บทที่ 31 ผึ้งร้อยบุปผารวบรวมิญญา
คำพูดที่ยิ้มแย้มของเย่อู๋เชวียทำให้ใบหน้าของเฉินหยางเปลี่ยนไปทันทีในตอนแรกเขา้าที่จะกล่าวว่า “อย่าแม้แต่จะคิด”แต่ทันทีที่มองเห็นรอยยิ้มของฝ่ายตรงข้าม ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้
สุดท้ายเขาพยายามรวบรวมความกล้าอย่างหนักและเค้นเสียงที่แหบแห้งออกมา
“แล้วถ้าเราไม่ให้ล่ะ? ผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถลงมือสังหารกันได้ เ้าจะมีปัญญาทำอะไรเรา?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมาเฉินหยางก็จ้องไปยังเย่อู๋เชวียโดยหวังว่าจะเห็นร่องรอยความใบนใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม!
อย่างไรก็ตามเย่อู๋เชวียยังคงหัวเราะเบาๆราวกับได้ยินคำพูดที่ตลกที่สุดในโลก
จากนั้นเขาก็ปล่อยมือจากคอของเฉินหยางเพราะไม่้าให้เืที่ไหลทะลักออกมาจากปากฝ่ายตรงข้ามัักับร่างกายของตัวเอง
เมื่อเผชิญกับท่าทีเช่นนี้เฉินหยางไม่เพียงไม่มีความสุข แต่ยังหวาดกลัวมากกว่าเดิมหลายเท่า!
“เ้ารู้หรือไม่ว่าการประลองในอดีตมีผู้คนมากมายต้องเสียชีวิตจากการตกเป็อาหารของสัตว์อสูรแม้ว่าข้าจะไม่สามารถฆ่าเ้าได้โดยตรงแต่หากเ้ากลายเป็คนพิการและถูกทิ้งอยู่ที่นี่ เ้าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น?”
คำพูดเบาๆของเย่อู๋เชวียเปรียบเสมือนเสียงฟ้าร้องที่ดังก้องภายในหูของเฉินหยาง!
ใบหน้าของชายหนุ่มอีกสองคนที่เป็สหายของเฉินหยางก็เปลี่ยนเป็ซีดขาวเช่นกัน!
ถ้าพวกเขาไม่มอบตราประทับร้อยเมืองไม่ต้องสงสัยเลยว่าฝ่ายตรงข้ามจะปฏิบัติตามสิ่งที่ลั่นวาจาไว้อย่างแน่นอน
เฉินหยางมองเย่อู๋เชวียด้วยสีหน้าเศร้าหมองแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความคับแค้นและไม่พอใจ
“เ้าอำมหิตเกินไปแล้ว!”
“ครืน”
ด้วยแสงวาบในมือซ้ายของเขาตราประทับเมืองไห่ซุยก็ปรากฏขึ้น
เมื่อเห็นพฤติกรรมของเฉินหยางชายหนุ่มอีกสองคนก็ไม่ลังเลที่จะเรียกตราประทับของตัวเองออกมาเช่นกัน
“ครืน…”
ปราณสีขาวทั้งสามเส้นถูกดึงดูดเข้าสู่ตราประทับของเย่อู๋เชวียอย่างรวดเร็วในขณะนี้ตราประทับของเย่อู๋เชวียก็มีสีเข้มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเห็นได้ชัดว่าการดูดกลืนปราณสีขาวจากตราประทับของคนอื่นย่อมดีกว่าการรวบรวมพลังิญญาจากสัตว์อสูรอย่างไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้!
เมื่อเห็นว่าตราประทับร้อยเมืองของตัวเองสูญเสียสีสันไปแล้วหัวใจของเฉินหยางก็เดือดดาลอย่างถึงที่สุดเขาระงับความโกรธในใจและกล่าวเสียงแหบแห้งกับสหายทั้งสอง
“ไปกันเถอะ”
“ครั้งต่อไปหากพวกเ้ารวบรวมพลัง์พิภพได้มากพอ ก็สามารถนำมามอบให้พวกเราได้เสมอ”
คำพูดของเย่อู๋เชวียทำให้ใบหน้าของเฉินหยางเปลี่ยนจากแดงก่ำเป็มืดคล้ำทันทีดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยความโกรธก่อนจะวิ่งเข้าไปในป่าโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมาอีกเลย
“ฮ่าๆ...ข้ารู้สึกว่าตราประทับร้อยเมืองของข้ามีสีเข้มกว่าเดิมอย่างน้อยสามเท่า!”
ซือหม่าอ๋าวหัวเราะเสียงดัง
หลินอิงหลัวมองตราประทับร้อยเมืองในมือของตัวเองและกล่าวว่า
“ไม่น่าแปลกใจที่รองเ้าเมืองเว่ยกล่าวว่านี่เป็วิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่มระดับ”
เย่อู๋เชวียมองไปยังทิศทางที่เฉินหยางและคนอื่นๆจากไป ในตอนนี้จิตใจของเขายังคงเต็มไปด้วยความฉงน เย่อู๋เชวียไม่เข้าใจจริงๆว่าคนทั้งสามมาปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆ กับพวกเขาได้อย่างไร?
ในเมื่อไม่สามารถทำความเข้าใจเื่นี้ได้เขาก็ส่ายหน้าและโบกมือให้ซือหม่าอ๋าวกับหลินอิงหลัวพร้อมกับกล่าวว่า
“ป่าโบราณนี้กว้างใหญ่เกินไปข้ามีความรู้สึกว่าหากเราเดินลึกเข้าไปข้างในจะมีโอกาสเจอสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”
“เ้าพูดถูกเราต้องระวังตัวมากกว่านี้”
ซือหม่าอ๋าวและหลินอิงหลัวพยักหน้าจากนั้นพวกเขาทั้งสามก็เดินตรงเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
…
ในเวลานี้ใบหน้าของเฉินหยางมืดมนอย่างถึงที่สุดเมื่อนึกถึงความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายของตัวเองความเกลียดชังในใจของเขาก็ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นแม้ว่าเขาจะสามารถรวบรวมพลังปราณเหล่านี้กลับมาใหม่ได้แต่การทดสอบรอบแรกก็จำกัดเวลาเพียงสามวันสามคืนเท่านั้น
หลังจากเฝ้าขบคิดอยู่นานเฉินหยางก็ดูเหมือนจะตระหนักถึงบางอย่างและทำให้ฝีเท้าของเขาหยุดลงอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันชายหนุ่มร่างใหญ่ก็กล่าวขึ้นด้วยความโกรธ“พวกมันแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไรโดยเฉพาะเ้าหนูอาณาจักรวีรชนที่แกล้งทำเป็หมูเพื่อกินเสืออย่างพวกเรา!”
อีกคนก็ทำได้เพียงถอนใจอย่างเศร้าโศกเท่านั้น
เฉินหยางไม่สนใจคำพูดของสหายทั้งสองและหยิบบางอย่างออกมาจากแหวนเก็บของพร้อมกับกล่าวว่า
“ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งนี้เราคงไม่ถูกเคลื่อนย้ายมาที่นี่น่าเสียดายที่เมื่อเข้าสู่โลกลึกลับแห่งนี้ พลังของมันก็ได้รับผลกระทบเป็อย่างมาก”
เมื่อชายหนุ่มทั้งสองคนมองเห็นสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายเข็มทิศอยู่ในฝ่ามือของเฉินหยางใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“อาวุธมรณะระดับต่ำ!ในเมื่อเ้ามีสมบัติชิ้นนี้อยู่ในมือเหตุใดไม่เอาออกมาใช้ั้แ่แรก!”
เฉินหยางมองไปยังชายหนุ่มร่างใหญ่และรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
“ด้วยอาวุธมรณะระดับต่ำชิ้นนี้เราสามารถกำจัดคนทั้งสามได้อย่างง่ายดาย ข้าได้สิ่งนี้มาจากโรงประมูลเมืองจื่อฮั่วเดิมทีมันถูกขายเป็คู่แต่ในเวลานั้นโจวฮั่วอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองจื่อฮั่วก็อยู่ที่นั่นด้วยและข้าในฐานะแขกก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแบ่งให้เขาไปหนึ่งชิ้นสมบัติของข้าสามารถสังหารแม้กระทั่งผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาขั้นกลางได้นับประสาอะไรกับเด็กน้อยอาณาจักรหลอมรวมิญญาอย่างพวกเขา”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเฉินหยางสหายทั้งสองคนของเขาก็ส่งเสียงโห่ร้องอย่างดีใจ
“ในตอนที่พวกเขาหยิบตราประทับของตัวเองออกมาข้ามีโอกาสได้เห็นว่าพวกเขาทั้งสามมาจากเมืองหลงกวง!”
“เมืองหลงกวง? สิ่งที่เ้าแย่งชิงไปวันนี้ ข้าจะให้เ้าคายออกมาทั้งหมด!”
หลังจากใช้เข็มทิศในมือตรวจจับตำแหน่งที่แน่นอนแล้วเฉินหยางและคนอื่นๆ ก็รีบวิ่งเข้าไปในป่าโบราณอย่างรวดเร็ว
......