วนำมาเติมรถไฟที่จอดห่างออกมาไม่ไกล หากทำเช่นนี้จะทำให้พวกเขาปลอดภัยจากระดับ 6
เพียงแต่ว่าภาชนะกลับมีจำกัด หากนำไปใส่น้ำมันจะทำให้ใส่น้ำไม่ได้ การมีภาชนะบรรจุน้ำมันน้อยทำให้ต้องเดินทางวกไปวนมาหลายรอบจนทำให้เกิดการต่อสู้วนซ้ำจนกว่าจะเติมน้ำมันเต็ม ซึ่งมันอาจจะปลุกให้ซอมบี้ระดับ 6 ตื่นขึ้นจากการหลับไหล สุดท้ายทุกคนจึงลงความเห็นว่าจะลากรถไฟเข้าไปในสถานี ต่อให้พวกเขาจะใช้แผนใดก็ตาม รถไฟจะต้องวิ่งออกจากสถานีเช่นเดิมผ่านการลากจูงไปให้ไกล ดังนั้นทุกคนจึงเลือกวิธีที่ง่ายและต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ให้น้อยที่สุด
“ พี่คะ พี่ได้มองหาแสงไฟดูไหม ” โยฮันส่ายหน้า เขายังไม่กล้าทำสิ่งใดจึงยืนอยู่บนรถไฟตลอดเวลา การสำรวจหาผู้รอดชีวิตคงเริ่มหลังจากเติมน้ำมันให้กับรถไฟเสร็จ ดังนั้นในช่วงที่เขายืนจึงคิดหาวิธีว่าเขาจะฆ่าซอมบี้ระดับ 6 อย่างไรหากว่าต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ
หลังจากที่ไอริสให้ทหารเตือนพลเรือนที่อยู่บนรถไฟให้นิ่งที่สุดเพราะพวกเขาจะเดินทางกันแล้ว นักสู้ครึ่งหนึ่งก็ได้วิ่งไปด้านหน้าเพื่อช่วยกันลากขบวนรถไฟมุ่งหน้าเข้าหาสถานี
ในระหว่างที่รถไฟค่อยๆวิ่งไปช้าๆจากการลากจูงของนักสู้นี้เอง โยฮันก็ได้กวาดแรงกดดันของเขาออกไปรอบๆ ทำให้ซอมบี้ตัวเล็กตัวน้อยที่มีระดับ 3 หรือต่ำกว่าวิ่งกระเจิงออกไป สำหรับระดับ 4 แม้จะมีตัวที่พยายามต่อต้านสุดท้ายพวกมันก็วิ่งจากไปเช่นเดียวกันทำให้รถไฟสามารถวิ่งเข้าไปในสถานีได้อย่างง่ายดาย เมื่อมาถึงจุดที่ใกล้ถังน้ำมันมากที่สุด นักสู้กลุ่มที่เตรียมท่อเอาไว้ต่างพยายามรีบเร่งต่อท่อเพื่อลำเลียงน้ำมันเข้าสู่รถไฟ อย่างไรก็ตามซอมบี้กลับไม่มีตัวใดโผล่หน้าออกมาต้อนรับ ทั้งๆที่โยฮันยังไม่ได้ใช้แรงกดดันกับซอมบี้ภายในสถานี
“ พี่ได้ไล่พวกมันอยู่ไหม ” แอลลี่สังเกตได้ถึงความแปลกประหลาด เธอจึงสอบถามพี่ชายเพราะซอมบี้บางตัวที่เธอมองเห็นดูเหมือนจะกลัวสิ่งอื่น ไม่ใช่กลัวแรงกดดันจากพี่ชายของเธอ โยฮันจึงส่ายหน้าปฎิเสธการใช้แรงกดดันของเขาทำให้แอลลี่รู้สึกกังวล เธอกลัวว่าจะมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน
“ ลุงสนิท เติมได้มากแค่ไหนแล้ว ”
“ ยังไม่ถึงครึ่งถัง ” ไอริสพยักหน้ารับ ต่อให้เธออยากจะเร่งการเติมน้ำมันก็ตาม ไฟฟ้าภายในสถานีกลับไม่สามารถทำได้จึงไม่สามารถใช้ปั๊มเติมน้ำมัน การเติมจึงเป็นการปล่อยให้น้ำมันไหลจากถังที่ตั้งอยู่บริเวณที่สูงไหลลงสู่ที่ต่ำ ยิ่งท่อที่พวกเธอใช้มีรอยต่อมากยิ่งทำให้ต้องใช้เวลา
ขณะที่ทุกคนพยายามกวาดตามองออกไปรอบๆเพื่อหาสิ่งอันตรายจู่ๆพวกเขาก็หยุดนิ่งไม่กล้าเคลื่อนไหวหลังจากสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกพุ่งเข้าปะทะร่างราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้ชั่วขณะ แม้อยากจะร้องตะโกนออกมาเสียงดังยังไม่สามารถทำได้ โยฮันที่สัมผัสได้ถึงความอันตรายจึงรีบหันมองไปยังจุดที่สัญชาตญาณของเขากำลังแจ้งเตือนดัง เมื่อหันหน้ามองไปจุดนั้นเขาก็พบว่าทางลงไปชั้นใต้ดินมีใบหน้าใหญ่ของกั้งตั๊กแตน 7 สีโผล่ออกมา มันกำลังมองจ้องพวกเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่รู้ว่าคิดสิ่งใด หนวดเล็กๆบริเวณใบหน้าของมันค่อยๆสั่นไหวราวกับกำลังตรวจสอบหลายสิ่งหลายอย่าง
“ อย่าขยับ ”
โยฮันบอกทุกคนอย่าเคลื่อนไหวกลุ่มที่เติมน้ำมันขอให้ยืนอยู่ในท่านิ่งที่สุด เหล่านักสู้แต่ละคนที่ถืออาวุธล้วนนิ่งตามคำขอของโยฮัน
ขณะที่ทุกคนนิ่งจนถึงที่สุดแล้วนั้น ร่างของกั้งก็เริ่มคลานออกมาจากชั้นใต้ดิน เผยให้เห็นร่างที่ถูกหุ้มด้วยเกราะหนาแสดงสีสันสุดแสนจะแปลกตา เพียงแต่ว่าขาหน้าทั้งสองของมันกลับทำให้ทุกคนต้องกลืนน้ำลายเพราะมันกำลังสะท้อนแสงดวงจันทร์จนทุกคนรู้ว่ามันจะต้องคมเป็นอย่างมาก ความยาวของขาหน้าที่ทุกคนเห็นราว 2 เมตร แม้จะสั้นมากแต่มันกลับมีพลังทำลายเยอะจนคาดไม่ถึง
โยฮันไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะโจมตีพวกเขาหรือเปล่า เขาจึงค่อยๆนำหางออกมาจากผ้าคลุมตามด้วยการเปิดใช้พลังงานจนทำให้หางเรืองแสงสีแดง สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือข่มขู่มันให้ถอยห่าง มันมีอาวุธทรงพลัง เขาก็มีเช่นกัน ขนาดตัวของมันและเขาไม่ได้ต่างกันมาก หากเกิดการต่อสู้กันจริงๆสิ่งที่เร็วกว่าและมีความเฉียบคมมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ
ขณะที่เขามองจ้องเข้าไปในดวงตาของมัน จู่ๆก็มีเสียงร้องตะโกนดังลั่นมาจากทางทิศใต้ กั้งตั๊กแตนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องมันจึงหันมองไปยังต้นเสียงก่อนจะใช้เท้าเล็กๆมากมายดีดตัวหนีไปด้วยความเร็วจนโยฮันตื่นตะลึง แรงดีดเพื่อพาร่างของมันหนีไปเร็วไม่ต่างจากเขา หากต้องเผชิญหน้ากันจริงเขาไม่รู้เช่นกันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ
ทุกคนที่เห็นว่ากั้งหนีไปแล้วต่างพากันถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่พวกเขากลับต้องเร่งรีบเติมน้ำมัน เนื่องจากเสียงเมื่อครู่ที่ส่งออกมานั้นมันได้ทำให้กั้งเลือกที่จะหลบหนี แทนที่จะเข้ามาสู้กับพวกเขาแทน หมายความว่าเจ้าของเสียงจะต้องเป็นระดับ 6 หรือไม่ก็เป็นระดับที่สูงกว่านั้นอย่างแน่นอน
“ พี่มันไปแล้ว ” แอลลี่พูดด้วยท่าทางเสียใจ สิ่งมีชีวิตเมื่อครู่เป็นสัตว์ที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก หากพี่ชายของเธอได้เนื้อมันมาสักคำเขาจะกลายเป็นมนุษย์ที่น่ากลัวที่สุด อย่างไรก็ตามซอมบี้ตัวเมื่อครู่กลับจากไปแล้ว ไม่รู้ว่ามันหนีไปที่ไหนทุกครั้งที่มันใช้เท้าดีดพื้นร่างจะพุ่งถอยหลังไปด้วยความเร็วหนีหายไปจากการมองเห็นของเธอ
“ อืม ดูเหมือนว่ามันจะหนีบางอย่าง ถ้าหากเติมน้ำมันเสร็จแล้วให้เธอช่วยลากรถไฟออกไปจากที่นี่นะ ฉันรู้สึกไม่ดี ”
“ ค่ะ แล้วนั่นพี่จะไปไหน ”
“ ไปดูว่าชั้นที่กั้งอาศัยอยู่มีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง ”
โยฮันคว้าจับไปยังไฟฉายด้านข้างเอว ต่อให้เขาจะมองเห็นในที่มืดได้ การมีแสงเล็กน้อยจะทำให้เขามองเห็นได้ชัดเจนมากกว่า ดังนั้นเขาจึงคิดจะใช้แสงไฟฉายส่องนำทางในยามที่ลงไปถึงชั้น 2
ไอริสที่เห็นว่าโยฮันออกจากขบวนไปแล้วเธอจึงบอกให้ทุกคนเตรียมพร้อมเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยเช่นกัน
“ แอลลี่ คุณโยไปไหนงั้นเหรอจ๊ะ ” แอลลี่เดินมาหาไอริสจึงถูกถาม เธอต้องช่วยลากรถไฟออกไปจากที่นี่ อย่างน้อยถ้านำรถไฟออกไปจากสถานีได้เร็วกว่ากำหนดอาจจะทำให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
“ อ๋อ พี่ลงไปสำรวจชั้น 2 เผื่อจะมีอะไรอันตรายทิ้งไว้ค่ะ เดี๋ยวก็กลับออกมาแล้ว เราสามารถเดินทางออกไปก่อนได้เลย ”
ไอริสพยักหน้าทันใดนั้นลุงสนิทก็ได้เดินมารายงานเกี่ยวกับน้ำมันที่เติมจนเต็ม เธอจึงบอกให้ปิดถังน้ำมันของสถานีเอาไว้เผื่อจะได้แวะมาใช้บริการอีก
“ ทุกคน ลากมันออกไปได้เลย! ”
แอลลี่กระโจนไปด้านหน้ารถไฟจากนั้นก็ช่วยทุกคนลากหัวรถจักรออกไปจากสถานี ต่อให้ด้านหลังจะมีตู้รถไฟหลายสิบตู้ กลับจอดอยู่บนทางเรียบไม่ได้ลากชัน เพียงแค่มีแรงลากดึงเล็กน้อยก็สามารถลากรถออกไปได้แล้ว ด้วยแรงที่เทียบเท่าซอมบี้ระดับ 6 มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะลากหัวรถจักรออกไปจากสถานี ยิ่งมีนักสู้คนอื่นๆช่วยเหลือรถไฟจึงเคลื่อนตัวได้ด้วยความเร็วโดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดการทำงานแต่อย่างใด
ในขณะที่ขบวนรถไฟวิ่งออกจากสถานีรถไฟ แอลลี่ที่ได้มองกลับไปด้านหลังถึงขั้นตื่นตะลึง หลังจากพบว่ามีซอมบี้สูงเท่ากับตึก 10 ชั้นกำลังเดินย่องมาตามความมืดมุ่งหน้าเข้าไปยังสถานี ดูท่ามันจะเป็นสิ่งที่ทำให้กั้งตั๊กแตนหนีออกจากที่นั่น
“ มันน่าจะเป็นระดับ 6 ”
แอลลี่ชี้มือไปด้านหลัง ทุกคนจึงมองตาม ต่อให้จะมองเห็นได้ยาก แต่ด้วยขนาดร่างกายของมันที่กระทบเข้ากับแสงจันทร์กลับทำให้ทุกคนเห็นร่างขนาดใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าหาสถานี หลังจากที่เห็นเช่นนั้นทุกคนจึงออกแรงเพิ่มขึ้นอีกกลัวว่ามันจะตามรถไฟพวกเขามา
“ นำไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันมา ”
การร้องตะโกนไปด้านหลังอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนตกอยู่ในที่นั่งอันตราย ไอริสที่เห็นว่าโยฮันยังไม่กลับเธอจึงอาสากลับเข้าไปในสถานีเพื่อบอกอีกฝ่าย ด้วยพลังระดับ 5 จากการวิวัฒนาการมาแล้ว 4 ครั้งทำให้ซอมบี้ภายในสถานีสร้างอันตรายให้กับเธอไม่ได้ ทันทีที่มาถึงชั้น 2 เธอก็รีบกวาดตามองหาโยฮันก่อนจะเห็นไฟจุดหนึ่งกำลังส่องไปยังบางอย่างที่มีลักษณะขนาดใหญ่วางทิ้งไว้ในทางเดิน
“ คุณโย เราต้องรีบออกไปแล้ว ซอมบี้ระดับ 6 ตัวใหม่กำลังมาที่นี่ ”
“ คุณไอริสงั้นเหรอครับ ผมกำลังจะออกไป ขอเวลาอีกครู่หนึ่ง ”
“ คุณกำลังดูอะไร ”
ไอริสรีบวิ่งเข้ามาใกล้ เธออยากรู้เช่นกันว่าโยฮันกำลังมองซากอะไร
“ จากที่ผมตรวจสอบ ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ใช่ที่อยู่ของกั้งตั๊กแตน มันคงจะหลบเข้ามาพักที่นี่แล้วก็ฆ่าเจ้าของเดิมไป เศษซากพวกนี้น่าจะเป็นเจ้าของเก่า ผมคิดว่าน่าจะเป็นแมงมุมอะไรสักอย่าง ”
ไม่มีคราบหรือชิ้นส่วนร่างกายแมงมุมทิ้งเอาไว้ สิ่งที่เหลือมีเพียงใยสีขาวถักทอกันเป็นรังขนาดใหญ่ ดูท่ากุ้งตั๊กแตนจะเข้ามาที่นี่แล้วกินทุกอย่างไป โยฮันจึงไม่ได้สิ่งใดจากการสำรวจ เดิมทีโยฮันคิดว่ากั้งอาจจะลอกคราบทิ้งเหมือนงูเหลือม ครั้งนี้มันกลับไม่ได้ทิ้งสิ่งใด นอกจากนั้นยังเก็บทุกอย่างไปหมด ต่อให้เขาจะกินใยเข้าไปโยฮันกลับไม่ได้รับสิ่งใด การออกจากที่นี่จึงเป็นเรื่องดีที่สุด
“ ไปกันเถอะครับ ”
ไอริสพยักหน้ารับแล้ววิ่งตามโยฮันออกไปจากสถานี เมื่อวิ่งออกมาด้านนอกได้สำเร็จเธอก็ได้นำทางโยฮันไปยังรางรถไฟที่เลือกเดินทางไป ในระหว่างนี้เองโยฮันก็ได้หันมองซอมบี้ตัวใหญ่ มันเดินทางมาถึงสถานีแล้ว เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ทำลายสิ่งกีดขวางแต่อย่างใดทำเพียงยืนนิ่งๆใช้จมูกดมกลิ่นรอบๆก่อนจะมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ซึ่งเขารู้ได้ในทันทีเลยว่ามันกำลังตามกั้งตั๊กแตนไป
“ ทิศทางนั้นมันเป็นทิศที่กั้งตั๊กแตนเดินทางไปนี่คะ ”
“ ผมคิดว่ามันน่าจะมีความแค้นต่อกันแน่ๆ ดีแล้วที่มันไม่ได้ตามเรามา ”.