ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

บทที่ 291 อุ้ม

“เฮ้ออเบื่อชะมัด”เสียงบ่นออกมาเบาๆจากวัยรุ่น1ใน3คน

 

3คนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพวกที่ไปดักหาเรื่องรุ้งที่หน้าโรงเรียนนั่นแหละตอนนี้พวกมันพึ่งจะกินข้าวเที่ยงเสร็จก็เลยเดินเล่นไม่มีอะไรทำอยู่ในเมือง

 

“นั่นดิ..นึกว่าโดนพักการเรียนจะนั่งเล่นเกมได้ทั้งวันที่ไหนได้โคตรเบื่อเลย”

 

หลังจากที่รุ้งเข้าโรงเรียนไปแล้ว3คนนี้ก็นั่งเล่นเกมมือถือกันตลอดช่วงเช้าจนถึงเที่ยง แต่พอหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จก็ไม่รู้จะทำอะไรเพราะจะให้เล่นเกมต่อมันก็เบื่อแล้ว

 

จะไปทำอย่างอื่นก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะไม่มีเงิน

 

“สวัสดีค่ะ”

 

หือ

 

ระหว่างที่กำลังเซ็งๆอยู่ดีๆก็มีเด็กสาวหน้าตาน่ารักเดินเข้ามาทักทำเอาทั้ง3คนมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ

 

ดูๆไปแล้วเธอน่าจะอายุน้อยกว่าพวกเขานิดหน่อยหละมั้ง

 

“พวกคุณเป็นคนเมืองนี้ใช่รึเปล่า”เธอถาม

 

“ใช่มีอะไรหรือจ้ะคนสวย”1ในนั้นรีบตอบด้วยสีหน้าหื่นกาม

 

“ฉันต้องไปที่นี่หนะแต่หาไม่เจอตั้งแต่เมื่อกี้แล้วพอจะช่วยบอกได้มั้ยคะ หรือถ้าพาไปได้ก็จะขอบคุณมากๆเลยหละ”สาวน้อยยังถามต่อโดยที่ไม่ได้สนใจหน้าตาหื่นๆของเด็กหนุ่ม3คนตรงหน้า

 

“ไหนดูซิ”เด็กหนุ่มคนหนึ่งคว้าเอกสารในมือสาวน้อยตรงหน้าไปดู

 

“รู้จักนะ ไม่ไกลด้วย เธอคงเดินงงๆก็เลยเดินผ่านไปแบบไม่รู้ตัวมั้ง แต่ตรงนั้นมันเปลี่ยวน่าดูเลยเด็กผู้หญิงไปคนเดียวมันดูอันตรายอยู่นะ”หลังจากที่ดูเอกสารเด็กหนุ่มก็ตอบกลับ

 

“แต่ไม่เป็นไร ถึงจะไม่รู้ว่าเธอจะไปทำไมแต่เดี๋ยวฉันไปส่งเอง”

 

เพี๊ยะ “โอ๊ยไอ้เวรตบหัวกูไมวะ”

 

“ไม่ต้องเลยกูรู้ทัน น้องครับเดี๋ยวพี่ไปส่งเอง”

“ไอ้ปอนมึงแหลมเลยนะ กูไปเองโว้ย”

 

แล้วทั้ง3คนก็แย่งกันไปส่งเด็กสาวตรงหน้า

 

“คิก”สาวน้อยเห็นแบบนั้นก็ขำออกมา

 

“พวกพี่ก็ตลกดีนะแต่ฉันรีบจริงๆยังไงช่วยหน่อยได้มั้ยคะ”

 

“จัดไปครับ”ทั้ง3คนแทบจะตอบพร้อมๆกันหลังจากเห็นรอยยิ้มใสๆของสาวน้อยตรงหน้า

 

หลังจากเดินมาได้10นาทีก็ถึงจุดหมาย บริเวณนี้แตกต่างจากเมื่อครู่ที่มีคนเดินไปมาอยู่บ้างอย่างชัดเจน 

 

ตรงที่พวกเขายืนอยู่นี่ไม่เห็นคนเลยสักนิด มองไปรอบๆก็มีแต่ตึกร้างที่เจ๊งไปตอนช่วงโรคระบาดเมื่อหลายปีก่อน

 

“นี่เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย”ปอนที่อายุมากที่สุดในกลุ่มถามเบาๆพลางมองไปรอบๆด้วยความระแวง

 

“อ๋อ พอดีหนูโดนสั่งให้หลอกพวกพี่มาอะ ขอโทษนร้าา”สาวน้อยตอบด้วยน้ำเสียงหวานพลางมองเขาด้วยสายตาบ้องแบ๊วราวกับเรื่องที่ตอบไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

 

“หา”ทั้ง3คนมองหน้ากันก่อนจะมองหน้าเด็กสาวงงๆว่าจะล่อพวกเขามาทำไม 

 

“เชี่ยหรือโดนพวกครอบครัวเหยื่อล่อมาทืบวะ”

 

อยู่ๆก็มีคนในกลุ่มคิดถึงเรื่องนั้นเพราะไอ้ต้าโดนคุมตัวอยู่อาจจะมีใครแค้นแล้วมาลงที่พวกตนก็ได้เพราะพวกตนก็อยู่ในเหตุการณ์

 

“ฉิบหาย”

 

ทั้ง3คนเตรียมจะวิ่งแต่ไม่ทันแล้ว

 

รถตู้สีขาว2คันวิ่งมาจอดแล้วเปิดประตูออก ชาย3คนพุ่งออกจากรถแล้วล็อคตัวพวกเขาเอาผ้ายื่นปิดปากปิดจมูกแล้วลากขึ้นรถไป

 

ทั้ง3คนดิ้นสุดแรงแต่ก็สู้แรงคนที่จับตัวพวกเขาไม่ได้

 

ไม่นานทั้งสามคนก็หมดสติไปเพราะฤทธิ์ยาสลบแล้วรถตู้ก็แล่นออกไป

 

…

 

“ไม่มีกล้องแน่นะ”

 

มีเสียงดังออกมาจากซอยมืดๆข้างหลัง

 

พอเด็กสาวหันไปมองก็พบคน4คนเดินออกมา

 

ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น ออส จูน อีฟและนายศิวกรนั่นเอง

 

“จะไม่มีปัญหาตามมาจริงๆใช่มั้ย”นายศิวกรถามอีกครั้งด้วยความเป็นกังวล

 

“ไม่มีหรอกครับ”ออสตอบ

 

“โธ่คุณพ่อก่อนหน้านี้เห็นตึงๆอย่ากลัวไม่เข้าเรื่องสิคะ”จูนเอ่ยแซว

 

“ส่วนกล้องก็มีตัวเดียวตรงนั้นฉันติดอุปกรณ์รบกวนเอาไว้แล้วตอนนี้ถ่ายอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ”อีฟพูดก่อนจะชีเให้ดูกล้องcctvที่ติดอยู่ตัวเดียวโดดๆ

 

“จริงๆคุณพ่อไม่ต้องมาก็ได้นะ ผมรับปากแล้วนี่ว่าจะไม่เอาให้ถึงตายแล้วก็มันจะไม่ไปรบกวนใครในครอบครัวคุณพ่ออีก”ออสหันไปพูด

 

“ไม่ๆฉันเป็นคนขอให้ทำเพราะงั้นฉันต้องรับผิดชอบ ฉันจะอยู่ด้วย”นายศิวกรยืนกรานหลังจากนั้นก็หันไปหาเด็กสาว

 

“ขอบใจนะ นารา ที่ช่วย”นายศิวกรพูดกับเด็กสาว

 

“ไม่เป็นไรค่ะถือว่าช่วยรุ้งด้วย”เธอตอบกลับ

 

“ว่าแต่ไปยังไงมายังไงเธอถึงกลายเป็นคนของอิกดราซิลได้หละเนี่ยวันก่อนยังไม่ใช่เลย”ออสถามอย่างแปลกใจเพราะตอนวางแผนที่คุยกันว่าจะให้ผู้หญิงน่ารักๆสักคนล่อพวกมันมาตรงจุดนี้เขายังคิดอยู่เลยว่าอาจจะต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อยหรืออาจจะต้องไปหาเด็กผู้หญิงจากเมืองอื่นมาเพราะคนของอิกดราซิลในเมืองนี้มันน้อยมาก

 

จะใช้วิธีจ้างคนนอกเอาก็ไม่ค่อยไว้ใจ

 

แล้วอยู่ดีๆจูนก็เปิดรายชื่อไล่ดูแล้วก็เจอนาราที่เป็นเพื่อนกับรุ้งซะงั้น ออสมั่นใจว่าวันก่อนที่เจอเธอยังไม่ใช่คนของอิกดราซิลแน่ๆเพราะตอนนั้นออสเช็คแล้วว่ามีอาจารย์ธรรมดาๆคนเดียวในโรงเรียนที่เป็นคนขององค์กร

 

“เมื่อปีก่อนหนูไปช่วยงานประชุมผู้ปกครอง ตอนนั้นหนูยกของไปเก็บแล้วได้ยินอาจารย์เขาเสนอให้ทำตามคำสั่งอะไรสักอย่างกับผู้ปกครองคนนึงค่ะแลกกับการทำให้ลูกได้เรียนต่อ ตอนนั้นอาจารย์ไม่น่าจะรู้ว่าหนูฟังอยู่แต่เอาจริงๆหนูก็ได้ยินไม่ครบ”นาราเล่าก่อนจะหยุดพักหายใจเล็กน้อย

 

 “หนูจำได้ว่าเธอเป็นรุ่นพี่ผู้หญิงหน้าตาดี ตอนนั้นหนูเครียดเรื่องเรียนต่อมากๆยิ่งเห็นพี่ออสฝากให้รุ้งก็ยิ่งเครียด หนูเลยลองโทรหาอาจารย์คนนั้นดู ถึงขนาดคิดอะไรบ้าๆว่าต่อให้ต้องเอาตัวเข้าแลกก็ยอมด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่าข้อเสนอคือให้เข้าร่วมกับองค์กรแทน หนูเลยตอบตกลงไปเลยหนะ”นาราตอบเล่าด้วยรอยยิ้มร่าเริง

 

เดาได้เลยว่าตอนนี้เธอได้เรียนต่อสายที่ต้องการแล้วแน่นอน

 

“เฮ้ออเธอรู้ใช่มั้ยเนี่ยว่าตอนนี้กลายเป็นว่าเธอต้องทำตามคำสั่งของเบื้องบนทุกอย่าง จะว่าไปครอบครัวเธอหละเข้ามาอยู่ในองค์กรหมดเลยหรอ”ออสถาม

 

“ไม่ ไม่มีใครรู้ พวกเขาสนแค่เกรดเท่านั้นแหละไม่สนหรอกว่าหนูรู้สึกยังไง”นาราตอบกลับมาด้วยแววตาที่เศร้าลง

 

นายศิวกรอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็เงียบไปไม่พูดดีกว่าเพราะเธอตัดสินใจไปแล้ว พูดไปอาจจะทำให้แย่ลงยิ่งกว่าเก่า 

 

อีกอย่างเขาไม่รู้สถานการณ์ในครอบครัวของเธอในชีวิตจริงไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นพ่อแม่ที่ดี

 

ออสมองเด็กสาวตรงหน้าพลางคิดว่าเธอใจกล้ามากๆที่ตัดสินใจแบบนี้หรือไม่ก็คงเครียดและกดดันจนหมดความอดทนแล้ว

 

“ค่ะ พี่ออสคงไม่ใจร้ายกับเพื่อนของรุ้งนักหรอกใช่มั้ยคะ”นาราตอบด้วยการถามกลับก่อนจะมองออสด้วยสายตาอ้อนๆ

 

น่ารักดีแฮะ ออสคิดในใจ ก่อนหน้านี้เขาแวะเข้าไปที่โรงเรียนก็คิดแต่จะฝากให้รุ้งเรียนต่อไม่ได้สังเกตุเธอเท่าไหร่

 

“อ่าๆรู้แล้ว”ออสตอบหน้าแดง

 

ผลัก

 

“โอ้ย อะไรเนี่ย”ออสร้องออกมาเพราะอยู่ๆดีก้มีใครไม่รู้ตบหัวเขาอย่างแรง

 

พอหันไปมองก็เห็นพ่อของฟ้ามองมาตาเขียว

 

“จะเอาอีกกี่คนหา”นายศิวกรถามเสียงดุเมื่อเห็นสายตาแปลกๆที่ออสมองนาราเพราะตอนนี้ที่เขารู้นอกจากลูกเขาออสก้มีผู้หญิงปาไปอีก3คนแล้ว(คุณพ่อรู้แค่ จูน แวว อิงค์)

 

“โธ่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”ออสตอบเสียงอ่อยโดยไม่ได้สังเกตุเลยว่าจูนแอบขยิบตาให้นาราอยู่

 

“เอาหละไปเถอะต้องส่งคนไปจัดการพ่อแม่พวกนี้ไม่ให้แจ้งความอีก วุ่นวายแท้เมืองที่มีคนของเราน้อยๆเนี่ย”จูนตัดบทด้วยการบ่นเรื่องที่มีคนของอิกดราซิลในเมืองนี้น้อยแล้วก็ลากทุกคนออกไปจากตรงนี้