โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
โชคดีที่ระหว่างทางกลับเรือนไม่ได้พบใครเข้า นางเข้าใจว่าการได้มาใช้ชีวิตที่นี่ นั้นยากที่จะไม่พบปะผู้ใด แต่ขอเตรียมตัวสักคืน เรือนนางอยู่ห่างไกลจากชาวบ้าน เป็ทางขึ้นไปบนเขา ชาวบ้านมักไม่ค่อยนิยมอยู่อาศัยบริเวณนี้ เพราะกลัวสัตว์ป่า แต่รอบเรือนนางนั้นล้วนปลอดภัย สามีทำกับดักสัตว์ไว้แล้ว ั้แ่เขาเข้าร่วมกองทัพ ได้ตำลึงมาแบ่งไปซื้อที่ดินรอบเรือน คิดเก็บไว้เป็สมบัติให้บุตรชาย ที่ดินรอบเรือนจึงเป็บริเวณเขตของตระกูลจ้าว ถึง 100 หมู่ ห่างไป 20 ลี้ ถึงจะพบเรือนของชาวบ้าน
ูเานี้มีชื่อว่าเทียนหยู ถือเป็ูเาที่สำคัญของแคว้น บริเวณเชิงเขาสามารถอยู่อาศัยได้ จึงเกิดเป็หมู่บ้านขึ้นมาก หากอยากซื้อที่ดินก็ต้องติดต่อทางการเพื่อตรวจดูว่าที่ตรงนั้นสามารถซื้อได้หรือไม่ โดยที่ดินสามารถเปลี่ยนมือได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากทางการ
้าูเานั้นเป็เขตของทางการ แม้ไม่สามารถถือครองได้ แต่การหาของป่านั้นไม่มีข้อห้าม แม้สัตว์ป่าจะล่อตาล่อใจ แต่ก็เต็มไปด้วยสิ่งอันตราย ชาวบ้านทั่วไปจึงล่าสัตว์ตรงเขตเชิงเขาเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นนอกจากคนของทางการแล้ว ก็มีเพียงคนจำนวนหยิบมือเท่านั้นที่กล้าไป เมื่อก่อนจ้าวซีฮันก็คือหนึ่งในนั้น เพราะเหตุนี้ชาวบ้านถึงยอมรับว่าซีฮันเป็ผู้มีฝีมือ
ในความทรงจำที่เฟยฮวาค้นได้นั้น ใครจะไปกล้าทำผิดกับทางการ เป็ที่กล่าวขานว่า ฮ่องเต้และฮองเฮา แคว้นชิงหลง โเี้มาก ประพฤติดีย่อมอยู่สบาย แต่ถ้าทำชั่วแล้วทางการรู้ เพียงราตรีเดียวก็ไร้หัว สกุลหายเพียงข้ามคืน
ขนาดเ้าของร่างที่ทุบตีบุตรชายเป็ประจำ ยังทำในที่ลับ ดีที่เรือนอยู่ห่างไกลผู้คน หากมีชาวบ้านพบเห็นแล้วนำไปฟ้องทหารประจำหมู่บ้านคงได้เป็เื่ใหญ่
หากนางสังเกตจะพบว่า 5 ปีมานี้ ั้แ่ซีฮันเข้าร่วมกองทัพ กฎบ้านเมืองแปลกใหม่เกิดขึ้นให้เห็นตลอด
ฮองเฮามีอำนาจไม่ต่างจากฮ่องเต้ ออกหน้าจัดการปัญหาบ้านเมือง หากมีประชุมขุนนาง ภาพที่เห็นคือ มารดาของแผ่นดิน นั่งบัลลังก์ข้างพระสวามีตลอด
ฮ่องเต้สั่งปลดสนมทุกตำแหน่ง พระองค์มีเพียงฮองเฮาเพียงผู้เดียว ่แรกมีขุนนางคิดลองดี ส่งบุตรสาวโฉมงามเข้าวังหลัง เพื่อพิชิตใจบุตร์ เช้าวันต่อมาหญิงสาวล้วนเป็ศพ ก็ยกให้แล้วจะทำกระไรก็ย่อมได้ ส่งมาก็ส่งคืนถึงหน้าจวน แต่เป็ร่างไร้ิญญา เป็การเตือนกลาย ๆ ว่าหากคิดส่งมาอีก ต่อไปคงเป็หัวของคนทั้งตระกูลเ้า
แม้ขุนนางชั่วอยู่ยาก แต่ราษฎรกลับอยู่อย่าง ร่มเย็น เสียภาษีเพียง 1 ใน 10 จะมีให้เห็นที่แคว้นไหน ปลูกข้าวได้ 10 กระสอบ แบ่งให้ทางการ 1 กระสอบ นับว่าน้อยมาก ในฮ่องเต้องค์ก่อน เสียภาษี มากกว่านี้หลายเท่า
ยุคที่บัลลังก์มั่นคง หากขุนนางคิดชั่วก็ต้องเก็บไว้ในใจให้ที่ลึกที่สุด แสดงออกไม่วายโดนกำจัด ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อบ้านเมืองย่อมดีกว่า หากผลงานดี สมบัติที่พระองค์ตอบแทนก็คุ้มค่ากับความเหนื่อย
กว่า 1 ชั่วยาม ที่สองแม่ลูกใช้กลับเรือน
“กว่าจะถึง เหนื่อยเหลือเกิน”
“ขอบใจเ้า” เฟยฮวาตอบรับเมื่อบุตรชายส่งน้ำให้นาง
“ลูกก็กินด้วยสิ เหนื่อยหรือไม่” นางรินน้ำให้บุตร
“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ ข้าเดินแบบนี้ทุกวัน” เฟยหลงรับน้ำ เขาเอาแต่ยิ้ม
“เป็เพราะลูกได้ออกกำลังเป็ประจำ ถ้าน้ำหนักมากเกินไป และไม่ค่อยขยับร่างกาย เวลาเดินมากหน่อยก็จะเป็แบบแม่” ระหว่างนั่งพักเหนื่อย นางพูดคุยกับบุตรชาย พลางแกะส้มที่ได้จากระบบ เฟยหลงก็แปลกใจอยู่ที่ส้มมาจากไหน
“แม่ซื้อมาจากตลาด อ้าปากเร็วเข้า แม่เอาเมล็ดกับเส้นใยออกให้แล้ว”
“หวานมากเลยขอรับ ข้าไม่เคยกินส้มอร่อยขนาดนี้มาก่อน” เฟยหลงเมื่อกินส้มแล้ว ส้มนี้รสชาติดีจริง เขาเคยกินตอนท่านพ่อกลับเรือนเมื่อปีก่อน แต่ส้มที่ท่านแม่ซื้อมารสชาติดีกว่า
เฟยฮวายิ้มเอ็นดู
“อร่อยก็กินอีก แต่แม่ให้เ้ากินเพียงผลเดียวนะ เพราะลูกรับข้าวอีกเดี๋ยวจะอิ่มไปเสียก่อน ส้มที่เหลือค่อยกินพรุ่งนี้” ส่งส้มอีกกลีบให้บุตรชาย พร้อมอธิบายว่าทำไมนางให้กินแค่นี้ เด็กอะไรแค่มารดาป้อนส้มก็มีความสุข หน้าตาสดใสขึ้นมาก ในความทรงจำเฟยหลงเคยกินส้มอยู่เพียงครั้งเดียว คือตอนบิดากลับเรือนเท่านั้น
ยิ่งเห็นขนาดตัวแม่กับบุตรชายยิ่งหดหู่ แม่อุดมสมบูรณ์เกินไปมาก แต่ลูกกลับผอมแห้ง
เฟยหลงตอบรับอย่างเข้าใจ รับส้มจากมือแม่
“กินส้มเสร็จแล้ว เ้าไปทำความสะอาดกายในห้องอาบน้ำนะ แม่จะไปทำอาหาร”
“ข้าใช้ห้องอาบน้ำได้หรือขอรับ ท่านพ่อไม่ได้อยู่”
“ได้สิ จากนี้ไป เ้าใช้ห้องอาบน้ำได้ตลอด ไม่ต้องไปอาบด้านนอกแล้ว แต่ต้องอาบให้สะอาด ขัดฟันทุกเช้าและเย็น”
“ขอรับท่านแม่” เฟยหลงยิ้ม เขาก็ไม่อยากออกไปอาบน้ำข้างนอก มันช่างหนาวและบางครั้งเขาเจองูด้วย วันนี้ท่านแม่ช่างใจดี
เฟยฮวาก็สงสัยเ้าของร่างนะว่าเห็นลูกเป็ตัวอะไร อาบน้ำก็ให้ไปอาบข้างนอก สบู่ก็ไม่มีให้ใช้ อาหารดี ๆ ก็ไม่ให้ลูกกิน ถ้าครอบครัวลำบากก็เข้าใจได้ อันนี้ตัวเองสบายแต่ดันเลี้ยงลูกให้ลำบาก
นางคงต้องใช้เวลาสอนอีกนาน ต้องเปลี่ยนแิให้เด็กชายตัวน้อยให้ได้ จะแทรกแซงความคิดให้ทุกวัน เชื่อว่าผลที่ดีรออยู่แน่นอน ดีที่เฟยหลงอายุเพียง 5 ปี เป็วัยที่ยังสอนได้ เขาเป็เด็กฉลาด เชื่อฟังมารดาสุดหัวใจ ได้แต่หวังว่าสิ่งที่เ้าของร่างเคยทำกับบุตรชายนั้น จะค่อยเลือนราง เพราะชีวิตก่อนนางก็จำเื่ราว่วัยอนุบาลไม่ค่อยได้เหมือนกัน
“สบู่ในห้องอาบน้ำก็ใช้ได้ มันอาจมีกลิ่นหอมไปหน่อย แม่ไม่แน่ใจว่าลูกจะชอบหรือไม่ แต่ใช้ไปก่อน ไว้พรุ่งนี้เราไปตลาดกัน ให้ลูกเลือกสบู่กลิ่นที่ชอบ แม่จะซื้อให้ทั้งของใช้ส่วนตัว รวมถึงชุดเ้าด้วย”
“ข้าไม่อยากได้ขอรับ ข้าจำคำที่ท่านแม่บอกได้ว่า ข้าต้องประหยัด ท่านพ่อทำงานด้วยความยากลำบาก” เฟยหลงไม่อยากได้ แม้เขาไม่อยากขัดท่านแม่ แต่ก็อดไม่ได้ พอพูดเสร็จก็หลับตาเตรียมรับฝ่ามือ ปกติถ้าขัดท่านแม่ นางจะฟาดที่หัวเขาอย่างแรงเพื่อสั่งสอน แต่ครั้งนี้กลับไม่เจ็บเหมือนเดิม
เฟยฮวาวางมือที่ผมบุตรชาย พร้อมลูบเบา ๆ
“เฟยหลง ลูกฟังแม่นะ ที่ผ่านมาแม่สอนเ้าผิด แม่ต้องขอโทษเ้าด้วย การประหยัดเป็สิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ทำให้ตนลำบาก ชุดเ้ามีรอยขาด เวลาออกไปข้างนอกพบเจออากาศเย็น เ้าก็หนาวถูกหรือไม่ ถ้ารู้สึกหนาวมันคือการที่เราประหยัด จนทำให้ตนเองลำบาก เช่นนี้ไม่ถูกต้อง อีกอย่างลูกใส่ชุดนี้มานาน ใช้มันได้อย่างคุ้มค่าแล้ว เมื่อถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยน”
เด็กชายตัวน้อยฟังแล้วคิดตาม ก็ถูกของท่านแม่ เพราะบางวันเขาหนาวมากแต่ก็ต้องอดทน จึงพยักหน้ารับ
“สบู่ก็เช่นกัน สิ่งนี้มีไว้ชำระกายให้สะอาด ถ้าใช้เพียงน้ำเปล่าชำระกายก็อาจคันผิวได้ เวลาออกไปข้างนอก กลับเรือนมามักมีคราบไคล เมื่ออาบน้ำใช้สบู่ถูกาย คราบไคลจะหายไป เ้าจะไม่คันผิว ฉะนั้นแล้วสิ่งนี้เลยจำเป็” นางอธิบายอย่างไม่เกียจคร้าน ใครว่าเป็ครูสอนเด็กอนุบาลง่าย ต้องอาศัยวาทะศิลป์อยู่มากในการพูดคุยกับเด็ก
เฟยหลงมองมารดาด้วยความซึ้งใจที่ท่านแม่เป็ห่วงเขา นางพูดถูกทุกอย่าง แม้จะอาบน้ำทุกวันแต่เขาก็คันผิว
“ขอรับ ท่านแม่”
เฟยฮวายิ้ม ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน
“ที่ท่านพ่อเ้าไปร่วมกองทัพ ก็เพื่อไม่ให้เ้าลำบาก จึงตั้งใจหาตำลึงทองมาให้ การเก็บสะสมตำลึงเป็สิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็ต้องแบ่งออกมาใช้จ่าย ใช้ในส่วนที่จำเป็ และส่วนที่ใช้สร้างความสุข แบ่งเก็บและใช้ให้พอดีกัน นี่เลยไม่เรียกว่าสิ้นเปลือง”
“อย่างส้มที่เ้ากิน ก็ใช้ตำลึงซื้อมา กินข้าวก็อิ่มได้ ไม่จำเป็ต้องกินส้ม แต่พอได้กินส้มแล้วเ้ามีความสุขหรือไม่”
“ข้ามีความสุขขอรับ เพราะมันอร่อย ยิ่งท่านแม่ป้อนก็ยิ่งอร่อยมากขึ้น”
“ถ้ามีความสุขก็ถือว่าไม่สิ้นเปลือง ท่านพ่อของลูกก็มีความสุขเช่นกัน เมื่อเห็นลูกมีความสุข” ขออ้างบิดาเ้าไปก่อน นางไม่รู้หรอกว่าเขาคิดเห็นเื่นี้อย่างไร แต่จากความทรงจำแล้วก็ดูเป็บิดาที่รักบุตรชายอยู่มาก เพราะตอนที่ทางการเปิดคัดเลือกเข้ากองทัพ รู้จำนวนตำลึงทองที่จะได้รับ สายตาไม่ได้สั่นไหวสักนิด แต่พอเ้าของร่างพูดให้เห็นถึงอนาคตของลูกชาย แววตาก็เปลี่ยนจนตัดสินใจไปคัดเลือก นางเลยคิดเช่นนั้น
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านพ่อรักพวกเรามาก เลยไปทำงานหาตำลึงมาให้ใช้ พวกเราต้องสะสมตำลึงไว้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเอาออกมาใช้จ่ายเมื่อจำเป็ และต้องไม่ลืมที่จะเอาตำลึงไปใช้สร้างความสุขด้วย สำคัญคือต้องทำใช้อย่างพอดี” เฟยหลงเข้าใจแจ่มแจ้ง ท่านแม่อธิบายละเอียด ยิ้มไปพูดไป ช่างเป็รอยยิ้มที่หวานยิ่งนัก ใจเย็นกับเขา แถมไม่ทุบตีตอนที่เขาพูดขัด
เป็วันที่เขารู้สึกรักท่านแม่มากขึ้นเหลือเกิน
แม้ประโยคแรกที่บุตรชายตอบจะแปลกหน่อย บิดารักเ้านะใช่ แต่ไม่ได้รักนางแน่นอน แต่เด็กเข้าใจได้ขนาดนี้ก็สุดยอดแล้ว นางเลยไม่คิดขัดคำพูดบุตรชาย
“เฟยหลงเก่งมาก แม่พูดเพียงเล็กน้อยเ้าก็เข้าใจแล้ว” เฟยฮวารู้สึกภูมิใจจริง เฟยหลงเป็เด็กที่เข้าใจง่าย พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ถ้าจับไปวัดไอคิวคงจะสูงเกินค่าเฉลี่ยของเด็กวัยเดียวกัน เขามีความคิดโตเกินวัยไปมาก
“ปะ เ้าไปอาบน้ำ วันนี้แช่น้ำให้นานหน่อยคราบไคลจะได้หลุด” เฟยฮวาไปส่งบุตรชายเข้าห้องอาบน้ำ พร้อมไปทำอาหาร ได้เวลาขุนลูกหมู
แน่นอนว่านางจะพึ่งพาระบบ ถอดเกล็ดปลายังพอทน แต่ถอนขนกระต่ายนี่พอเลย
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
1 หมู่ = ประมาณ 166 ตารางวา
ในยุคสมัยนั้น 100 หมู่ ก็ราว 41.5 ไร่ ท่านพ่อแอบรวยอยู่นะ ????
20 ลี้ = 10,000 เมตร / 10 กิโลเมตร
เทียนหยู = หยก์
1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง